Share

กับข้าวคุณย่า

last update publish date: 2026-09-08 19:18:23

“แก้ว...” หมอกถอนหายใจยาว ก่อนลูบหน้าเบา ๆ “ไม่เล่นแล้ว” “ไปหาอะไรกินกันดีกว่า”

แก้วใจหัวเราะจนตาเป็นเส้น “ครับ ๆ” “งั้นแก้วพาไปกินของหวาน”

ทั้งคู่เดินออกจากโซนเครื่องเล่น มุ่งหน้าไปยังร้านขนมเล็ก ๆ ภายในสวนสนุก กลิ่นวาฟเฟิลหอม ๆ กับไอศกรีมเย็น ๆ ลอยมาแตะจมูก

“เอาอันนี้ครับ” แก้วใจชี้ไปที่วาฟเฟิลร้อน ๆ ราดซอสช็อกโกแลต เสิร์ฟคู่กับไอศกรีมวานิลลา “แล้วพี่ล่ะ”

หมอกยิ้ม “เหมือนแก้วนั่นแหละ”

ไม่นาน ของหวานก็ถูกยกมาเสิร์ฟ แก้วใจตักไอศกรีมคำใหญ่เข้าปาก ก่อนยิ้มตาหยี “อร่อยไหมครับ”

หมอกชิมตาม แล้วพยักหน้า “อร่อย” “สมกับที่ลากพี่มานั่ง”

แก้วใจหัวเราะ “เดี๋ยวชดเชยค่ารถไฟเหาะครับ” “ด้วยของหวาน”

หมอกส่ายหน้าพร้อมยิ้ม “ของหวานช่วยได้จริง ๆ”

ระหว่างนั้นเอง... มีวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา คนหนึ่งชะงัก ก่อนรีบสะกิดเพื่อน “เฮ้ย... ใช่คุณหมอในไอจีไหม” “แล้วคนข้าง ๆ คือคุณแก้ว!”

ทั้งกลุ่มมองหน้ากัน ก่อนสูดหายใจลึก ๆ “ไปขอถ่ายรูปดีไหม” “อย่ารบกวนเขาเลย” “แต่เขาน่ารักมาก...”

แก้วใจสังเกตเห็น จึงยิ้มแล้วโบกมือเรียก “จะมาถ่ายรูปด้วยกันไหมครับ”

ทั้งสี่คนถึงกับเบิกตากว้าง “ได้เหรอคะ!”

“ได้สิครับ” หมอกเองก็ยิ้ม ก่อนลุกขึ้นยืนข้างแก้วใจ “เชิญเลยครับ”

เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นหลายครั้ง หลังถ่ายรูปเสร็จ ทุกคนยกมือไหว้ขอบคุณ “ขอบคุณมากนะคะ” “ตัวจริงน่ารักมากเลย” “คุณหมอใจดีมาก” “คุณแก้วหล่อกว่าในรูปอีก”

ทั้งคู่หัวเราะรับคำชม ไม่นาน ภาพและคลิปสั้น ๆ ก็ถูกโพสต์ลงโซเชียล คอมเมนต์หลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด

ส่วนเจ้าของคลิป... ยังคงนั่งแบ่งวาฟเฟิลชิ้นสุดท้ายกันอย่างไม่รู้เลยว่า โลกออนไลน์กำลังพากันอมยิ้มกับความธรรมดาที่แสนพิเศษของทั้งคู่

หลังจากกินของหวานจนหมด ทั้งคู่ก็ย้ายมานั่งพักบนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ เบื้องหน้าเป็นลานเครื่องเล่นสำหรับเด็ก เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังสลับกับเสียงดนตรีจากสวนสนุก

แก้วใจนั่งมองเด็ก ๆ ที่กำลังวิ่งไล่จับกัน ก่อนหันมาหาหมอก “พี่หมอกครับ”

“หืม?”

“พี่อยากไปไหนอีกไหมครับ”

หมอกทอดสายตามองเด็กน้อยที่กำลังโบกมือให้พ่อแม่ ก่อนยิ้มบาง ๆ “พี่ว่า...” “เราไปหาคุณย่ากันไหม”

แก้วใจหันมายิ้มทันที “ไปสิครับ” “แก้วก็คิดถึงคุณย่า” “ไม่ได้เจอท่านตั้งนานแล้ว”

หมอกพยักหน้า ก่อนเอนหลังพิงพนักม้านั่ง “แต่...” “พี่ขอนั่งอีกแป๊บนะ” “ยังไม่ไหว”

แก้วใจหลุดหัวเราะ “ยังเวียนหัวอยู่เหรอครับ”

