Share

บทที่ 3

Author: ดอกมะลิ
กว่าจะถึงโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ก็แสนลำบาก แต่หลังจากตรวจเสร็จ หมอกลับบอกพวกเขาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

แผลที่เท้าของสวีเหยาบาดเจ็บสาหัสมาก ทางเดียวในตอนนี้คือต้องตัดขา เพื่อตัดส่วนที่เนื้อตายออกไป

หากปล่อยให้แผลที่อักเสบและเป็นหนองลุกลามต่อไป เป็นไปได้สูงมากว่าจะรักษาขาข้างนั้นไว้ไม่ได้เลย

ไม่เพียงเท่านั้น ความหิวโหยอย่างรุนแรงยังทำลายระบบลำไส้และกระเพาะอาหารของเธอ หากต้องการฟื้นฟูให้กลับมาดีเหมือนเดิม อาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ถึง 20 ปี

ฟู่เหวินอวี่ได้ยินดังนั้นก็ราวกับถูกของแข็งฟาดเข้าที่ศีรษะ เขาอึ้งไปพักใหญ่กว่าจะมีสติ จากนั้นก็เตะเก้าอี้จนล้มคว่ำด้วยความโมโห

“เป็นไปได้ยังไง?!”

“แค่แผลภายนอกนิดเดียวจะถึงขั้นต้องตัดขาได้ยังไง! ไอ้หมอเถื่อน อย่ามาพูดจาเพ้อเจ้อแถวนี้!”

หลินยางยางรีบเข้ามาห้ามเขาไว้

“พี่ฟู่เหวินอวี่ อย่าเพิ่งใจร้อนค่ะ”

“ต้องเป็นเพราะหมอที่นี่ไม่เก่งแน่ ๆ พอพาเธอกลับเมืองจิ่ง ต้องมีวิธีช่วยแน่นอนค่ะ!”

“พี่ชายของฉันเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมระดับแถวหน้า ลองให้เขาดูดีไหมคะ?”

“ถ้าไม่ได้จริงๆ เรายังหาผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้อีกนะ”

ฟู่เหวินอวี่ถึงยอมสงบสติอารมณ์ลง แต่ในแววตายังคงมีความกระวนกระวายหลงเหลืออยู่

“ใช่ๆ ให้พี่ชายคุณช่วยดูอีกที” เขาพูดกำหมัดแน่นด้วยความไม่สบายใจ

“ตามหาหมอที่ดีที่สุดมา ต้องรักษาหายแน่นอน”

ดังนั้นพวกเขาจึงรีบพาสวีเหยากลับเมืองจิ่งอย่างทันที

หมอที่มาตรวจอาการให้สวีเหยาคือ หลินซื่อเซวียน พี่ชายของหลินยางยาง เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบาดแผลที่เก่งที่สุดของโรงพยาบาลประจำเมือง

หลังจากเขาตรวจดูอาการบาดเจ็บของสวีเหยาเสร็จ ก็พูดกับฟู่เหวินอวี่อย่างไม่ใส่ใจว่า

“ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แผลของสวีเหยาก็แค่แผลภายนอกเท่านั้น แค่พักฟื้นสักพัก รอแผลสมานตัวก็หายแล้ว”

“ส่วนเรื่องอวัยวะภายในยิ่งไร้สาระไปใหญ่ เธอแค่มีอาการขาดสารอาหารนิดหน่อยเท่านั้นเอง”

“ถ้าให้ผมเดานะ นี่คงเป็นแผนเดิมๆ ของสวีเหยาที่อยากจะเรียกร้องความสงสารจากคุณมากกว่า”

หลังจากฟังจบ ฟู่เหวินอวี่ยังคงมองเขาด้วยความสงสัย เพราะเขาก็เห็นกับตาว่าแผลของสวีเหยานั้นน่ากลัวแค่ไหน

ไม่มีปัญหาจริงใช่ไหมๆ?

