แชร์

30แล้วไม่มีอะไหล่เปลี่ยน

last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-08 17:40:15

เวลา 10.00 น.

“พี่หมอก เร็ว ๆ ครับ!”

เสียงแก้วใจดังขึ้นจากหน้าประตูบ้าน

“วันนี้เราจะไปเที่ยวกันนะครับ”

“แป๊บนะแก้ว!” เสียงหมอกตอบกลับมาจากชั้นบน

“ครับ” แก้วใจหัวเราะเบา ๆ ก่อนหันไปหาส้มที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

“ส้ม วันนี้...” เขากำลังจะเอ่ยปากชวนส้มไปด้วย

แต่หมอกก็เดินลงบันไดมาพอดี “ส้มอยู่บ้านนะ” หมอกพูดเรียบ ๆ พลางหยิบกุญแจรถ “วันนี้พี่จะไปกับแก้ว... แค่สองคน”

แก้วใจหันมองหมอก ก่อนอมยิ้มทันที ส่วนส้มทำหน้าเหมือนโดนฟ้าผ่า “อ้าว... คุณผู้ชาย!” “ส้มอุตส่าห์แต่งตัวสวย ๆ” “นึกว่าจะได้ไปเที่ยวด้วยซะอีก”

หมอกหัวเราะเบา ๆ “วันนี้พี่ขอเดตกับสามีหน่อย” “ครั้งหน้าค่อยไปด้วยกันนะ”

ส้มทำแก้มป่อง “โธ่...” “งั้นส้มก็เป็นส่วนเกินน่ะสิ”

แก้วใจเดินเข้าไปยิ้มขำ “ไม่ได้เป็นส่วนเกินหรอก” “แต่วันนี้...” เขาหันไปมองหมอกที่กำลังยืนรออยู่หน้าประตู “แก้วก็อยากอยู่กับพี่หมอกสองคนเหมือนกัน”

ส้มยกมือกุมอกทันที “โอ๊ยยย...” “หวานกันตั้งแต่ยังไม่ออกจากบ้านเลย” “ส้มแพ้แล้วค่ะ”

ลุงสมที่ยืนอยู่ข้างรถถึงกับหัวเราะ “ฮ่า ๆ ๆ” “คุณส้มครับ” “วันนี้เราได้หยุดนะ”

ส้มถอนหายใจยาว “หยุดก็จริง...” “แต่เหมือนโดนไล่ทางอ้อมเลยนะคะ”

หมอกยิ้มขำ ก่อนหันไปจับมือแก้วใจ “ไปกันครับ”

“ครับ” แก้วใจยิ้มกว้าง เดินเคียงข้างหมอกออกจากบ้าน

ส่วนส้มยืนกอดอกมองตาม ก่อนบ่นกับตัวเองเบา ๆ “เฮ้อ...” “บ้านนี้มีแต่คนมีแฟน” “เหลือส้มคนเดียว...”

ลุงสมหัวเราะลั่น “คุณส้มก็รีบหาแฟนสิครับ”

ส้มหันมองทันที “ลุงสม!” “ช่วยอยู่ข้างส้มหน่อยสิคะ!”

เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วหน้าบ้าน ก่อนรถของหมอกกับแก้วใจจะค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ทิ้งให้ส้มยืนทำหน้ามุ่ยอยู่หน้าประตูอย่างน่าเอ็นดู

สวนสนุกเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างพาครอบครัว คนรัก และเพื่อน ๆ มาใช้เวลาพักผ่อนในวันหยุด เสียงหัวเราะ เสียงเพลง และเสียงกรีดร้องจากเครื่องเล่นดังสลับกันไปทั่วทั้งสวนสนุก

แก้วใจยืนมองแผนที่ด้วยดวงตาเป็นประกาย “พี่หมอก!”

