เข้าสู่ระบบหลังจากการสนทนานั้น ลูกหยีตัดสินใจรับความท้าทาย แม้ว่าภายในใจจะไม่ค่อยเต็มใจนัก แต่เธอรู้ดีว่าถ้าเธอจะอยู่ที่นี่และใช้ชีวิตในฐานะภรรยาของเอกณัฐ เธอก็ต้องเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง เธอไม่ต้องการถูกมองว่าเป็นภาระหรือผู้หญิงที่ไร้ประโยชน์
วันต่อมาหลังจากกลับมาจากทำงานในไร่ชา ลูกหยีก็ตรงเข้าไปในครัวทันที เธอมองดูเครื่องครัวและวัตถุดิบที่มีอยู่เพื่อที่จะเตรียมประกอบอาหาร ตอนนี้ลูกหยีทั้งรู้สึกตื่นเต้นและกังวลไปพร้อมกัน เพราะแม้ว่าเธอจะเคยทำอาหารบ้างแต่เธอก็ไม่เคยทำให้ใครกินแบบนี้
ถึงแม้ว่าเอกณัฐจะไม่ได้อยู่ใกล้ ๆ ในตอนนี้ แต่เขาก็เฝ้าดูเธออยู่เงียบ ๆ จากห้องนั่งเล่น เขาอยากรู้ว่าเธอจะทำได้ดีแค่ไหน ความคาดหวังในตัวเธอที่เขามีไม่ได้สูงมาก แต่เขาต้องการให้เธอพยายามจริง ๆ แค่นั้น ส่วนเรื่องการพัฒนาฝีมือเขารู้ว่าสำหรับเด็กรุ่นใหม่อย่างลูกหยีมันต้องค่อยเป็นค่อยไป
ลูกหยีเริ่มทำอาหารอย่างตั้งใจ เธอเลือกทำเมนูง่ายๆ จากวัตถุดิบที่มีอยู่ เธอเลือกที่จะทำไข่เจียวและต้มจืด ที่เธอพอจะมีความถนัดอยู่บ้างและรู้ว่ามันต้องใส่อะไรลงไปบ้าง แม้ว่าในระหว่างการทำ เธอจะมีปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการหาของไม่เจอ จำไม่ได้ว่าตัวเองใส่อะไรลงไปแล้วบ้างแม้ว่าเธอจะทำไข่เจียวไหม้ไปหน่อยแต่เธอก็ไม่ยอมแพ้
เมื่ออาหารเสร็จเรียบร้อยถึงจะใช้เวลานานไปหน่อย ลูกหยีจัดใส่จานและนำมาวางบนโต๊ะอาหาร เธอถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยแต่ก็เต็มไปด้วยความหวังลึก ๆ ว่าอาหารของเธอจะไม่แย่จนเกินไป เอกณัฐเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะ เขามองอาหารที่เธอทำด้วยความสงสัยเล็กน้อย แต่ยังไม่ทำอะไรกับมันนอกจากยืนมองอย่างพิจารณา
“ลุงชิมอาหารให้หนูหน่อยว่ามันเป็นยังไงบ้างพอไหวไหม หนูบอกไว้ก่อนเลยนะลุงเป็นคนโชคดีคนแรกที่ได้ชิมฝีมือหนู แม้แต่พ่อกับแม่ใหญ่ยังไม่ได้ทานฝีมือหนูเลย” ลูกหยีโฆษณาชวนเชื่อเพื่อเชิญชวนให้อีกคนชิมฝีมือตัวเอง
เอกณัฐมองหน้าลูกหยียิ้มๆ ก่อนจะหยิบช้อนตักต้มจืดขึ้นมาชิมคำแรก ลูกหยีเฝ้ารอดูปฏิกิริยาของเขาอย่างใจจดใจจ่อ แต่เอกณัฐยังคงรักษาท่าทีเย็นชา เขาไม่แสดงสีหน้าอะไรขณะชิมต้มจืดที่เธอตั้งใจทำ แต่หลังจากนั้นเขาก็ตักไข่เจียวขึ้นมาทานอีกคำ และก็ยังไม่ยอมพูดอะไรอีก จนแม่ครัวอดไม่ได้ที่จะถาม
