Beranda / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 1 หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์ (3)

Share

บทที่ 1 หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์ (3)

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-06 12:51:14

ปิ่นอนงค์นั่งมองว่าที่เจ้าบ่าวที่เธอเพิ่งได้รู้จักชื่อก่อนที่จะเดินมานั่งลงตรงหน้าชายหนุ่มและได้รู้ว่าเขาคือเจ้าของบริษัทไดมอนด์ วรากุลพาณิช จำกัดชื่อดังและยังเป็นคนใจใหญ่ยกเครื่องเพชรที่สาวเจ้าสวมใส่อยู่ตอนนี้ให้ทั้งที่ฝั่งเธอก็มีเงินซื้อมาใส่ได้อย่างไม่ต้องลังเล สาวเจ้าเอาแต่มองหน้าเจ้าบ่าวของเธอระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินต่อไปผ่านการสวมแหวนให้กันและกันจนกระทั่งพิธียกน้ำชาให้กับญาติผู้ใหญ่ผ่านไปเธอก็ยังจ้องมองเขาโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งเขาเป็นฝ่ายถามออกมาก่อนเสียเอง

               “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เตโซเอ่ยถามออกไปพลางมองสบสายตาของเธอ

               แม้งานวิวาห์ในวันนี้จะเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่ใหญ่โตและมีเพียงญาติคนสนิทเท่านั้นแต่ก็ถือเป็นการรับรู้โดยทั่วกันว่าสองครอบครัวดองกันแล้วระหว่างนักธุรกิจหนุ่มกับหลานสาวคนเล็กของเจ้าสัวชื่อดัง ถึงจะไม่ได้ออกสื่อซึ่งเป็นฝั่งเขาที่ต้องการเพื่อแลกกับการจดทะเบียนสมรสไม่ใช่แค่เข้าพิธีวิวาห์เท่านั้น

               “ไม่มีคะ แต่มีข้อเสนอคืนอิสระให้กับคุณ ถ้าคุณยอมหย่ากับฉันพรุ่งนี้เช้า” ปิ่นอนงค์พูดออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังหากแต่พูดให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้นระหว่างรอให้ผู้ใหญ่พาเธอกับเขาเข้าห้องหอ

               “ขอโทษที...” เตโซพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งด้วยท่าทางปกติก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “ฉันไม่หย่า”

               “ทำไม!” เธอโวยออกไปจนลืมตัวว่าเสียงดังกว่าปกติจนทำให้คนที่ได้ยินหันมามองโดยเฉพาะปู่ของเธอซึ่งส่งสายตากรุ้มกริ่มอย่างขบขันส่งมาให้เธอราวกับกำลังเยาะเย้ยในความพ่ายแพ้

               “ไม่ทำไม แค่ไม่อยากหย่า” เตโซตอบกลับด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

               “แต่คุณต้องหย่า” เธอหันกลับมาโต้แย้งเขาทันที

               “แล้วทำไมต้องหย่า” เขาเลือกที่จะถามคำถามแทนคำตอบที่สาวเจ้าต้องการ

               ทว่าคำถามพร้อมกับสายตาคล้ายกับกำลังท้าทายของเขาทำให้ปิ่นอนงค์อยากรู้ว่าชายหนุ่มกับปู่ของเธอตกลงอะไรกันแน่ถึงไม่ยอมหย่าง่ายๆ เช่นนี้ และดูจากภายนอกและอากัปกิริยาของเขาแล้ว รู้เลยว่าเตโซไม่ใช่คนจะตกลงแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักง่ายๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนที่พึงพอใจกับเขา

ไม่มากก็น้อย…

“โอเค ที่ฉัน…”

“ได้เวลาเข้าหอแล้วปิ่น ตอนเย็นค่อยพากันลงมาปาร์ตีกันนะหลานเขย”

เสียงของธรรมรงค์ทำให้ปิ่นอนงค์หันไปมองผู้เป็นปู่ที่ส่งสายตาและรอยยิ้มเหนือกว่ามาให้ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นคนเริ่มให้คนอื่นตามบ่งบอกให้รู้จะต้องพาบ่าวสาวเข้าห้องหอเมื่อเวลามงคลใกล้เข้ามา ผู้ใหญ่คนอื่นจึงลุกขึ้นตามส่วนปิ่นอนงค์ยังคงนั่งเพื่อรอให้เตโซลุกขึ้นก่อน

เธอแค่อยากจะแก้เผ็ดเล็กๆ น้อยใส่ผู้เป็นปู่เท่านั้น

“มา ลุกขึ้น”

ทว่า เตโซกลับเลือกที่จะยื่นมือไปให้ปิ่นอนงค์ยึดเป็นหลักไม่ให้ล้มยามที่ยันตัวลุกขึ้นยืน หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วให้คำตอบที่ทำให้คนฟังตัดสินใจยื่นมือมาประคองเธอให้ลุกขึ้นแทน

“ฉันลุกเอง…คุณ!”

