로그인‘นิชชา’ หญิงสาวที่มีความหลงใหลให้กับคนที่ไม่คู่ควร ทว่า... หากใจมันหลงไปแล้ว หล่อนจะทำยังไง ถอยห่าง หรือ ก้าวเข้าหา ในเมื่อหัวใจร่ำร้อง และ กายเนื้อต้องการ +++++ ‘นีรนุช’ ลูกสะใภ้ตระกูลใหญ่ที่สามีไม่ค่อยมีเวลาให้ แต่หล่อนก็พยายามเป็นสะใภ้ เป็นเมีย และแม่ที่ดีของลูก ทว่าสิ่งที่พลาดไปแล้วหล่อนกลับลืมไม่ได้ มันฝังใจ ลึกแน่น และพร้อมจะเรียกร้อง +++++ ‘นันทิยา’ ม่ายสาวไฮโซ ตั้งแต่สามีตายจาก หล่อนไม่คิดจะแต่งงานใหม่ เพราะไม่อยากให้ใครมาทำลายความทรงจำดีๆ ของหล่อนกับสามี แต่ความอยากที่ไม่ปรานีใคร ก็ทำให้นันทิยาร้อนรุ่ม +++++ ‘มีนา’ เข็ดกับรักครั้งแรกจนไม่คิดจะมีใครอีก แต่แล้วความรักก็หวนมาให้เจ็บแสบและซาบซ่าน และครั้งนี้ไม่ได้มาเพียง 1 แต่มาถึง 2 หล่อนควรทำอย่างไร ในเมื่อคนหนึ่งก็รัก แต่อีกคนก็หวั่นไหว
더 보기‘มีนา’ หญิงสาววัย 28 ปี ในชุดสูทสีครีมเข้ารูปงดงามพาร่างงามระหงก้าวออกจากสนามบินประจำจังหวัดแห่งหนึ่งในภาคใต้ของไทย ดวงตาสวยหวานที่ถูกปกปิดด้วยแว่นกันแดดอันโตมองฝ่าเปลวแดดร้อนระอุตรงไปยังถนนด้านนอก พลางถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่
หล่อนไม่ชอบที่นี่เลย แต่หล่อนเป็นผู้จัดการฝ่ายขายของ ‘เครื่องสำอาง’ นำเข้ายี่ห้อหนึ่ง ทำให้หล่อนต้องย้ายไปดูแลสาขา จังหวัดละ 1 เดือน ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะขึ้นเหนือหรือไปอีสาน หล่อนก็ไม่เกี่ยง แต่หล่อนไม่ชอบภาคใต้ ไม่อยากลงใต้ เพราะเหตุผลส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้ แม้จะพยายามเลี่ยงหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ก็ไม่รอด เพราะพี่ผู้จัดการร้านอีกคนลาคลอด
เหตุผลที่บอกใครไม่ได้... ก็จะบอกใครได้ล่ะว่าหล่อนถูกหนุ่มใต้ ‘เจาะไข่แดง’
มีนานั่งรถแท็กซี่จากสนามบินไปที่พัก ซึ่งทางบริษัทจัดเตรียมเอาไว้ให้สำหรับ 1 เดือนเต็มที่หล่อนต้องอยู่ที่นี่ ดวงตาคู่สวยมองผืนน้ำ ผืนฟ้าที่เห็นอยู่ด้านข้าง หัวใจหวิวโหวงกับความสวยงามนั้น
อีกความลับก็คือ หล่อนชอบทะเล แต่เพราะความทรงจำอันโหดร้าย หล่อนจึงแสร้งเกลียด!!