“ครับ”

“อันนี้น่าเล่น!” เขาชี้ไปที่รถไฟเหาะขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งทะยานลงจากรางด้วยความเร็วสูง เสียงกรี๊ดดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

แต่... ตัดภาพมาที่หมอก เจ้าตัวยืนนิ่ง... เงยหน้ามองรางรถไฟเหาะที่สูงเกือบแตะท้องฟ้า ก่อนกลืนน้ำลายเบา ๆ

“แก้ว...”

“ครับ?”

“พี่ว่า... พี่ไม่ไหว”

แก้วใจหัวเราะ “ไหวครับ” “แค่นี้เอง” “สบายมาก”

หมอกส่ายหน้าช้า ๆ “แต่พี่ว่าร่างกายพี่ไม่น่าจะรับไหวนะ” “อายุพี่เยอะแล้ว”

แก้วใจหันมองทันที “เยอะตรงไหนครับ” “พี่เพิ่งสามสิบเอง”

หมอกทำหน้าจริงจัง “สามสิบแล้วนะ” “กระดูกเริ่มส่งสัญญาณแล้ว”

แก้วใจถึงกับหลุดหัวเราะ “คุณหมอครับ...” “คนไข้เจ็ดสิบยังแข็งแรงกว่าพี่อีกมั้ง”

หมอกรีบแก้ตัว “มันคนละเรื่องกัน” “พี่เป็นหมอ พี่รู้ร่างกายตัวเองดี”

แก้วใจยกคิ้ว “อ๋อ...” “สรุปคือไม่ได้กลัว?”

หมอกตอบทันที “ไม่ได้กลัว” “แค่... ประเมินความเสี่ยง”

แก้วใจพยักหน้าช้า ๆ เหมือนเข้าใจ “งั้น...” “เราไปเล่นชิงช้าสวรรค์ก็ได้ครับ”

หมอกยิ้มโล่งอก “ดีเลย”

ยังไม่ทันยิ้มสุด... แก้วใจก็ชี้ไปอีกด้าน “แต่ก่อนขึ้นชิงช้าสวรรค์...” “แวะไปรถไฟเหาะก่อนนะครับ”

หมอกชะงัก “...”

“เมื่อกี้พี่บอกไม่ได้กลัวนี่ครับ”

หมอกหันมามองแก้วใจ ก่อนถอนหายใจยาว “แก้ว...”

“ครับ”

“พี่ขอถอนคำพูด” “พี่กลัว”

แก้วใจหัวเราะจนตัวงอ “ฮ่า ๆ ๆ” “คุณหมอที่ไม่กลัวเลือด...” “แต่กลัวรถไฟเหาะ”

หมอกยักไหล่หน้าตาย “เลือดมันไม่ตีลังกา” “แต่ไอ้นี่... ตีลังกาทั้งขบวน”

ทำเอาแก้วใจหัวเราะจนต้องยกมือกุมท้อง “โอเคครับ...” “งั้นวันนี้แก้วจะพาคุณหมอ... ไปพิสูจน์ความกล้าเอง”

หมอกมองรถไฟเหาะอีกครั้ง ก่อนพึมพำกับตัวเองเบา ๆ “...กลับบ้านตอนนี้ทันไหมนะ”

เสียงหัวเราะของแก้วใจดังขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางบรรยากาศครึกครื้นของสวนสนุก

รถไฟเหาะค่อย ๆ ไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างช้า ๆ กึก... กึก... กึก... หมอกนั่งหลังตรง มือกำราวนิรภัยแน่นจนเส้นเลือดขึ้น

“แก้ว...”

“ครับ?”

“พี่ยังลงตอนนี้ทันไหม”

แก้วใจหันมายิ้มกว้าง “ไม่ทันแล้วครับ”

สิ้นคำ... รถไฟเหาะพุ่งดิ่งลงด้วยความเร็ว

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!”

เสียงกรีดร้องของหมอกดังลั่นยิ่งกว่าคนทั้งขบวนรวมกัน “โอ๊ยยยยยยยยย!” “แก้วววววววว!” “พี่จะลงงงงงงง!”