หลินยางยางรีบควงแขนเขาไว้แล้วพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

“พี่ฟู่เหวินอวี่ ไม่ต้องกังวลนะคะ ฝีมือพี่ฉันเชื่อถือได้แน่นอน”

หลินซื่อเซวียนมองเขาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ผมยังไม่ได้คิดบัญชีกับคุณเลยนะ! ไหนคุณบอกว่าจะปกป้องหลินยางยางให้ดีไง? แล้วทำไมมือเธอยังเจ็บจนถึงตอนนี้ยังไม่หายอีกล่ะ?”

“แทนที่จะมาห่วงตัวซวยอย่างสวีเหยา คุณเอาเวลามาห่วงหลินยางยางดีกว่า”

“มือของเธอเป็นมือที่ต้องใช้เป็นจิตรกรนะ ถ้าเกิดเป็นอะไรไป ผมจะเอาเรื่องคุณให้ถึงที่สุด!”

หลินยางยางยิ้มออกมาอย่างผู้ที่เข้าใจโลก

“พี่คะ อย่าพูดแบบนั้นเลยค่ะ”

“พี่สวีเหยาคงไม่ได้ตั้งใจทำให้มือฉันเจ็บหรอกค่ะ เธอแค่คงโดนอะไรบังตาจนทำเรื่องแบบนี้ลงไปชั่ววูบเท่านั้นเอง”

“อีกอย่าง” เธอมองไปที่ฟู่เหวินอวี่ พร้อมกับเผยรอยยิ้มที่ดูเศร้าแต่เข้มแข็ง “ต่อให้หลังจากนี้จะวาดรูปไม่ได้อีกแล้ว...”

“ขอแค่มีพี่ฟู่เหวินอวี่อยู่ข้างๆ ฉันก็พอใจมากแล้วค่ะ”

“จะยอมให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไง?” ฟู่เหวินอวี่ถูกดึงความสนใจไปตามคาด เขาจับมือหลินยางยางไว้แน่น

“หลินยางยาง สบายใจได้นะ ผมจะทำให้คุณกลับมาจับพู่กันได้อีกครั้งให้ได้!”

สองพี่น้องคู่นี้รับส่งบทกันเป็นปี่เป็นขลุ่ย จนทำให้ฟู่เหวินอวี่ลืมเรื่องของสวีเหยาไปเสียสนิท

สวีเหยาเห็นจนชินชากับความสามารถในการปั้นน้ำเป็นตัวของพวกเขาแล้ว

หนึ่งสัปดาห์ก่อนตอนหิมะถล่ม จริง ๆ แล้วเธอหลบได้แล้ว แต่กลับถูกหลินยางยางผลักลงเขาอีกครั้ง ระหว่างที่ทั้งสองยื้อยุดกัน แขนของหลินยางยางเลื่อน ส่วนเธอกลับตกลงไปถึงก้นเหว

ตอนที่เธอตกลงมา ร่างกระแทกกับโขดหินอย่างแรง ข้อต่อทั่วร่างกายราวกับจะหลุดออกจากกัน ความเจ็บปวดแสนสาหัสทำให้เธอขยับตัวไม่ได้ และไม่อาจเปล่งเสียงใดๆ ออกมาได้เลย

ขณะที่สวีเหยาร่วงลงจากที่สูง เธอได้ยินคำสาปแช่งอันชั่วร้ายของหลินยางยางว่า

“แกตายอยู่ที่นี่ไปเลยก็ดี จะได้ไม่ต้องกลับไปเป็นภาระใครอีก”

“ในภูเขานี้ก็มีสัตว์ป่าไม่น้อย ให้พวกมันได้กินอิ่ม ถือว่าเป็นบุญของแกก็แล้วกัน”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักที่สายไป   บทที่ 21