ระหว่างทางที่แท็กซี่พาหล่อนโลดแล่นอยู่บนถนนหลวง ใจหล่อนก็อดไม่ได้ที่จะล่องลอยไปถึงเหตุการณ์นั้น เพราะไม่ว่าจะทำใจให้ลืมมากเท่าไร พยายามหลีกเลี่ยงทุกทาง แต่หล่อนปฏิเสธไม่ได้ว่ายิ่งเลี่ยงก็ยิ่งจำฝังใจ
เรื่องมันเกิดตั้งแต่ตอนนั้น เมื่อ 7 ปีก่อน หล่อนเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย และหล่อนก็มีแฟน
‘พี่ธาม’ หนุ่มหล่อลูกครึ่งฝรั่งเศส เขาเป็นนักศึกษาปริญญาโท คณะวิศวะฯ ส่วนหล่อนเรียนบัญชีปี 5
หล่อนไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพี่ธามนักหรอก นอกจากบ้านพี่เขาอยู่ที่ใต้ บ้านมีธุรกิจแพปลา มีสวนปาล์ม สวนยาง จัดว่าเป็นคนรวยในพื้นที่ แต่ก็แค่นั้นที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ซึ่งหล่อนก็ไม่ได้ถามต่อเพราะลักษณะนิสัยเป็นคนไม่ถามอะไรใครซอกแซกนอกจากเขาคนนั้นจะเล่าให้ฟังเอง ด้วยครอบครัวของหล่อนก็มีแค่พ่อแม่ลูก ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดแบบครอบครัวใหญ่อยู่แล้ว และเพราะหล่อนกับเขาเรียนหนักพอๆ กัน ยิ่งหล่อนใกล้จะจบ หล่อนก็ยิ่งคร่ำเคร่งกับการเรียน
เดิมทีคิดจะคบกันแบบเพื่อนไปก่อนด้วยซ้ำ เพราะหล่อนไม่อยากผูกมัดหัวใจไว้กับใคร แต่เขาเองที่บอกว่ารักไปด้วยเรียนไปด้วยก็ได้ เพราะเราควรมีอนาคตที่ดีก่อน เรื่องรักถึงจะราบรื่น จนถึงวันสอบวันสุดท้าย ในวันที่เขาหอบดอกไม้ช่อโตมาแสดงความยินดีกับหล่อนถึงที่คณะ วันนั้นหล่อนถึงได้รู้ว่า ผู้หญิงโง่งมที่ชื่อว่า ‘มีนา’ มีอยู่บนโลกใบนี้
แม้ใครๆ จะมองว่าหล่อนเก่ง ฉลาด ที่เรียนบัญชีควบ 5 ปี จนได้วุฒิปริญญาโทมาได้ แต่หลังจากวันนั้น หล่อนกลับคิดว่าหล่อนก็เป็นแค่ผู้หญิงโง่ๆ คนหนึ่ง
ดินเนอร์ใต้แสงจันทร์ 2 ต่อ 2 ที่คอนโดมิเนียมสุดหรูของเขา บวกกับความรักที่สุกงอม ทำให้หล่อนตกเป็นของเขาอย่างเต็มใจ
จากจูบแผ่วเบาที่ระเบียง ค่อยๆ เพิ่มเป็นเร่าร้อน จนเขาอุ้มหล่อนมาที่เตียงนอน
พี่ธามทำให้หล่อนรู้ว่า ‘ขึ้นสวรรค์ทั้งเป็น’ มีจริง และก็ทำให้หล่อนรู้อีกว่า ‘นรกบนดิน’ ก็มีจริงเช่นกัน
‘สวรรค์’ ที่เขาพาหล่อนให้เรียนรู้ครั้งแล้วครั้งเล่าในค่ำคืนอันแสนหวาน เพื่อตื่นขึ้นมาพบกับ ‘นรก’ ทั้งเป็น
หล่อนยังจำได้ดี ผู้ชายที่ไล่หล่อนออกจากห้องเหมือนหมูเหมือนหมา ทั้งๆ ที่หล่อนยังไม่ได้ใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำ
‘ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!’
‘พี่ธาม... นี่มันอะไรกันคะ’
‘ออกไป!’
‘พี่ธาม... พี่ธามเป็นอะไรคะ ทำไมถึงไล่มีน’
‘ผู้หญิงหิวเงินอย่างเธอ ทำไมฉันจะไล่ไม่ได้ ออกไป! ออกไปเดี๋ยวนี้! ออกไป!’