ส่วนแก้วใจ... หัวเราะตลอดทาง “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ!” “สนุกมากกกกก!”

รถไฟเหาะตีลังกาอีกหนึ่งรอบ “กรี๊ดดดดดดดดดดด!” “ชีวิตพี่!” “โอ๊ยยยยย!”

เสียงหัวเราะของแก้วใจดังแข่งกับเสียงกรี๊ดของหมอกตลอดทั้งรอบ

เมื่อเครื่องเล่นหยุด พนักงานเปิดที่กั้นออก ผู้โดยสารคนอื่นทยอยเดินลงด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่หมอก... ยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาเหม่อลอย วิญญาณเหมือนยังวนอยู่บนราง

พนักงานก้มมาถามอย่างเป็นห่วง “คุณลูกค้าครับ... ถึงแล้วครับ”

หมอกกะพริบตาช้า ๆ “...ผมยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม”

พนักงานกลั้นขำแทบไม่อยู่ “ครับ”

แก้วใจลงมายืนรอด้านล่าง พอเห็นสีหน้าหมอกก็หลุดหัวเราะจนต้องกุมท้อง “ฮ่า ๆ ๆ!” “พี่หมอก!” “ไม่ไหวแล้ว!”

หมอกเดินลงมาช้า ๆ สีหน้าราวกับผ่านสงครามมา

แก้วใจหัวเราะจนน้ำตาไหล “โถ...” “พี่หมอก...” เขายืนเขย่ง ลูบแก้มหมอกเบา ๆ “ไม่ร้องนะครับ”

หมอกทำหน้าบอกบุญไม่รับ ก่อนใช้นิ้วดีดหน้าผากแก้วใจเบา ๆ “ไม่ต้องเลย...” “ยัยตัวแสบ”

แก้วใจยิ่งหัวเราะหนักกว่าเดิม “เมื่อกี้ใครบอก...” “ประเมินความเสี่ยงนะครับ”

หมอกถอนหายใจยาว “พี่ประเมินผิด...” “ผิดมาก”

แก้วใจยื่นมือไปจับมือหมอก “งั้น...” “ไปเล่นอันต่อไปกันครับ”

หมอกรีบชักมือกลับ “ไม่!” “พอ!” “พี่จะกลับบ้าน!” “พี่ไม่เที่ยวแล้ว!” “พี่จะลาออกจากสวนสนุก!”

แก้วใจถึงกับทรุดนั่งหัวเราะกับพื้น “ฮ่า ๆ ๆ!” “สวนสนุกเขาไม่ได้รับใบลาออกนะครับ!”

รอบ ๆ เครื่องเล่น คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากันหัวเราะตาม เด็กน้อยคนหนึ่งถึงกับถามคุณแม่เสียงดัง “แม่ครับ...” “คุณลุงคนนั้นร้องดังกว่าหนูอีก”

หมอกได้ยินเต็ม ๆ เจ้าตัวเงียบไปสองวินาที ก่อนหันไปมองแก้วใจ “...กลับบ้าน” “เดี๋ยวนี้”

แก้วใจหัวเราะจนแทบยืนไม่ไหว ก่อนเดินเข้าไปกอดแขนหมอกไว้ “โอ๋ ๆ” “ไม่เป็นไรนะครับคุณหมอ” “ครั้งหน้าค่อยมาใหม่นะ”

“...ไม่มีครั้งหน้า” หมอกตอบทันที ทำเอาแก้วใจหัวเราะลั่นสวนสนุกอีกครั้ง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   ส้มลูกสวยๆแต่พ่อค้าหล่อ ชิ้มได้

