Share

จัดระบบ บทที่9

last update publish date: 2026-09-07 12:43:09

แก้วใจหันมาทางหมอก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่ต่างจากตอนสั่งงานเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง

“พี่หมอกครับ ขึ้นไปรอผมที่ห้องทำงานก่อนนะครับ กว่าผมจะตรวจงานเสร็จก็คงอีกนาน เดี๋ยวเสร็จแล้วผมตามขึ้นไป”

หมอกพยักหน้ารับ พร้อมรอยยิ้มบาง ๆ

“ได้สิ พี่รอ”

แก้วใจหันไปทางกติ

“พี่กติ ฝากพาพี่หมอกไปที่ห้องทำงานผมด้วยนะครับ ถ้าพี่หมอกอยากได้อะไรก็จัดให้ได้เลย”

“รับทราบครับ คุณแก้ว”

หมอกเดินตามกติเข้าไปภายในโรงแรม ทันทีที่เขาเดินผ่าน พนักงานสาวหลายคนถึงกับเผลอมองตาม

“คุณหมอหล่อมากเลย…”

“ใช่ไหม ดูอบอุ่นมากเลย”

“สมกับเป็นพระเอกซีรีส์เลยนะ”

เสียงกระซิบดังขึ้นเบา ๆ เป็นระยะ แม้ทุกคนจะพยายามเก็บอาการ แต่สายตากลับอดเหลียวมองตามร่างสูงของหมอกไม่ได้

แก้วใจที่กำลังจะเดินไปอีกทาง ได้ยินเสียงกระซิบเหล่านั้นพอดี

เขาหยุดฝีเท้า ก่อนหันกลับมาหาหมอก

“พี่หมอกครับ”

หมอกหันกลับมา

แก้วใจเดินเข้าไปจัดปกเสื้อสูทให้เบา ๆ ปัดเศษฝุ่นที่แทบมองไม่เห็นออกจากบ่า ก่อนยิ้มมุมปาก

“เรียบร้อยแล้วครับ”

จากนั้นเขาเอื้อมไปจับมือหมอกไว้ครู่หนึ่ง ก่อนปล่อยอย่างเป็นธรรมชาติ

“รอผมนะครับ”

“อืม”

หมอกยิ้มตอบอย่างอ่อนโยน โดยไม่ทันสังเกตสายตาของพนักงานรอบข้าง

แต่สำหรับทุกคนที่ยืนมองอยู่ การกระทำเพียงไม่กี่วินาทีนั้นชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใด ๆ

ผู้ชายคนนี้…

คือคนสำคัญของคุณแก้วใจ

ไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ นอกจากยิ้มให้กันอย่างรู้ความหมาย ก่อนแยกย้ายกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง

แก้วใจเดินนำหน้าทุกคนอย่างมั่นคง ขณะที่ผู้ช่วยรีบส่งแฟ้มรายงานประจำวันมาให้ เขารับมาเปิดอ่านไปพร้อมกับก้าวเดินอย่างไม่เร่งรีบ

“ยอดเข้าพักวันนี้เต็มกี่เปอร์เซ็นต์”

“เก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์ครับคุณแก้ว”

“ห้องวีไอพีล่ะ”

“เต็มทุกห้องครับ”

แก้วใจพยักหน้ารับ ก่อนปิดแฟ้มแล้วเริ่มตรวจพื้นที่ด้วยสายตา

ปลายนิ้วเรียวค่อย ๆ ลูบไปตามขอบโต๊ะรับรอง ก่อนก้มมองปลายนิ้วตัวเอง

“เช็ดอีกครั้ง”

พนักงานทำความสะอาดรีบก้มศีรษะรับคำ

“ครับ”

เขาเดินต่อไปยังโซฟาสำหรับแขก ค่อย ๆ กดพนักพิงและเบาะรองนั่งทีละตัว

“ตัวนี้เริ่มยุบแล้ว ส่งเปลี่ยนภายในสัปดาห์นี้”

“รับทราบครับ”

สายตาคมกวาดมองกรอบรูปที่ประดับอยู่บนผนัง

“กรอบนี้เอียงไปนิดหนึ่ง”