หล่อนลนลานลงจากเตียงทั้งๆ ที่เนื้อตัวเจ็บปวดรวดร้าวกับกิจกรรมยาวนานแทบทั้งคืน ต้องพาร่างเปลือยที่เจ็บแปลบตรงส่วนนั้นรีบไปหยิบเอาเสื้อผ้ามาสวมใส่ แต่ยังไม่ทันได้ใส่ เขาก็ไล่อีก
‘ไปใส่ข้างนอก! อย่ามาใส่ตรงนี้! ทีถอดยังเรี่ยราดไว้ทั่ว ออกไป!’
ไม่มีอะไรจะเจ็บช้ำได้มากกว่านั้นอีกแล้ว ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าพรากความสาวจากหล่อนไป ตักตวงเอาความสุขจากหล่อนทั้งคืน ผู้ชายที่พร่ำคำหวานระรื่นหูว่าหล่อนงดงามไปทั้งกาย กลับกลายเป็นผู้ชายที่ตวาดไล่หล่อนลั่นห้อง
หล่อนไม่มีทางเลือกต้องหอบเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ออกมาใส่ที่ข้างบันไดหนีไฟ และกว่าที่หล่อนจะตั้งสติและพาตัวเองออกจากที่นั่นได้ ก็เกือบครึ่งชั่วโมง
ตลอดเวลาที่ขับรถออกจากคอนโดฯ ของเขา น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าหลั่งไหลเป็นสาย ในเวลานั้นหล่อนคิดอะไรไม่ออก คิดถึงแต่พ่อแม่ คิดโทษตัวเองที่โง่งมเอาความสาวไปทิ้งให้คนไม่รู้ค่า จึงตัดสินใจขับรถกลับบ้านที่นครนายก
แต่เขากลับโทรศัพท์เข้ามาหา คงจะโทร.มาเยาะเย้ยหล่อนที่ไร้ยางอายสิ้นดี ถูกเขาหลอกเจาะไข่แดงฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท
เวลานั้นหล่อนมองไม่เห็นเส้นทางของเขากับหล่อนอีกแล้ว หยาดน้ำตาท่วมท้นหัวใจ จนหล่อนมองไม่เห็นแม้แต่ถนนข้างหน้า และเสียงโครมใหญ่ก็ลั่นเปรี๊ยะอยู่ในหัว ทุกอย่างดับวูบลง จบสิ้นทั้งหยาดน้ำตาและชีวิตของหล่อนเอง
หล่อนรู้สึกตัวอีกครั้ง เมื่อได้ยินเสียงแม่ร้องไห้และมีพ่อปลอบใจอยู่ข้างๆ
แม่บอกว่าหล่อนหลับใน รถเกือบประสานงากับรถสิบล้อวิ่งดิน โชคดีที่คนขับรถสิบล้อเห็นท่าไม่ดีเพราะรถหล่อนส่ายไปมา จึงหักหลบก่อน แต่ก็ยังไม่พ้น รถหล่อนพังยับ ส่วนตัวหล่อนนั้นหยุดหายใจ จนทีมช่วยชีวิตต้องทำหน้าที่อย่างเร่งด่วน หล่อนฟื้นขึ้นมาอีกครั้งแต่โคม่า หล่อนหลับไป 7 วันเต็มๆ
เวลานั้นแม่กินไม่ได้นอนไม่หลับและร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ทั้งยังเฝ้าบนบานไปทั่วทุกวัดดัง เพื่อขอให้หล่อนรอดปลอดภัย
ระหว่างที่หล่อนนอนโรงพยาบาล พ่อแม่ต่างเฝ้าดูแลไม่ห่าง แต่โดยมากจะเป็นแม่
แม่ย้ำหนักหนาว่าหล่อนเรียนจบแล้วต่อไปไม่ให้หล่อนหักโหมเรียนอีก เพราะพ่อแม่มีลูกสาวคนเดียว หากหล่อนเป็นอะไรไป พ่อแม่จะทำยังไง แค่หล่อนเจ็บแม่ก็อยากจะเจ็บแทน และถ้าหล่อนไม่อยู่ แม่คงตายตาม