    เช้าวันรุ่งขึ้น... แสงแดดเพิ่งจะเริ่มลอดผ่านยอดไม้ เสียงนกกรงหัวจุกดังแว่วมาแต่ไกล แต่เสียงตะโกนเรียกชื่อของเขาดังก้องก่อนเสมอ "เสือ!" เสียงต้นกล้าดังลั่นจากหน้าประตูห้อง "ตื่นได้แล้ว!" เสือพลิกตัวเอาหมอนปิดหูแน่น "อีกห้านาที... แค่ห้านาทีเอง" "สามนาที" เสียงตอบกลับมาทันที ไม่มีทางให้ต่อรอง "ห้านาที!" เสือต่อรองเสียงอู้อี้ใต้หมอน "สองนาที นับหนึ่งถึงสองนะ" เสือถอนหายใจยาวเฮือก ก่อนผลักผ้าห่มลุกจากเตียงทั้งที่ดวงตายังงัวเงีย ปลายเท้าจิ้มพื้นไม้เย็นเฉียบ เขาถูตาข้างหนึ่งพลางบ่นพึมพำ "กูไม่เข้าใจจริง ๆ... มึงจะรีบไปไหนทุกวัน ตะวันยังไม่ขึ้นด้วยซ้ำ" ต้นกล้ายืนกอดอกอยู่หน้าประตู หน้าตาตื่นตัวเรียบร้อยราวกับตื่นมาสามชั่วโมงแล้ว "วันนี้วันตลาดนัดกลางหมู่บ้าน ชาวบ้านจะลงมาจากขอบดอยขายของ มึงต้องไปช่วยกู" เสือชี้หน้าตัวเองด้วยนิ้วโป้ง ดวงตากลมโต "ดาราดังอย่างกู... ให้ไปยืนขายผักกับชาวบ้านเนี่ยนะ?" ต้นกล้าพยักหน้าหน้าตาเฉย "ใช่ ใครจะรู้จักมึงที่นี่นา มาแต่ตัวเปล่า ไม่มีเงินใช้จ่าย ถ้าอยากกินข้าวก็ต้องทำง

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   คนธรรดาทำไม่ได้แน่

    คนธรรมดา... ทำแบบนั้นไม่ได้ เย็นวันเดียวกัน... ข่าวเรื่องต้นกล้าช่วยเด็กจากควายแตกตื่น แพร่ไปทั่วหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว คนพากันยืนรวมกลุ่มคุยกันที่ศาลากลางหมู่บ้าน เสียงพูดดังแว่วมาถึงหูเสือที่กำลังยกกระสอบอาหารสัตว์ผ่านไป "ต้นนี่เก่งเหมือนพ่อมันไม่มีผิด" ผู้เฒ่าผู้แก่คนหนึ่งพูดพลางส่ายหน้าชื่นชม "ตั้งแต่เด็กก็ไวอย่างกับลิง" อีกคนเสริม "แต่พ่อมันหายไปตั้งห้าปีแล้วนะ... ไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน รบกวนใจลูกมาตลอด" เสือถึงกับชะงัก ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น พ่อมึงหายไป? เขาเพิ่งรู้เรื่องนี้เป็นครั้งแรก หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความสงสัยและความเป็นห่วง   "เฮ้ย!" เสียงต้นกล้าดังขึ้นใกล้ ๆ "มัวยืนเหม่ออะไร ไกล่เกลี่ยแดดลับยอดดอยแล้วนะ" เสือรีบกระตุกตื่น ยกกระสอบกลับขึ้นบ่า "อ่ะ... กำลังไป" ต้นกล้าหรี่ตามมองด้วยสายตาสงสัย "ยกไหวแน่นะ ไม่ต้องฝืนนะเว้ย" "มึงดูถูกกูเหรอ?" เสือยกหน้าตอบกลับทันที "ก็..." ต้นกล้ามองตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาตรวจสอบ "เมื่อเช้าแพ้มดก็บ่นยุบยิบ เมื่อบ่ายเก็บชาก็คร่ำครว

