Mag-log inเราโน้มหน้าเข้าหากัน
ปากเราสัมผัสกันแผ่วเบา แค่สัมผัสเพียงเท่านั้น ฉันยังไม่ได้รู้ว่ารสชาติของมาสเป็นอย่างไร?
เพราะฉันไร้ประสบการณ์ และตื่นเต้นเกินไป ก็อาจจริงที่ฉันซ้อมสถานการณ์นี้ในใจมาหลายครั้ง จินตนาการว่าได้จูบเธอ แต่ในตอนนี้ ฉันตื่นเต้นจนใจเต้นระรัว หัวใจแทบทะลุออกจากอก
และฉันก็เป็นฝ่ายผละออก!
ทั้งๆ ที่โอกาสดีขนาดนี้ ไอ้เจนมินเอ๊ย!
นี่คือครั้งแรกของเรา ถ้าไม่นับคืนนั้น
เมื่อถอยหน้าออกมา ฉันก็ได้สติ และเขินที่ตัวเองไร้ประสบการณ์ ฉันหนีออกมา โดยไม่พูดร่ำลาแม้แต่คำเดียว
"กลับบ้านค่ะ"
ฉันบอกคนขับรถแค่นั้น แล้วยกสองมือปิดหน้า อับอายไปตลอดทาง โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างฉันกับมาสในห้องนั้น
ฉันไลน์หาสราญ
เจนมิน : อยู่ไหน?
สราญรมย์ : คาเฟ่ใกล้ๆ
เจนมิน : ร้านที่เกิดเหตุ?
สราญรมย์ : ช่าย
เจนมิน : รอนะ จะไปหา
สราญสวมเสื้อแขนยาวพอดีตัวและกระโปรงสีเดียวกัน ทำให้ดูเป็นสราญ โอเค ก็ดูติสท์แบบสราญปกติ ส่วนฉันเป็นสไตล์เท่ๆ ประเภทใส่เสื้อยืดสีขาวทับด้วยแจ็กเก็ตสีเข้ม แต่ว่าแบรนด์ทั้งตัว
คนในร้านมองเราอย่างไม่เข้าใจ แต่ฉันเมินเฉย เพราะเราใช้ใจคุยกัน ไม่ได้ใช้เสื้อผ้าคุยกัน ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีความรัก ฉันจึงรักที่เธอเป็นเธอ ไม่ใช่เพราะของภายนอก
ฉันกับสราญถูกแอร์ในร้านเป่า จนเย็นสบายไปทั่วตัว เราเสมองทั่วร้าน หาที่นั่งริมหน้าต่าง แต่เต็มหมดแล้ว พี่ดีว่าเห็นฉันก่อน เลยยกมือขึ้นโบก เพื่อเรียกฉันไปนั่งด้วย และเพื่อใกล้ชิดมาส ฉันเลยปรี่เข้าไปหาเพื่อนสนิทเธอ
พอฉันเดินไปด้านข้าง พี่ดีว่าก็เห็นสราญ แล้วเธอก็ทำหน้าบึ้งแบบไม่ปิดบัง พร้อมกับกอดอก จ้องตาสราญแทบถลนออกมา
"พี่ดีว่านั่งคนเดียวหรือคะ? ให้พวกเรานั่งด้วยได้ไหม?"
ฉันถามทั้งๆ ที่เห็นว่าพวกเธอบาดหมางกัน ส่วนพี่ดีว่ากำลังจะปฏิเสธ แต่โชคเข้าข้างฉัน เธอเหมือนคิดอะไรออก ทำให้เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
"มานั่งด้วยกันสิ"
"สราญไปนั่งตรงอื่นดีกว่า"
สราญเมินและเดินไปอีกทาง
"ไม่เอา เจนมินจะนั่งตรงนี้"
"แต่"
ฉันขมวดคิ้ว ทำท่าให้สราญนั่งตาม แล้วเธอก็ขัดฉันไม่ได้
เจนมินคนนี้ เลยยิ้มแฉ่ง
ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กัน เป็นสงครามเย็นที่กดดันกันด้วยสายตา แต่ไม่มีใครลงไม้ลงมือกันอย่างเอาจริง และฉันก็ได้เข้าถึงเพื่อนมาสอีกแล้ว เป็นไปตามแผน
"ถ้าพี่ดีว่าจะให้เจนมินจีบมาส เจนมินต้องรู้อะไรบ้าง?"
"มาสชอบคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ"
"เจนมินเป็นคนตลก"
"เยี่ยม"
"มาสขี้เหงา"
"เจนมินชอบตื๊อ ชอบคลอเคลีย"
"ผ่าน"
"แล้ว... อยากรู้ไหมว่าไอ้มาสมันตกหลุมรักพี่กฤษณ์ได้ยังไง?"
"เล่าๆ"
ฉันตาเป็นประกาย ในขณะที่สราญผู้ทำหน้ายู่ กลับมาสนใจพี่ดีว่าอย่างจริงจังแล้วในตอนนี้
"เรื่องก็ไม่มีอะไรมากหรอก มาสมันขี้เหงา ในงานศพแม่มัน เจ้าหนี้ก็มารุมไอ้มาสเต็มไปหมด จนมาสต้องขายบ้าน ขายรถ ขายของทุกอย่างที่ขายได้
และคนที่มาหามันเป็นบริษัทสินเชื่อ ซึ่งพี่กฤษณ์ทำงานอยู่ เขาเป็นผู้จัดการสาขา ที่มาแทนฝ่ายทวงหนี้ พี่กฤษณ์เสนอให้ประนอมหนี้ แล้วคุยไปคุยมา ก็ตกหลุมรักกัน"
ฉันทำเสียงจิ๊จ๊ะในคอ
"รักทั้งที่คุณกฤษณ์แต่งงานแล้วนี้นะคะ?"
ฉันถามพี่ดีว่า ขมวดคิ้ว
"แต่ที่พวกเราไม่รู้คือ พี่กฤษณ์แต่งงานแล้ว กับใครรู้ไหม?"
"กับใครคะ?"
"เจ้าของบริษัทสินเชื่อ"
"หูย"
ฉันเสียวฟัน เมื่อคิดว่าคุณกฤษณ์ช่างปลิ้นปล้อนกระล่อน โกหก ไร้ยางอาย ฯลฯ และมาทำกับผู้หญิงที่ฉันรักด้วย
"พี่กฤษณ์ชอบพูดว่า เขาแต่งงานกับคุณสุนิตาเพราะมีลูกด้วยกัน เวลาพี่กฤษณ์อยู่กับมาส เหมือนเมียเขาจะรู้ ชอบโทรมาตาม ให้ไปรับลูก งานวันเกิดลูก อะไรแบบนั้น"
"คำพูดอย่างคลาสสิก โอ๊ย อยากซัดหมัดใส่หน้าคุณกฤษณ์โว้ย"
"แล้วคุณกฤษณ์สัญญากับไอ้มาสว่า กำลังจะหย่ากัน แต่ปีหนึ่งมานี้ ก็ไม่เคยคืบหน้า ไม่เคยทำอะไรให้ชัดเจนทั้งนั้น
จนพี่อะ โกรธมาก โกรธแทนไอ้มาสมัน และอยากหาคนที่รักมาส ดีกับมาส ไม่เห็นมันเป็นของเล่น"
"แล้วเจนมินก็เข้ามา เหมือนเจ้าหญิงขี่ม้าขาว พร้อมกองทัพผู้ช่วย"
"ใช่"
พี่ดีว่าสนับสนุน สราญเองก็พยักหน้า
ส่วนตอนนี้ ฉันรู้สึกอยากเข้าห้องน้ำ จึงขอตัวออกไป เผลอทิ้งให้ระเบิดเวลาสองลูกทำงานด้วยกัน
เมื่อทำธุระเสร็จ เดินกลับมา ทั้งพี่ดีว่าและสราญก็เถียงกันจนหน้าดำหน้าแดง แทบจะสาดน้ำใส่กัน แต่ที่แซ่บกว่านั้น คือพี่ดีว่าล็อกคอสราญ
"ถ้ากล้าก็ลองจูบดู"
สราญท้า
และ...พี่ดีว่าจูบจริง!
สราญดิ้นขลุกขลัก ก่อนสะบัดออกมา
"หายกันแล้วนะ"
พี่ดีว่าเป็นคนพูด ยกมือเช็ดปาก
"แบบนี้ซิเขาเรียกว่าจูบ แบบที่สราญทำแบบวันก่อน เขาเรียกประกอบปาก นี่แหละรสชาติของผู้หญิง!
