Masuk10 ชั่วโมงก่อนหน้า
โรงพยาบาล — 01.00 น ตึก...ตึก...ตึก... เสียงฝีเท้าดังก้องไปตามทางเดินของโรงพยาบาลที่เงียบสงัด ชายหนุ่มร่างสูงวัยสามสิบปีเร่งฝีเท้าไปยังห้องผ่าตัด อัลฟ่าหนุ่มผิวขาว สูงร้อยแปดสิบเอ็ดเซนติเมตร กลิ่นกายหอมคล้ายไม้พฤกษา ให้ความรู้สึกสะอาด เย็นสบาย แต่แฝงด้วยความละมุนอบอุ่น “คนไข้เป็นยังไงบ้าง รายงานผมด้วย อีกห้านาทีถึง เตรียมให้พร้อม เราจะเริ่มผ่าตัดใหญ่กัน” “อาจารย์หมอครับ” กึก! หมอกหยุดเดินแล้วหันกลับไปตามเสียงเรียก ตรงบันไดมีนักศึกษาแพทย์สองคนนั่งคอตกเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก “มีอะไร ฉันรีบ” “คือ...ผมสองคนทำกุญแจห้องหายครับว่าจะขอยืมห้องอาจารย์หมอนอนสักคืน ได้ไหมครับ” นักศึกษาแพทย์ยกมือไหว้ขอร้องผู้เป็นอาจารย์ ถ้าคืนนี้ไม่ได้นอน พรุ่งนี้พวกเขาคงเข้าเวรไม่ไหวแน่ หมอกถอนหายใจ ก่อนหยิบกุญแจโยนให้ “ได้ แต่ออกจากห้องก่อนสิบโมง ย้ำ...ออกจากห้องก่อนสิบโมง” “ครับ!” หมอกไม่รอคำตอบ รีบเดินไปยังอาคารโรงพยาบาลทันที ห้องผ่าตัด “คนไข้เป็นยังไงบ้าง” “หลอดเลือดดำที่คอโป่งพอง ใบหน้าดำคล้ำ ความดันต่ำ หลอดเลือดฉีกขาดแล้วครับ” “รีบเตรียมเครื่องหัวใจและปอดเทียม ให้เฮพาริน เตรียมเครื่องหัวใจภายในห้านาที ส่วนเส้นเลือดต้นขา...มีด ”ทุกคนในห้องผ่าตัดเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว “เครื่องถ่างครับ” “เลือดออกเยอะ ท่อดูด หาตำแหน่งที่เลือดออก” “03.14 น.” “เปิดเครื่องปอดและหัวใจ” “ความดันเลือดตกถึงจุดวิกฤติค่ะ” “ทุกคนตั้งสติ” เวลาผ่านไปอย่างยาวนาน “ทุกอย่างกลับมาปกติแล้ว” “เลือดหยุดไหล ชีพจรกลับปกติ” “อัตราการเต้นหัวใจคงที่” “ผ้าก๊อซ มีด ผ้าก๊อซ เข็ม เย็บ ซับเลือด” เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย หมอกจึงถอนหายใจ “โอเค ขอบคุณมากทุกคน” “ขอบคุณอาจารย์หมอนะคะ ที่เข้ามาช่วยได้ทัน” “ไม่เป็นไรครับ เป็นสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว ที่เหลือฝากด้วยนะ” “ครับ/ค่ะ” หมอกหันไปเรียกพยาบาล “พยาบาลเจี๊ยบ” “ค่ะ อาจารย์หมอหมอก” “กี่โมงแล้วครับ” “สิบโมงแล้วค่ะ” “สิบชั่วโมงแล้วเหรอที่ผ่าตัด...นานจัง” เสียงน้ำไหลจากก๊อกล้างมือดังสม่ำเสมอภายในห้องพักแพทย์ ขณะที่ นพ.สายหมอก วิหกรัตน์ กำลังถอดถุงมือออกอย่างเชื่องช้า ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววอ่อนล้า หลังเข้าเวรต่อเนื่องมาหลายสัปดาห์ พยาบาลรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ข้างกันเหลือบมองแล้วหัวเราะเบา ๆ “เป็นเรื่องปกตินี่คะ อาจารย์หมอ” หมอกเงยหน้าขึ้น “ครับ?” “คนจะลาพักยาวเป็นเดือน หน้าตาก็ต้องดูมีความสุขแบบนี้สิคะ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ วันพรุ่งนี้คือวันหยุดวันแรก หลังจากเขาสะสมวันลามาหลายปีโดยแทบไม่เคยใช้ ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขายอมทำงานแทนเพื่อนร่วมแผนก รับเวรเพิ่ม และแทบไม่มีวันหยุด เพราะอยากเก็บเวลาทั้งหมดไว้ให้คนคนหนึ่ง แก้วใจ เพียงนึกถึงชื่อของอีกฝ่าย รอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว “อุ๊ย...