    สวีเหยาและเจียงจิ่นเหยียนหมั้นกันในอีกไม่กี่เดือนต่อมาหลังจากวันนั้นที่เธอยืนมองฟู่เหวินอวี่จาก สวีเหยาทั้งเป็นห่วงทั้งโมโหจึงพาเจียงจิ่นเหยียนไปคลินิก"ดูแผลพวกนี้สิ..." สวีเหยาค่อยๆ ทายาให้เขาอย่างระมัดระวังพร้อมกับบ่นออกมา "ทำไมถึงวู่วามแบบนี้คะ?""หน้าตาหล่อๆ แบบนี้ ถ้าเสียโฉมไปก็น่าเสียดายแย่"เจียงจิ่นเหยียนยิ้มตาหยีแล้ววางคางลงบนฝ่ามือของเธอ "ถ้าทำให้คุณสงสารผมได้ เจ็บตัวแค่นี้ก็ถือว่าคุ้มแล้วครับ"สวีเหยาหน้าแดงขึ้นมาทันที เธอมองเขาอย่างเขินอาย "ปากหวานจริงๆ เลยนะคุณ"แต่เธอก็ยังคงมีสีหน้าที่กังวล "วันหลังห้ามทำแบบนี้อีกนะ เห็นคุณเจ็บ ฉันเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน""ครับ" เจียงจิ่นเหยียนพยักหน้าและให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง"ผมสาบานว่า ต่อไปนี้จะไม่ทำให้สวีเหยาต้องเป็นห่วงอีก"เมื่อถึงช่วงต้นฤดูร้อน พวกเขาก็ได้จัดพิธีฉลองมงคลสมรสอย่างเป็นทางการท่ามกลางกลีบดอกไม้ที่โปรยปรายเต็มท้องฟ้า คู่บ่าวสาวเดินเข้าหากันท่ามกลางคำอวยพรและเสียงปรบมือจากญาติและเพื่อนฝูง "ผมตื่นเต้นจังเลย"ในวินาทีสำคัญเช่นนี้ เจียงจิ่นเหยียนเองก็ขอบตาแดงก่ำ "สวีเหยา จริงๆ แล้วผมชอบคุณมาตั้งนานแล้วน

  • รักที่สายไป   บทที่ 20

    ฟู่เหวินอวี่ทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับเรื่องของสวีเหยา จนจำไม่ได้แล้วว่ากี่วันที่เขาไม่ได้ปรากฏตัวที่บริษัทตระกูลฟู่เมื่อพ่อของฟู่เหวินอวี่ทราบเรื่องก็โกรธจัด ออกคำสั่งให้คนไปจับตัวลูกชายที่ไม่เอาไหนกลับมาทันทีเมื่อฟู่เหวินอวี่ถูกคุมตัวกลับมาที่บ้านตระกูลฟู่ ภาพที่เขาเห็นคือพ่อและแม่นั่งเงียบกริบอยู่ในห้องนั่งเล่นพอเห็นหน้าเขา พ่อก็ตวาดเสียงกร้าว "มานี่!"เพียะ! ฟู่เหวินอวี่เดินเข้าไปด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก และสิ่งที่รอต้อนรับเขาก็คือฝ่ามือที่ฟาดลงมาอย่างเต็มแรงเขาถูกตบจนหน้าหัน ก่อนจะถ่มน้ำลายปนเลือดออกมาแม่ของฟู่เหวินอวี่เห็นดังนั้นก็รีบดึงตัวลูกชายมาด้วยความร้อนใจ"จะพูดก็พูดสิ คุณจะลงไม้ลงมือทำไมกัน?"เธอตำหนิสามีทางสายตาพร้อมสำรวจฟู่เหวินอวี่ไปทั่วตัวถ้าไม่มองก็คงไม่รู้ แต่พอมองดูชัดๆ เธอก็ต้องตกใจสุดขีด"ขอดูหน่อย... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?" เธอถามเสียงหลงด้วยความตกใจ"ฟู่เหวินอวี่ ทำไมลูกถึงเจ็บไปทั้งตัวแบบนี้ แล้วบนหน้านี่ใครเป็นคนต่อย?"คนเป็นแม่ทนเห็นลูกชายถูกรังแกไม่ได้ จึงพูดออกมาอย่างโกรธแค้น "กลางวันแสกๆแบบนี้ ไม่กลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยหรือไง?""เดี๋ยวแม่จะไปจ