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   อดีตตามเป็นเงา

    หลังกลับจากไร่ชา... เสือถึงกับทิ้งตัวลงนั่งบนแคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นลำไย ไหล่กว้างแอ่นลงตามแรงเหนื่อย หายใจออกยาวราวกับแบกภูเขามาทั้งลูก "โอ๊ย..." เขาครางเบา ขยับนิ้วมือที่เริ่มปวดเมื่อย "แค่เก็บชาทำไมเหนื่อยขนาดนี้" ต้นกล้าที่กำลังยกตะกร้าชาเดินผ่านไป หันมามองเพียงแวบเดียว ดวงตาคมกริบฉายแววขบขัน "นี่แค่ครึ่งวัน" ต้นกล้าตัดบท "ถ้าฤดูเก็บชาจริง ๆ มึงคงร้องไห้เป็นลูกให้เห็น" เสือหัวเราะแห้ง ๆ เอามือทุบต้นขาเบา ๆ "กูเป็นดารา ไม่ใช่ควายลากไถนะเว้ย" "แต่ตอนนี้มึงเป็นลูกจ้างของป้าพร" ต้นกล้าสวนกลับทันที ก่อนจะวางตะกร้าลงอย่างเบามือ ป้าพรที่กำลังคัดใบชาอยู่ที่โต๊ะไม้ยิ้มหัวเราะออกมา "พอ ๆ ทั้งคู่ กัดกันตั้งแต่เช้า ไม่เหนื่อยกันบ้างเหรอ" "ผมไม่ได้กัด" ต้นกล้าหันไปยิ้มให้ป้า "มันเริ่มก่อน" เสือชี้หน้าตัวเอง "กูเนี่ยนะ?" "ใช่" "มึงแค่หายใจก็กวนประสาทกูแล้ว" เสือตอกกลับ ต้นกล้าหัวเราะในลำคอ "ปากเก่งเหมือนเดิม" "แล้วไง"   ระหว่างที่ทั้งสามกำลังนั่งพักดื่มน้ำเปล่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   แฟนต้น ก่อ

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมาทั่วท้องทุ่ง สัมผัสแสงอ่อนๆ ไล่ระดับสีทองลงบนยอดชาแสนสวย หมอกบางๆ ยังคงลอยปกคลุมทั่วทั้งดอย กลืนยอดเขาไว้ในอ้อมกอด สายลมพัดผ่านเบาๆ พาเอาความเย็นสบายและกลิ่นหอมของใบชาสดชื่นลอยมาที่จมูก เสือยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าเงียบๆ หายใจเข้าลึกเพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศ ตั้งแต่เกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วไม่ได้ยินเสียงรถติด ไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เรียกร้อง หรือเสียงคนตะโกนเรียกชื่อเขา มีเพียงเสียงนกร้องกิ่งกาลา และเสียงลมที่พัดผ่านใบชาให้เกิดเสียงกระซิบแผ่วเบาราวกับธรรมชาติกำลังทักทายเขา "ยืนเหม่ออะไรอยู่นั่น" เสียงเรียกแทรกขึ้น เสือหันไปเห็นต้นกล้าเดินถือตะกร้าสานใบใหญ่เดินเข้ามา ด้วยท่าทีปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น "มาช่วยกูนะ ไม่ใช่มาชมวิว" เสือถอนหายใจยาว แต่มุมปากกลับเผยอรอยยิ้ม "เริ่มใช้งานอีกแล้วเหรอคะเจ้านาย" "ฟรีไม่มีในโลก จ่ายค่าที่พักด้วยแรงงาน" ต้นกล้าตอบหน้าตาย ก่อนจะเดินนำลงไปยังแปลงชาที่เรียงรายลงไปตามเนินเขา ระหว่างทาง ชาวบ้านหลายคนหยุดยิ้มทักทายต้นกล้าด้วยความสนิทสนม "

