Mag-log in“ว่าแต่เธอพร้อมที่จะท้องลูกของเราหรือยัง” “พร้อมมากค่ะลุงตอนนี้” ลูกหยีตอบพร้อมกับส่งแววตาซุกซนมาให้คนแก่ ทำให้เอกณัฐหัวเราะชอบใจกับความก๋ากั่นของเด็กสาว “ว่าแต่ครั้งแรกสำหรับเราสองคน เธออยากนอนดูดาวหรือนอนในห้องแอร์ อืมม เด็กน้อย” เอกณัฐถามความเห็นของอีกคน “ที่จริงนอนดูดาวก็คงโรแมนติกดีไม่น้อย แต่ครั้งแรกลูกหยีว่าเราไปทำแบบคนธรรมดาทั่วไปทำกันดีกว่าค่ะ ลูกหยีกลัวว่าถ้าลูกหยีเสียงดังเดี๋ยวเกิดใครมาได้ยิน อายเขาแย่เลย เดี๋ยวเริ่มชินแล้ว เราค่อยมานอนนับดาวกันนะคะลุง” ลูกหยีเด็กแก่แดดบอกกับคนตัวสูง หลังจากนั้นร่างเล็กก็ถูกอีกคนอุ้มไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วพาเข้ามาในห้องนอน ลูกหยีโดนอุ้มเข้าในท่าเจ้าสาวและถูกนำไปวางไว้ที่เตียงอย่างเเผ่วเบา เมื่อโดนวางลงเตียงแขนเรียวของลูกหยีรีบโน้มเอาคนอุ้มลงมา ให้ลงมานอนกับตัวเองด้วย เรียกรอยยิ้มจากเอกณัฐได้เป็นอย่างดี “ใจเย็นๆ เด็กดี เราต้องถอดเสื้อผ้าก่อนนะ เราจะทำกันต้องไม่มีเสื้อผ้าติดตัวถึงจะได้ลูบไล้สัมผัสกันได้โดยไม่มีอะไรเกะกะ อ๊าาาา” คนพูด พูดบอกยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ เสื้อยืดที่เขาเอาไว้ใส่นอนก็โดนมือเรียวสอดเข้ามาทางชายเสื้อ
หลังจากที่เอกณัฐตามง้อลูกหยีได้แล้ว ทั้งสองคนต่างปรับความเข้าใจกันมากขึ้น พวกเขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน“ลุง อากาศดีมากเลยค่ะ ลูกหยีชอบจังเลย” ลูกหยีพูดขึ้นขณะที่ตอนนี้ทั้งคู่นั่งดูดาวอยู่ที่ระเบียงห้องนอนด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ที่พัดผ่านมาท่ามกลางธรรมชาติ เอกณัฐและลูกหยีนั่งอยู่บนเบาะที่เขาเอามาปูเพราะว่าลูกหยีอยากนอนดูดวงดาวที่เต็มท้องฟ้า ตอนนี้เธอนั่งพิงไหล่ของเอกณัฐอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่ไม่พูดอะไรมาก แต่ความเงียบนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้พัฒนามากขึ้นจากการปรับตัวและเข้าใจกัน พวกเขาไม่ต้องการคำพูดใด ๆ มากมาย แต่การที่ได้นั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางธรรมชาตินั้นทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง“ถ้าชอบก็แค่บอก เดี๋ยวฉันจะพาออกมาดูบ่อยๆ แต่อยู่ดึกมากไม่ได้นะ เดี๋ยวน้ำค้างเยอะจะไม่สบายเอา”เอกณัฐพูดและค่อย ๆ ยื่นแขนไปโอบรอบตัวลูกหยี ร่างเล็กของเธอพิงอยู่ที่เขาอย่างพอดี ความอบอุ่นจากร่างกายของเอกณัฐทำให้ลูกหยีรู้สึกผ่อนคลาย หัวใจของเธอเต้นช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข เธอรู้สึกถึ
