Share

พี่เลือกเราเสมอ บทที5

last update publish date: 2026-09-04 20:17:34

แก้วใจพยายามเก็บทุกอย่างออกจากห้อง ทั้งที่มือยังสั่นไม่หยุด เขารู้ดีว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่หน้าที่ของตัวเอง แต่หมอกชอบความสะอาด

ถ้ากลับมาเห็นห้องรกแบบนี้...หมอกคงไม่ชอบ

ดังนั้นเขาจึงเลือกเก็บทุกอย่างด้วยตัวเองแม้หัวใจจะเจ็บจนแทบขาด

สายตาพร่ามัวจนแทบมองอะไรไม่เห็น แต่แก้วใจก็ยังพยายามหาไม้กวาดที่ควรจะอยู่ตรงเดิม หาเท่าไรก็หาไม่เจอ

มือเล็กปิดปากตัวเองเอาไว้แน่น เพื่อไม่ให้เสียงสะอื้นดังออกมา

“อื้อ...”

แต่สุดท้ายหยดน้ำตาก็ไหลออกมาไม่หยุด

“คุณแก้วใจ...”

คนในห้องพยายามเดินเข้ามาหา

“กูไม่ต้องการได้ยินเสียงใคร ออกไปซะ ถ้ายังไม่อยากตายที่นี่ อย่าให้กูเห็นหน้า”

น้ำเสียงของแก้วใจเย็นเยียบจนทุกคนชะงัก

“ผมว่าคุณใจเย็น ๆ ก่อน”

“พูดไม่รู้เรื่องเหรอ มันให้มึงเท่าไหร่...กูจ่ายมากกว่านั้น ออกจากห้องนี้ ก่อนที่กูจะฆ่ามึง”

แก้วใจกัดกรามแน่น ถึงเขาจะเป็นเบต้า แต่ไม่เคยยอมคน นอกจากหมอก...

โรงพยาบาล

“หมอ ๆๆ หมอหมอก ช่วยไปที่หอด่วนเลย!”

ลุงยามวิ่งหน้าตื่นเข้ามาเรียกหมอกที่กำลังเก็บของ เตรียมกลับห้องเพื่อรอแก้วใจมารับ

“มีเรื่องอะไรครับ”

“อย่าเพิ่งถาม วิ่ง! หมอเร็ว คุณแก้วใจเขา...”

ลุงยามยังพูดไม่ทันจบ หมอกก็รีบวิ่งกลับไปยังห้องพักของตัวเองทันที

เมื่อไปถึง เขาเห็นบรรดาแม่บ้านยืนร้องไห้อยู่หน้าห้อง

“ฉันสงสารคุณแก้วใจมากป้า”

“เป็นฉันนะ สติแตกไปแล้ว”

“แต่ฉันไม่เชื่อว่าหมอหมอกจะทำแบบนั้นจริง ๆ”

“เป็นฉันนะ ตบไม่เลี้ยงแน่”

หมอกสาวเท้าเข้าไปด้วยความเร็วหูของเขาได้ยินทุกคำหัวใจเริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ห้องพัก

ปัง!

ประตูถูกผลักเปิดอย่างแรง

แก้วใจหันไปมองตามเสียงมือของเขาสั่นไปหมด

ในมือมีมีดที่กำแน่นราวกับพร้อมจะทำร้ายตัวเองได้ทุกเมื่อ

สายตาพร่ามัว แต่กลับเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวหมอกรู้ทันทีว่า...นี่ไม่ใช่แก้วใจคนเดิมแก้วใจที่เขารู้จักเป็นเด็กที่มีแต่รอยยิ้ม ใจเย็น และพูดเพราะแต่เวลานี้...

แววตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วยความดุดัน พร้อมทำร้ายทุกคนที่เข้าใกล้

“มาแล้วเหรอ หมอก กูรอมึงตั้งนานแน่ะ”

หมอกกลืนน้ำลายลงคอเขารู้ดีว่าแก้วใจไม่มีทางพูดแบบนี้ นี่คืออีกด้านหนึ่งของแก้วใจความลับที่คนนอกไม่มีใครรู้

มีเพียงพ่อแม่ของแก้วใจ พ่อแม่ของหมอก คุณย่า และตัวหมอกเท่านั้นที่รู้หากด้านนี้เผยออกมา...แก้วใจมักจะเจ็บตัวทุกครั้ง และบางครั้งก็ทำสิ่งที่อันตรายเกินกว่าที่ทุกคนคาดคิด

“แก้ว เป็นอะไร บอกพี่ได้ไหมครับ”

“มึงถามมาได้ว่ามันเป็นอะไร”

“บอกพี่ได้ไหม ไม่รักพี่แล้วเหรอ เราใจเย็น ๆ แล้วมาคุยกันนะ”

หมอกค่อย ๆ เข้าไปกอดอีกฝ่าย เขารู้ดีว่าต้องทำอย่างไร ต้องทำให้แก้วใจรู้สึกปลอดภัยก่อน

“พี่รักแก้วนะครับ เด็กดี กลับบ้านกัน”

“รู้ใช่ไหม กูต้องการอะไร”