“เป็นไงบ้างคะลุง” ลูกหยีถามด้วยความตื่นเต้นเล็กน้อย แม้จะพยายามปิดบังแล้ว เธอลุ้นมากกว่าการสอบเสียอีก เอกณัฐวางช้อนลงบนจาน แล้วเงยหน้าขึ้นมองเธอ
“กินได้” เขาพูดสั้น ๆ แค่นั้น
คำตอบนั้นทำให้ลูกหยีหรี่ตามองเขาอย่างไม่พอใจ แต่ก็อดขำในใจไม่ได้ เธอรู้ดีว่านั่นคือคำชมจากคนอย่างเอกณัฐ
“แค่นั้นเหรอ ลุงไม่คิดจะชมมากกว่านี้หน่อยเหรอไงคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงประชด
เอกณัฐยิ้มเล็กน้อย ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก
“ไข่เจียวยังไหม้ไปหน่อย แต่ต้มจืดก็เค็มดีกว่าที่คิด ผักที่ใส่ไปก็เปื่อยดี เคี้ยวง่ายดีเหมาะสำหรับคนแก่อย่างฉัน เธอคิดว่าฉันต้องชมแบบไหนดี เธอต้องหัดทำอีกเยอะ แต่ก็ไม่แย่สำหรับครั้งแรก”
ลูกหยียิ้มบาง ๆ กับคำตอบนั้น เธอรู้สึกว่าตัวเองก้าวผ่านความท้าทายเล็ก ๆ ไปได้อีกขั้น แม้ว่าเธอจะยังมีเรื่องต้องเรียนรู้และปรับปรุงอีกมากมาย แต่สิ่งหนึ่งที่เธอได้จากการทำกับข้าวครั้งนี้คือการยอมรับในตัวเอง และความตั้งใจที่จะทำหน้าที่ในฐานะภรรยาของเอกณัฐอย่างดีที่สุด
“เย้ๆๆ ขอบคุณค่ะลุง แค่นี้หนูก็ดีใจแล้วค่ะ”
“มานั่งกินข้าวได้แล้วมา เดี๋ยวฉันจะไปทำผัดกะเพราเพิ่มให้ เธอกินเผ็ดหรือเปล่า”
คนตัวโตถาม ก่อนที่จะลุกไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหารเพิ่มให้ ลูกหยีรีบวิ่งตามทันที ก่อนจะวิ่งเข้าไปชนแผงอกกว้างอย่างจังเพราะเอกณัฐหยุดเดินเปลี่ยนใจหันมาเพื่อที่จะไปที่ตู้เย็นเพื่อรื้อหาวัตถุดิบมาทำอาหารเพิ่ม ทำให้ตอนนี้ร่างบางของลูกหยีตกอยู่ในอ้อมกอดของคนเป็นสามีทันทีอย่างไม่ได้ตั้งใจ ก่อนที่เธอจะผละออก ใบหน้าหวานแดงก่ำด้วยความอาย
“ลุง จะหยุดเดินทำไมไม่บอก เห็นไหมชนเลย จมูกหนูหักหรือเปล่าก็ไม่รู้เนี่ย” ลูกหยีบ่นกลบเกลื่อนความอาย ทำเอาคนโดนบ่นอดขำไม่ได้
“ตัวเองซุ่มซ่ามไม่ระวังเองมาโทษคนอื่น ไหนดูมาให้ฉันดูใกล้ๆ หน่อยซิ จมูกไม่ได้หักอย่างที่เธอกลัวหรอก มีแต่หน้าที่แดงเกิน”
“ตาลุงบ้า” พอรู้ว่าโดนแซวลูกหยีเลยทุบเบาๆ ที่อกคนแก่ไปหนึ่งที
“แล้วนี่เดินตามมาทำไม บอกให้ไปนั่งทานข้าวรอ”
“ก็หนูจะมาดูลุงทำกับข้าวนี่ไง ว่าลุงใส่อะไรบ้างวันหลังจะได้ทำเองทลุงสอนหน่อยได้ไหมคะ”
คำตอบของลูกหยีทำเอาคนตัวโตอดเอ็นดูไม่ได้ที่เธอพยายามที่จะเรียนรู้ในสิ่งที่เธอไม่เคยทำ เขาจึงถือโอกาสสอนและสาธิตการทำผัดกะเพราให้ดู เพียงครู่เดียวผัดกะเพราจานด่วนก็เสร็จ ก่อนที่เอกณัฐจะตักใส่จานแล้วยกออกมานั่งทานกันที่โต๊ะอาหาร