พนักงานรีบเดินเข้าไปจัดให้ตรงทันที

จากนั้นเขาหยุดอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ ใช้นิ้วแตะเบา ๆ บริเวณมุมกระจก

“ยังมีรอยนิ้วมืออยู่ เช็ดใหม่ครับ”

“ครับ คุณแก้ว”

แก้วใจเดินตรวจต่ออย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นกระถางต้นไม้ แสงไฟ อุณหภูมิภายในล็อบบี้ หรือแม้แต่กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ใช้ภายในโรงแรม ทุกอย่างต้องอยู่ในมาตรฐานที่เขากำหนด

เมื่อเดินมาถึงตู้กดน้ำดื่ม เขาหยุดทันที

“น้ำเหลือแค่นี้เองเหรอ”

พนักงานรีบมองตาม

“เดี๋ยวผมให้คนมาเปลี่ยนครับ”

“อย่ารอให้หมดก่อน”

แก้วใจหันไปอธิบายกับผู้จัดการฝ่ายบริการ

“จุดนี้มีเด็ก ๆ กับผู้สูงอายุมาใช้บริการบ่อย ถ้าน้ำหมดตอนแขกต้องการ มันคือความบกพร่องของเรา ไม่ใช่ความผิดของลูกค้า”

“ครับ คุณแก้ว”

แก้วใจพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินตรวจต่อ

เขาไม่ได้มองหาความผิดของพนักงาน แต่กำลังมองหาสิ่งที่โรงแรมยังทำได้ไม่ดีพอ

สำหรับแก้วใจ…

รายละเอียดเล็ก ๆ คือสิ่งที่ทำให้โรงแรมธรรมดา กลายเป็นโรงแรมระดับห้าดาวที่แขกอยากกลับมาใช้บริการอีกครั้ง

“ต่อไป… ผมจะเข้าไปตรวจแผนกซักรีดครับ ช่วยนำทางด้วย”

“ครับ… แต่คุณแก้วครับ ทางเดินไปแผนกซักรีดค่อนข้างมืด ผมเกรงว่าจะไม่เหมาะครับ”

แก้วใจหยุดเดิน ก่อนหันไปมองผู้จัดการด้วยหางตา

“ไม่เหมาะ… เพราะอะไรครับ”

ผู้จัดการถึงกับชะงัก

“เอ่อ… ผมหมายถึง ทางเดินยังไม่ได้ปรับปรุงครับ”

แก้วใจปิดแฟ้มเอกสารในมือลงช้า ๆ

“ถ้าทางเดินมืด ก็ต้องติดไฟเพิ่ม”

“ถ้าพื้นชำรุด ก็ต้องซ่อม”

“ถ้ามันไม่ปลอดภัย ก็ยิ่งเป็นเหตุผลที่ผมต้องเข้าไปดู ไม่ใช่เหตุผลที่จะห้ามผมเข้า”

บรรยากาศรอบตัวเงียบลงทันที

แก้วใจมองผู้จัดการด้วยสีหน้าสุขุม ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง

“โรงแรมไม่ได้มีแค่ล็อบบี้สวย ๆ หรือห้องพักหรู ๆ”

“พื้นที่หลังบ้านก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะที่นั่นคือสถานที่ที่พนักงานของเราต้องทำงานทุกวัน”

“ถ้าพนักงานยังต้องเดินอยู่ในทางเดินที่มืดและไม่ปลอดภัย แล้วเราจะกล้าพูดได้อย่างไรว่าเราใส่ใจคุณภาพของโรงแรม”

ผู้จัดการรีบก้มศีรษะ

“ขอโทษครับ คุณแก้ว”

“หลังจากตรวจเสร็จ ผมต้องการแผนปรับปรุงทางเดินนี้บนโต๊ะทำงานภายในเย็นวันนี้”

“รับทราบครับ”

แก้วใจพยักหน้าเบา ๆ

“นำทางครับ”