“เอาไว้คุยกันเวลาอยู่กันสองคน”

ชายหนุ่มกระซิบบอกระหว่างที่ประคองหญิงสาวลุกขึ้นก่อนจะจับมือเธอให้ควงแขนเพื่อเดินตรงไปที่บันไดขึ้นไปข้างบน แม้ว่างานแต่งงานในวันนี้ควรจะเกิดขึ้นที่บ้านของเขาหากแต่มันปุบปับจนต้องจัดที่บ้านเจ้าสาวแทนตามความสะดวกและเขาเองก็แค่รู้สึกเฉยๆ เท่านั้น ขอเพียงมันจะช่วยให้เขาหยุดความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็เท่านั้น

เมื่อทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพังหลังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายส่งตัวเข้าหอเรียบร้อย ปิ่นอนงค์ก็ไม่รีรอที่จะนิ่งเงียบเอาใจคนอื่นอีกเมื่อตอนนี้ได้อยู่กันตามลำพังกับเตโซและใช้เวลาตรงนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการต่อรองกับเขาให้สำเร็จ

“โอเค ฉันต้องการหย่า เราไม่รู้จักกันสักนิดและฉันก็ไม่พร้อมจะมีครอบครัว เหตุผลของฉันที่ต้องการหย่า” ปิ่นอนงค์หันไปมองเตโซที่นั่งอยู่บนพื้นข้างๆ พลางดึงเนกไทออกเล็กน้อยคลายความอึดอัด ก่อนจะพูดออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น

“แต่ปู่ของเธอบอกว่าเธอแอบชอบฉัน” เตโซพูดขึ้นโดยไม่มองหน้าปิ่นอนงค์ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งลงที่ปลายเตียง

“ฉันก็แค่อ้างไปเพราะอยากให้ปู่หยุดจับคู่ให้ฉัน ไม่คิดว่าปู่จะเล่นจัดงานแต่งวันนี้เลยทั้งที่เพิ่งคุยกันเมื่อวาน ฉันยังงงอยู่เลยเนี่ย” ปิ่นอนงค์พูดอย่่งหัวเสียเล็กน้อยพลางลุกขึ้นยืนไปนั่งลงที่ปลายเตียงข้างชายหนุ่ม

“แต่ฉันยินยอมที่จะแต่งกับเธอ” เขาพยักหน้ารับฟังก่อนจะพูดออกไป

“ทำไม เราไม่รู้จักกันสักนิดและยิ่งกว่านั้นคือเราไม่ได้รักกัน” เธอหันไปถามอย่างหาเรื่องเพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับความไม่เข้าใจในความคิดของเขา

“ใช่ เราไม่ได้รักกัน ก่อนหน้านี้ฉันจัดการเรื่องหนึ่งจนต้องหลบไม่ให้ใครเห็นเลยพลาดที่จะได้ดูแลคนหนึ่งจนตอนนี้เธอคนนั้นแต่งงานไปแล้ว” เขาก็ยอมรับออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบัง

“เดี๋ยว จะใช้ฉันเป็นเครื่องมืองั้นเหรอ ทำให้คุณเลิกรักผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยแน่ ยังไงฉันจะหย่า” หญิงสาวเข้าใจในทันทีที่ชายหนุ่มพูดออกมาก่อนจะปฏิเสธออกไปทันที

“ฉันจะหย่า…ถ้าเธอทำให้ฉันหวั่นไหวกับเธอได้” เขามีท่าทีจริงจังด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

“คุณจะบ้าเหรอ! ตรรกะอะไรของคุณเนี่ย” เธอโวยออกไปพลางลุกขึ้นยืนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ผู้หญิงในชุดเกาะอกสีฟ้าอ่อนที่นั่งข้างผู้ชายใส่สูทสีน้ำเงิน นั่งบนเก้าอี้แถวหน้าสุด” เขามองเธอพลางพูดออกไปในเรื่องที่ไม่ได้คุยกันในคราแรก ซึ่งทำให้ปิ่นอนงค์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจมากกว่าเดิมด้วยความหงุดหงิด