“ไหน มาชิมซิว่าฝีมือของลุงอร่อยไหม อื้อ อร่อยมากเลยค่ะลุง วันหลังหนูจะทำให้ได้รสนี้ให้ลุงกิน”
ลูกหยีเอ่ยชมอย่างจริงใจ ก่อนที่จะตักกับข้าวฝีมือตัวเองมาชิมบ้าง
“อึยยย ทำไมไข่เจียวของหนูมันขมอย่างนี้ล่ะ ไหนลุงบอกว่าไหม้นิดเดียวยังไงล่ะ ไม่ยอมบอกหนูตรงๆ แล้วแกงจืดหนูล่ะจะเป็นยังไง” ว่าแล้วลูกหยีก็ตักน้ำต้มจืดขึ้นมาชิมก่อนจะรีบคายออก
“ลุง ต้มจืดหนูเค็มขนาดนี้ทำไมลุงไม่บอกหนู” ลูกหยีโวยวายกลบเกลื่อนความเขินอายกับรสชาติอาหารที่เธอทำ
“ไม่เป็นไรหรอกน่าสำหรับครั้งแรกทำได้แค่นี้ก็โอเคแล้ว กินผัดกะเพราก็ได้” เอกณัฐให้กำลังใจคนที่ตั้งใจทำ
“ลุงทานเถอะ เดี๋ยวหนูจะทานต้มจืดของหนูเอง หนูสงสารมัน” ลูกหยีพูดด้วยน้ำเสียงสลดชวนให้น่าสงสาร ก่อนจะเอื้อมไปตักต้มจืดแต่ไม่ทันจะได้ตักถ้วยต้มจืดก็โดนเอกณัฐยกออกไปเสียก่อน ทำให้เธอมองตาขวางด้วยความไม่พอใจ
“มันเค็ม เดี๋ยวไปปรุงให้ใหม่ ตามมาดูว่าเราจะปรุงใหม่ยังไงบ้าง” ว่าแล้วทั้งคู่ก็ลุกเข้าไปในครัวใหม่อีกรอบ
“อืมมมม”เสียงครางอือในลำคอของเอกณัฐ ดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับเปลือกตาที่ค่อยๆ ขยับเปิดรับแสงยามสาย ก่อนที่เขาตกใจจนต้องชะงักเมื่อลมหายใจของอีกคนพ่นออกมาสัมผัสแผงอกเขานั้นร้อนผ่าว จนชายหนุ่มต้องขมวดคิ้ว ก่อนจะรีบทาบหลังมือลงบนหน้าผากมนก่อนจะสะดุ้งน้อยๆ “ตัวร้อนจี๋เลย…”เขาถอนหายใจยาว ตาคมมองไปรอบห้องนอน ที่ตอนนี้แสงแดดยามสายรำไรผ่านม่านเข้ามาในห้องยังอบอวลไปด้วยร่องรอยของบทรักอันหนักหน่วงเมื่อคืนกับร่างบางในอ้อมกอดที่ยังนอนคุดคู้หลับสนิท ใบหน้าจิ้มลิ้มของ ลูกหยี แดงระเรื่อผิดปกติจนน่าสงสารความรู้สึกผิดแล่นปราดเข้ามาในอก เขารู้ตัวดีว่าเมื่อคืนเขาจัดหนักและ เอาแต่ใจกับเมียเด็กมากไปหน่อย ความช่างสงสัยอยากรู้อยากลองของลูกหยีบวกกับความเร้าอารมณ์ที่เธอปรนเปรอให้ ทำให้เขาลืมไปเสียสนิทว่าร่างกายของสาวน้อยตรงหน้านั้นบอบบางขนาดไหนชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นอย่างเบามือที่สุด เขาจัดการหาผ้าขนหนูผืนนุ่มกับน้ำอุ่น นำมาเช็ดตัวให้คนตัวเล็กที่นอนครางประท้วงเบาๆ ในลำคอเพราะความหนาวสั่นจากพิษไข้“อือ... ลุง... ลูกหยีหนาว...” เสียงหวานพึมพำทั้งที่ตาก็ยังปิดสนิท ร่างเล็กขดตัวเข้าหาความอบอุ่นโดยอัตโนมัติ“ชู่ววว.