“นี่ลุงกล้าว่าลูกหยี เพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้เหรอคะ งั้นลุงก็เอาเธอเข้ามาอยู่ในบ้านแทนลูกหยีอย่างที่เธอต้องการเลยค่ะ ลูกหยีจะไปเอง” พูดจบร่างบางก็หันหลังเตรียมเดินจากไปแต่ยังช้ากว่าที่แขนเรียวจะโดนยึดไว้ด้วยมือแข็งแรงของเอกณัฐ “หยุดก่อนลูกหยี เธอกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มจะบบานปลายกว่าที่เขาตั้งใจให้เกิด ลูกหยีแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าเธอเองหึงหวงเขาเกินคาด ส่วนอิงอรก็หมดประโยชน์สำหรับเขาแล้ว ที่เขาทนให้เธอเข้ามาใกล้ชิด เพียงแค่จะยืมมือเธอเพื่อลองใจเด็กน้อยของเขาเท่านั้นเอง ผู้หญิงอย่างอิงอรทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอเข้าหาเขาด้วยเจตนาอะไร ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้เธอหมดประโยชน์กับเขาแล้ว เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้บริสุทธิ์จากเธอเสียก่อน ก่อนที่เด็กน้อยขี้งอนของเขาจะงอนหนักกว่านี้ ร่างสูงหันไปมองอิงอรที่ยังคงยืนอยู่ด้วยสีหน้าที่ทำเหมือนไม่สบายใจ “ส่วนเธออิงอร เธอมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ อย่าพยายามทำอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก” เอกณัฐพูดเสียงเรียบแต่เด็ดขาด อิงอรที่รู้ว่าตัวเองถูกจับได้ก็เริ่มรู้สึกถึงความเสียหน้า เธอพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังได
“คุณเอกณัฐคะ สวัสดีค่ะฉันอิงอรนะคะ พอดีอรเป็นคนงานใหม่ของที่นี่ค่ะ คืออรยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีเก็บใบชาที่ถูกต้องสักเท่าไหร่ รบกวนคุณเอกณัฐช่วยสอนอรได้ไหมคะ” เสียงร้องเรียกชื่อของเอกณัฐด้วยน้ำเสียงหวานๆ ทำให้เอกณัฐที่กำลังเดินตรวจงานในไร่ ดูคนงานเก็บใบชาอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนที่จะหันมาตามเสียงเรียกก็พบคนงานสาวที่น่าจะเพิ่งมาทำงานใหม่ เพราะเขาไม่ค่อยคุ้นหน้าสักเท่าไหร่ยืนส่งยิ้มให้เขาอยู่ เธอดูเป็นคนที่มีเสน่ห์ รูปร่างหน้าตาสวยน่าจะดึงดูดความสนใจจากผู้ชายได้เป็นอย่างดี“เอ่อ แล้วหัวหน้าคนงานไปไหนครับ ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สอนคนงานก่อนที่จะมาลงเก็บใบชาจริงๆเหรอ” เอกณัฐถามอย่างสงสัย“ที่จริงหัวหน้าเขาสอนแล้วค่ะ แต่ว่าอรจำไม่ค่อยได้ไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือเปล่า เลยอยากให้คุณเอกณัฐสอนอีกครั้ง” อิงอรส่งสายตาที่สื่อความหมายชัดเจนมาให้กับเอกณัฐแบบที่เธอเคยใช้กับคนอื่นได้ผลอิงอรเป็นคนงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในไร่ชา เธอเป็นคนสวยเธอใช้ความสวยที่มีแลกกับสิ่งต่างๆที่เธออยากได้จากผู้ชาย ตั้งแต่วันแรกที่อิงอรเข้ามาทำงานที่ไร่ชา เธอรู้ดีว่าเอกณัฐเป็นเจ้าของไร่ชาและเป็นคนที่น่าเคารพ แทนที่เธอจะเคารพในฐานะนาย
วันหนึ่งในขณะที่ลูกหยีกำลังทำงานอยู่ในไร่ชา เธอพลาดลื่นล้มระหว่างที่เดินไปเก็บใบชา ทำให้เธอบาดเจ็บเล็กน้อยที่ข้อเท้า แม้จะไม่ใช่บาดเจ็บหนัก แต่เธอก็รู้สึกเจ็บแปล๊บที่ข้อเท้าและเดินไม่สะดวก เอกณัฐที่อยู่ใกล้ ๆ รีบเข้ามาช่วยเหลือทันทีโดยไม่พูดอะไรมาก เขาอุ้มลูกหยีไปนั่งที่ร่มไม้ใกล้ ๆ และตรวจดูอาการด้วยท่าทางจริงจัง ถึงแม้ว่าเขาไม่ได้แสดงอาการตกใจ แต่สายตาที่แสดงถึงความห่วงใยนั้นกลับชัดเจนอย่างมาก “เธอต้องพักสักหน่อย อย่าเพิ่งฝืนลุกยืน นั่งพักก่อน” เอกณัฐพูดขณะก้มลงดูที่ข้อเท้าของเธอ อย่างน้องก็ไม่ได้หักหรือแพลงอย่างที่เขากังวล ถึงลูกหยีจะยังรู้สึกเจ็บเล็กน้อย แต่ก็อดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นท่าทางของเขา เธอรู้สึกถึงความใส่ใจที่เขามอบให้ แม้จะไม่พูดอะไรมาก แต่การกระทำของเขาก็ทำให้เธอรู้สึกถึงความห่วงใยของเขา แค่นี้ก็ทำให้ดวงใจน้อยๆ ของเธอเต้นอีกแล้ว “ไม่เป็นไรค่ะ แค่นิดเดียวเอง หนูยังทำงานต่อไหว” ลูกหยีพูดอย่างพยายามให้ตัวเองดูเข้มแข็ง แต่เอกณัฐกลับมองเธออย่างนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง “เธอไม่ต้องฝืน เดี๋ยวฉันจะช่วยดูทำงานที่เหลือเอง เธอนั่งพักก่อน อย่าดื้อ เข้าใจไหม เดี๋
หลังจากที่ลูกหยีตัดสินใจรับผิดชอบงานในไร่ชาอย่างจริงจัง เธอก็เริ่มฝึกฝนทักษะการทำอาหารควบคู่ไปด้วย แม้ว่าเธอจะไม่ใช่คนที่มีทักษะการทำอาหารมาก่อน แต่เธอก็ตั้งใจอยากทำอาหารให้เอกณัฐได้ชิม โดยเฉพาะหลังจากที่เธอรู้สึกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น วันนี้ลูกหยีตัดสินใจทำอาหารเย็นด้วยตัวเอง เธอต้องการทำเมนูง่าย ๆ แต่ต้องการให้เป็นมื้อพิเศษที่เอกณัฐสามารถชิมแล้วรู้สึกถึงความใส่ใจของเธอ เธอแอบศึกษาในยูทูปมาหลายเมนูดูแล้วดูอีก จนในที่สุดเธอก็ตัดสินใจทำเมนูที่คิดว่าเธอทำได้ ลูกหยีเริ่มต้นด้วยเมนูที่ง่ายที่สุดสำหรับมือใหม่อย่างเธอ นั่นก็คือไข่เจียวหมูสับ แม้ว่าเมนูนี้จะดูธรรมดา แต่เธอก็จะพยายามทำให้มันดีที่สุด เธอเตรียมหมูสับ ผสมกับเครื่องปรุงเล็กน้อย จากนั้นก็ตอกไข่ลงในชาม แล้วตีส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างตั้งใจ ขณะที่ทอดไข่ในกระทะ เธอก็พยายามจับจังหวะการพลิกไข่ให้ดูสวยงามและไม่ไหม้เกินไป เธอรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะทำอาหารให้เอกณัฐได้ชิม“ขออย่าให้ไหม้เลยนะ ไม่งั้นเสียหน้าเเย่เลย” ลูกหยีบ่นพึมพำกับตัวเอง ขณะที่พลิ