“ทำไม ใครอีก” เธอขึ้นเสียงถามออกไปอย่างรำคาญ

“น้องชายกับน้องสะใภ้ฉัน…ก่อนหน้านี้มีเรื่องบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องเป็นผู้ปกครองน้องสะใภ้ ฉันรู้สึกดีกับเธอถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงานกับน้องชายฉันแล้ว ฉันต้องการกำจัดความรู้สึกนั้นออกไป” เขายังคงพูดต่อเป็นการอธิบายให้หญิงสาวได้เขาใจมากขึ้น

“โอเค ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว คุณรักน้องสะใภ้แต่เธอกับน้องชายคุณรักกันแล้วแต่งงาน รู้สึกผิดที่แอบรักน้องสะใภ้ก็เลยจะหาผู้หญิงคนอื่นมากำจัดความรู้สึกนั้น แล้วดันบังเอิญปู่ของฉันดันไปบอกคุณเรื่องแต่งงานก็เลยตกลงแต่งแต่ไม่ยอมหย่า แบบนี้เหรอ” เธอพูดทบทวนในสิ่งที่เข้าใจแล้วถามกลับไปเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจถูกต้อง

“ใช่ ตามที่เธอเข้าใจ” เขายอมรับตามตรง

“คุณบ้าปะเนี่ย ก็หาคนคุยสิ จะมาแต่งงานกับฉันทำไม” เธอโวยวายออกไปกับตรรกะที่ออกจะบ้าเข้าขั้นของเขา

“ถ้าแต่งงานจดทะเบียน คำว่าทะเบียนสมรสจะช่วยย้ำฉันให้รู้ตัวแล้วมีสติมากขึ้น” เขาบอกออกไปว่ากำลังคิดเช่นไรกับการแต่งงานในครั้งนี้

“คุณนี้มันบ้าจริงๆ สินะ โอเค คือคุณจะไม่ยอมหย่าให้ฉันใช่ไหม ให้ตายสิ ปู่นะปู่ ทำไงให้เจ้าหน้าที่ยอมจดทะเบียนสมรสให้ทั้งที่ฉันไม่ได้เป็นคนเซ็นมีแค่คุณเซ็นอยู่ฝ่ายเดียว” เธอต่อว่าเขาก่อนจะนั่งลงที่เดิมแล้วถามกลับไปพลางบ่นคนเป็นปู่ที่แสนดีของเธอ

“ปู่เธอทำไม่ได้ถ้าฉันไม่ช่วย…อย่างที่บอก ถ้าเธอทำให้ฉันหวั่นไหวก็จะยอมหย่า แต่ถ้ายังดื้อจะหย่าก็อย่าหวัง” เขามองสาวเจ้าพลางพูดออกไปอย่างไม่ยี่หระและไม่สนใจอาการเป็นเดือดเป็นร้อนของเธอ

“ก็ได้ ฉันแค่ต้องการหย่าเท่านั้น งั้นตอนลงไปงานเลี้ยงคุณก็พาไปแนะนำก็แล้วกัน ฉันจะได้ประเมินคู่แข่งสักหน่อยว่าดีแค่ไหนคุณถึงตัดใจจากเธอไม่ได้” เธอเหนื่อยที่จะหว่านล้อมให้เขายอมหย่าแต่โดยดี

ปิ่นอนงค์จึงตัดสินใจที่จะรับข้อเสนอเขาอย่างโดยดีแม้จะรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจนกว่าจะได้ใบหย่า แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องเอาใบหย่าจากเขาให้ได้แลกกับการทำให้เขารู้ตัวว่าแท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้ชอบน้องสะใภ้ก็เป็นได้ อาจเป็นเพราะความผูกพันที่มีหรือไม่ก็คงสนิทสนมกันกระมังถึงทำให้คิดเช่นนั้น

เอาเถอะ แค่ทำให้เขาหวั่นไหวมันคงไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไร คนที่จะยุ่งยากก็คงมีแค่เขากระมัง

เพราะเธอก็คงไม่หวั่นไหวกับเขาเป็นแน่

“ได้ ถ้าเธอทำได้ฉันจะยอมหย่าให้”

“ตกลง แต่เอาไว้ฉันเจอเธอก่อนแล้วจะชั่งน้ำหนักอีกที เพราะฉันจะไม่ยอมเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวแน่”

“ตกลง”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (8)