เมื่อเดินเข้าไปยังทางเดินด้านหลังโรงแรม บรรยากาศก็เปลี่ยนไปทันที

แสงไฟตามทางเดินสลัวเกินกว่ามาตรฐาน บางจุดมืดจนแทบมองไม่เห็นพื้น ผนังปูนมีคราบชื้นปรากฏเป็นหย่อม ๆ และมีกลิ่นอับลอยคลุ้งตลอดทาง

แก้วใจหยุดเดิน สูดลมหายใจเบา ๆ ก่อนขมวดคิ้ว

“ได้กลิ่นไหม”

ผู้จัดการและพนักงานต่างมองหน้ากัน ไม่มีใครตอบ

“กลิ่นอับจากความชื้น… ชัดมาก”

เขาก้มมองพื้น ก่อนใช้นิ้วแตะผนัง

“ความชื้นสะสมแบบนี้ ถ้าไม่รีบแก้ จะเกิดเชื้อราได้”

ทุกคนได้แต่เงียบ

เมื่อเดินมาถึงแผนกซักรีด สภาพภายในก็ไม่ได้ต่างจากทางเดินมากนัก อากาศไม่ถ่ายเท เครื่องอบผ้าหลายเครื่องทำงานพร้อมกันจนภายในห้องร้อนอบอ้าวและเต็มไปด้วยไอน้ำ

ในจังหวะนั้นเอง พนักงานกำลังเข็นรถผ้าสะอาดออกจากห้องซักรีด

“หยุดรถเข็นก่อนครับ”

เสียงของแก้วใจทำให้ทุกคนหยุดนิ่ง

เขาหยิบผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่งขึ้นมา ดมเบา ๆ ก่อนเปลี่ยนไปหยิบปลอกหมอนและผ้าปูเตียงอีกหลายชิ้นมาตรวจสอบ

สีหน้าของเขาค่อย ๆ เคร่งเครียดขึ้น

“ผ้าชุดนี้ไม่ผ่านมาตรฐาน”

ผู้จัดการรีบถามอย่างร้อนรน

“มีปัญหาตรงไหนครับ คุณแก้ว”

แก้วใจส่งผ้าผืนนั้นให้ผู้จัดการลองดม

“คุณลองดูก่อน”

ผู้จัดการรับไปดม ก่อนสีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยน

“ผม… ได้กลิ่นอับครับ”

“ไม่ใช่แค่นั้น”

แก้วใจหยิบผ้าอีกผืนขึ้นมา

“ผืนนี้มีกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่แรงเกินไป”

เขาหยิบอีกผืนหนึ่งขึ้นตรวจ

“ส่วนผืนนี้… มีกลิ่นบุหรี่ติดอยู่”

ทุกคนในห้องต่างเงียบกริบ

“ผ้าที่จะส่งให้แขก ต้องมีกลิ่นสะอาด ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอม กลิ่นอับ หรือกลิ่นบุหรี่”

แก้วใจวางผ้าลงบนรถเข็นอย่างเบามือ

“ผ้าทั้งชุดนี้งดนำขึ้นใช้บริการทันที ส่งกลับไปตรวจสอบและซักใหม่ทั้งหมด”

“ครับ…”

“แล้วเรียกหัวหน้าทุกแผนกที่เกี่ยวข้องเข้าห้องประชุมภายในสามสิบนาที”

เขามองไปรอบห้องซักรีดอีกครั้ง

“ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากคนซักผ้าเพียงฝ่ายเดียว แต่เกิดจากระบบทั้งหมด ตั้งแต่สภาพอาคาร การระบายอากาศ การจัดเก็บผ้า ไปจนถึงขั้นตอนการควบคุมคุณภาพ”

แก้วใจปิดแฟ้มในมือ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“วันนี้… เราจะหาสาเหตุ และแก้ให้จบ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า”

บรรยากาศทั้งแผนกเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าโต้แย้ง เพราะทุกคนรู้ดีว่า ผู้บริหารหนุ่มไม่ได้ตำหนิใครลอย ๆ แต่กำลังปกป้องมาตรฐานของโรงแรมและความเชื่อมั่นของแขกทุกคน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมอกบนดอยกับแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ( ภาคต่อ )