หมอกนิ่งไปครู่หนึ่ง

“รู้ครับ ที่นี่ไม่ได้”

“ทำไม กลัวกูไปทับรอยที่มึงทำไว้กับมันเหรอ”

“เปล่า พี่ไม่ได้กลับห้องเมื่อคืนนี้ เชื่อพี่นะ”

แก้วใจยังคงมองด้วยสายตาแข็งกร้าว

“เสร็จแล้วเดี๋ยวเล่าให้ฟัง”

“ที่นี่ไม่ได้เหรอ”

“ไม่ได้ค่ะ ผนังห้องมันบาง มันเก็บเสียงของแก้วไม่ได้ค่ะ”

“ที่ไหนได้”

“ที่บ้านค่ะ พี่จะให้คนในบ้านออกไปให้หมด จะเหลือแค่เรา โอเคไหม”

แก้วใจมองหมอกนิ่ง

“งั้นมึงก็รักกูแรง ๆ ได้ใช่ไหม”

“ได้ครับ วันนี้ทั้งวัน พี่จะรักแก้วใจแรง ๆ”

“ทั้งคืน ห้ามไปไหน”

“ครับ”

หมอกพูดจบก็รีบกอดแก้วใจเอาไว้ ก่อนใช้ยาที่แพทย์เตรียมไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินช่วยให้อีกฝ่ายสงบลง แล้วอุ้มร่างบางไปยังรถ หมอกเดินผ่านสายตาหลายคู่ที่จ้องมองมา แต่ไม่ได้สนใจ

เขาเพียงหันไปบอกนักศึกษาแพทย์ที่ยืมห้องเมื่อคืน ให้กลับไปจัดการห้องให้เรียบร้อย เพราะยังมีเรื่องต้องคุยกัน

ทุกคนจึงเริ่มเข้าใจว่า...เรื่องทั้งหมดอาจเป็นเพียงความเข้าใจผิด

บ้าน

หมอกอุ้มแก้วใจขึ้นไปบนห้องนอนในบ้าน

ห้องที่นาน ๆ ครั้งเขาจะกลับมานอน เขาค่อย ๆ วางร่างบางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา แต่สุดท้ายแก้วใจก็ลืมตาขึ้น

“ตื่นแล้วเหรอ...พี่ว่าเรามาคุยกันก่อนดีไหม”

“ต้องคุยอะไรอีก ทุกอย่างมันก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าพี่นอกใจผม”

“พี่อธิบายได้นะ”

แก้วใจไม่ได้ตอบ เพียงนั่งมองคนตรงหน้าเงียบ ๆตั้งใจฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร

“คือ...มีรุ่นน้องกับแฟนของมันลืมกุญแจห้อง มันเลยขอยืมห้องพี่เมื่อคืน แต่เมื่อคืนพี่อยู่เวรทั้งคืน ไม่ได้กลับห้องเลย”

“แค่นี้เหรอ”

“ครับ แค่นี้จริง ๆ”

“แล้วทำไมผู้ชายคนนั้นถึงพูดเหมือนกับว่า...”

หมอกขมวดคิ้ว

“เหมือนกับว่าอะไรครับ”

“เหมือนเขาเป็นเมียพี่อีกคน”

หมอกถอนหายใจเบา ๆ ก่อนส่งยิ้มอ่อนโยน

“คงเป็นเรื่องเข้าใจผิดน่ะ อย่าโกรธพี่เลยนะ คนดี”

แก้วใจเงียบไปครู่หนึ่ง

“พี่รักผมไหม”

“รักสิ รักมากด้วย”

“งั้นอย่าทำแบบนี้อีกนะ อย่าไปใจดีกับใครแบบนี้อีก เข้าใจไหม”

“เข้าใจครับ”

แก้วใจอมยิ้ม รอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากทำให้หมอกรู้ว่าอีกฝ่ายเริ่มใจอ่อนแล้ว หมอกคุกเข่าลงข้างเตียง มองคนตรงหน้าด้วยสายตาอบอุ่น

ในใจหวังเพียงว่าเขาจะได้เห็นรอยยิ้มแบบนี้ไปอีกนาน แก้วใจเงยหน้าขึ้นมองเขา ก่อนจะค่อย ๆ ขยับเข้าไปซบอกกว้าง

“ผมเกลียด...เวลาที่ต้องคิดว่าพี่จะเป็นของคนอื่น”

เสียงนั้นเบาจนแทบเป็นกระซิบ หมอกกอดแก้วใจแน่นขึ้น ลูบแผ่นหลังช้า ๆ เพื่อปลอบโยน

“ไม่มีวันนั้นหรอก”

หมอกก้มลงจูบหน้าผากของอีกฝ่ายแผ่วเบา ก่อนจะกระซิบข้างหู

“พี่เลือกเราเสมอ แล้วก็จะเลือกแค่เราคนเดียว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   พี่ฟังก่อนพี่

    น่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เพื่อนรัก นักหยุ่ม

    "ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   หมายเลข27

    สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เบอร์ที่ไม่เคยรู้จัก

    เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   เงามืด

    เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ

  • รักฉันมั่นคง... ถ้าใจนายหนักแน่นพอ   จุดอ่อน

    "...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status