    น่ารักสดใสและใจดีแบบนี้สิน่า คนอย่างเตโซถึงตัดใจไม่ได้แบบนี้ มิหนำซ้ำยังอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่โดยไม่ถือตัวที่ตัวเองมีฐานะที่สูงกว่า แค่เธอสัมผัสในระยะสั้นๆ ยังรู้สึกเอ็นดูดาริกาเสียไม่ได้เลย“โธ่ น้องดาคะ ทำไมถ่อมตนอีกแล้ว คุณเตคุณโซได้กินหัวพี่กันพอดีสิคะ” สาลียิ้มพลางห่อไหล่ลงอย่างอ่อนใจใส่เจ้านายสาวผู้แสนดี“ไม่หรอกค่ะ มีดาอยู่” ดาริกาพูดพลางหัวเราะออกมาตามปกติที่แอบแซวเจ้านายหนุ่มกับพนักงานก่อนจะเดินตามสาลีออกไปเมื่ออีกฝ่ายยอมที่จะเดินออกก่อนปิ่นอนงค์เผยอยิ้มเอ็ดูต่อดาริกาออกมาก่อนจะก้าวเดินออกจากลิฟต์ตามคนทั้งสองที่ยังมีบทสนทนาหยอกเย้าราวกับไม่ใช่ลูกน้องเจ้านายแต่เป็นเหมือนพี่น้องกันมากกว่า ก่อนจะหยุดเดินตามเมื่อทั้งสองหยุดเดินทั้งที่ยังสนทนากันอยู่“แน่ใจนะคะว่าจะไม่เจอคุณเตคุณโซ” สาลีถามอีกครั้งพลางสอดสายตามองไปรอบๆ บริเวณอย่างระแวดระวัง“ค่ะ พี่เตเดินไปหาพี่โซที่ด้านหลัง รายนั้นชอบเข้าทางด้านหลังบริษัทตรงเข้าห้องประชุมสะดวก รับรองว่าไม่เจอแน่นอนค่ะ” ดาริกายังยืนยันคำเดิม“โอเคค่ะ ฝากด้วยนะคะน้องดา” สาบียิ้มกว้างอย่างโล่งใจ“ยินดีค่ะ เดี๋ยวรออยู่ที่โต๊ะพี่สาลีก่อนนะคะ ดาคิดว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (7)

    เมื่อเดินออกมาจากโรงแรมปิ่นอนงค์และเตโซก็ขึ้นรถขับออกตรงไปยังวราไดมอนด์ทันทีโดยเป็นรถของชายหนุ่มและสารถีก็คือเจ้าของรถ หญิงสาวเพิ่งสัมผัสได้ว่าเขามีฐานะชื่อเสียงแต่ใช้ชีวิตธรรมดาพึ่งตัวเอง แตกต่างจากคนวรรณวิภากิจที่น้อยนักจะได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เธอจึงฉุกคิดได้ว่าการที่ย้ายไปอยู่บ้านของเขาคงจะทำให้เธอโตขึ้นมากกว่านี้ คงได้เรียนรู้สิ่งที่แตกต่างจากเดิมไม่น้อยจากเขาก็เป็นได้ใช้เวลาไม่นานทั้งสองก็มาถึงวราไดมอนด์ เตโซเลือกที่จะเข้าเข้ามาจอดรถที่ลานจอดใต้ตึกตามคำขอของปิ่นอนงค์ที่นึกสนุกอยากแอบเข้าไปโดยไม่ให้ใครรู้ว่าหญิงสาวเป็นใครก็เพื่อประเมินดาริกาตามความตั้งใจ แต่ทว่าไม่คิดเลยว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาทางด้านหน้าบริษัทแทนการเข้าที่ลิฟต์ส่วนตัวผู้บริหารกับเตโซ“น้อง! น้องใช่ไหมที่เป็นพนักงานใหม่ ทำไมมาสายขนาดนี้ ทุกคนกำลังยุ่งๆ กันเลย วันนี้คุณเตโซจะเข้าบริษัท เดี๋ยว ทำไมแต่งตัวแบบนี้ ตายๆ เอชอาร์รับมาได้ยังไง ทำยังไงดีๆ คุณเตโซเป็นคนเนี้ยบซะด้วยสิ”ปิ่นอนงค์มองพนักงานหญิงที่สวมแว่นตาหนาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบที่บ่นไปดึงแขนพาหญิงสาวเดินไปก่อนจะชะงักมองเธออีกครั้งอย่างพิจารณา และยิ่งพบความไม่เรี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (6)

    “จริงสิคะ ที่คุณบอกว่าจะเรียกคนที่ดูกระเป๋าเป็นมา คุณมีคนรู้จักแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ปิ่นอนงค์ได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอของเตโซก็ยิ่งดขินอายมากกว่าเดิมจึงตัดสินใจหันกลับไปเปลี่ยนเรื่องทันที“รู้จักน่ะมี แต่เขาอยู่กรุงเทพฯ ผมก็แค่พูดแก้ไขสถานการณ์ไปน่ะ” เตโซตอบตามตรง“คุณเองก็ร้ายค่ะ” เธอขำออกมากับคำตอบของเขาก่อนจะแกล้งว่ากลับไป“ทำไงได้ เจอคนกำลังเอาเปรียบก็ต้องเปิดโปง แล้วคุณดูไม่ออกจริงๆ เหรอเรื่องกระเป๋า” เตโซยักหัวไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะถามกลับ“ดูไม่ออกค่ะ ฉันไม่ค่อยใช้ของแบรนด์เนม มีไม่กี่อย่างเองและที่มีก็ได้มาจากของขวัญที่คนอื่นให้มา” ปิ่นอนงค์ส่ายหัวพรืดตอบกลับไป“ไม่เอามาใช้แล้วคุณเก็บไว้ไหน” ถามกลับด้วยความสงสัย“ห้องเก็บของที่บ้านเล็กที่กรุงเทพฯ ค่ะ” ตอบด้วยท่าทางสบายๆ“ไม่แปลกใจแล้ว อีกเรื่อง ทำไมคนที่นี่ถึงไม่เรียกคุณว่าคุณหนึ่งเหมือนคนที่กรุงเทพฯ แต่เรียกคุณว่าคุณปิ่น” เตโซเอ่ยถามในสิ่งที่สงสัยมานานเมื่ออยู่ที่นี่นานจนจับสังเกตได้ว่าคนทั้งโรงแรมและรีสอร์ตต่างเรียกปิ่นอนงค์ด้วยชื่อมากกว่า ‘คุณหนึ่ง’ ซึ่งบ่งบอกตำแหน่งหลานสาวคนโตของวรรณวิภากิจ“ฉันสั่งเองค่ะ สำหรับ ‘คุณหนึ่ง’

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (5)

    “โชคดีนะคะที่ไม่แตกจนต้องเย็บ คุณนะคุณ ทำไมทำตัวเหมือนตัวเองเป็นเหล็กทั้งตัวด้วยคะ”ปิ่นอนงค์บ่นพลางช่วยปิดพลาสเตอร์ที่แผลหลังล้างแผลพและใส่ยาเป็นที่เรียบร้อย หญิงสาวเปลี่ยนใจให้สายพิณออกไปจัดการกับลูกค้ารายนั้นแทนด้วยคำสั่งใหม่เมื่อคำสั่งแรกทุกคนไม่ยอมทำตามและเป็นเธอเองที่พาเตโซมาห้องพยาบาลของรีสอร์ตโดยมีรุจีรากับภานพตามมาด้วย“เท้ามันไปเอง” เตโซตามเสียงปกติด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติธรรมดา“เท้าไปเอง!? นี่คุณกวนประสาทฉันอยู่ใช่ไหมคะคุณโซ” ปิ่นอนงค์เอ็ดเล็กน้อยพลางถลึงตาใส่ด้วยความโมโหเตโซเพราะคำตอบ“ขอโทษครับ” เตโซตอบกลับด้วยคำขอโทษเสียงนุ่ม ทว่าทำคนฟังอย่าปิ่นอนงค์ไปต่อไม่ถูกเมื่อจริงๆ แล้วเขาไม่ได้เป็นคนผิด“คุณ…” หญิงสาวได้แต่มองชายหนุ่มอย่างอ่อนใจ“…ทำไมถึงยอมง่ายๆ แบบนี้ ผมพูดไปขนาดนั้นแล้ว” เขาเลือกที่จะส่งยิ้มไปให้เธอเพื่อให้สบายใจก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุผลอะไรสาวเจ้าถึงยอมง่ายๆ เช่นนั้น“ใครว่าฉันยอมล่ะคะ” ปิ่นอนงค์ตอบกลับพลางนั่งลงบนเตียงคนไข้เตียงข้างๆ หลังจากยืนทำแผลให้กับเขา“ไม่ยอมยังไงถึงปล่อยไป” เตโซถามกลับทันที เพราะสำหรับเขาไม่ควรปล่

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (4)