ทั้งหมดนั้นทำให้หล่อนสะอึก เพราะหล่อนเอาความสาวไปให้คนที่ไม่เห็นค่า แถมยังร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังจนประสบอุบัติเหตุ หล่อนจึงตั้งปณิธานกับตัวเองว่าจะไม่มีวันตกเป็นเบี้ยล่างของผู้ชายอีกเด็ดขาด หล่อนจะฉลาด จะรู้เท่าทัน จะไม่ยอมเสียตัวให้ใครอีกแน่ และหากในอนาคตจะมีใครผ่านเข้ามา คนคนนั้นจะต้องพิสูจน์ให้หล่อนเห็นว่าเขารักหล่อนด้วยหัวใจ
ตั้งแต่วันนั้นหล่อนก็ตัดขาดจากโลกใบเก่า อาจดีที่วันเกิดอุบัติเหตุทรัพย์สินของหล่อนหายหมด หล่อนเลยไม่ต้องรับรู้ว่ามีใครโทรศัพท์มาหาหรือเปล่า และแอปพลิเคชันต่างๆ มีเรื่องราวของเขากับหล่อนอยู่หรือไม่ ไม่ต้องรับรู้เรื่องใดๆ อีกเลย เพราะหล่อนก็ไม่อยากรับรู้อยู่แล้ว
หลังจากพักฟื้นอยู่บ้านนานหลายเดือน โดยปราศจากการติดต่อสื่อสารกับใคร หล่อนปิดเฟสบุ๊ค ปิดไลน์ ปิด I* ปิดทุกช่องทาง เพราะมีนาคนเก่าตายไปแล้วตั้งแต่อุบัติเหตุครั้งนั้น
“ถึงแล้วครับ”
เสียงจากคนขับแท็กซี่ทำให้หล่อนตื่นจากภวังค์ ไม่ได้อยากนึกถึงเรื่องราวเก่าๆ แต่ก็อดไม่ได้เลย และเพราะอดคิดไม่ได้นี่แหละ หล่อนจึงต้องหางานทำ แม้แม่จะทัดทานเพราะกลัวหล่อนจะเกิดอุบัติเหตุอีก แต่หล่อนก็เลี่ยงว่าจะขับรถเองให้น้อยที่สุด
มีนามองบ้านไม้ยกพื้นหลังเล็กสไตล์บาหลีคอนเทจทาสีขาวสะอาดตาที่ปลูกสร้างอยู่บนเนื้อที่ประมาณ 2 งานเห็นจะได้ ไม่ใช่แค่บ้านจะสีขาว แต่รั้วสูงราว 1 เมตรกว่าๆ ที่ล้อมรอบบ้านก็สีขาวเช่นกัน บวกกับต้นไม้ที่ขึ้นอย่างเป็นระเบียบก็ทำให้รู้ว่าบ้านหลังนี้ถูกดูแลเป็นอย่าง แต่... เสียงคลื่นสาดซัดอยู่ด้านหลัง นี่จะใช่บ้านหลังที่หล่อนจะมาพักเหรอ
“ก็เพลียๆ นิดหน่อยค่ะ นุชกำลังหัดให้ตาต้นหย่านม แต่ตกกลางคืนนมคัดมาก นุชเลยนอนไม่ค่อยหลับ เลยต้องรบกวนให้คุณแม่ช่วยดูแลตาต้นเป็นบางวันน่ะค่ะ ตอนนี้ก็เลยให้ตาต้นกลับมากินนมเหมือนเดิมแล้ว ไม่อยากคัดมาก กลัวจะไม่สบายแล้วดูแลลูกไม่ได้ กลัวจะรบกวนคุณแม่ด้วยค่ะ” “โธ่... นุชไม่ต้องเกรงใจเลย คุณแม่ท่านชอบเสียอีกนะนั่นอ่ะ บอกพี่ว่าให้ตาต้นไปนอนกับอาม่าทุกวันเลยก็ได้ นุชจะได้มีเวลาพักผ่อนเต็มที่ และที่สำคัญนะ” “สำคัญ... อะไรเหรอคะ” “ท่านอยากให้พี่มีเวลาให้นุชมากๆ ยังไงล่ะ กลับไปหนนี้ พี่จะได้มีน้องชายหรือไม่ก็น้องสาวให้ตาต้นอีกคน ดีไหม” “พี่นาอ่ะ...” น้ำเสียงกระเส่าของสามีทำให้นีรนุชอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ก่อนจะนิ่วหน้า “อุ๊ย!” “เป็นอะไรนุช” “นุชเสียวนมค่ะ ตาต้นดูดไปแค่ข้างเดียว อีกข้างยังคัดอยู่เลย เดี๋ยวคงต้องไปบีบออก” “อยากกินจัง” “อื้อ... เซี้ยวนะคะ” “จริง อยากดูด อยากเลียด้วย” “พี่นาอ่ะ บ้า...” “นุชก็อยากใช่ไหม” นีรนุชกัดริมฝีปาก ใช่หล่อนอยาก อยากมากที่สุด