  • รักที่สายไป   บทที่ 19

    ในวินาทีนัน สายตาที่ฟู่เหวินอวี่มองมาที่เธอนั้นเต็มไปด้วยความเศร้าและความไม่ยินยอม ราวกับว่าเขาจะแตกสลายลงในวินาทีถัดไป"คุณไม่รู้สึกอะไรเลยจริงๆ เหรอ?" เขาคว้าข้อมือของสวีเหยาไว้อย่างแรงแล้วถามคาดคั้นอย่างไม่ยอมแพ้"ความทรงจำระหว่างพวกเราเหล่านั้น คุณจำมันไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียวเหรอ?"การกระทำของเขาทำให้สวีเหยาตกใจ เธอส่ายหน้าไปมาตามสัญชาตญาณสายตาของฟู่เหวินอวี่ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นทั้งโศกเศร้าและโกรธแค้น เต็มไปด้วยความคลุ้มคลั่งที่ทวีความรุนแรงขึ้น"แล้วเรื่องหิมะถล่มล่ะ?" เพื่อที่จะให้สวีเหยานึกออก เขาถึงขั้นยอมขุดเอาความทรงจำที่ไม่อยากจดจำเหล่านั้นออกมาเล่าจนหมดเปลือก"เรื่องที่หลินยางยางวางแผนทำให้คุณตกหน้าผา จนเกือบจะต้องตัดขาทั้งสองข้างทิ้งล่ะ? เรื่องพวกนี้คุณก็ลืมไปแล้วเหรอ?""อะไรนะ?" สวีเหยาขมวดคิ้วแล้วเริ่มดิ้นรน พยายามสลัดให้พ้นจากมือของเขา"หลินยางยางผลักคุณตกจากภูเขาหิมะเพื่อใส่ร้ายคุณ จนทำให้คุณต้องติดอยู่ในลานหิมะนานถึงเจ็ดวันเต็มๆ"ยิ่งเขาพูด สีหน้าของสวีเหยาก็ยิ่งดูแย่ลงเรื่อยๆ"มันทำให้ขาทั้งสองข้างของคุณถูกหิมะกัดอย่างรุนแรง หลังจากนั้นเธอกับพี่ชายก็ร่วมมือกั

  • รักที่สายไป   บทที่ 18

    หลังจากนั้นไม่นาน สวีเหยาก็ได้รับข้อความจากฟู่เหวินอวี่"สวีเหยา พวกเราออกมาเจอกันหน่อยได้ไหม?""ผมรู้ว่าเมื่อก่อนผมทำเกินไป ผมไม่ควรทำกับคุณแบบนั้น...""แต่ตอนนี้ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว ได้โปรดให้โอกาสผมอีกสักครั้งได้ไหม?"สวีเหยามองดูข้อความที่ส่งมาเป็นชุดด้วยความไม่เข้าใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆแม้ว่าในสมองของเธอจะไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับฟู่เหวินอวี่เลย แต่ลึกๆ ในใจกลับรู้สึกลางๆ ว่าเมื่อก่อนเธอเหมือนจะรู้จักผู้ชายคนนี้จริงๆเมื่อนึกถึงช่องว่างในความทรงจำ ความสังหรณ์ใจในใจของเธอก็ยิ่งรุนแรงขึ้นไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม เพื่อค้นหาความจริง เธอจำเป็นต้องพบกับฟู่เหวินอวี่สักครั้งเมื่อคิดได้ดังนั้น เธอจึงตอบกลับฟู่เหวินอวี่ไปว่า "พวกเราออกมาเจอกันเถอะค่ะ""มีอะไรหรือเปล่า?" เจียงจิ่นเหยียนเห็นเธอทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก "จะไปไหนเหรอ? ให้ผมไปส่งไหม?""ไม่เป็นไรค่ะ ไม่อยากรบกวน... คือฉันจะไปเจอคนคนหนึ่งค่ะ"เธอส่ายหน้า เมื่อสบเข้ากับสายตาอันอบอุ่นของเจียงจิ่นเหยียน ในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาถ้าหากเจียงจิ่นเหยียนโกรธขึ้นมาจะทำยังไงดี?แต่เจียงจิ่นเหยียนเ

