LOGINครบหนึ่งเดือนที่หมอลาพักร้อน พรุ่งนี้ก็ถึงเวลาที่หมอต้องกลับไปทำงานแล้ว
แก้วใจมองหมอด้วยแววตาที่อธิบายไม่ถูก "เป็นอะไรหรือเปล่า แก้ว" แก้วใจเม้มปาก ก่อนจะพูดเสียงเบา "พรุ่งนี้พี่ก็กลับไปทำงานแล้ว..." "แล้วไง" "พี่ก็จะไม่มีเวลาให้ผมแล้วสิ" หมอยิ้มบาง ๆ ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวแก้วใจเบา ๆ "ใครบอกว่าพี่จะไม่มีเวลาให้เรา" "แต่พี่ต้องทำงานนี้ "ใช่ พี่อาจจะไม่ได้อยู่ด้วยทั้งวันเหมือนช่วงลาพักร้อน แต่ไม่ได้แปลว่าพี่จะไม่มีเวลาให้เราเลย" หมอจับมือแก้วใจไว้แน่น "เวลาว่างของพี่ พี่ก็ยังอยากใช้กับแก้วเหมือนเดิม" แก้วใจเงยหน้าขึ้น มองหมอด้วยรอยยิ้มจาง ๆ "สัญญานะ" "อือ... สัญญา" เช้าวันถัดมา แก้วใจเป็นคนขับรถมาส่งหมอที่หน้าโรงพยาบาล ตลอดทาง แก้วใจแทบไม่ได้พูดอะไร เอาแต่จับพวงมาลัยแน่นเป็นระยะ ราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ในใจ เมื่อรถจอดสนิท หมอหันไปมองคนข้าง ๆ ก่อนจะยิ้มอ่อน "เป็นอะไร ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้" แก้วใจฝืนยิ้ม "ก็...พี่กลับมาทำงานแล้วนี่" หมอหัวเราะเบา ๆ ก่อนเอื้อมมือไปลูบหัวแก้วใจ "คิดมากอีกแล้ว" สายตาของหมอจับความกังวลในแววตาคนรักได้ชัดเจน จึงตัดสินใจพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดไว้ "เข้าไปกับพี่ไหม" แก้วใจหันมามองอย่างแปลกใจ "เข้าไปได้เหรอ" "ได้สิ" "แต่..." หมอยิ้มกว้างกว่าเดิม "พี่อยากให้ทุกคนรู้จักเรา" แก้วใจชะงักไปเล็กน้อย "ไม่กลัวเหรอ" หมอส่ายหน้า "ทำไมต้องกลัว" ช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หมอกลายเป็นที่รู้จักในโลกออนไลน์มากขึ้นเรื่อย ๆ จากการแบ่งปันความรู้ด้านการแพทย์และการทำคอนเทนต์ จนมีผู้ติดตามและแฟนคลับเพิ่มขึ้นทุกวัน แต่เจ้าตัวกลับไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนดัง สำหรับหมอ ชื่อเสียงเป็นเพียงผลพลอยได้จากการทำในสิ่งที่รัก แต่แก้วใจ...คือคนที่หมออยากให้ยืนอยู่ข้าง ๆ อย่างเปิดเผย หมอเอื้อมมือไปจับมือแก้วใจไว้แน่น "ไปเถอะ" ร้านกาแฟภายในโรงพยาบาลในช่วงสายเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งแพทย์ พยาบาล และญาติผู้ป่วยที่แวะมาซื้อเครื่องดื่มก่อนเริ่มงาน ทันทีที่ประตูกระจกถูกผลักเปิด ร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวของ หมอหมอก ก็เดินเข้ามาพร้อมกับคนข้างกาย ทำให้สายตาหลายคู่หันมามองแทบจะพร้อมกัน คนตัวเล็กที่เดินเคียงข้างเขามีใบหน้าหวาน ผิวขาวอมชมพู ดูสะอาดตาและน่ามองจนใครหลายคนอดเหลียวมองซ้ำไม่ได้ หมอหมอกหันมายิ้มอ่อน ๆ ก่อนเอ่ยกับอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน "แก้ว นั่งรอพี่ตรงนี้นะ เดี๋ยวพี่ไปสั่งเครื่องดื่มให้" "ครับ พี่หมอก" แก้วใจพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะริมกระจก รอคนรักเดินไปต่อคิวสั่งกาแฟ ภาพนั้นทำให้บรรดาพยาบาลสาวที่อยู่ไม่ไกลแอบมองกันเป็นระยะ ก่อนจะหันมาซุบซิบพร้อมรอยยิ้มอย่างอดไม่ได้ "นั่นใช่คนที่เป็นข่าวกับอาจารย์หมอหรือเปล่า" "ตัวจริงน่ารักมากเลย