“น้าเชิด... ซี้ด... นุชอยาก...” “อยากอะไรครับ คุณนุชอยากให้ผมทำอะไร” “ทำ... ทำสักที” “พูดสิครับ คุณนุชอยากให้ผมทำอะไรครับ พูดสิครับ” น้าเชิดกระซิบเร่งเร้า มือก็จับดุ้นร้อนฉ่าให้ถูไถบนกลีบดอกไม้ เซาะแซะไปตามกลีบดอกอย่างจะบังคับให้หล่อนพูดคำนั้นออกไป และความเสียดเสียวจากส่วนหัวที่คลอเคลียส่ายวนอยู่บนปากทางความฉ่ำชื้นแต่ไม่ยอมกระแทกใส่ลงมาสักทีก็ทำให้หล่อนคลั่ง “พูดสิครับ พูดสิครับ คุณนุชอยากให้ผม...” “เอา! เอานุช! เอานุช!” พรวด! “อ๊ายยยยย...” นีรนุชกรีดร้องสุดเสียง ร่างสั่นกระตุกเกร็งไปทั้งตัว เพราะดุ้นใหญ่ที่สอดเข้าลึกกระชากหล่อนให้ตามติดไปสวรรค์ แต่น้าเชิดกลับไม่ปล่อยให้หล่อนดื่มด่ำกับสวรรค์นั้น เพราะร่างสันทัดแต่ดุ้นใหญ่ยาวชะมัดนั้นขยับเขยื้อนกระแทกเข้า แรง! และเร็ว! จนหล่อนทนไม่ไหว ดิ้นรนและกลับกลายเป็นเสียวซ่านเพิ่มขึ้น เพราะน้าเชิดส่ายเอวและบดคว้านเป็นวงจนหล่อนต้องแอ่นสะโพกยกดอกไม้ให้ตามติด “น้าเชิด... น้าเชิด... โอว... น้าเชิด... ซี้ด... นุชเสียว... นุชเสียว...” “ผมก็เสียว.
“น้าเชิด... อย่าทำอะไรฉันนะ” “ไม่อยากให้ผมทำจริงๆ เหรอครับ” น้าเชิดพูดพร้อมกับไล้ฝ่ามือลูบต้นขาของหล่อน แม้จะมีกางเกงชุดนอนสวมใส่ แต่เนื้อผ้าที่บางพลิ้วก็ทำให้นีรนุชรับรู้ได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือ และความเร่าร้อนนั้นก็ทำให้หล่อนสั่น เหมือนเรี่ยวแรงของหล่อนจะจางหายไปดื้อๆ ทำได้เพียงมองน้าเชิดที่ค่อยๆ รูดกางเกงของหล่อนออก ก่อนใบหน้าจะซุกไซ้เข้ามาหา “น้าเชิด...” นีรนุชร้องเสียงสั่น พยายามถอยหนีจนขึ้นไปเกยอยู่บนโต๊ะ และนั่นก็ทำให้น้าเชิดตวัดลิ้นพลิ้วอยู่บนเนื้อผ้าบางๆ “น้าเชิด... ไม่นะ... อย่าทำ...” เสียงร้องห้ามของหล่อนไร้ความหมาย เมื่อน้าเชิดยังคงชอนลิ้นพยายามจะเข้ามาชิมหยาดน้ำหวานที่ผลิตออกมาอย่างท่วมท้นจนเปียกเป้า ทั้งๆ ที่หล่อนยังใส่กางเกงในอยู่แท้ๆ ทว่าปลายลิ้นที่เซาะแซะกลับให้ความรู้สึกเหมือนหล่อนเปล่าเปลือย “ขอผมเลียนะครับ” เสียงขออนุญาตอย่างสุภาพไม่ต่างจากเวทมนตร์สวาทที่ทำให้หล่อนพยักหน้าง่ายดาย ก่อนจะหลับตาพริ้ม เพราะน้าเชิดทำตามคำขอ ปลายนิ้วของเขาแหวกกางเกงใน จากนั้นก็ส่งลิ้นเข้ามาตวัดเลีย “ซี้ด.