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   ดาราตกดอย

    ตีห้าครึ่ง... แสงอรุณเพิ่งจะเริ่มลอดผ่านขอบฟ้าทางทิศตะวันออก เสียงไก่ขันดังก้องไปทั่วหมู่บ้านบนยอดดอย "ไก่ขันแล้ว ต้น!" เสียงป้าพรดังขึ้นจากชั้นล่าง พร้อมกับเสียงกะละมังและภาชนะที่กำลังเตรียมมื้อเช้า ต้นกล้าลุกจากที่นอนอย่างเป็นนิสัย ตาแทบไม่ต้องถู ก็เดินตรงไปที่อ่างล้างหน้า เช็ดหน้า แปรงฟัน และจัดทรงผมให้เรียบร้อยในเวลาไม่กี่นาที ก่อนจะเดินลงบันไดไม้ลอยลงไปช่วยป้าพรเตรียมอาหารเช้า ส่วนอีกห้องที่ประตูปิดสนิทอยู่ปลายทางเดิน... เงียบสนิท ไม่มีเสียงขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย ต้นกล้าเหลือบมองประตูห้องของเสือที่ปิดผนึกอยู่ ก่อนจะยกมือปิดปากเพื่อกลั้นรอยยิ้ม "สมแล้ว... ดารา" เขากระซิบเบาๆ กับตัวเอง รู้อยู่แล้วว่าคนอยู่ข้างในคงไม่ตื่นง่ายๆ แน่หลังจากเมื่อคืนนั่งมองดวงดาวจนดึก   หกโมงเช้า แสงแดดเริ่มสาดส่องลงมาที่ลานหน้าบ้าน ป้าพรยกสำรับอาหารร้อนๆ มาวางบนโต๊ะไม้ยาวกลางระเบียง "ต้น ไปเรียกเสือหน่อยลูก เดี๋ยวข้าวจะเย็นหมดนะ" ต้นกล้าส่ายหน้าเรียบเฉย ขณะตักข้าวใส่จาน "ไม่เรียก เดี๋ยวหิวก็ลงมาเอง" "แต่ถ้าเขาตื่นสายล่ะ"

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   กูไม่อยากได้มึงแล้ว

    ต้นกล้าเดินนำหน้าอย่างรวดเร็ว ไม่คิดจะหันกลับมามองคนที่เดินตามมาด้วยความรู้สึกผิดเบื้องหลัง ส่วนเสือก็ลากกระเป๋าเดินตามเงียบๆ รอยยิ้มที่พยายามฝึกไว้ตั้งแต่ลงรถค่อยๆ จางลงเมื่อเห็นแผ่นหลังที่เคยกอดคุยกันจนดึกดื่นในอดีต บรรยากาศบนดอยเงียบสงบ มีเพียงเสียงนกร้องกิ่งกาลาและลมเย็นที่พัดผ่านไร่ชาสีเขียวขจีรอบๆ หมู่บ้าน กลิ่นหญ้าสดชื่นและดินที่ชื้นแฉะลอยมาตามสายลม หากเป็นเมื่อก่อน... เสือคงชอบที่แบบนี้มาก คงหายามดีและบอกว่านี่คือสวรรค์บนดิน แต่วันนี้กลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ราวกับมีอะไรบางอย่างกดทับหน้าอกจนหายใจไม่ค่อยสะดวก สองก้าว... สามก้าว... ระยะห่างระหว่างพวกเขาดูเหมือนจะห่างกันไกลแสนไกล ทั้งที่จริงแล้วห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว "...""..." ไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งหญิงวัยกลางคนที่ยืนรออยู่หน้าบ้านหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะของป้าพรดังแทรกความเงียบลงมา "จะเดินหนีกันอีกนานไหมจ๊ะ" ต้นกล้าหยุดฝีเท้าชะงัก มือที่กำแน่นคลายลงเล็กน้อย "ป้า..." "พาแขกเข้าบ้านก่อนนะ" ป้าพรเดินเข้ามาตีแขนหลานชายเบาๆ ด้วยความเอ็นดู

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status