อาจารย์หมอยิ้มด้วย” เสียงแซวดังขึ้น “เปล่านะ” “ยิ้มแบบนี้ คิดถึงแฟนแน่เลย” หมอกส่ายหน้าแล้วหัวเราะ “เลิกแซวเถอะครับ ผมไปก่อน เดี๋ยวเขารอ” “มีแฟนจริงด้วย!” เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วห้องพัก “คุณหมอเจ้าชายของพวกเราโดนจองแล้ว” หมอกยกมือไหว้ทุกคน ก่อนเดินออกไป “ขอบคุณครับ ขอให้ทุกคนเข้าเวรอย่างราบรื่นนะ” 30 นาทีก่อนหน้า รถสปอร์ตสีแดงสดค่อย ๆ แล่นเข้าจอดในช่อง VIP ที่สงวนไว้สำหรับนายแพทย์สายหมอก วิหกรัตน์ “มาครับคุณแก้วใจ ผมช่วย” “อ่อ ไม่เป็นไรครับ นี่ขนมของคุณลุงยามครับ” “อุ้ย ไม่เป็นไรเลยครับคุณแก้วใจ แต่ก็ขอบคุณครับ” ลุงยามยกมือไหว้ด้วยความนอบน้อม “เอาไปแบ่งเด็ก ๆ ที่บ้านด้วยนะครับ” แก้วใจยกมือไหว้กลับด้วยรอยยิ้มจริงใจ ทุกครั้งที่มา เขามักมีขนมมาฝากยามและแม่บ้านที่หอพักเสมอจนทุกคนรักและเอ็นดูแก้วใจ แก้วใจเดินถือขนมเต็มมือ ก่อนจะค่อย ๆ เหลือเพียงกล่องของหมอกที่เขาจะนำไปจัดใส่จานให้เจ้าตัวกิน “น่าจะลงเวรแล้วมั้ง” แก้วใจก้าวเท้าไปพลางคิดว่าเจ้าของห้องคงกลับมาถึงห้องแล้ว เมื่อเดินมาถึงหน้าห้อง เขากลับเห็นไอเย็นลอยออกมา ประตูปิดไม่สนิท “พี่หมอกครับ พี่ปิดประตูไม่สนิทนะ แอร์ออกหมดแล้ว” “…” ไม่มีเสียงตอบรับ “อื่อ...หลับเหรอ” แก้วใจเดินเข้าไปในห้อง บนเตียงมีผ้าห่มคลุมร่างของใครบางคนเอาไว้ เห็นเพียงเส้นผมโผล่ออกมาแต่กลิ่นที่ลอยเข้าจมูกกลับไม่คุ้นเคย “พี่หมอกครับ?” “…” คนใต้ผ้าห่มยังคงนอนคว่ำหน้า แก้วใจจึงใช้ประสาทสัมผัสพิเศษของตัวเอง ดมกลิ่นเพื่อค้นหากลิ่นของคนรักที่เขาคุ้นเคย แต่ครั้งนี้...กลับมีกลิ่นไม้พฤกษาที่แทบไม่มีเหลืออยู่ในห้อง และมีกลิ่นเหล้าราคาถูกผสมกับกลิ่นฝนที่ไม่คุ้นจมูกหัวใจของแก้วใจกระตุกวูบ คนที่นอนอยู่...ไม่ใช่หมอก หรือสามีของเขา ฟึบ! แก้วใจตัดสินใจเปิดผ้าห่มออก ร่างผู้ชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงของหมอกทันทีที่เห็นหน้า ชายคนนั้นก็หันมามองด้วยความตกใจ “กรี๊ดดดดดดดด!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกัน นักศึกษาแพทย์และแม่บ้านรีบวิ่งเข้ามาหน้าห้องทันที “แกเป็นใคร มานอนห้องสามีคนอื่นได้ยังไง!” “ใครสามีคุณ!” “มานอนบนเตียงของคนอื่น ยังมีหน้ามาถามอีกนะ!” ชายหนุ่มถอนหายใจ “เห้อ...นี่ก็คงโดนไอ้เวรนั้นหลอกอีกแล้วสินะ” แก้วใจชะงัก “หมายความว่าไง” เล็บของเขาจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บ ความแค้นแล่นวาบขึ้นกลางอก สายตาของแก้วใจเริ่มพร่ามัวเขาแทบมองอะไรไม่เห็นแล้วจะเห็นเพียงคนแปลกหน้าที่นั่งอยู่บนเตียงของหมอก เตียงที่เขาเป็นคนซื้อ ของทุกอย่างในห้อง...