  • รักที่สายไป   บทที่ 17

    วันนี้สวีเหยาตั้งใจแต่งตัวให้ดูดีเป็นพิเศษปีใหม่กำลังจะมาถึง เจียงจิ่นเหยียนจึงตั้งใจชวนเธอไปดูหนังด้วยกันในวันเคาท์ดาวน์นี้แน่นอนว่าเธอเข้าใจในเจตนาของเจียงจิ่นเหยียน ประกอบกับเธอก็มีความรู้สึกดีๆ ให้กับชายหนุ่มผู้มีนิสัยอ่อนโยนและใจดีคนนี้เช่นกันทุกครั้งที่อยู่กับเจียงจิ่นเหยียน เธอมักจะรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจอย่างมาก ความรู้สึกของการมีที่พึ่งพิงแบบนี้ เธอแทบไม่เคยได้สัมผัสอีกเลยนับตั้งแต่พ่อแม่เสียชีวิตไปเมื่อถึงตอนเย็น แสงไฟนีออนตามท้องถนนก็เริ่มสว่างไสวทุกแห่งหนประดับประดาด้วยโคมไฟสวยงามและคึกคักเป็นพิเศษ มีคู่รักเดินจูงมือกันผ่านไปมาไม่ขาดสายเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ สวีเหยาเลือกสวมชุดกระโปรงยาวสีแดงแมตช์กับเสื้อโค้ทวูล ดูทั้งซุกซนน่ารักและสง่างามในเวลาเดียวกันหิมะเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เกล็ดหิมะละอองเล็กๆ ร่วงหล่นลงมา สวีเหยายื่นมือออกไปรับโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นก็มีเงาหนึ่งทอดลงมาเหนือศีรษะเป็นเจียงจิ่นเหยียนนั่นเอง เขาจัดผ้าพันคอให้สวีเหยาอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับเอียงร่มไปทางเธอ"ขอโทษนะ รอนานไหม?"การกระทำของเขาทำให้แก้มของสวีเหยามีสีขึ้น เธอยิ้มพร้อมส่า

  • รักที่สายไป   บทที่ 16

    สวีเหยาหางานทำที่ร้านดอกไม้แถวบ้าน เป็นงานจัดดอกไม้ แม้เงินเดือนจะไม่สูงแต่เธอก็ชอบมันมากการได้ส่งต่อความสวยงามให้แก่ผู้อื่นทำให้เธอมีความสุข ในระหว่างที่ทำงานที่นี่เธอก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ มากมาย“พี่เฉิน สวัสดีค่ะ” สวีเหยาเดินยิ้มแฉ่งเข้ามาในร้าน ผู้จัดการร้านรีบดันจานซาลาเปาร้อนๆ มาตรงหน้าเธอทันที“มาจ้ะ รีบชิมดู พี่ทำเองกับมือเลยนะวันนี้”หลังจากเตรียมงานเสร็จเรียบร้อย สวีเหยาก็ได้รับออเดอร์ให้ไปส่งดอกไม้ข้างนอกแต่สิ่งที่ทำให้เธอประหลาดใจก็คือ ที่อยู่ของออเดอร์นี้อยู่บ้านข้างๆ เธอเองเธอกอดช่อดอกลิลลี่ไปส่งที่หน้าบ้านของลูกค้า แล้วยื่นมือไปกดกริ่ง“ขอโทษครับ กำลังไปครับ”เสียงทุ้มใสของชายหนุ่มดังขึ้นจากหลังประตู เมื่อประตูเปิดออก ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาก็รับช่อดอกไม้ไปจากมือเธอ“ขอบคุณครับ... อ้าว คุณนั่นเอง?”ก่อนที่เขาจะพูดจบ น้ำเสียงของเขาก็เปลี่ยนเป็นเสียงดีใจอย่างกะทันหันสวีเหยาเงยหน้ามองเขาด้วยความสงสัย แล้วจู่ๆ ก็รู้สึกว่าหน้าตานี้คุ้น ๆ “คุณคือ...” เธอนึกอยู่พักหนึ่ง แล้วก็นึกออกทันทีว่าใบหน้านี้คือเพื่อนเล่นสมัยเด็กที่เคยอ้วนจ้ำม่ำคนนั้นเธอสบตากับชายหนุ่ม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status