    ปิ่นอนงค์หันขวับมามองเตโซด้วยความตกใจกับสิ่งที่เขาทำอยู่แม้จะแอบไม่พอใจเขาในตอนแรก แต่ไม่คิดเลยว่าเขากำลังช่วยไม่ให้เธอถูกลูกค้าหัวหมอเอารัดเอาเปรียบสร้างความเสียหายให้กับทางรีสอร์ต และไม่คิดเลยว่าเขาจะช่วยเธอมากมายขนาดนี้ จนเริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าถึงเวลาที่จะค้องปล่อยเขาไปเธอจะปล่อยเขาไปได้จริงๆ หรือ…“แก! แกพูดอะไร ฉันชื่อมาเป็นแสนนะยะ พูดมานี่ดูกระเป๋าเป็นหรือเปล่ายะ” ลูกค้ายังคงโวยวายกลับมาแต่เริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนขึ้นมาเล็กน้อย“เป็นไม่เป็น ผมรู้จักคนที่ดูกระเป๋าเป็น ผมสามารถเรียกเขามาได้นะครับ” เตโซพูดอย่างกดดันและข่มอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้ม“แก! แกเป็นใคร มายุ่งอะไรด้วยยะ ไม่รู้ล่ะ ถ้าเธอไม่ชดใช้ รีสอร์ตได้เสียชื่อเสียงแน่” เจ้าหล่อนยังคงโวยวายกลบเกลื่อนไม่หยุด“ยินดีครับ ผมเองก็จะฟ้องกลับเรื่องหมิ่นประมาทซึ่งหน้าและทำให้เสียชื่อเสียง และยังมีการฉ้อโกง ยังทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บทางกายและใจ” เตโซตอบโต้กลับไม่วายชี้ไปทางพนักงานชงเครื่องดื่มในท้ายประโยค ซึ่งชายหนุ่มเห็นว่าพรักงานชายคนนี้ถูกทำร้ายร่างกายเมื่อเห็นรอยนิ้วมือและเล็บที่ข่วนแก้ม“แก! นี่หล่อน! มันเป็นใคร คนวรรณวิภากิจบริ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 6 การพบหน้าน้องสะใภ้ (3)

    “ภรรยาท่านทูตที่ประจำอยู่สวิตเซอร์แลนด์ค่ะ เวลาคุณหญิงกลับมาพักผ่อนที่ไทยจะเลือกพักโรงแรมวรรณวิภากิจเป็นประจำ อีกอย่างเมื่อปีก่อนฉันไปเรียนที่สวิตซ์ระยะสั้นก็ได้ท่านช่วยหาบ้านพักและดูแลตลอดนี่แหละ คุณปู่เลยจะเลี้ยงข้าวท่านทุกครั้งที่มาไทยค่ะ” ปิ่นอนงค์อธิบายให้เตโซได้ฟังระหว่างเดินไปที่รีสอร์ต“โอเค หลังจากนั้นเราจะอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสองเดือน เจ้าสัวอยากจัดงานวันเกิดให้คุณที่กรุงเทพฯ อ้อ ของของคุณถูกย้ายไปไว้ที่บ้านผมแล้วนะ” เตโซพยักหน้าเข้าใจก่อนจะยื่นมือไปดันต้นแขนของปิ่นอนงค์เบาๆ ให้เปลี่ยนมาเดินทางซ้ายของเขาเมื่อมีกลุ่มแขกของรีสอร์ตกำลังเดินลากกระเป๋าออกมาพอดี“คุณปู่อีกตามเคย จริงสิ ก่อนจะเข้าบ้านคุณ ฉันมีโอกาสเจอน้องสะใภ้คุณหรือเปล่า” ปิ่นอนงค์บ่นอุบก่อนจะถามถึงดาริกาตามปกติ“…ไม่ จนกว่าจะเข้าบ้าน” เตโซชำเลืองมองปิ่นอนงค์อย่างไม่ชอบใจเล็กน้อยที่เธอคลายจะเร่งรัดข้อตกลงแต่ก็ยอมตอบออกไป“งั้นฉันขอแวะไปที่วราไดมอนด์ก่อนเข้าบ้านคุณนะคะ อยากจะเห็นหน้าชัดๆ อีกที ตั้งแต่งานแต่งจนตอนนี้ก็ยังไม่เห็นหน้าเธอชัดๆ สักที อย่าบอกใครล่ะว่าฉันเป็นใคร” ปิ่นอนงค์พยักหน้าก่อนจะพูดให้เตโซได้รับรู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status