“ใช่ ตอนนี้เธอเป็นเมียที่ถูกต้อง ทั้งนิตินัยและพฤตินัย นี่ไงหลักฐานยังคากันอยู่ ฉันจะขยับแล้วนะเมียจ๋า ฟิตชิบหาย มีเมียเด็กมันดีอย่างนี้นี่เอง” เอวสอบของเอกณัฐโยกทันทีที่พูดจบ คนแก่ใจร้อนตอนนี้โดนช่องทางรักของเมียสาวเล่นงานทำเอาเขาเสียวแทบแตกตั้งแต่เพิ่งเริ่มเกือบให้ได้อายขายหน้าเด็กมัน แรงกระแทกเสียงเนื้อกระทบเนื้อดูหนักหน่วงและรุนแรงตามอารมณ์คนทำ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ “อ๊ะ อ๊ะ ออยยย ลุง หนูจุก อ๊ะ อ๊ะ อายยยย เสียวจัง จุก ลุง กระแทกแรงเกินไปแล้ว อ๊ายยย ซี๊ดดด เสียว อูยยยย” ป๊าบ ป๊าบ ป๊าบ “นี่แน่ะ ลุงเลิงอะไร เอากันขนาดนี้ไม่ลุงแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่าผัวเมีย อูยยย ตอดจริงๆ ของเด็กนี่มันดีจริงๆ เอาใหม่ลูกหยี เรียกใหม่ ตอนเราเอากันแบบนี้เรียกผัวเร็ว เมียจ๋า เรียกผัวหน่อยเร็ว อูยยย ตอดถี่จัง เสียวเหรอจ๊ะเมียจ๋า บอกผัวหน่อยเร็ว อูววว เสียวไหม ซี๊ดดดด” “ลุง อ๊ะ ก็ได้ๆ น่าอายจังเลย ผัว ผัวจ๋า ซี๊ดดด มันเสียวมากผัวจ๋า อ๊ะ มันใหญ่ มันคับไปหมด ออยยย เมียเสียว ซี๊ดดด ผัวเอามันมากเลย อูยยยย มิน่าล่ะเพื่อนๆ หนูถึงได้พากัน
“ลุงอยากให้ลูกหยีชิมที่ไหนก่อนดีคะ บอกมาเร็ว” “เธออยากลองชิมที่ไหนก่อนก็แล้วแต่เธอเลยลูกหยี เธอจะชิมทั้งตัวฉันก็ไม่ว่ากลับยินดีด้วยซ้ำ” “ที่ปากลุงเมื่อกี้ลูกหยีได้ชิมแล้ว ต่อไปหนูจะชิมที่นมลุงแล้วกันนะ ว่านมของลุงมันจะหวานเหมือนที่ลุงบอกว่าของหนูหวานไหม” คนตัวเล็กก้มลงจุ๊บที่ปลายยอดอกของเอกณัฐที่หนึ่ง ก่อนที่จะแลบลิ้นเรียวเล็กออกมาลองเลียที่หัวนมเล็กตวัดไปมา แล้วฝช้ปากครอบอมเข้าทั้งเต้า แผล่บ แผล่บ แผล่บ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ แผล่บ แผล่บ แผล่บ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ “อ๊าาาา หยี ลูกหยี ปากเธอมันร้ายกาจมาก อูวววว ทั้งปากทั้งลิ้นเลย อูววว” เอกรัฐครางลั่นเมื่อถูกริมฝีปากและลิ้นน้อยๆ ของเธอเลยยอดอกและราวนม ส่วนอีกมือของลูกหยีก็ลูบเผ่าเบาไปตามลำกายหนา ไม่ว่าเธอจะลูบไปทางไหนเอกณัฐก็รู้สึกเหมือนกับขนกายเขาลุกชันตามไปหมด “ต่อไปหนูจะขอชิมซิกแพคของลุงแล้วนะคะ แน่นจังเลยค่ะลุง กล้ามท้องลุงสวยมากเลย หนูอยากมีแบบนี้บ้างจัง” “ถ้าเธออยากมีกล้ามท้องฉันจะพาเธอออกกำลังทุกวัน แต่ต้องหลังจากที่เธอคลอดลูกของเราก่อนนะ อ๊าาา ลิ้นเธอมันร้าย ลูกหยี” ลิ้นเล็กของลูกหยีเลียวนอยู่ที่สะดือของเอกณัฐ สร้างความเสีย