โอ้ย! อกอีเจนมินจะแตก สองคนนี้เขาทำอะไรกันเนี่ย คนมองกันทั้งร้าน ฉันเดินไปอย่างช้าๆ สราญสะบัดหน้าแล้วเดินออกไป ส่วนฉันได้แต่เดินตามไป
ฉันเดินตามหลังสราญมาเงียบๆ คิดวางแผนชั่วร้าย ไม่สิ แผนอันแยบยลในใจ ทั้งที่ยังไม่หายอายจากเรื่องของมาส แล้วเรียกขอความช่วยเหลือจากสราญ
"เจนมินว่า เจนมินกลับมาเศร้าและหดหู่อีกแล้ว"
"..."
สราญมองสำรวจฉันด้วยความกังวล คงลืมจูบเมื่อครู่ไปแล้ว
"ไม่กินยาอีกแล้ว ใช่ไหม?"
ฉันไม่ตอบ แต่ก้มหน้าลง ตีหน้าเศร้า สราญเลยวิดีโอคอลหามาส ฉันแอบยิ้มโดยที่สราญไม่ทันสังเกต เพียงชั่วครู่เธอก็รับสาย
"พี่มาสคะ เจนมินไม่กินยา พี่มาสต้องจัดการนะคะ"
สองคนนี้สนิทกันอย่างที่ฉันคิด
สราญส่งมือถือมาให้ฉัน ฉันจ้องมองมาสในมือด้วยความเงียบงัน ไม่รู้จะพูดอะไรดี เรื่องจูบระหว่างเรายังอยู่ในใจฉันอยู่เลย
"ต่อไปนี้ เจนมินต้องกินยาต่อหน้ามาสทุกวัน"
"อย่าเลย เจนมินเกรงใจ"
ฉันปฏิเสธ หรือที่จริงคือ แกล้งปฏิเสธ
"ถ้าไม่คอลมากินยา ก็ห้ามมาหามาสอีก"
"ตะ...ตกลง"
ฉันตะกุกตะกัก ก่อนวางสาย สราญหันมายิ้มอย่างผู้ชนะ แต่ที่จริงคนชนะคือฉัน เพราะมาสได้ตกหลุมพรางฉันเรียบร้อยแล้ว วะฮะฮ่า
บันทึกของเจนมิน วันที่ 1ฉันตื่นขึ้นมาด้วยความงวงนอน เหมือนสมองถูกทาบทับไปด้วยหมอกฝ้า จนไม่อาจคิดอ่านอะไรได้เหมือนปกติ ฉันไม่ชอบความเฉื่อยชาเหล่านี้ แต่ก็ไม่อาจทำอะไรได้สิ่งแรกที่ทำให้ฉันเครียด คือ พ่อ พ่อเห็นคะแนนสอบปลายภาคของฉันด้วยแววตาเฉยเมย ก่อนแปรเปลี่ยนเป็นโทสะก้อนใหญ่ ฉันรู้ว่าฉันไม่ได้ทำให้พ่อพอใจนักเรื่องเรียน แต่ฉันก็มีดีเรื่องอื่น เช่นว่า..เช่นว่า..ไว้นึกออกฉันจะเขียนลงไปสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกดีในวันนี้ คือฉันเจอแมวหน้าตาขี้ริ้วขี้เร่ห์ ตรงใต้ตึกคณะ มันผอมโซ และเป็นเพียงลูกแมวที่ไม่รู้ว่าแม่หายไปไหน ฉันเข้าใจความอ้างว้างนี่ดี เลยซื้ออาหารเปียกให้มัน มองดูเจ้าเหมียวเลียอาหารจนหมด มันเข้ามาคลอเคลียร์ฉัน ความรู้สึกที่ว่าฉันเป็นคนสำคัญ มันก็ดีอย่างนี้เองบันทึกของเจนมิน วันที่ 2สิ่งดีๆที่ฉันอยากขอบคุณ เกิดขึ้นตอนฉันเล่นโซเชียลมีเดีย เห็นเด็กๆในทวีปห่างไกล เนื้อตัวมอมแมม&nbs