เข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์หมอถึงทั้งหวงทั้งตามใจขนาดนั้น" เสียงกระซิบดังแผ่ว ๆ คลอไปกับกลิ่นหอมของกาแฟ ขณะที่หมอหมอกยังคงยืนรอรับเครื่องดื่ม โดยไม่รู้เลยว่าทั้งตัวเขาและคนข้างกายกำลังตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งร้าน "มาแล้วครับ คนเก่ง" หมอกเดินกลับมาพร้อมถาดเล็กในมือ บนถาดมีแก้วกาแฟสองใบและเค้กหนึ่งชิ้น เขาเลือกทุกอย่างตามของโปรดของแก้วใจ โดยไม่ต้องเอ่ยถามสักคำ "ขอบคุณครับ พี่หมอก" แก้วใจรับแก้วกาแฟมาถือ ก่อนจะยกขึ้นจิบเล็กน้อย แล้วเงยหน้าถามคนตรงหน้า "วันนี้พี่หมอกลงเวรกี่โมงครับ ให้แก้วมารับไหม" "หกโมงเย็นครับ วันนี้พี่ไม่รับเวรเพิ่มแล้ว" "กลัวเหนื่อยเหรอ" หมอกส่ายหน้า ยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ไม่หรอก พี่กลัวแก้วงอนมากกว่า" แก้วใจเบะปากทันที ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ "แหวะ... มุกจีบของพี่หมอกนี่ฝืดชะมัด" หมอกหัวเราะตาม พลางมองรอยยิ้มของคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู "ฝืดก็จริง... แต่ถ้าทำให้แก้วยิ้มได้ พี่ก็ถือว่าคุ้มแล้ว" หมอหมอกยกมือแตะศีรษะคนตัวเล็กเบา ๆ อย่างเอ็นดู เพียงเท่านั้น เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้นทั่วร้าน "เมื่อกี้อาจารย์หมอลูบหัวเขาด้วย!" "โอ๊ย...ใจละลาย" "คนนั้นใช่แฟนอาจารย์หมอหรือเปล่า" "ไม่รู้ แต่สายตาที่มองกัน...เกินคำว่าเพื่อนแน่นอน" เหล่าพยาบาลแอบอมยิ้ม บางคนถึงกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ลงในกลุ่มแชตของแผนก 'ข่าวด่วน! อาจารย์หมอหมอกพาคนพิเศษมาที่ร้านกาแฟค่ะทุกคน! หล่อกับน่ารักมากกก' ไม่นานนัก เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์หลายเครื่องก็ดังขึ้นแทบพร้อมกัน จนพยาบาลในแผนกอื่นเริ่มส่งสติกเกอร์และข้อความถามกันอย่างคึกคัก ขณะเดียวกัน แก้วใจที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังตกเป็นจุดสนใจ เห็นคนยิ้มให้ก็ยิ้มตอบกลับไปแบบไม่คิดอะไร รอยยิ้มนั้นยิ่งทำให้หลายคนยิ้มตาม "น่ารักเกินไปแล้ว..." "เข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์หมอถึงหวงขนาดนี้" หมอกวางแก้วโกโก้ไว้ตรงหน้าแก้วใจ ก่อนเลื่อนหลอดให้และเปิดฝาเครื่องดื่มให้เสร็จสรรพ "ดื่มตอนอุ่น ๆ นะ เดี๋ยวจะไม่อร่อย" "ขอบคุณครับ...พี่หมอก" แก้วใจยิ้มกว้างจนดวงตาโค้งเป็นเสี้ยวพระจันทร์ ภาพการดูแลกันอย่างเป็นธรรมชาติของทั้งคู่ ทำให้เสียงกรี๊ดในใจของเหล่าพยาบาลดังขึ้นไม่ต่างจากละครรักที่กำลังฉายอยู่ตรงหน้า หลายคนถึงกับแอบคิดในใจว่า... อาจารย์หมอหมอกไม่ได้แค่เปิดตัวคนรัก แต่กำลังอวดคนรักอย่างไม่รู้ตัวเสียมากกว่าน่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่
"ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้
สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ
เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ
"...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง







