เข้าสู่ระบบตอนที่ 5. แตกหัก
ทุกอย่างหยุดนิ่งในเสี้ยววินาทีเดียว แสงไฟสลัวในห้องส่วนตัวชั้นบนของผับทำให้ภาพตรงหน้าดูบิดเบี้ยว แต่โจนาธานมองเห็นชัดเจนเกินพอ มือของผู้ชายคนหนึ่งวางอยู่บนร่างของลูซี่ ร่างบางเอนพิงโซฟา ดวงตาพร่ามัว ริมฝีปากซีดกว่าปกติ โลกทั้งใบของเขาเหมือนถูกกระชากลงพื้น “ออกไปจากตัวเธอ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น ไม่โวยวาย ไม่มีคำหยาบ แต่หนักแน่นจนน่าขนลุก “เฮ้ย ใครวะ มึงเป็น.....“ ต้นกล้าหันมามองด้วยความหงุดหงิด ผลั๊วะ! แต่กลับคำพูดไม่ทันจบประโยค ก็โดนหมัดหนักกระแทกเข้าที่โหนกแก้มด้านซ้ายอย่างจัง เสียงโครมครามดังสนั่น ร่างของต้นกล้าถูกแรงเหวี่ยงจนเซถอยหลังไปชนข้างผนังห้องอย่างไม่มีเวลาให้ทันตั้งตัวแต่อย่างใด โจนาธานไม่พูด เขาไม่ถามเหตุผลอะไรทั้งนั้น สัญชาตญาณเดียวที่เหลืออยู่คือปกป้องคุณหนูของตัวเองให้ดีที่สุด ฝ่ายต้นกล้าที่ล้มลงไปก็พยายามตั่งสติลุกขึ้นมา พยายามตั้งหลัก มือยกขึ้นป้องกันตัวเอาไว้ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งท่า ก็โดนหมัดหนักๆกระแทกเข้าใส่เบ้าตาอีกครั้ง แม่นยำราวกับคนที่เคยผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน “มึงคิดว่ามึงเป็นใครวะ!” ต้นกล้าตะโกนเสียงแตก “คนที่มึงไม่ควรแตะ”โจนาธานกระชากคอเสื้อเขาขึ้น ดวงตาเข้มดุดัน หมัดสุดท้ายกระแทกเข้าที่ท้อง ต้นกล้าทรุดลงทันที ก่อนจะเริ่มหายใจไม่ออก นอนร่างงออยู่กับพื้น ส่งเสียงครางเบาๆ หลุดออกมาอย่างเจ็บปวด “อะโอ้ย แม่งเอ้ย!” แต่บอดี้การ์ดหนุ่มไม่สนใจอีกต่อไป เขาหันกลับไปหาลูซี่ทันทีที่เห็นว่าอีกฝ่าย แน่นิ่งลงไปแล้ว ร่างบางยังนั่งพิงหัวเตียงนิ่ง หัวเอนไปด้านข้าง เปลือกตาปิดสนิท เหงื่อซึมตามขมับ มือเย็นเฉียบราวกับเลือดไม่แล่นอยู่ในร่างกาย “คุณหนู…” เสียงเขาเบาลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่มีคำตอบ หัวใจดวงแกร่งกระตุกแรง มือสั่นเล็กน้อยขณะอุ้มร่างบางขึ้นแนบอก เท้าหนาก้าวออกจากห้องนั้นโดยไม่หันกลับไปมองอีก ไม่สนเสียงโวยวาย ไม่สนสายตาคนรอบข้าง ไม่สนว่าพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น เขาสนใจแค่ลมหายใจของเธอที่ยังพอรับรู้ได้เบาๆ เท่านั้น @รุ่งเช้า ลูซี่ไม่รู้ว่าตัวเองหลับไปนานแค่ไหน เธอรู้สึกเหมือนจมอยู่ในน้ำลึก นานนหลายชั่วโมงเสียงทุกอย่างไกลออกไป ร่างกายหนักอึ้ง สมองตื้อไปหมด ไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลืออยู่ในสมองสักอย่าง กลิ่นที่คุ้นเคยค่อยๆ แทรกเข้ามายังต่อใมประสามของเธอ กลิ่นห้อง กลิ่นผ้าปูเตียงและกลิ่นบ้านของเธอที่ใช้ชีวิตอยู่มาตั้งแต่เกิด เปลือกตาหนักๆ ค่อยๆ เปิดขึ้น เพดานสีขาว โคมไฟดวงเดิม ห้องนอนของเธอ ลูซี่ขมวดคิ้ว พยายามขยับตัว แต่ศีรษะปวดตุบๆ ความทรงจำขาดหายเป็นช่วงๆ ภาพสุดท้ายที่จำได้คือแสงไฟในผับ เสียงเพลงดัง และความรู้สึกไม่ปลอดภัยที่รุนแรงขึ้น ในขณะเดียวกันนั้น เสียงประตูห้องก็เปิดออกช้าๆ “คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ” เสียงนมหวานดังขึ้นด้วยความโล่งใจ บุคคลที่เลี้ยงเธอมาตั่งแต่เสียแม่ไป รู้สึกดีใจเป็นที่สุดในตอนนี้ ที่หญิงสาวฟื้นแล้ว “เกิดอะไรขึ้น…...” เสียงลูซี่แหบพร่า “คุณท่านรออยู่ค่ะ” นมหวานเม้มปากตอบ นางแทบไม่เป็นอันทำอะไร หลังจากรู้เรื่องของคุณหนูเมื่อคืนวาน ในขณะที่คำว่า พ่อ กำลังทำให้คุณหนูสาวใจหายวาบขึ้นมาอีกครั้ง @ห้องทำงานใหญ่ ห้องทำงานของลูคัสเงียบกริบ บรรยากาศหนักอึ้งกว่าทุกครั้งที่เคยเป็น ลูคัสนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานราคาแพง ใบหน้าของเขาเคร่งเครียด ดวงตาคมเข้มไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา เอาแต่จ้องมองบุตรสาวเพียงคนเดียวของตัวเองอยู่อย่างนั้น ส่วนโจนาธานยืนอยู่ด้านข้าง หลังของเขาตรงดิ่งสายตานิ่งไม่แพ้กัน แต่ภายในกลับปั่นป่วน เพราะเขารู้ดีว่าสถานการณ์นี้ อาจจะทำให้ตัวเองโดนหญิงสาวเกลียดมากยิ่งกว่าเดิม แต่ถึงแบบนั้น เขาก็ไม่ได้รู้สึกผิด เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนตัวเล็กที่กำลังจ้องมองเขาด้วยสีหน้าเกลียดชัง แบบไม่คิดปกปิด “รู้ไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป” ลูคัสถามลูกสาวเสียงต่ำ ลูซี่กำมือแน่น ก่อนตอบกลับอย่างพยายามใจดีสู้เสือ “หนูไม่ได้ขอให้เขาตามไป!” “ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา!” เธอหันไปจ้องโจนาธานอย่างโกรธเกรี้ยว โจนาธานขบกรามแน่น แต่ไม่พูด เขารู้นิสัยของคุณหนูเป็นอย่างดี เธอมักจะโทษคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ ตามประสาคนที่มีแต่คนคอยตามใจและคิดว่าตัวเองไม่เคยผิด “พอ!” ลูคัสตบโต๊ะดังปัง “ถ้าไม่มีเขา วันนี้ลูกจะยังนั่งอยู่ตรงนี้ไหม!” ลูซี่สะอึก ความโกรธพุ่งขึ้นแทนความกลัว เมื่อเห็นว่าบิดายกความดีความชอบให้เขา ทั้งๆที่....ถ้าพ่อไม่สั่งให้เขามาดูแลเธอตั้งแต่แรก เธอก็คงจะไม่หนีออกไปเที่ยวแบบนั้น “พ่อก็เลือกข้างเขาสินะ!” ลูคัสหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดชัดถ้อยชัดคำ “ตั้งแต่วันนี้ ลูกถูกกักบริเวณ” “อะไรนะคะ!” “สองอาทิตย์ ไปได้แค่มหาวิทยาลัย เรียนเสร็จต้องกลับบ้านทันที ไม่มีข้อยกเว้น” คำตัดสินเหมือนค้อนหนักฟาดลงกลางอกของเธอ ลำพังแค่มีคนคอยตามติด ชีวิตก็น่าเวทนาอยู่แล้ว แล้วนี่....เธอกำลังโดนกักบริเวณ แบบนี้มันไม่ต่างอะไรจากการกักขังหน่วงเหนี่ยวเลยสักนิด! ทำเกินไปแล้ว!! “ส่วนผู้ชายคนนั้น…” ลูคัสพูดต่อ เสียงเย็นตามประสาคนหวงลูกสาว มากกว่าอะไรในชีวิต “พ่อจัดการแล้ว เขาถูกไล่ออกจากมหาวิทยาลัย และจะไม่มีทางยุ่งกับลูกได้อีก” ลูซี่นิ่งไป ไม่ใช่เพราะเธอสงสารต้นกล้า แต่เพราะความรู้สึกผิดที่ไม่อยากยอมรับ เธอพลาดเอง...ที่ไว้ใจไอ้รุ่นพี่คนนั้น แค่โดนไล่ออก มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ! สองวันต่อมา ลูคัสต้องเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อเจรจาธุรกิจ เขามีหุ้นส่วนคนใหม่ที่ต้องการสั่งของจากโกดังสินค้าของเขาโดยตรง หลังจากเตรียมของทุกอย่างขึ้นรถเสร็จสิ้นแล้ว มาเฟียใหญ่ก็ไม่ลืม ที่จะหันมาสั่งคนที่ตัวเองไว้ใจมากที่สุด “ดูแลลูกสาวฉันให้ดี อย่าปล่อยให้ไปดื้อที่ไหน“ ”ถ้ามีครั้งต่อไป ฉันจะลงโทษนายด้วย“ โจนาธานพยักหน้า ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นคำขู่ เพราะเขารู้ว่าลูคัสเองก็ห่วงเขาไม่น้อยกว่าลูซี่ “ครับ” ชายหนุ่มตอบรับอย่างไม่ลังเล ทันทีที่ประตูบ้านปิดลง เสียงเครื่องยนต์ของเจ้าของบ้านก็ค่อย ๆ หายไปจากรั้วเหล็กที่สูงเกินกว่าที่ใครจะปีนเข้ามาได้ ก่อนที่ความเงียบจะถาโถมเข้ามาแทน เพราะหลังจากนี้....เขาต้องรับมือกับคุณหนูเพียงตอนที่ 45. ขอบคุณนะคะแม่ ( จบบริบูรณ์ ) หลายเดือนต่อมาแสงแดดยามสายส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของห้องพักผู้ป่วยพิเศษ กลิ่นแป้งเด็กอ่อนๆ ลอยปะปนกับกลิ่นยาฆ่าเชื้ออย่างอ่อนโยน เสียงหายใจสม่ำเสมอของทารกตัวน้อยดังแผ่วอยู่ในอ้อมแขนของชายวัยกลางคนลูคัสยืนอุ้มหลานชายไว้แนบอก แขนแข็งแรงที่เคยถือปืน เคยตัดสินชะตาคนมากมาย บัดนี้กลับประคองร่างเล็กจิ๋วด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวจะทำหล่นแตก“ตัวแค่นี้เอง…” เขาพึมพำกับตัวเอง แววตาคมเข้มอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนข้างๆกัน โจนาธานยืนมองภาพนั้นเงียบๆ ภาพของชายที่เขาเคยเกรงกลัว เคยเคารพ และวันนี้…กำลังกลายเป็น “พ่อของพ่อ” ของสายเลือดของเขา “เหมือนลูซี่ตอนเด็กมาก” ลูคัสเอ่ยขึ้น โดยไม่ละสายตาจากใบหน้าเล็กๆ “คิ้วเหมือนแม่ แต่จมูก…”เขาเหลือบมองโจนาธานเล็กน้อย “…เหมือนแก”โจนาธานหลุดยิ้มบางๆ โดยไม่รู้ตัวเป็นรอยยิ้มของผู้ชายที่เพิ่งรู้สึกว่า ตัวเองมี “ราก” จริงๆ ไม่ใช่แค่ผู้พักอาศัย เหมือนที่ผ่านมา “ผมไม่คิดเลยครับ” เขาพูดเสียงเบา “ว่าวันหนึ่ง…ผมจะมีทุกอย่างขนาดนี้” สำหรับโจนาธาน ทุกอย่างที่ตนเองมีตอนนี้ มันช่างเหนือความคาดหมายเหลือเก
ตอนที่ 44. ข่าวดี รถคันหรูแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ในช่วงบ่ายแก่ๆ บรรยากาศเงียบสงบกว่าทุกวัน ราวกับบ้านทั้งหลังรู้ดีว่ากำลังจะมีบางอย่างเปลี่ยนไปโจนาธานลงจากรถก่อน เปิดประตูฝั่งผู้โดยสารให้ลูซี่อย่างเคยชิน แต่ครั้งนี้หญิงสาวไม่ได้รีบลง เธอนั่งนิ่ง มือวางบนหน้าท้อง ดวงตาจ้องไปข้างหน้าเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า“พร้อมไหมครับ” เขาถามเสียงเบาลูซี่หันมามองเขา ยิ้มบางๆของเธอปนไปด้วยความประหม่า“เดี๋ยวฉันพูดเองนะ”โจนาธานพยักหน้า ไม่ได้ขัดอะไร เขารู้ดีว่านี่คือเรื่องระหว่างพ่อกับลูกสาว ในเมื่อหญิงสาวอยากเป็นคนพูดด้วยตัวเอง เขาก็ไม่ติดขัด ทั้งสองเดินเข้ามาในตัวบ้าน ลูคัสนั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นเหมือนรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น ถ้วยชาที่วางอยู่ตรงหน้าแทบไม่ได้ถูกแตะ เขาเงยหน้าขึ้นทันทีที่เห็นทั้งสองคน “กลับมาแล้วเหรอ” น้ำเสียงเรียบ แต่สายตาคมกริบกวาดมองทั้งคู่“หมอว่ายังไงบ้าง” เขาถามออกมาด้วยความรู้สึกเป็นห่วงที่ยังคงเต็มเปี่ยม ลูซี่หยุดยืนตรงหน้าโซฟา หายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะพูดออกไปตรงๆ “พ่อคะ…...หนูท้องค่ะ”คำพูดนั้นชัดเจน ไม่มีการอ้อมค้อม ไม่มีการเกริ่นนำ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องในทั
ตอนที่ 43. เราสามคน สายวันนั้น แสงแดดอ่อนส่องลอดม่านบางเข้ามาในห้องนอน ลูซี่ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ร่างกายยังอ่อนล้าจากเมื่อคืน แต่ความรู้สึกหนึ่งกลับชัดเจนกว่าความง่วง คือความหิวหิวผิดปกติ หิวจนรู้สึกเหมือนท้องกลวงหญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง มือแตะหน้าท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย ความรู้สึกแปลกๆ แล่นผ่านวูบหนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก แค่โทษว่าคงเป็นเพราะเมื่อคืนใช้พลังไปเยอะหญิงสาวเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินลงบันไดไปยังห้องอาหารโต๊ะอาหารเช้าวันนี้เป็นภาพที่เริ่มคุ้นตา ลูคัสนั่งอยู่หัวโต๊ะ อ่านข่าวจากแท็บเล็ตคนละฝั่งกับโจนาธาน ที่ทุกวันนี้เริ่มชินกับการนั่งทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน “อรุณสวัสดิ์ค่ะพ่อ” ลูซี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะนั่งลงข้างร่างสูง “ตื่นแล้วเหรอ” ลูคัสเงยหน้าขึ้น “เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง”คำถามเรียบๆ แต่โจนาธานกลับเผลอกลืนน้ำลายลูซี่ชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยิ้มกว้างกว่าเดิม“ก็ดีค่ะ นอนสบายมาก”ลูคัสมองหน้าลูกสาวนิ่งๆ คล้ายจะอ่านอะไรบางอย่างออก แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงพยักหน้าเบาๆ แม่บ้านยกถาดข้าวต้มร้อน ๆ มาวางตรงหน้าลูซี
ตอนที่ 42. อดใจไม่ไหว NC+@คฤหาสน์ไม่กี่นาทีต่อมา รถคันหรูเคลื่อนมาจอดสนิทหน้าบ้าน โจนาธานอุ้มลูซี่ลงมาอย่างระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าเพียงแรงสะเทือนเล็กน้อยจะทำให้เธอแตกสลาย“ขึ้นไปพักก่อนนะ” เขาพูดเบาๆ หญิงสาวพยักหน้า แต่ดวงตาคู่นั้น…ดูไม่เหมือนคนอ่อนแรงแล้ว ในห้องนอน แสงไฟสลัว โจนาธานจัดหมอนให้เธอเอนหลัง ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุม“นอนพักสักหน่อย เดี๋ยวผม....“ เขายังพูดไม่จบ มือเรียวก็เอื้อมมาจับข้อมือหนาไว้โจนาธานชะงักสายจาไป เมื่อเงยขึ้นไปมองหญิงสาว ลูซี่มองเขาด้วยแววตาหวานฉ่ำ ไม่ใช่สายตาของคนป่วย แต่เป็นสายตาของผู้หญิงที่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร“ไม่ต้องไปไหน” เสียงเธอเบา แต่ชัดเจน “ลูซี่…คุณเพิ่ง” “ความจริงแล้วฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เธอพูดช้าๆ“ฉันแค่…อยากให้นายพาฉันกลับ”ปลายนิ้วเธอค่อยๆ เลื่อนจากข้อมือเขา ขึ้นไปแตะที่อก รับรู้จังหวะหัวใจที่เต้นแรงไม่แพ้กัน ตอนนี้แววตาของหญิงสาวบ่งบอกชัดเจน ว่าเธอกำลังต้องการอะไร....โจนาธานกลืนน้ำลาย พยายามตั้งสติ ก่อนหน้านี้เขาเห็นจริงๆว่าเธอไม่ได้แกล้งเป็นลม “ถ้าคุณยังไม่ไหว....ผมว่า“ ลูซี่ยกตัวขึ้นเล็กน้อย ขยับเข้าใกล้เขา ใกล้จนได
ตอนที่ 41. ขึ้นมายืนข้างฉัน หลายอาทิตย์ต่อมา ห้องทำงานของลูคัสเงียบสนิท เงียบจนได้ยินเสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ใช้เวลาไม่นาน ลูซี่กับโจนาธานก็มาถึง เขาสั่งให้ลูกน้องไปตามทั้งสองคนเพื่อมาพูดคุยเรื่องสำคัญกับเขา ลูคัสยืนอยู่หน้าโต๊ะ มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ อีกมือวางบนพนักเก้าอี้ สายตามองทั้งสองคนสลับไปมาอย่างพินิจพิจารณาอะไรบางอย่าง “พรุ่งนี้” เขาเปิดบทสนทนา“พ่อจะพาแกสองคนไปออกงาน”ลูซี่เลิกคิ้ว ถามอย่างอยากรู็ว่างานนั้นเป็นงานแบบไหน ทำไมวันนี้พ่อของเธอถึงดูจริงจังมากกว่าปกติ“งานอะไรคะ”“งานการกุศลของตระกูลคาโบน่า”โจนาธานชะงักเล็กน้อย ชื่อที่ได้ยินไม่ใช่ชื่อธรรมดา ‘อองตวน คาโบน่ามา มาเฟียรุ่นเก่าที่ทรงอิทธิพลที่สุดในฝั่งยุโรป เครือข่ายธุรกิจพาดผ่านทั้งธนาคาร พลังงาน อาวุธ และการเมือง ซึ่งเป็นงานใหญ่มาก ถ้าหากฝั่งนั้นยอมมาจัดงานที่เมืองไทย นั่นแปลว่างานนี้เป็นงานสำคัญ ลูซี่หันไปมองโจนาธาน เห็นสีหน้าจริงจังของเขา ก็เริ่มเข้าใจทันทีว่างานนี้ไม่ใช่แบบงานที่ผ่านๆมาที่เธอเคยไปแน่ “แล้ว…เรียกเรามาคุยเรื่องนี้ทำไมคะ” เธอถามต่อ ลูคัสวางแก้วลง ก่อนจะหันไปมองโจนาธานอีกครั้ง
