Share

ตอนที่ 1 ผิดคน (4/4)

last update Last Updated: 2026-01-02 18:35:49

“พี่…ขอโทษ” รามินทร์พยายามจะเข้าถึงตัวคนที่นิ่งเงียบไปนาน จนเขาหวั่นใจว่าเธอจะเป็นอะไรมากกว่าที่เห็นภายนอก “เจ็บตรงไหน ขอพี่ดูหน่อย”

“มะ…ไม่ต้องเข้ามา!” เธอลนลานร้องห้ามทั้งยังเบือนหน้าหนี

ใจหนึ่งก็ห่วงหากอีกใจกลับไม่กล้าขัด ชายหนุ่มจึงยักแย่ยักยันอยู่อย่างนั้น เขากลัวว่าถ้าเข้าใกล้กว่านี้ เธอจะถอยหนีจนเจ็บตัวกว่าเดิม แต่หากให้เขาดูดายอยู่เฉยเขาก็ทำไม่ได้อีกเช่นกัน

“หันไป” หญิงสาวสั่งเสียงแหบพร่า “บอกให้หันไปไง!” ย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้นจนรามินทร์ต้องยอมล่าถอยในที่สุด

วินาทีนั้นเองเขาถึงได้มีโอกาสสำรวจตัวเอง แล้วถึงกับต้องกุมขมับ ขยับหนีสายตาหญิงสาวแทบไม่ทัน เข้าใจทุกการกระทำเมื่อครู่ของเธอขึ้นมาทันที

อารามตกใจของตัวเองแท้ ๆ ทีเดียว ที่ทำเอาลืมสนิทว่าตนกำลังเปลือยกายอล่างฉ่างต่อหน้าอีกฝ่ายอยู่ ไม่แปลกใจเลยที่เธอต่อต้านเขาขนาดนั้น

“เข้าห้องน้ำไปก่อนได้มั้ย เราจะแต่งตัว” หญิงสาวขอร้องด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“โอเคครับ” รามินทร์ตอบรับเสียงอ่อย ก่อนกระเถิบตัวลงจากเตียงอีกฝั่ง จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าห้องน้ำตามที่อีกฝ่ายขอ เพื่อให้เจ้าตัวได้มีเวลาจัดการตัวเองอย่างเต็มที่

โชคยังดีที่เมื่อคืนเขาถอดเสื้อผ้าทิ้งไว้ในห้องน้ำ เลยไม่ลำบากกับการหยิบหามาใส่ ผิดกับคนที่อยู่ด้านนอกนั่น ในความทรงจำอันเลือนราง ชายหนุ่มพอจะจำได้ว่าถอดชุดของเธอโยนสะเปะสะปะไปทั่วห้องเลยทีเดียว

คิดแล้วก็ให้หงุดหงิดจนอยากทึ้งหัวตัวเองนัก ไม่รู้เลยว่าเรื่องเมื่อคืนมันผิดพลาดตรงไหน

รามินทร์คิดถึงข้อความที่เพื่อนส่งมาให้ในห้องแชต คนที่ทำงานประเภทนี้ก็น่าจะเป็นงานอยู่แล้วมิใช่หรือ เพราะฉะนั้นตัดเรื่อง ‘ไม่เคย’ ออกไปได้เลย

ส่วนเรื่องการใช้ ‘ความรุนแรง’ รามินทร์มั่นใจว่าตนไม่เคยมีพฤติกรรมเยี่ยงนั้น แต่เพราะเขา ‘เมา’ นี่สิ อาจจะเผลอทำลงไปโดยไม่รู้ตัว

ยิ่งนึกก็ยิ่งห่วงอีกคนขึ้นมาติดหมัด มือไวเท่าใจคิด คนในห้องน้ำจึงตัดสินใจผลักประตูเปิดเข้าไปในห้อง หมายจะเช็กให้แน่ใจว่าคนที่ตนห่วงไม่ได้บาดเจ็บรุนแรงจนต้องถึงมือหมอ