ก็เป็นสิ่งที่เขาจัดเตรียมด้วยตัวเองหมอกมีหน้าที่เพียงแค่มาอยู่ แต่วันนี้กลับมีคนอื่นเข้ามาใช้พื้นที่ของเขาแก้วใจไล่ผู้ชายคนนั้นออกจากห้อง และทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกไป สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นสิ่งที่อยู่บนพื้น คราบเปื้อนบนเตียงและสิ่งของที่ถูกทิ้งเอาไว้ หัวใจของแก้วใจเหมือนถูกไม้หน้าสามฟาดกลางหลังจุก...จนแทบหายใจไม่ออกเขาพยายามสะกดก้อนน้ำตาเอาไว้แต่สุดท้าย...มันก็พังทลายลงน่านฟ้า โอเมก้าหนุ่มผิวขาว สูงราว 175 เซนติเมตร สวมเสื้อยืดธรรมดาราคาหลักร้อย กางเกงยีนส์ตัวเก่าที่ผ่านการใช้งานมาหลายปี และรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เดิม แม้การแต่งกายจะเรียบง่าย แต่รอยยิ้มอบอุ่นและน้ำเสียงนุ่มละมุนของเขากลับสะกดทุกสายตาเสียงดนตรีดังก้องไปทั่วผับเล็ก ๆ แถบชานเมือง น่านฟ้ายืนอยู่บนเวที ร้องเพลงด้วยความตั้งใจ พร้อมส่งยิ้มให้ลูกค้าทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และกลุ่มนักท่องราตรีที่ต่างพากันยกแก้วส่งกำลังใจให้ที่แห่งนี้คือโอกาสครั้งสำคัญของนักร้องอิสระอย่างเขา หลังจากต้นกล้า เพื่อนสมัยมหาวิทยาลัย แนะนำให้มาร้องเพลงประจำที่ผับแห่งนี้ รายได้ดีกว่างานเก่าหลายเท่า แถมยังมีงานนอกให้รับโดยไม่ต้องเสียเวลาออกไปหางานเอง02.00 น.เสียงเพลงสุดท้ายจบลง พร้อมกับเวลาปิดร้าน น่านฟ้าเก็บอุปกรณ์ของตัวเอง ก่อนเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้า หวังให้ความเย็นของสายน้ำช่วยไล่ความมึนจากแอลกอฮอล์ที่ลูกค้าชนแก้วกับเขาบนเวทีตลอดทั้งคืนเมื่อออกมา ต้นกล้าและแก้วใจก็ยืนรออยู่หน้าร้านทั้งสามคนเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ต้นกล้าเป็นโอเมก้าหน้าหวาน ส่วนแก้วใจเป็นเบต้าหนุ่มอารมณ์ดี แม้จะชอบแซวเพื่อนอยู่
"ไอ้แก้ว!" เสียงตะโกนดังลั่นคฤหาสน์ จนแผ่นผนังเหมือนสั่นสะเทือนตามไปด้วย หมอกที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโซฟาถึงกับสะดุ้ง หนังสือในมือแทบหลุดลงพื้น มองไปทางต้นเสียงด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย "มีอะไรอีกแล้วนะ" หมอกถอนหายใจยาวราวกับหายใจออกมาทั้งปอด เสือที่ยืนอยู่ข้างประตูห้องเดินเข้ามาพร้อมกับส่ายหน้า "เริ่มอีกแล้ว นี่มันเช้าเลยนะเว้ย" ทั้งสองเดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นตรงกลาง ภาพที่เห็นทำเอาทิวทัดที่เพิ่งลงมาจากข้างบนถึงกับยกมือกุมขมับ น่านฟ้ายืนข้างหลังเขา พยายามกลั้นยิ้มอยู่ ตรงกลางห้อง ต้นกล้ากำลังยืนกระแทกเท้าลงพื้น แย่งถุงขนมถุงใหญ่จากมือแก้วใจอยู่ด้วยความพยายามสูงสุด แต่แก้วใจยกถุงขึ้นสูงจนต้นกล้าเอื้อมเท่าไหร่ก็ไม่ถึง หน้าตายิ้มแย้มแจ่มใสจนคนมองเห็นแล้วหมั่นไส้ "คืนมา! นั่นมันของกู!" ต้นกล้าตะโกน มือยื่นสูงจนสุดแต่ก็ยังห่างไปตั้งหลายเซนติเมตร "ไม่คืน! กูหยิบได้กูถือ" แก้วใจตอบกลับทันที เสียงดังพอๆ กัน "กูเห็นก่อนนะ!" "กูหยิบก่อน!" แก้วใจยกถุงขนมขึ้นสูงกว่าเดิมอีกนิด มองลงมาที่หน้าตาตื่นของอีกฝ่ายอย่างขำขัน "เตี้ยก็แพ้ไป ไอ้ต้น" "ไอ้แก้ว!" ต้นกล้าขึงขึงตา กระโดดขึ้นหวังจะคว้
