LOGINแก้วใจหันมาทางหมอก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากตอนสั่งงานเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง
“พี่หมอกครับ ขึ้นไปรอผมที่ห้องทำงานก่อนนะครับ กว่าผมจะตรวจงานเสร็จก็คงอีกนาน เดี๋ยวเสร็จแล้วผมตามขึ้นไป” หมอกพยักหน้ารับ พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ “ได้สิ พี่รอ” แก้วใจหันไปทางกติ “พี่กติ ฝากพาพี่หมอกไปที่ห้องทำงานผมด้วยนะครับ ถ้าพี่หมอกอยากได้อะไรก็จัดให้ได้เลย” “รับทราบครับ คุณแก้ว” หมอกเดินตามกติเข้าไปภายในโรงแรม ทันทีที่เขาเดินผ่าน พนักงานสาวหลายคนถึงกับเผลอมองตาม “คุณหมอหล่อมากเลย…” “ใช่ไหม ดูอบอุ่นมากเลย” “สมกับเป็นพระเอกซีรีส์เลยนะ” เสียงกระซิบดังขึ้นเบา ๆ เป็นระยะ แม้ทุกคนจะพยายามเก็บอาการ แต่สายตากลับอดเหลียวมองตามร่างสูงของหมอกไม่ได้ แก้วใจที่กำลังจะเดินไปอีกทาง ได้ยินเสียงกระซิบเหล่านั้นพอดี เขาหยุดฝีเท้า ก่อนหันกลับมาหาหมอก “พี่หมอกครับ” หมอกหันกลับมา แก้วใจเดินเข้าไปจัดปกเสื้อสูทให้เบา ๆ ปัดเศษฝุ่นที่แทบมองไม่เห็นออกจากบ่า ก่อนยิ้มมุมปาก “เรียบร้อยแล้วครับ” จากนั้นเขาเอื้อมไปจับมือหมอกไว้ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยอย่างเป็นธรรมชาติ “รอผมนะครับ” “อืม” หมอกยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทันสังเกตสายตาของพนักงานรอบข้าง แต่สำหรับทุกคนที่ยืนมองอยู่ การกระทำเพียงไม่กี่วินาทีนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ ผู้ชายคนนี้… คือคนสำคัญของคุณแก้วใจ ไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ นอกจากยิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย ก่อนแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง แก้วใจเดินนำหน้าทุกคนอย่างมั่นคง ขณะที่ผู้ช่วยรีบส่งแฟ้มรายงานประจำวันมาให้ เขารับมาเปิดอ่านไปพร้อมกับก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบ “ยอดเข้าพักวันนี้เต็มกี่เปอร์เซ็นต์” “เก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ครับคุณแก้ว” “ห้องวีไอพีล่ะ” “เต็มทุกห้องครับ” แก้วใจพยักหน้ารับ ก่อนปิดแฟ้มแล้วเริ่มตรวจพื้นที่ด้วยสายตา ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบไปตามขอบโต๊ะรับรอง ก่อนก้มมองปลายนิ้วตัวเอง “เช็ดอีกครั้ง” พนักงานทำความสะอาดรีบก้มศีรษะรับคำ “ครับ” เขาเดินต่อไปยังโซฟาสำหรับแขก ค่อย ๆ กดพนักพิงและเบาะรองนั่งทีละตัว “ตัวนี้เริ่มยุบแล้ว ส่งเปลี่ยนภายในสัปดาห์นี้” “รับทราบครับ” สายตาคมกวาดมองกรอบรูปที่ประดับอยู่บนผนัง “กรอบนี้เอียงไปนิดหนึ่ง” พนักงานรีบเดินเข้าไปจัดให้ตรงทันที จากนั้นเขาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ใช้นิ้วแตะเบา ๆ บริเวณมุมกระจก “ยังมีรอยนิ้วมืออยู่ เช็ดใหม่ครับ” “ครับ คุณแก้ว” แก้วใจเดินตรวจต่ออย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกระถางต้นไม้ แสงไฟ อุณหภูมิภายในล็อบบี้ หรือแม้แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ใช้ภายในโรงแรม ทุกอย่างต้องอยู่ในมาตรฐานที่เขากำหนด เมื่อเดินมาถึงตู้กดน้ำดื่ม เขาหยุดทันที “น้ำเหลือแค่นี้เองเหรอ” พนักงานรีบมองตาม “เดี๋ยวผมให้คนมาเปลี่ยนครับ” “อย่ารอให้หมดก่อน” แก้วใจหันไปอธิบายกับผู้จัดการฝ่ายบริการ “จุดนี้มีเด็ก ๆ กับผู้สูงอายุมาใช้บริการบ่อย ถ้าน้ำหมดตอนแขกต้องการ มันคือความบกพร่องของเรา ไม่ใช่ความผิดของลูกค้า” “ครับ คุณแก้ว” แก้วใจพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินตรวจต่อ เขาไม่ได้มองหาความผิดของพนักงาน แต่กำลังมองหาสิ่งที่โรงแรมยังทำได้ไม่ดีพอ สำหรับแก้วใจ… รายละเอียดเล็ก ๆ คือสิ่งที่ทำให้โรงแรมธรรมดา กลายเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่แขกอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้ง “ต่อไป… ผมจะเข้าไปตรวจแผนกซักรีดครับ ช่วยนำทางด้วย” “ครับ… แต่คุณแก้วครับ ทางเดินไปแผนกซักรีดค่อนข้างมืด ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะครับ” แก้วใจหยุดเดิน ก่อนหันไปมองผู้จัดการด้วยหางตา “ไม่เหมาะ… เพราะอะไรครับ” ผู้จัดการถึงกับชะงัก “เอ่อ… ผมหมายถึง ทางเดินยังไม่ได้ปรับปรุงครับ” แก้วใจปิดแฟ้มเอกสารในมือลงช้า ๆ “ถ้าทางเดินมืด ก็ต้องติดไฟเพิ่ม” “ถ้าพื้นชำรุด ก็ต้องซ่อม” “ถ้ามันไม่ปลอดภัย ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่ผมต้องเข้าไปดู ไม่ใช่เหตุผลที่จะห้ามผมเข้า” บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที แก้วใจมองผู้จัดการด้วยสีหน้าสุขุม ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “โรงแรมไม่ได้มีแค่ล็อบบี้สวย ๆ หรือห้องพักหรู ๆ” “พื้นที่หลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะที่นั่นคือสถานที่ที่พนักงานของเราต้องทำงานทุกวัน” “ถ้าพนักงานยังต้องเดินอยู่ในทางเดินที่มืดและไม่ปลอดภัย แล้วเราจะกล้าพูดได้อย่างไรว่าเราใส่ใจคุณภาพของโรงแรม” ผู้จัดการรีบก้มศีรษะ “ขอโทษครับ คุณแก้ว” “หลังจากตรวจเสร็จ ผมต้องการแผนปรับปรุงทางเดินนี้บนโต๊ะทำงานภายในเย็นวันนี้” “รับทราบครับ” แก้วใจพยักหน้าเบา ๆ “นำทางครับ” เมื่อเดินเข้าไปยังทางเดินด้านหลังโรงแรม บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที แสงไฟตามทางเดินสลัวเกินกว่ามาตรฐาน บางจุดมืดจนแทบมองไม่เห็นพื้น ผนังปูนมีคราบชื้นปรากฏเป็นหย่อม ๆ และมีกลิ่นอับลอยคลุ้งตลอดทาง แก้วใจหยุดเดิน สูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนขมวดคิ้ว “ได้กลิ่นไหม” ผู้จัดการและพนักงานต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครตอบ “กลิ่นอับจากความชื้น… ชัดมาก” เขาก้มมองพื้น ก่อนใช้นิ้วแตะผนัง “ความชื้นสะสมแบบนี้ ถ้าไม่รีบแก้ จะเกิดเชื้อราได้” ทุกคนได้แต่เงียบ เมื่อเดินมาถึงแผนกซักรีด สภาพภายในก็ไม่ได้ต่างจากทางเดินมากนัก อากาศไม่ถ่ายเท เครื่องอบผ้าหลายเครื่องทำงานพร้อมกันจนภายในห้องร้อนอบอ้าวและเต็มไปด้วยไอน้ำ ในจังหวะนั้นเอง พนักงานกำลังเข็นรถผ้าสะอาดออกจากห้องซักรีด “หยุดรถเข็นก่อนครับ” เสียงของแก้วใจทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง เขาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่งขึ้นมา ดมเบา ๆ ก่อนเปลี่ยนไปหยิบปลอกหมอนและผ้าปูเตียงอีกหลายชิ้นมาตรวจสอบ สีหน้าของเขาค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น “ผ้าชุดนี้ไม่ผ่านมาตรฐาน” ผู้จัดการรีบถามอย่างร้อนรน “มีปัญหาตรงไหนครับ คุณแก้ว” แก้วใจส่งผ้าผืนนั้นให้ผู้จัดการลองดม “คุณลองดูก่อน” ผู้จัดการรับไปดม ก่อนสีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยน “ผม… ได้กลิ่นอับครับ” “ไม่ใช่แค่นั้น” แก้วใจหยิบผ้าอีกผืนขึ้นมา “ผืนนี้มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่แรงเกินไป” เขาหยิบอีกผืนหนึ่งขึ้นตรวจ “ส่วนผืนนี้… มีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่” ทุกคนในห้องต่างเงียบกริบ “ผ้าที่จะส่งให้แขก ต้องมีกลิ่นสะอาด ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม กลิ่นอับ หรือกลิ่นบุหรี่” แก้วใจวางผ้าลงบนรถเข็นอย่างเบามือ “ผ้าทั้งชุดนี้งดนำขึ้นใช้บริการทันที ส่งกลับไปตรวจสอบและซักใหม่ทั้งหมด” “ครับ…” “แล้วเรียกหัวหน้าทุกแผนกที่เกี่ยวข้องเข้าห้องประชุมภายในสามสิบนาที” เขามองไปรอบห้องซักรีดอีกครั้ง “ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากคนซักผ้าเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากระบบทั้งหมด ตั้งแต่สภาพอาคาร การระบายอากาศ การจัดเก็บผ้า ไปจนถึงขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ” แก้วใจปิดแฟ้มในมือ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “วันนี้… เราจะหาสาเหตุ และแก้ให้จบ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า” บรรยากาศทั้งแผนกเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เพราะทุกคนรู้ดีว่า ผู้บริหารหนุ่มไม่ได้ตำหนิใครลอย ๆ แต่กำลังปกป้องมาตรฐานของโรงแรมและความเชื่อมั่นของแขกทุกคนกรุงเทพมหานครภายในสตูดิโอถ่ายโฆษณา บรรยากาศที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับเงียบผิดปกติทีมงานหลายสิบชีวิตต่างก้มหน้าก้มตา มองโทรศัพท์ของตัวเอง บางคนถอนหายใจ... บางคนส่ายหน้า... ขณะที่หน้าจอขนาดใหญ่ภายในสตูดิโอกำลังรายงานข่าวด่วน«"พระเอกชื่อดัง 'เสือ' เจอมรสุมข่าวฉาวอีกระลอก จนหลายแบรนด์เริ่มทบทวนสัญญา และมีรายงานว่าละครเรื่องใหม่อาจถูกเลื่อนการถ่ายทำ..."»"ผู้กำกับครับ..." ผู้ช่วยเดินเข้ามาอย่างร้อนรน "สปอนเซอร์โทรมาแล้วครับ"ผู้กำกับหลับตาลง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ "พักกอง... วันนี้ไม่ถ่ายแล้ว"เพียงประโยคนั้น... บรรยากาศทั้งกองถ่ายก็เงียบกริบ ทุกสายตาหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้องเจ้าตัวสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ธรรมดา หมวกแก๊ปถูกกดต่ำปิดดวงตา มือหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกมือกำลังเลื่อนดูข่าวของตัวเองอย่างไม่ทุกข์ร้อนเสือ ดาราแถวหน้าของประเทศ อายุสามสิบปี ชายหนุ่มที่มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และแฟนคลับนับล้าน แต่ก็เป็นคนที่สร้างปัญหาให้ผู้จัดการปวดหัวได้แทบทุกเดือนเสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามา พี่ฉู่ ผู้จัดการส่วนตัว เดินตรงมาหยุดอยู