    กรุงเทพมหานคร​ภายในสตูดิโอถ่ายโฆษณา บรรยากาศที่ควรเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกลับเงียบผิดปกติ​ทีมงานหลายสิบชีวิตต่างก้มหน้าก้มตา มองโทรศัพท์ของตัวเอง บางคนถอนหายใจ... บางคนส่ายหน้า... ขณะที่หน้าจอขนาดใหญ่ภายในสตูดิโอกำลังรายงานข่าวด่วน​«"พระเอกชื่อดัง 'เสือ' เจอมรสุมข่าวฉาวอีกระลอก จนหลายแบรนด์เริ่มทบทวนสัญญา และมีรายงานว่าละครเรื่องใหม่อาจถูกเลื่อนการถ่ายทำ..."»​"ผู้กำกับครับ..." ผู้ช่วยเดินเข้ามาอย่างร้อนรน "สปอนเซอร์โทรมาแล้วครับ"​ผู้กำกับหลับตาลง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ "พักกอง... วันนี้ไม่ถ่ายแล้ว"​เพียงประโยคนั้น... บรรยากาศทั้งกองถ่ายก็เงียบกริบ ทุกสายตาหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งไขว่ห้างอยู่มุมห้อง​เจ้าตัวสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงยีนส์ธรรมดา หมวกแก๊ปถูกกดต่ำปิดดวงตา มือหนึ่งถือแก้วกาแฟ อีกมือกำลังเลื่อนดูข่าวของตัวเองอย่างไม่ทุกข์ร้อน​เสือ ดาราแถวหน้าของประเทศ อายุสามสิบปี ชายหนุ่มที่มีทั้งชื่อเสียง เงินทอง และแฟนคลับนับล้าน แต่ก็เป็นคนที่สร้างปัญหาให้ผู้จัดการปวดหัวได้แทบทุกเดือน​เสียงฝีเท้าหนัก ๆ ดังเข้ามา พี่ฉู่ ผู้จัดการส่วนตัว เดินตรงมาหยุดอยู

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   งานแต่ง ของทิวทัด

    หน้าคฤหาสน์หรูหลังใหญ่ที่ตั้งโดดเด่นท่ามกลางสวนร่มรื่น น่านฟ้ายืนกำชายเสื้อของตัวเองแน่นด้วยความประหม่าจนมือสั่นเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยมองตรงไปยังประตูทางเข้าตระกูลเวชาวิทยด้วยความกังวลใจลึก ๆ ในหัวเต็มไปด้วยความคิดสับสนวุ่นวาย ถ้าหากพ่อแม่ของทิวทัดไม่ยอมรับเขาขึ้นมา หรือยื่นข้อเสนอให้เขาเดินออกไปจากชีวิตลูกชายของท่าน เขาควรจะทำอย่างไรดี ระหว่างเงินก้อนโตที่อาจเปลี่ยนชีวิต กับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ซึ่งคือทั้งโลกของเขา หัวใจเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมา รอยยิ้มที่เคยติดปากดูจะจางหายไปทุกที ทิวทัดที่สังเกตเห็นอาการแปลก ๆ ของคนตัวเลขจึงเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย มือใหญ่บางเบาแตะที่มือบางที่กำชายเสื้อแน่น "ฟ้า... เป็นอะไรครับ มือเย็นไปหมดเลย ไม่ต้องกลัวนะ มีพี่อยู่ข้างๆ พวกเราเข้าไปด้วยกัน" น่านฟ้าเม้มปากเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจถามออกไปตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่มั่นคง "พี่... ถ้าพ่อกับแม่พี่จ้างผมให้เลิกกับพี่ ผมควรทำยังไงดีครับ? ผม... ผมกลัวว่าผมจะไม่ดีพอสำหรับครอบครัวพี่" ทิวทัดถึงกับหัวเราะออกมาเบา ๆ กับความคิดที่เหมือนหลุดมาจากซีรีส์ยอดนิยม ก่อนจะตอบหน้าตายด้วยควา

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   ขอคุณที่เข้ามาในชีวิตพี่นะ