สายฝนเมื่อคืนทิ้งไว้เพียงความชื้นบนพื้นถนน รถสีดำของทิวทัดแล่นเข้าจอดใต้ลานจอดรถของสถานีรถไฟเก่า ตู้ฝากของหมายเลข 27... ตั้งอยู่มุมสุดของอาคาร ผู้คนเดินผ่านไปมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ทิวทัดรู้... ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ พวกเขาถูกจับตามองแล้ว "น่าน" ทิวทัดเอ่ยเรียกเบา ๆ น่านฟ้าพยักหน้า ก่อนกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างแนบเนียน "มีหลายคน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นฝ่ายไหน" หมอกเดินเข้ามาหยุดข้างทิวทัด ส่วนแก้วใจกับต้นกล้าแยกไปอีกฝั่งของโถงสถานีราวกับกำลังเดินเล่น เสือมองภาพนั้นแล้วยิ้ม "สองคนนั้น... แนบเนียนจริง" หมอกอมยิ้ม "อย่าประมาท แก้วน่ะ... บางทีฉันก็เริ่มรู้สึกว่า เขาปิดบังอะไรไว้มากกว่าที่คิด" แก้วใจหันมายิ้มให้หมอกจากระยะไกล พร้อมยกมือโบกเบา ๆ รอยยิ้มหวานเหมือนเดิม จนไม่มีใครเชื่อว่า คนคนนี้กำลังใช้สายตาสังเกตทุกทางเข้าออกของอาคาร ต้นกล้าเดินผ่านชายคนหนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ "พี่เสือ ผู้ชายเสื้อเทา... มองเรามาตั้งแต่ลงรถ" เสือไม่หันไปมอง เพียงตอบกลับยิ้ม ๆ "รู้แล้ว ปล่อยเขาไป" ทิวทัดเสียบกุญแจเข้าตู้หมายเลข 27 แกร๊ก... ประตูตู้ค่อย ๆ เปิดออก ภายในมีเพียงแฟ้มเอกสารสีดำ กับนาฬิกาพกเรือนเก่า
เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ค่อย ๆ หายลับไปกับสายฝน ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่า ราวกับกำลังคิดเรื่องเดียวกัน ศัตรู... ไม่ได้มีแค่คนเดียว และเกมครั้งนี้ ก็ใหญ่กว่าที่พวกเขาคาดไว้ "กลับกันเถอะ" ทิวทัดเป็นคนแรกที่เอ่ยขึ้น ทุกคนพยักหน้า ก่อนเดินลงจากดาดฟ้าพร้อมกัน ระหว่างทาง... หมอกเดินช้าลง เมื่อรู้สึกว่ามีใครบางคนจับชายเสื้อของเขาไว้ เขาหันกลับมา ก็เห็นแก้วใจกำลังยิ้มแหย ๆ "เหนื่อยแล้วเหรอ" หมอกถามเบา ๆ แก้วใจพยักหน้า "นิดหน่อยครับ" หมอกถอนหายใจอย่างโล่งอก แม้จะเพิ่งเห็นอีกฝ่ายรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างน่าทึ่ง แต่สำหรับเขา... แก้วใจก็ยังเป็นคนเดิม คนที่เขาอยากดูแล หมอกยกมือขึ้นลูบศีรษะคนรักเบา ๆ "กลับบ้าน พี่ทำของอร่อยให้กิน" แก้วใจหัวเราะเสียงใส "ตกลงครับ" ภาพนั้นทำให้เสือแอบยิ้ม "เมื่อกี้ยังเท่กันอยู่เลย ตอนนี้กลับมาอ้อนเหมือนเดิมแล้ว" ต้นกล้าหัวเราะพลางเดินไปคล้องแขนเสือ "พี่เสืออิจฉาเหรอ" "ใครอิจฉา" เสือรีบปฏิเสธทันที ต้นกล้าหัวเราะชอบใจ ส่วนทิวทัดเดินเคียงข้างน่านฟ้าอย่างเงียบ ๆ "เมื่อกี้..." ทิวทัดเอ่ยขึ้น "นายตามไม้ไปใช่ไหม" น่านฟ้าพยักหน้า "ผมเห็นเ