“ว่าแต่เธอพร้อมที่จะท้องลูกของเราหรือยัง” “พร้อมมากค่ะลุงตอนนี้” ลูกหยีตอบพร้อมกับส่งแววตาซุกซนมาให้คนแก่ ทำให้เอกณัฐหัวเราะชอบใจกับความก๋ากั่นของเด็กสาว “ว่าแต่ครั้งแรกสำหรับเราสองคน เธออยากนอนดูดาวหรือนอนในห้องแอร์ อืมม เด็กน้อย” เอกณัฐถามความเห็นของอีกคน “ที่จริงนอนดูดาวก็คงโรแมนติกดีไม่น้อย แต่ครั้งแรกลูกหยีว่าเราไปทำแบบคนธรรมดาทั่วไปทำกันดีกว่าค่ะ ลูกหยีกลัวว่าถ้าลูกหยีเสียงดังเดี๋ยวเกิดใครมาได้ยิน อายเขาแย่เลย เดี๋ยวเริ่มชินแล้ว เราค่อยมานอนนับดาวกันนะคะลุง” ลูกหยีเด็กแก่แดดบอกกับคนตัวสูง หลังจากนั้นร่างเล็กก็ถูกอีกคนอุ้มไว้ในอ้อมแขนก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วพาเข้ามาในห้องนอน ลูกหยีโดนอุ้มเข้าในท่าเจ้าสาวและถูกนำไปวางไว้ที่เตียงอย่างเเผ่วเบา เมื่อโดนวางลงเตียงแขนเรียวของลูกหยีรีบโน้มเอาคนอุ้มลงมา ให้ลงมานอนกับตัวเองด้วย เรียกรอยยิ้มจากเอกณัฐได้เป็นอย่างดี “ใจเย็นๆ เด็กดี เราต้องถอดเสื้อผ้าก่อนนะ เราจะทำกันต้องไม่มีเสื้อผ้าติดตัวถึงจะได้ลูบไล้สัมผัสกันได้โดยไม่มีอะไรเกะกะ อ๊าาาา” คนพูด พูดบอกยังไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ เสื้อยืดที่เขาเอาไว้ใส่นอนก็โดนมือเรียวสอดเข้ามาทางชายเสื้อ
หลังจากที่เอกณัฐตามง้อลูกหยีได้แล้ว ทั้งสองคนต่างปรับความเข้าใจกันมากขึ้น พวกเขาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นเมื่ออยู่ด้วยกัน“ลุง อากาศดีมากเลยค่ะ ลูกหยีชอบจังเลย” ลูกหยีพูดขึ้นขณะที่ตอนนี้ทั้งคู่นั่งดูดาวอยู่ที่ระเบียงห้องนอนด้วยกันท่ามกลางบรรยากาศรอบตัวที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงลมพัดเบา ๆ ที่พัดผ่านมาท่ามกลางธรรมชาติ เอกณัฐและลูกหยีนั่งอยู่บนเบาะที่เขาเอามาปูเพราะว่าลูกหยีอยากนอนดูดวงดาวที่เต็มท้องฟ้า ตอนนี้เธอนั่งพิงไหล่ของเอกณัฐอย่างเงียบ ๆ ทั้งคู่ไม่พูดอะไรมาก แต่ความเงียบนี้กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นและความผูกพันที่ลึกซึ้ง ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาได้พัฒนามากขึ้นจากการปรับตัวและเข้าใจกัน พวกเขาไม่ต้องการคำพูดใด ๆ มากมาย แต่การที่ได้นั่งอยู่ด้วยกันท่ามกลางธรรมชาตินั้นทำให้ทั้งสองรู้สึกถึงความสุขที่แท้จริง“ถ้าชอบก็แค่บอก เดี๋ยวฉันจะพาออกมาดูบ่อยๆ แต่อยู่ดึกมากไม่ได้นะ เดี๋ยวน้ำค้างเยอะจะไม่สบายเอา”เอกณัฐพูดและค่อย ๆ ยื่นแขนไปโอบรอบตัวลูกหยี ร่างเล็กของเธอพิงอยู่ที่เขาอย่างพอดี ความอบอุ่นจากร่างกายของเอกณัฐทำให้ลูกหยีรู้สึกผ่อนคลาย หัวใจของเธอเต้นช้า ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุข เธอรู้สึกถึ
“นี่ลุงกล้าว่าลูกหยี เพื่อปกป้องผู้หญิงคนนี้เหรอคะ งั้นลุงก็เอาเธอเข้ามาอยู่ในบ้านแทนลูกหยีอย่างที่เธอต้องการเลยค่ะ ลูกหยีจะไปเอง” พูดจบร่างบางก็หันหลังเตรียมเดินจากไปแต่ยังช้ากว่าที่แขนเรียวจะโดนยึดไว้ด้วยมือแข็งแรงของเอกณัฐ “หยุดก่อนลูกหยี เธอกำลังเข้าใจผิดไปใหญ่แล้ว ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น” เมื่อเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มจะบบานปลายกว่าที่เขาตั้งใจให้เกิด ลูกหยีแสดงให้เขาเห็นแล้วว่าเธอเองหึงหวงเขาเกินคาด ส่วนอิงอรก็หมดประโยชน์สำหรับเขาแล้ว ที่เขาทนให้เธอเข้ามาใกล้ชิด เพียงแค่จะยืมมือเธอเพื่อลองใจเด็กน้อยของเขาเท่านั้นเอง ผู้หญิงอย่างอิงอรทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอเข้าหาเขาด้วยเจตนาอะไร ยังไงก็แล้วแต่ตอนนี้เธอหมดประโยชน์กับเขาแล้ว เขาต้องเคลียร์ตัวเองให้บริสุทธิ์จากเธอเสียก่อน ก่อนที่เด็กน้อยขี้งอนของเขาจะงอนหนักกว่านี้ ร่างสูงหันไปมองอิงอรที่ยังคงยืนอยู่ด้วยสีหน้าที่ทำเหมือนไม่สบายใจ “ส่วนเธออิงอร เธอมีอะไรก็พูดมาตรง ๆ อย่าพยายามทำอะไรที่ไม่เหมาะสมอีก” เอกณัฐพูดเสียงเรียบแต่เด็ดขาด อิงอรที่รู้ว่าตัวเองถูกจับได้ก็เริ่มรู้สึกถึงความเสียหน้า เธอพยายามเก็บอาการ แต่ก็ไม่สามารถปิดบังได