    ท้องฟ้าเหนือเกาะส่วนตัวเริ่มเปลี่ยนสีส้มอมชมพูไล่เฉดสวยงามยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องลงบนผืนน้ำทะเลสีครามใสสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับโปรยผงทองคำลงไปทั่วผืนน้ำ ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนเงียบสงบและอบอุ่น เสียงคลื่นซัดฝั่งแผ่วเบาพร้อมกับเสียงกระดิ่งเปลือกหอยริมหน้าต่างดังกรุ๊งกริ๊งตามแรงลมทะเลที่โชยพัดผ่านเข้ามาเบาๆ กลิ่นอายทะเลสดชื่นลอยเข้ามาพร้อมกับความผ่อนคลายที่หาไม่ได้จากที่ไหนในโลก ภายในห้องนอนกว้างขวางที่เพดานสูงโปร่งและผนังกระจกบานใหญ่เปิดรับวิวทะเลเต็มอารมณ์ เด็กแฝดตัวน้อยทั้งสองนอนหลับปุ๋ยสนิทอยู่ในเปลไม้เนื้อดีข้างเตียงใหญ่ ร่างบางของน่านฟ้าในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งสีขาวของสามี กำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างมองออกไปสู่วิวทะเลที่ขยายไกลสุดขอบฟ้า ผมสยับยุ่งนิดๆ จากการเพิ่งตื่นและดูแลลูกทั้งคู่มาทั้งบ่าย ทว่าท่าทางที่ผ่อนคลายลงบ่งบอกถึงความสุขที่เต็มเปี่ยมในใจ เอวบางถูกสวมกอดจากด้านหลังอย่างนุ่มนวลและแนบเนียนในทันใด มือใหญ่ที่อบอุ่นโอบรอบเอวคอดของเขาแนบชิด คางคมเกยลงบนลาดไหล่คุ้นเคย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอจนน่านฟ้าต้องเอียงคอหนีด้วยความจั๊กจี้และรอยยิ้ม

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   ห้องผ่าตัด

    แสงไฟสีขาวนวลสว่างไสวภายในห้องผ่าตัดส่วนตัวของพูลวิลล่า กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อเข้มข้นคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศที่เคยเต็มไปด้วยความตึงเครียด หมอกค่อย ๆ ถอนหายใจยาวเหยียด ถอดถุงมือยางที่มีคราบเลือดเกรอะกรังออก หลังจากใช้ทักษะศัลยแพทย์มือหนึ่งคีบหัวกระสุนปืนเฉียดจุดสำคัญออกจากร่างของน่านฟ้าได้สำเร็จ​มือแกร่งของหมอหมอกเย็บปิดบาดแผลอย่างประณีตและระมัดระวังที่สุด ก่อนจะเอี้ยวตัวไปตรวจเช็กสัญญาณชีพบนหน้าจอมอนิเตอร์ เสียงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดัง ติ๊ด... ติ๊ด... อย่างสม่ำเสมอ เป็นสัญญาณยืนยันว่าชีวิตของโอเมก้าหนุ่มและลูกในท้องรอดพ้นจากเงื้อมมือมัจจุราชแล้ว​"ปลอดภัยแล้ว..."​สิ้นเสียงหมอก ทิวทัดที่ยืนเกร็งตัวแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นแขนมาตลอดหลายชั่วโมงก็เหมือนคนที่หมดเรี่ยวแรงลงทันที ร่างสูงกำยำทรุดลงนั่งบนเก้าอี้ข้างเตียงผ่าตัดอย่างคนไร้สติ ความดุดันน่าเกรงขามในฐานะผู้ทรงอิทธิพลหายไปสิ้น เหลือเพียงชายหนุ่มที่เพิ่งได้หัวใจและลมหายใจของตัวเองกลับคืนมา​ทิวทัดค่อย ๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปกุมมือเรียวเล็กของน่านฟ้าไว้แน่น สัมผัสผิวกายนั้นยังคงเย็นเฉียบจากพิษบาดแผลและการเสียเลือดมาก แต่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เมียมึงโหด