เสียงไซเรนจากท่าเรือดังแว่วเข้ามาพร้อมกับสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโกดัง... ไม่มีใครกล้าประมาทคนทั้งหกอีกต่อไป หัวหน้ากลุ่มค่อย ๆ ถอยหลัง สีหน้าที่เคยมั่นใจเริ่มมีรอยร้าว "ถ่วงเวลา!" เขาตะโกนลั่น "นายใหญ่กำลังมา!" เพียงประโยคนั้น... ทิวทัดกับหมอกหันมาสบตากัน เสือยกยิ้มมุมปาก "ในที่สุดก็ยอมโผล่หัว" แต่ทิวทัดกลับส่ายหน้า "ไม่... มันฉลาดเกินกว่าจะเดินเข้ามาเอง" ทันทีที่สิ้นเสียง ไฟทั้งโกดังก็ดับลงอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่ความมืด... แต่ระบบไฟฟ้าของทั้งอาคารถูกตัดจนเหลือเพียงเสียงฝนกับลมหายใจของทุกคน ติ๊ด... เสียงเล็ก ๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง หมอกหันไปทันที "ทุกคน! หมอบ!" สิ้นเสียง... แรงสั่นสะเทือนจากอีกฝั่งของโกดังก็ทำให้พื้นสั่นไหว ฝุ่นควันลอยฟุ้งบดบังทัศนวิสัย เสือรีบหันมองต้นกล้า "ต้น!" "ผมอยู่นี่!" ต้นกล้าตะโกนตอบกลับจากอีกด้าน หมอกรีบคว้ามือแก้วใจไว้แน่น "จับมือพี่ไว้" แต่กลับเป็นแก้วใจที่ดึงหมอกหลบเศษลังไม้ที่หล่นลงมาได้ทัน หมอกมองคนรักด้วยความอึ้ง "แก้ว..." แก้วใจยิ้มให้ "ผมบอกแล้ว... ดูแลตัวเองเป็น" อีกด้านหนึ่ง ทิวทัดกำลังมองหาน่านฟ้า แต่กลับไม่เห็นแม้แต่เงา "น่าน!" ไม่มีเสียงตอ
"...ผมจะพูด" เสียงนั้นดังขึ้นเบาหวิว แต่กลับดังก้องไปทั่วโกดัง ชายวัยกลางคนทรุดตัวลงนั่ง ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ มือทั้งสองสั่นจนควบคุมไม่อยู่ หัวหน้ากลุ่มหันขวับไปมองลูกน้องทันที "มึงจะพูดอะไร!" ชายคนนั้นไม่กล้าสบตา ได้แต่ก้มหน้ามองพื้น "ผม...ผมไม่อยากตาย" ทิวทัดยกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย ทุกคนในโกดังหยุดเคลื่อนไหวทันที เขาเดินเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น "เงยหน้ามองฉัน" น้ำเสียงเรียบจนแทบไม่มีอารมณ์ ชายวัยกลางคนค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทิวทัดไม่ได้ข่มขู่ ไม่ได้ตะโกน กลับถามเพียงสั้น ๆ "คนที่สั่ง...เป็นใคร" ชายคนนั้นเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะส่ายหน้า "ผม...ไม่เคยเห็นหน้า" เสือเลิกคิ้ว "ไม่เคยเห็น?" "ครับ..." "ทุกครั้งจะมีคนกลางมาติดต่อ เงินก็โอนผ่านหลายบัญชี ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงเป็นใคร" หมอกที่ยืนเงียบมาตลอด เอ่ยขึ้นเป็นครั้งแรก "แต่คุณรู้อะไรบางอย่าง" ชายคนนั้นสะดุ้ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกอ่านใจ หมอกหยิบภาพถ่ายหนึ่งใบขึ้นมา วางไว้บนโต๊ะ "คุณมองรูปนี้นานกว่ารูปอื่น" "แสดงว่าคุณรู้จักเขา" ชายวัยกลางคนมองหมอกอย่างตกตะลึง "คุณ..." หมอกพูดต่ออย่าง