เสียงเปิดประตูที่ดังขึ้นอย่างไม่คาดคิดส่งผลให้คนในห้องสะดุ้งเฮือก ทว่าคนที่พรวดพราดออกมากลับต้องตกใจยิ่งกว่า เมื่อหญิงสาวที่เคยเข้าใจว่าเป็นน้องน้ำมนต์ แท้จริงแล้วคือเพื่อนร่วมคณะที่เพิ่งนั่งก๊งเหล้าอยู่ด้วยกันที่ผับเมื่อคืนนี่เอง นี่มันเรื่องบ้าอะไรวะเนี่ย

“ม่อน…” ต้องใช้เวลาพักหนึ่งเลยทีเดียวกว่าทั้งคู่จะหาเสียงตัวเองเจอ รามินทร์เป็นฝ่ายสาวเท้าเข้าหาหญิงสาวก่อน ด้วยต้องการคำตอบว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ได้

ทว่าเพียงก้าวแรกที่ขยับ เธอกลับถอยกรูดไปตั้งหลักเสียไกลจนเขาต้องยอมหยุดเท้าไว้แค่นั้น

“โอเค…แต่เราต้องคุยกันนะม่อน” ภายในห้องมีเพียงหลอดไฟวอร์มไวท์ดวงเดียวเท่านั้นที่ส่องสว่าง หากก็มากพอจะสะท้อนความแวววาวที่ตกต้องบนใบหน้าของอีกฝ่ายได้ชัดเจน

หญิงสาวส่ายหน้าปฏิเสธจนผมกระจาย เธอแสดงออกซึ่งความบอบช้ำทั้งกายและจิตใจด้วยการปลดปล่อยทำนบน้ำตาออกมาเงียบ ๆ ชายหนุ่มไม่ได้ยินแม้แต่เสียงสะอึกสะอื้นของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ

กระนั้นหยดน้ำที่กบหน่วยตากับอาการตัวสั่นอย่างที่เธอกำลังเป็น ก็บ่งบอกความรู้สึกภายในได้มากกว่าคำพูดใด ๆ

“แต่ว่า…” หากรามินทร์ยังรั้นจนเธอต้องเอ่ยปาก

“ช่างมันได้มั้ย เรา…ไม่ได้…” อยากให้มันเป็นแบบนี้ เธอละล่ำละลักออกมาน้ำเสียงขาดห้วง เธอเองก็สับสนไม่น้อยไปกว่าเขา เธอต้องเมาหนักขนาดไหนถึงจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เลย

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักราม (เป็นพิเศษ) #รามโชว์ม่อน   ตอนที่ 14 คนแปลกหน้า (5/5)

    กว่าจะฝ่ารถติดมาถึงบ้านของเพื่อนสนิทได้ก็ปาเข้าไปดึกดื่นค่อนคืน จนลูกชายคนกลางถึงขั้นต้องโทร. ตาม“(คุณแม่หนีเที่ยวเหรอครับ ป๋าฝากถาม)” รังรองระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อได้ยินสามีเอ็ดลูกชายดังเข้ามาในสายว่า ‘เอ้า ไอ้ลูกคนนี้นี่มาโยนให้ป๋าซะงั้น’“ขอบใจมากนะรอง รบกวนซะดึกเลย” ผานิตเอ่ยกับเพื่อนสนิทเบา ๆ“ไม่เป็นไร แค่นี้เอง” รังรองส่ายหน้าพร้อมกับหันไปรับไหว้หญิงสาวอีกคนที่นั่งรถกลับมาด้วยกัน“หายไว ๆ นะลูก” เพื่อนของผานิตอวยพร ทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนป่วยเป็นอะไร หากรังรองก็ไม่คิดจะละลาบละล้วง แค่ทำหน้าที่ขับรถส่งเพื่อนให้ถึงจุดหมายเท่านั้น“ขอบคุณคุณรังรองมากนะคะ” สองมือของมนสิชายกมือพนมไหว้เจ้าของรถอีกเป็นรอบที่เท่าไรไม่รู้ตั้งแต่เจอกันไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา“คุณเคินอะไรกัน เรียกป้าเหมือนที่เรียกป้าผาก็ได้” รังรองท้วงขึ้นอย่างไม่ถือตัว“ค่ะ” คนเด็กสุดในรถเอ่ย ก่อนขยับตัวลงจากรถไปอย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังมีอาการเวียนศีรษะอยู่บ้าง“(คุณแม่คุยกับใครครับ)” ลูกชายคนกลางที่คาสายอยู่ ถามกับมารดาเมื่อได้ยินเสียงพูดคุยดังแว่วเข้ามา“หลานป้าผาไงลูก จำป้าผาได้มั้ย” คนปลาย