    "ทำไมเมียมึงมันโหดจังวะ" เสือพึมพำพลางยกกล้องส่องทางไกลขึ้นแนบตา ก่อนจะรีบชี้ไปยังร่างหนึ่งที่กำลังต่อสู้อยู่เบื้องล่าง "มึง... นั่นน่านฟ้าปะ" "เออดิ" ทิวทัดที่ยืนอยู่บนเนินหินมองตามสายตาเพื่อน ระยะห่างจากจุดที่น่านฟ้าถูกล้อมไว้ไม่มากนัก ทำให้เห็นชัดเจนว่าโอเมก้าของเขากำลังสู้กับชายร่างใหญ่ถึงหกคน แม้จะยังยืนหยัดได้ แต่เรี่ยวแรงเริ่มลดลงทุกวินาที ดวงตาคมกวาดสำรวจพื้นที่อย่างรวดเร็ว ก่อนจะเริ่มวางแผน เพราะยังไม่แน่ใจว่าศัตรูมีทั้งหมดกี่คน หากช้ากว่านี้... เขาอาจช่วยน่านฟ้าไม่ทัน "ทิว" เสียงหมอกดังขึ้นผ่านวิทยุสื่อสาร ขณะบังคับโดรนบินสำรวจเหนือโกดัง "โดรนจับความร้อนได้ ด้านหลังโกดังมีอีกประมาณสิบคน แล้วก็มีเรือจอดอยู่สามลำ" ทิวทัดกัดกรามแน่น ฝั่งเขามีเพียงสามคน ขณะที่อีกฝ่ายมีมากกว่าสิบ ชนตรง ๆ คงเสียเปรียบแน่นอน "หมอก มากับกู" เขาหันไปสั่งเพื่อน ก่อนมองเสือ "มึงคอยซัพพอร์ตน่านฟ้า อย่าให้ใครเข้าใกล้ตัวมัน" "รับทราบ" สิ้นคำ เสือรีบเคลื่อนตัวไปหามุมยิง ก่อนหยิบลูกเบสบอลขึ้นมาทีละลูก แล้วขว้างออกไปอย่างแม่นยำ ปึก! ชายชุดดำคนหนึ่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   ผู้ชายเขาไม่เลือกแสดงว่าเจาไม่ชอบ

    "การหนีปัญหาอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด... แต่มันช่วยปกป้องหัวใจของเราได้มากที่สุด" น่านฟ้าวิ่งโดยไม่รู้ว่าตัวเองมาหยุดอยู่ตรงไหนของเกาะ หันไปทางไหนก็มีแต่ต้นไม้สูงทึบกับเสียงน้ำตกที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ลมหายใจเข้าออกแรงจนหน้าอกสั่ง ร่างกายอ่อนเพลียและหัวใจที่กำลังสั่นเทาไม่แพ้กัน "...ผมหลงป่าเหรอ" เมื่อสติเริ่มกลับมา เขารีบหันมองหาทางกลับ แต่ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็ไม่คุ้นเลยสักทาง โทรศัพท์ก็ไม่ได้หยิบติดตัวมา น่านฟ้ายกมือขยี้ผมตัวเองอย่างหงุดหงิด มัวแต่วิ่งหนีความตกใจและความเสียใจ จนไม่ทันสังเกตเส้นทาง ก่อนที่มือจะเลื่อนไปลูบท้องตัวเองเบา ๆ เขาท้อง... และยังเป็นลูกแฝดอีกด้วย ความยินดีที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในหัวใจ เหมือนเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากลุกขึ้นสู้กับทุกอย่างอีกครั้ง แต่ปัญหาตอนนี้คือ... เขาจะออกจากป่าแห่งนี้ได้อย่างไร "ช่วยด้วยครับ! มีใครอยู่ไหม! ช่วยด้วย!" เสียงตะโกนดังก้องไปทั่ว ก่อนจะสะท้อนกลับมา มีเพียงเสียงของตัวเองเท่านั้น "...เสียงเรือ!" ดวงตาของน่านฟ้าเป็นประกาย เขารีบวิ่งไปตามทิศทางของเสียง พร้อมตะโกนสุดเสียง "ช่วยด้วยครับ!

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status