ตอนที่ 40. เกินไปไหม หลายวันต่อมา บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เพราะ “ตำแหน่ง” ของโจนาธาน ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หลังจากเปิดตัวอย่างโจ่งแจ้งเมื่อหลายวันก่อน ทั้งสองก็ตัวติดกันแทบตลอดเวลา คราวนี้ไม่ใช่เดินตามกัน แต่เป็นเดินเคียงคู่กันตลอดเวลาต่างหาก เวลาเที่ยง แสงแดดลอดผ่านกระจกบานใหญ่เข้ามาในห้องอาหาร ลูซี่นั่งอยู่หัวโต๊ะ โจนาธานนั่งข้างเธอ แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ยืนเฝ้า ไม่ใช่ยืนห่าง แต่เป็นการนั่งทานข้าวบนโต๊ะเดียวกันทุกวัน หญิงสาวเอื้อมไปตักกับข้าวให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ มือทั้งสองชนกันเล็กน้อย เขาชะงัก เธอยิ้ม“กินสิ มัวแต่เกร็งอยู่ได้”โจนาธานไอเบาๆ แม้จะผ่านมาหลายวันแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ชินที่ต้องนั่งตรงนี้อยู่ดี “ผมไม่ได้เกร็งครับ แค่ยัง…ไม่ชิน”นมหวานกับผักบุ้งยืนอยู่ไม่ไกล สีหน้าเริ่มชินแล้วแต่กับภาพนั้น แต่ก็ยังแอบมองกันไปมา“คุณโจยิ้มบ่อยขึ้นนะ” นมหวานพูดขึ้น ปกติจะเห็นโจนาธารหน้านิ่งแทบตลอดเวลา “จริงค่ะ เมื่อก่อนหน้าเหมือนจะฆ่าคนได้ตลอดเวลา“ ผักบุ้งรีบเสริม ลูซี่หัวเราะ เธอแอบสังเกตุเห็นทั้งสองกระซิบกัน “นินทาพวกเราอยู่เหรอคะ”“ไม่กล้าค่ะ!” ทั้งคู่ตอบพร้อมกั
ตอนที่ 30. งานหมั้นลูซี่ปิดประตูห้องลงอย่างแรงกว่าที่ตั้งใจเล็กน้อยเสียงกระแทกดัง ปึง ก้องไปทั่วทางเดินชั้นบน ก่อนจะเงียบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหญิงสาวยืนหอบอยู่หลังประตู มือยังจับลูกบิดแน่น ปลายนิ้วเย็นเฉียบ เธอไม่รู้ว่าควรโกรธ ร้องไห้ หรือควรรู้สึกยังไงกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่ทันตั้งต
ตอนที่ 10. ที่หลบภัย เสียงคลื่นกระทบตัวเรือดังสม่ำเสมอ ทะเลในยามดึกมืดสนิท มีเพียงแสงจันทร์ที่สะท้อนผิวน้ำเป็นทางยาวราวกับเส้นเงิน ลูซี่นั่งอยู่บนเบาะด้านหลังของรถ ก่อนจะถูกพาเปลี่ยนขึ้นเรือสปีดโบ๊ตอย่างเร่งรีบ ความเหนื่อย ความกลัว และความตกใจจากเหตุการณ์ก่อนหน้า ยังไม่ทันได้จางหายไปจากร่างกายของเ
ตอนที่ 9. ตกเป็นเป้า แสงไฟระยิบระยับจากโคมระย้าขนาดใหญ่สะท้อนกับผนังหินอ่อนของห้องจัดงาน เสียงพูดคุย เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ และเสียงดนตรีคลอคลื่นไปทั่วฮอลล์ของโรงแรมรอยัล งานประมูลเพชรในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยคนมีชื่อเสียง นักธุรกิจ นักการเมือง และคนที่ไม่มีใครอยากรู้ว่าทำเงินมาจากอะไรลูซี่เกินตามหลัง
ตอนที่ 8. งานประมูลเพชร @เช้าวันถัดมา อากาศในคฤหาสน์ไม่ได้เปลี่ยนไป แต่บางอย่างในใจของคนสองคน…เปลี่ยนแล้ว ลูซี่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกประหลาด ไม่ใช่ฝันร้าย ไม่ใช่ฝันหวานแต่มันคือความรู้สึกที่ติดค้าง เหมือนมีบางอย่างยังไม่ได้พูด ยังไม่ได้เคลียร์และยิ่งพยายามไม่คิด มันก็ยิ่งชัดก๊อก! ก๊อก! เสียง

![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