  • รักราม (เป็นพิเศษ) #รามโชว์ม่อน   ตอนที่ 14 คนแปลกหน้า (4/5)

    “หนูคงแปลกใจใช่มั้ย” ผานิตขยับเข้าใกล้คนป่วยอีกนิด “…ที่เห็นป้า” ความกังวลพาดผ่านนัยน์ตาของคนที่ผ่านโลกมามากกว่าครึ่งร้อย หญิงสูงวัยทาบมือตนเองกับหลังมือของมนสิชา หวังส่งผ่านความห่วงใยไปถึงคนเด็กกว่า อย่างน้อยท่านก็มองหญิงสาวตรงหน้าไม่ต่างจากลูกหลานคนหนึ่ง“…” มนสิชาจนในคำพูด เท่าที่สมองเบลอ ๆ ของเธอยังพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ มันดูประจวบเหมาะเกินกว่าจะเป็นแค่ ‘ความบังเอิญ’ ที่ผานิตกับเลขาฯ และเพื่อนสนิทของท่านได้มาเจอกับเธอในสถานที่แห่งนี้“อันที่จริงป้ารู้อยู่แล้วว่าหนูจะกลับมา เฟิงเขาฝากฝังให้ป้าช่วยดูว่าหนูถึงเมืองไทยเรียบร้อยดีรึยัง” มนสิชาไม่นึกโกรธสักนิดที่ได้ยินเช่นนั้น มีแต่จะเต็มตื้นไปด้วยคำขอบคุณในความเอื้อเฟื้อที่หลี่เฟิงมีให้เธอเสมอ หากว่าเมื่อครู่เธอฟื้นขึ้นมาโดยไม่มีแม้แต่คนคุ้นเคยคงทุกข์ใจยิ่งกว่า“หนู…ขอบคุณนะคะ…” หญิงสาวกล่าวเสียงเครือได้ไม่กี่คำก็ต้องหยุดลง ด้วยปวดแปลบไปทั้งอกใจจนไม่อาจเปล่งวาจา เพียงความเมตตาที่อีกฝ่ายยื่นมือมาคว้าเธอไว้ ขณะกำลังจมดิ่งลงในช่วงเวลาแห่งความมืดมิด กลับมีค่ายิ่งกว่าข้าวของเงินทองอย่างเทียบกันไม่ติดมนสิชาถูกความเครียดขรึมก

  • รักราม (เป็นพิเศษ) #รามโชว์ม่อน   ตอนที่ 14 คนแปลกหน้า (3/5)