ฉันนั่งมองเสี้ยวหน้าของมาสด้วยความหลงใหล ไม่รู้ว่า ถ้าเราคบกันสักสามสิบปี ฉันจะรักเธอน้อยลงไหม? แต่ตอนนี้ฉันรักเธอ และอยากให้เธอฟื้นสักที แสงแดดสาดส่องลงบนเปลือกตาของเธอ ทำความระคายเคืองให้สุดที่รักของฉัน มันเป็นแบบนี้มาเดือนหนึ่งแล้ว แล้วเปลือกตาก็ค่อยๆ ขยับ ลืมตาขึ้น มาสตื่นแล้ว! มาสหันมามองรอบๆ ตัว แล้วก็ทำหน้าตกใจเมื่อเห็นฉัน "เจนมิน! เจนมินจริงด้วย เกิดอะไรขึ้น มาสตายไปเจอเจนมินได้ไง?" "ใครตาย ไม่มีใครตายทั้งนั้น มีแต่มาสนั่นแหละที่สลบไปหนึ่งเดือน" "ห้ะ?" "ใช่ เราต้องคุยกันยาวเลย" "ถ้าอย่างนั้น ที
ในมุมมองของมาส มาสอยากเป็นส่วนหนึ่งให้คนที่เป็นซึมเศร้าเลิกอาย และตระหนักความสำคัญของการรักษาตัว รวมไปถึงมีคนรอบข้างที่เข้าใจคนป่วย ปฏิบัติตัวกับคนป่วยอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะคนป่วยซึมเศร้าในไทยมีกว่าสี่เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทย มาสโพสต์ไดอารี่ที่มาสเขียน เพื่อไม่ให้ลืมเรื่องของเจนมินทุกช่องทางเท่าที่จำได้ ทั้งโซเชียล เว็บบอร์ด บล็อก หรือที่ไหนก็ตามที่มาสคิดออก โดยที่มาสไม่กล้าอ่านมันซ้ำอีก และวานให้ดีว่าพิมพ์ให้ด้วย เพราะมาสไม่อยากร้องไห้อีกแล้ว อีกใจหนึ่งมาสกลัวว่ามาสจะเลิกเศร้า และเลิกคิดถึงเจนมินได้แล้ว คนที่มีอาการมากมายไม่ได้รับการรักษา ทำให้มีคนฆ่าตัวตายอย่างน่าเสียดาย ทั้งๆ ที่จิตแพทย์มีทั้งยา และมีวิธีการบำบัดอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ว่าโรคจะเกิดจากสภาพแวดล้อม พันธุกรรม หรือสารเคมีในสมอง
ในมุมมองของสราญ สราญเป็นคนมีระเบียบแบบแผนมาตั้งแต่เด็กๆ เสื้อผ้าต้องรีดจนเรียบ เรียงกันตามสี ไล่จากสีอ่อนไปสีเข้ม สราญแบ่งเวลาอย่างชัดเจน และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ตอนคบกับยีนส์ ยีนส์ชอบบอกว่า ให้สราญผ่อนปรนกับตัวเองลงบ้าง แต่เวลาอ่านหนังสือ เวลาออกกำลังกาย สราญไม่เคยสละให้ยีนส์เลย นั่นแหละ ยีนส์ถึงได้สะสมความน้อยใจเอาไว้ และปะทุออกมา อย่างที่ทุกคนเห็น แต่ตอนนี้ เวลาที่สราญจัดสรรอย่างพอเหมาะ กลับกลายเป็นเวลาที่สราญเห็นหน้าคนหนึ่งลอยมาตลอดเวลา นั่นคือใบหน้าของพี่ดีว่า ตอนยิ้ม ตอนยียวน ตอนโกรธ ตอนใจลอย หรือตอนทำหน้าเฉยๆ ทุกโมเมนต์ปรากฏในหัวสราญ จนไม่เป็นอันทำภารกิจตามตารางงาน แถมการฝึกซ้อมทำอาหารกับแม่เทียนในวันนี้&n