หน้าคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นท่ามกลางสวนร่มรื่น น่านฟ้ายืนกำชายเสื้อของตัวเองแน่นด้วยความประหม่าจนมือสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังประตูทางเข้าตระกูลเวชาวิทยด้วยความกังวลใจลึก ๆ ในหัวเต็มไปด้วยความคิดสับสนวุ่นวาย ถ้าหากพ่อแม่ของทิวทัดไม่ยอมรับเขาขึ้นมา หรือยื่นข้อเสนอให้เขาเดินออกไปจากชีวิตลูกชายของท่าน เขาควรจะทำอย่างไรดี ระหว่างเงินก้อนโตที่อาจเปลี่ยนชีวิต กับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งคือทั้งโลกของเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา รอยยิ้มที่เคยติดปากดูจะจางหายไปทุกที ทิวทัดที่สังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของคนตัวเลขจึงเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย มือใหญ่บางเบาแตะที่มือบางที่กำชายเสื้อแน่น "ฟ้า... เป็นอะไรครับ มือเย็นไปหมดเลย ไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ข้างๆ พวกเราเข้าไปด้วยกัน" น่านฟ้าเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่มั่นคง "พี่... ถ้าพ่อกับแม่พี่จ้างผมให้เลิกกับพี่ ผมควรทำยังไงดีครับ? ผม... ผมกลัวว่าผมจะไม่ดีพอสำหรับครอบครัวพี่" ทิวทัดถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความคิดที่เหมือนหลุดมาจากซีรีส์ยอดนิยม ก่อนจะตอบหน้าตายด้วยควา
ท้องฟ้าเหนือเกาะส่วนตัวเริ่มเปลี่ยนสีส้มอมชมพูไล่เฉดสวยงามยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนผืนน้ำทะเลสีครามใสสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับโปรยผงทองคำลงไปทั่วผืนน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเงียบสงบและอบอุ่น เสียงคลื่นซัดฝั่งแผ่วเบาพร้อมกับเสียงกระดิ่งเปลือกหอยริมหน้าต่างดังกรุ๊งกริ๊งตามแรงลมทะเลที่โชยพัดผ่านเข้ามาเบาๆ กลิ่นอายทะเลสดชื่นลอยเข้ามาพร้อมกับความผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก ภายในห้องนอนกว้างขวางที่เพดานสูงโปร่งและผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวทะเลเต็มอารมณ์ เด็กแฝดตัวน้อยทั้งสองนอนหลับปุ๋ยสนิทอยู่ในเปลไม้เนื้อดีข้างเตียงใหญ่ ร่างบางของน่านฟ้าในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาวของสามี กำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างมองออกไปสู่วิวทะเลที่ขยายไกลสุดขอบฟ้า ผมสยับยุ่งนิดๆ จากการเพิ่งตื่นและดูแลลูกทั้งคู่มาทั้งบ่าย ทว่าท่าทางที่ผ่อนคลายลงบ่งบอกถึงความสุขที่เต็มเปี่ยมในใจ เอวบางถูกสวมกอดจากด้านหลังอย่างนุ่มนวลและแนบเนียนในทันใด มือใหญ่ที่อบอุ่นโอบรอบเอวคอดของเขาแนบชิด คางคมเกยลงบนลาดไหล่คุ้นเคย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนน่านฟ้าต้องเอียงคอหนีด้วยความจั๊กจี้และรอยยิ้ม
แสงไฟสีขาวนวลสว่างไสวภายในห้องผ่าตัดส่วนตัวของพูลวิลล่า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียด หมอกค่อย ๆ ถอนหายใจยาวเหยียด ถอดถุงมือยางที่มีคราบเลือดเกรอะกรังออก หลังจากใช้ทักษะศัลยแพทย์มือหนึ่งคีบหัวกระสุนปืนเฉียดจุดสำคัญออกจากร่างของน่านฟ้าได้สำเร็จมือแกร่งของหมอหมอกเย็บปิดบาดแผลอย่างประณีตและระมัดระวังที่สุด ก่อนจะเอี้ยวตัวไปตรวจเช็กสัญญาณชีพบนหน้าจอมอนิเตอร์ เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดัง ติ๊ด... ติ๊ด... อย่างสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณยืนยันว่าชีวิตของโอเมก้าหนุ่มและลูกในท้องรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชแล้ว"ปลอดภัยแล้ว..."