    ปาณชีวาผลักประตูเดินเข้ามาด้านในคลินิกด้วยท่วงท่าสงบ ทั้งที่ภายในสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง เธอกวาดตามองไปรอบ ๆ พื้นที่สีขาวสะอาดสะอ้าน ด้านหน้ามีพนักงานต้อนรับสองคนกำลังส่งยิ้มมาให้อย่างสุภาพ แต่แล้ว“คุณคะ! คุณ! ได้ยินฉั– ว้าย!!” เลขาฯ ของผานิตที่ล็อกเป้าหมายไว้กับคนเดินนำเข้ามาก่อนแล้ว รีบพุ่งตัวตามเสียงหวีดร้องนั้นไปอย่างรวดเร็วกระทั่งหน่วยตากลมโตเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อภาพในกรอบสายตาเธอตอนนี้คือร่างของมนสิชาในสภาพอ่อนปวกเปียก กำลังฟุบลงกับบ่าของพนักงานคนหนึ่งที่สังเกตเห็นความผิดปกติของหล่อนเข้าพอดีพนักงานอีกคนรีบปรี่เข้ามากันคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องให้ออกห่างรวมทั้งปาณชีวาด้วย ทว่า“ฉันเป็นญาติกับเธอค่ะ” เลขาสาวแอบอ้างทั้งยังสำทับเพิ่มเติมความน่าเชื่อถือไปอีกว่า “ไม่รู้เพลียเพราะนั่งเครื่องนานไปรึเปล่า พอดีเธอเพิ่งบินกลับจากฮ่องกงน่ะค่ะ” เพียงเท่านั้นปาณชีวาก็สามารถเข้าถึงตัวคนที่เพิ่งเป็นลมได้ในฐานะ ‘ญาติ’ ของเจ้าตัว•ล่วงเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ มนสิชาที่ได้รับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก็ตื่นขึ้นมาบนเตียงผู้ป่วยของทางคลินิก นอกจากพยาบาลที่แวะเข้ามาดูอาการเธอแล้ว ยังมีหญิงสาวอีกคนที่เธอไม่เคยเห

  • รักราม (เป็นพิเศษ) #รามโชว์ม่อน   ตอนที่ 14 คนแปลกหน้า (2/5)

    ถัดจากนั้นไม่กี่ช่วงถนนรถทั้งสองคันที่ขับตามกันมาก็จอดสนิทที่หน้าโรงแรมสามดาวแห่งหนึ่ง ปาณชีวาตัดสินใจว่าจะตามมนสิชาเข้าไปในโรงแรมแห่งนั้นด้วย โดยฝากให้ประดิษฐ์ช่วยดูลาดเลาแถว ๆ ด้านหน้าที่พักไว้อีกทางเผื่อมีเหตุให้คลาดกันเห็นหญิงสาวร่างเล็กคว้าเป้จากเบาะนั่งออกมาสะพายไว้บนบ่า ก่อนจะปิดประตูรถตามหลัง และหมุนเท้าตรงไปยังประตูทางเข้าของตึกสี่ชั้นตรงหน้า ปาณชีวาก็ไม่รั้งรอให้เสียเวลา อย่างน้อยไปให้ทันตอนอีกฝ่ายเช็กอินเผื่อจะได้รู้ว่าหล่อนพักชั้นไหนก็ยังดีเลขาฯ ของผานิตแฝงตัวเข้าไปในคราบผู้เข้าพักเช่นเดียวกับมนสิชาเพื่อไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกต เลยทำให้เธอสืบทราบได้ว่าอีกฝ่ายพักอยู่ห้องไหน จากนั้นเธอก็จงใจจองห้องพักบนชั้นเดียวกันปาณชีวาต่อสายหาเจ้านายอีกครั้ง ขณะหันไปปิดประตูห้องที่จองได้เมื่อครู่ ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับห้องของมนสิชาพอดิบพอดี หน่วยตาเรียวรีแนบกับช่องตาแมวหลังบานประตูเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรบดบังทัศนวิสัยตรงหน้า“(ได้เรื่องมั้ยปูเป้)” สัญญาณรอสายดังขึ้นเพียงไม่กี่วินาที ผานิตก็ตอบรับทันควันราวกับรออยู่“ค่ะ คุณม่อนเข้าพักที่โรงแรมxxค่ะ เป้ตามเธอมา เราอยู่ห้องตรงข้ามกันนี่เ

  • รักราม (เป็นพิเศษ) #รามโชว์ม่อน   ตอนที่ 14 คนแปลกหน้า (1/5)

    ปาณชีวาแยกกับเจ้านายที่สนามบิน โดยผานิตให้เลขาฯ ส่วนตัวกับคนขับรถตามมนสิชาไป ส่วนตัวเองโทร. หาเพื่อนสนิทที่นัดทานมื้อเย็นด้วยกันให้ช่วยส่งคนมารับนางตอนนี้แทนบ่ายคล้อยรถของปาณชีวาก็มาหยุดตรงหน้าคลินิกเอกชนแห่งหนึ่ง เยื้องกันกับรถแท็กซี่คันที่มนสิชานั่งมาจากสนามบิน เลขาฯ สาวเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อขนาดใหญ่แล้วให้สังหรณ์ใจแปลก ๆก่อนจะย้ายสายตากลับมาที่คนในรถคันข้าง ๆ อีกครั้ง โชคดีที่กระจกรถคันดังกล่าวไม่ได้ติดฟิล์มทึบ จึงพอจะสอดส่องท่าทีของผู้หญิงคนนั้นได้ถนัด“คุณผาบอกว่าคุณม่อนท้องอยู่ใช่มั้ยคะ” ปาณชีวาตัดสินใจโทร. ถามเจ้านายอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เมื่อเธอเพิ่งขอให้คนของผานิตช่วยหาข้อมูลเกี่ยวกับคลินิกแห่งนี้ให้ และพบว่าที่นี่เป็นคลินิกเวชกรรมวางแผนครอบครัว หากมนสิชาท้องอยู่ ก็มีความเป็นไปได้ที่หล่อนจะแวะมาที่นี่เพื่อ ‘ฝากครรภ์’ หรืออะไรเทือกนั้นแต่หากหญิงสาวไม่ได้มาเพื่อการนั้นล่ะ เพราะคลินิกดังกล่าวได้เปิดเป็นสถานบริการยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกกฎหมายด้วยเช่นกัน ปาณชีวาที่พอจะรับรู้ปมปัญหาของฝ่ายนั้นมาบ้างแล้วจากผานิตจึงอดตงิดใจไม่ได้“(มีอะไรเหรอปูเป้)” แผนที่ตั้ง รวมทั้งรูปถ่ายหน้า

  • รักราม (เป็นพิเศษ) #รามโชว์ม่อน   ตอนที่ 13 ไม่มีใคร (4/4)

    จากที่ตั้งใจแค่จะ ‘แวะ’ เข้ามาที่ร้านเพื่อดูความเรียบร้อยตามที่สั่งงานเอาไว้ในขณะที่ยังนอนรักษาตัวอยู่ โดยคิดว่าคงใช้เวลาไม่นานก็กลับออกไป ทว่าพอเจอแบบนี้เข้าไป หลี่เฟิงจึงตัดสินใจหมกตัวอยู่ที่นั่นต่อยาว ๆRrrrr Rrrrr“ว่าไงครับป้าโจว” หลี่เฟิงแปลกใจเล็กน้อยที่แม่บ้านโทรศัทท์หาเขาในเวลานี้“(คุณอ้อนกำลังจะออกไปรับคุณแม่ของเธอที่สนามบินค่ะ)” ชายหนุ่มเพิ่งรู้ในนาทีนั้นเองว่าแม่ยายของเขามาที่นี่ ทำไมอรนุชไม่เห็นบอกกล่าวอะไรเขาเลย“(…ดูเหมือนคุณอ้อนจะให้แม่เธอมาช่วยจัดการเรื่องคุณม่อนน่ะค่ะ)” โจวบังเอิญไปได้ยินเข้าพอดีตอนที่อรนุชโทร. หามารดา หากก็ไม่มั่นใจนักว่า ‘จัดการ’ ในความหมายของอรนุชนั้นแฝงความนัยอะไรไว้หรือไม่ แต่ดูจากความสัมพันธ์ของสองพี่น้องในเวลานี้ ทำให้โจวไม่อาจคิดไปในทางที่ดีได้เลย“ป้าโจวช่วยไปเป็นเพื่อนเมียผมทีได้มั้ยครับ” ไม่ใช่แค่แม่บ้านคนสนิทที่รับรู้ได้ถึงบรรยากาศอึมครึมระหว่างอรนุชกับมนสิชา หลี่เฟิงเองก็สัมผัสได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างด้วยเช่นกันบางทีเขาก็อยากให้มันเป็นแค่การคิดมากไปเอง กระนั้นปากอิ่มกลับสั่งการกับพี่เลี้ยงไปแล้ว ว่าให้ช่วยจับตาดูความเคลื่อนไหวของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status