หมอกพยักหน้าช้า ๆ “อือ...” “เหมือนโลกมันยังหมุนอยู่”

แก้วใจยกมือแตะหน้าผากหมอกเบา ๆ “ทีหลังก็อย่าปากแข็งสิครับ” “บอกว่าไม่ไหวตั้งแต่แรกก็จบ”

หมอกหัวเราะแห้ง ๆ “ก็พี่นึกว่า... ไหว” “ใครจะไปรู้ว่ามันจะหมุนขนาดนั้น”

แก้วใจอมยิ้ม ก่อนขยับเข้าไปนั่งใกล้อีกนิด “งั้นพักก่อนครับ” “ไม่รีบ” “คุณย่าหนีเราไปไหนไม่ได้หรอก”

หมอกหันมองแก้วใจ ก่อนยิ้มอย่างอ่อนโยน “ขอบใจนะ” “ที่พาพี่มาเที่ยววันนี้”

แก้วใจส่ายหน้าเบา ๆ “แก้วต่างหากครับ...” “ที่ดีใจ” “เพราะนานแล้ว... ที่เราไม่ได้ออกมาใช้เวลาด้วยกันแบบนี้”

หมอกเอื้อมมือไปจับมือแก้วใจไว้หลวม ๆ ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงนั่งมองเด็ก ๆ วิ่งเล่นอยู่ตรงหน้า ปล่อยให้เสียงหัวเราะของผู้คน และสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านไปอย่างเงียบสงบ

บางครั้ง... ความสุข ก็ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว แค่มีคนที่เรารักนั่งอยู่ข้าง ๆ ก็เป็นวันที่มีความหมายมากพอแล้ว

บ้านสวน

หลังออกจากสวนสนุกได้ไม่นาน หมอกก็ขับรถพาแก้วใจออกจากตัวเมือง สองข้างทางค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกสูงและถนนที่พลุกพล่าน กลายเป็นทุ่งนา สวนผลไม้ และต้นไม้สีเขียวที่ทอดยาวสุดสายตา

ใช้เวลากว่าสองชั่วโมง รถคันหรูก็เลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเล็กที่คุ้นเคย สุดปลายทาง... คือบ้านเรือนไทยหลังเก่า ที่โอบล้อมด้วยสวนอันร่มรื่น

ต้นมะม่วง ต้นขนุน ต้นมะพร้าว และไม้ดอกนานาชนิด ยังคงยืนต้นเหมือนเมื่อหลายปีก่อน สายลมพัดเอากลิ่นดินและกลิ่นดอกมะลิอ่อน ๆ ลอยมาตามลม

แก้วใจยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว “ยังเหมือนเดิมเลยนะครับ...”

หมอกพยักหน้าเบา ๆ “อือ...” “เหมือนตอนเราเป็นเด็กไม่มีผิด”

รถค่อย ๆ จอดใต้ร่มไม้ใหญ่หน้าบ้าน ใต้ถุนเรือนไทย... ย่ามะลินั่งรอหลานทั้งสองอยู่ที่เดิม รอยยิ้มอบอุ่นค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้า “มาแล้วเหรอ...” “เจ้าหมอก...” “เจ้าแก้ว...”

เพียงได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย หมอกกับแก้วใจก็ยิ้มกว้างขึ้นพร้อมกัน เหมือนย้อนกลับไปเป็นเด็กชายสองคนที่วิ่งกลับบ้านหลังเล่นซนมาทั้งวันอีกครั้ง

ทั้งคู่นั่งลงข้าง ๆ ย่ามะลิ ฟังคำสอนเรื่องการทำงานและสุขภาพอย่างตั้งใจ ก่อนถึงเวลาอาหารเย็น — ทุกจานล้วนเป็นอาหารพื้นบ้านที่ปลูกและทำเอง ตั้งแต่แกงเลียง ต้มจืด ปลาทอด ไปจนถึงน้ำพริกและผักสดจากสวน แม้จะไม่ใช่อาหารหรูหรา แต่ทุกคำกลับเต็มไปด้วยความใส่ใจและรสชาติที่คุ้นเคย

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี... รสชาติอาหารฝีมือคุณย่า ก็ยังเป็นรสชาติของ "บ้าน" ที่ไม่มีร้านอาหารไหนทดแทนได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   พี่ฟังก่อนพี่

    น่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เพื่อนรัก นักหยุ่ม

    "ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมายเลข27

    สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เบอร์ที่ไม่เคยรู้จัก

    เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เงามืด

    เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   จุดอ่อน

    "...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status