นีรนุชรอจนแม่ของธนามารับตาต้นไปนอนด้วยเพราะหล่อนอ้างว่าครั่นเนื้อครั่นตัวกลัวเป็นไข้แล้วจะติดลูก และรอจนคนงานในบ้านเข้าห้องนอนกันหมด หล่อนจึงรีบรุดลงจากตึกใหญ่และลัดเลาะไปด้านหลังซึ่งเป็นเรือนกระจกที่ธนามักใช้เพาะชำต้นไม้ที่เขาชอบอยู่เสมอ และในเวลานี้ย่อมไม่มีใคร ใจจริงหล่อนอยากนัดน้าเชิดให้ขึ้นไปหาบนห้อง เพราะไม่อยากให้ลูกไปนอนกับคุณแม่ แต่หล่อนก็กลัวว่าอาจจะมีใครเห็นตอนที่น้าเชิดขึ้นไปหา หรือหากหล่อนจะลงมาพบเขา ก็กลัวว่าตาต้นจะตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอหล่อน จึงไม่มีทางใดจะดีไปกว่าให้น้าเชิดมาพบที่เรือนกระจกนี้และให้คุณแม่พาตาต้นไปนอนด้วย ทว่ายังไม่ทันจะเดินถึง ร่างหนึ่งที่เข้ามาประชิดพร้อมฝ่ามือทาบปิดริมฝีปากก็ทำให้นีรนุชเบิกตากว้าง หล่อนดิ้นรนและกรีดร้อง แต่เสียงที่ดังใกล้หูก็ทำให้หล่อนนิ่ง “ผมเองครับ” “น้าเชิด... บอกให้ไปรอที่เรือนต้นไม้” นีรนุชกระซิบเสียงค่อย “ผมมารอคุณนุชนานแล้วครับ” “ก็กว่าจะรอทุกคนเข้านอน มันก็ช้าน่ะสิ” หล่อนพูดพลางเบี่ยงตัวออกจากการกอดรัดของน้าเชิด เพราะสัมผัสที่ดุนดันบั้นท้ายกำลังทำให้หล่อนลืมความตั้
มีนาสั่นสะท้านเป็นเจ้าเข้า จากที่ต่อต้านไม่ยอม กลับกลายเป็นอ่อนระทวย ฝ่ามือที่ถูกตรึงไว้กับผนังห้อง โอนอ่อนขึ้นคล้องรอบลำคอเขา และร่างสูงของพี่ธามที่แทรกเข้ามาในระหว่างขา ก็รั้งให้หล่อนขึ้นไปเกยเข้าเอวเขาอย่างง่ายดาย ทุกจังหวะที่ปลายลิ้นของพี่ธามสอดแทรกก็คล้ายเขาจะช่วงชิงตัวตนของห
“อูย... มีนจ๋า... นมใหญ่สุดๆ ใหญ่กว่าเดิมด้วยนะ มันมือมากเลย” เสียงเขาครางงึมงำว่าถูกใจพลางขยำเต้าหล่อนเต็มมือ นั่นยิ่งทำให้หล่อนสะท้านมากขึ้นอีก รอยยิ้มน้อยๆ ระบายออกอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ก็ใช่ที่นมหล่อนใหญ่ขึ้น เพราะหล่อนไม่ได้เป็นดอกไม้แรกแย้มคนนั้นอีกแล้ว แต่ตอนนี้หล่อนเป็นดอ