มาสเขียนไดอารี่ฉบับนี้ขึ้น เพื่อไม่ให้ตัวเองลืมเรื่องของคนพิเศษในใจมาส คนที่ชื่อเจนมิน มาสตื่นขึ้นมาด้วยสภาพแฮงก์ โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งข้างกาย สัมผัสแรกที่เห็นหน้าเธอ คือเจนมินสวยจนชวนหลงใหล ประเภทอยากตามตื๊อเป็นแฟนตลอดไป คำแรกที่เธอพูดกับมาสคือ 'สวยจัง' เธอคงไม่รู้ว่า เธอก็สวยไม่แพ้ใคร แววตาเศร้าสร้อยทำให้มาสอยากปกป้อง และที่น่าแปลกคือเธออยากรับผิดชอบคืนนั้นของเรา แน่นอนว่ามาสหัวเราะ เพราะสมัยนี้เขาไม่คิดแบบนั้นกันแล้ว เธอเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆ ตัวมาส หาข้ออ้างมาเจอด้วยการรับน้องบ้าง อยากหาเพื่อนกินข้าวบ้าง เธอไม่เคยหยุดพยายาม ที่จะรู้จักมาสให้มากขึ้น จนกระทั่งมีคนบอกเธอว่า มาสเป็นเมียน้อยคนอื่น มาสไม่เคยอายเรื่องระหว่างมาสกับพี่กฤษณ์ แต่ตอนนั้นมาสอายเ
ในมุมมองของมาส มาสขอร้องสราญเป็นครั้งสุดท้าย ขอเข้าไปหาเจนมินเพื่อร่ำลา สราญบอกมาสว่า เมื่อคุณเดชไปเตรียมสถานที่จัดงานศพ สราญจะโทรบอกมาส มาสรออยู่ที่ลานจอดรถนาน เสียงรถเข้าออกค่อยๆ เลือนหายไปจากโสตประสาทของมาส มาสได้ยินแต่เสียงเจนมินพูด เจนมินหัวเราะอยู่ในหัว คนคนนั้นจะพูดมากเฉพาะกับคนที่สนิทเท่านั้น เสียงที่แท้จริงที่มาสได้ยินในตอนนี้ คือเสียงลมหายใจของมาสเอง มันดังเพื่อแสดงว่า ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน แต่มาสก็ยังอยู่ ยังไม่ตาย แต่อยู่อย่างทรมาน และด้วยความรู้สึกผิด มาสยืนอยู่นาน จนตัวทั้งตัวกลายเป็นก้อนหิน ก้อนหินที่เจ็บปวดได้ มาสไม่ได้ร้องไห้ ไม่มีเสียงสะอื้น มีแต่ห้วงลมหายใจขาดช่วง ทุกครั้งที่มาสคิดถึงเจนมิน ใจมาสเหมือนจะขาด เหมือนจะตายตามไป แต่ที่
หมายเหตุ *** มีฉากรุนแรงสูง ผู้อ่านที่จิตใจอ่อนไหวควรได้รับคำแนะนำ ฉันถามเอไอแล้ว ว่าฆ่าตัวตายด้วยวิธีไหนเจ็บน้อยที่สุด แต่เอไอไม่ตอบ ทั้งๆ ที่รู้แต่ก็ไม่ตอบ มันน่าโมโหไหมละ ฉันคิดถึงแม่ บางทีถ้าฉันตาย ฉันอาจไปอย
เรามาถึงหน้าหอพักของมาส แล้วนั่งรอกันครู่ใหญ่ พี่ดีว่าบอกเราว่า คุณกฤษณ์ส่งข้อความหามาส จะมาหาเธอวันนี้ แต่พี่ดีว่าแอบลบข้อความนั้น แล้วนัดมาสให้มาเจอกับฉัน และมาสก็ตอบตกลง รถตู้ของพ่อปิดฟิล์มส
คุณกฤษณ์ส่งข่าวมาบอกมาส ว่าคุณสุนิตาแท้ง เธอไม่ได้สบายใจ หรือดีใจ ที่รู้ว่าเด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องเสียไป จากความเครียดของแม่ ที่มาสเป็นคนมีส่วน ฉันต้องมาหามาสทุกคืน เพื่อมาดูเธอกินข้าวและเข้า
วันนี้เป็นเช้าวันเสาร์ ปกติฉันจะไปคลุกอยู่ที่ห้องของมาส แต่วันนี้ ฉันมีภารกิจสำคัญ นั่นคือ ภารกิจทวงคืนไอแพด ฉันรอให้พ่อเดชอยู่ตามลำพังในห้องนั่งเล่น แล้วทำหน้าตาน่าสงสาร เหมือนที่ชอบทำเวลาจะรบกวนใคร



![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