สิ้นเสียงหมอก ทิวทัดที่ยืนเกร็งตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นแขนมาตลอดหลายชั่วโมงก็เหมือนคนที่หมดเรี่ยวแรงลงทันที ร่างสูงกำยำทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงผ่าตัดอย่างคนไร้สติ ความดุดันน่าเกรงขามในฐานะผู้ทรงอิทธิพลหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่เพิ่งได้หัวใจและลมหายใจของตัวเองกลับคืนมาทิวทัดค่อย ๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปกุมมือเรียวเล็กของน่านฟ้าไว้แน่น สัมผัสผิวกายนั้นยังคงเย็นเฉียบจากพิษบาดแผลและการเสียเลือดมาก แต่
"ทำไมเมียมึงมันโหดจังวะ" เสือพึมพำพลางยกกล้องส่องทางไกลขึ้นแนบตา ก่อนจะรีบชี้ไปยังร่างหนึ่งที่กำลังต่อสู้อยู่เบื้องล่าง "มึง... นั่นน่านฟ้าปะ" "เออดิ" ทิวทัดที่ยืนอยู่บนเนินหินมองตามสายตาเพื่อน ระยะห่างจากจุดที่น่านฟ้าถูกล้อมไว้ไม่มากนัก ทำให้เห็นชัดเจนว่าโอเมก้าของเขากำลังสู้กับชายร่างใหญ่ถึงหกคน แม้จะยังยืนหยัดได้ แต่เรี่ยวแรงเริ่มลดลงทุกวินาที ดวงตาคมกวาดสำรวจพื้นที่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มวางแผน เพราะยังไม่แน่ใจว่าศัตรูมีทั้งหมดกี่คน หากช้ากว่านี้... เขาอาจช่วยน่านฟ้าไม่ทัน "ทิว" เสียงหมอกดังขึ้นผ่านวิทยุสื่อสาร ขณะบังคับโดรนบินสำรวจเหนือโกดัง "โดรนจับความร้อนได้ ด้านหลังโกดังมีอีกประมาณสิบคน แล้วก็มีเรือจอดอยู่สามลำ" ทิวทัดกัดกรามแน่น ฝั่งเขามีเพียงสามคน ขณะที่อีกฝ่ายมีมากกว่าสิบ ชนตรง ๆ คงเสียเปรียบแน่นอน "หมอก มากับกู" เขาหันไปสั่งเพื่อน ก่อนมองเสือ "มึงคอยซัพพอร์ตน่านฟ้า อย่าให้ใครเข้าใกล้ตัวมัน" "รับทราบ" สิ้นคำ เสือรีบเคลื่อนตัวไปหามุมยิง ก่อนหยิบลูกเบสบอลขึ้นมาทีละลูก แล้วขว้างออกไปอย่างแม่นยำ ปึก! ชายชุดดำคนหนึ่
"การหนีปัญหาอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด... แต่มันช่วยปกป้องหัวใจของเราได้มากที่สุด" น่านฟ้าวิ่งโดยไม่รู้ว่าตัวเองมาหยุดอยู่ตรงไหนของเกาะ หันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้สูงทึบกับเสียงน้ำตกที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ลมหายใจเข้าออกแรงจนหน้าอกสั่ง ร่างกายอ่อนเพลียและหัวใจที่กำลังสั่นเทาไม่แพ้กัน "...ผมหลงป่าเหรอ" เมื่อสติเริ่มกลับมา เขารีบหันมองหาทางกลับ แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ไม่คุ้นเลยสักทาง โทรศัพท์ก็ไม่ได้หยิบติดตัวมา น่านฟ้ายกมือขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด มัวแต่วิ่งหนีความตกใจและความเสียใจ จนไม่ทันสังเกตเส้นทาง ก่อนที่มือจะเลื่อนไปลูบท้องตัวเองเบา ๆ เขาท้อง... และยังเป็นลูกแฝดอีกด้วย ความยินดีที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในหัวใจ เหมือนเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากลุกขึ้นสู้กับทุกอย่างอีกครั้ง แต่ปัญหาตอนนี้คือ... เขาจะออกจากป่าแห่งนี้ได้อย่างไร "ช่วยด้วยครับ! มีใครอยู่ไหม! ช่วยด้วย!" เสียงตะโกนดังก้องไปทั่ว ก่อนจะสะท้อนกลับมา มีเพียงเสียงของตัวเองเท่านั้น "...เสียงเรือ!" ดวงตาของน่านฟ้าเป็นประกาย เขารีบวิ่งไปตามทิศทางของเสียง พร้อมตะโกนสุดเสียง "ช่วยด้วยครับ!






![ไขรหัสรัก You’re my keys. [OMEGAVERSE]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
