Home / โรแมนติก / รักร้ายภรรยา / บทที่ 1 หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์ (3)

Share

บทที่ 1 หลานสาวตัวแสบกับคุณปู่เจ้าเล่ห์ (3)

last update publish date: 2026-03-06 12:51:14

ปิ่นอนงค์นั่งมองว่าที่เจ้าบ่าวที่เธอเพิ่งได้รู้จักชื่อก่อนที่จะเดินมานั่งลงตรงหน้าชายหนุ่มและได้รู้ว่าเขาคือเจ้าของบริษัทไดมอนด์ วรากุลพาณิช จำกัดชื่อดังและยังเป็นคนใจใหญ่ยกเครื่องเพชรที่สาวเจ้าสวมใส่อยู่ตอนนี้ให้ทั้งที่ฝั่งเธอก็มีเงินซื้อมาใส่ได้อย่างไม่ต้องลังเล สาวเจ้าเอาแต่มองหน้าเจ้าบ่าวของเธอระหว่างที่พิธีกำลังดำเนินต่อไปผ่านการสวมแหวนให้กันและกันจนกระทั่งพิธียกน้ำชาให้กับญาติผู้ใหญ่ผ่านไปเธอก็ยังจ้องมองเขาโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งเขาเป็นฝ่ายถามออกมาก่อนเสียเอง

               “มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” เตโซเอ่ยถามออกไปพลางมองสบสายตาของเธอ

               แม้งานวิวาห์ในวันนี้จะเป็นไปอย่างเรียบง่ายไม่ใหญ่โตและมีเพียงญาติคนสนิทเท่านั้นแต่ก็ถือเป็นการรับรู้โดยทั่วกันว่าสองครอบครัวดองกันแล้วระหว่างนักธุรกิจหนุ่มกับหลานสาวคนเล็กของเจ้าสัวชื่อดัง ถึงจะไม่ได้ออกสื่อซึ่งเป็นฝั่งเขาที่ต้องการเพื่อแลกกับการจดทะเบียนสมรสไม่ใช่แค่เข้าพิธีวิวาห์เท่านั้น

               “ไม่มีคะ แต่มีข้อเสนอคืนอิสระให้กับคุณ ถ้าคุณยอมหย่ากับฉันพรุ่งนี้เช้า” ปิ่นอนงค์พูดออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังหากแต่พูดให้ได้ยินกันเพียงสองคนเท่านั้นระหว่างรอให้ผู้ใหญ่พาเธอกับเขาเข้าห้องหอ

               “ขอโทษที...” เตโซพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งด้วยท่าทางปกติก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “ฉันไม่หย่า”

               “ทำไม!” เธอโวยออกไปจนลืมตัวว่าเสียงดังกว่าปกติจนทำให้คนที่ได้ยินหันมามองโดยเฉพาะปู่ของเธอซึ่งส่งสายตากรุ้มกริ่มอย่างขบขันส่งมาให้เธอราวกับกำลังเยาะเย้ยในความพ่ายแพ้

               “ไม่ทำไม แค่ไม่อยากหย่า” เตโซตอบกลับด้วยท่าทางไม่ยี่หระ

               “แต่คุณต้องหย่า” เธอหันกลับมาโต้แย้งเขาทันที

               “แล้วทำไมต้องหย่า” เขาเลือกที่จะถามคำถามแทนคำตอบที่สาวเจ้าต้องการ

               ทว่าคำถามพร้อมกับสายตาคล้ายกับกำลังท้าทายของเขาทำให้ปิ่นอนงค์อยากรู้ว่าชายหนุ่มกับปู่ของเธอตกลงอะไรกันแน่ถึงไม่ยอมหย่าง่ายๆ เช่นนี้ และดูจากภายนอกและอากัปกิริยาของเขาแล้ว รู้เลยว่าเตโซไม่ใช่คนจะตกลงแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จักง่ายๆ โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนที่พึงพอใจกับเขา

ไม่มากก็น้อย…

“โอเค ที่ฉัน…”

“ได้เวลาเข้าหอแล้วปิ่น ตอนเย็นค่อยพากันลงมาปาร์ตีกันนะหลานเขย”

เสียงของธรรมรงค์ทำให้ปิ่นอนงค์หันไปมองผู้เป็นปู่ที่ส่งสายตาและรอยยิ้มเหนือกว่ามาให้ก่อนจะลุกขึ้นยืนเพื่อเป็นคนเริ่มให้คนอื่นตามบ่งบอกให้รู้จะต้องพาบ่าวสาวเข้าห้องหอเมื่อเวลามงคลใกล้เข้ามา ผู้ใหญ่คนอื่นจึงลุกขึ้นตามส่วนปิ่นอนงค์ยังคงนั่งเพื่อรอให้เตโซลุกขึ้นก่อน

เธอแค่อยากจะแก้เผ็ดเล็กๆ น้อยใส่ผู้เป็นปู่เท่านั้น

“มา ลุกขึ้น”

ทว่า เตโซกลับเลือกที่จะยื่นมือไปให้ปิ่นอนงค์ยึดเป็นหลักไม่ให้ล้มยามที่ยันตัวลุกขึ้นยืน หญิงสาวเงยหน้ามองชายหนุ่มก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วให้คำตอบที่ทำให้คนฟังตัดสินใจยื่นมือมาประคองเธอให้ลุกขึ้นแทน

“ฉันลุกเอง…คุณ!”

“เอาไว้คุยกันเวลาอยู่กันสองคน”

ชายหนุ่มกระซิบบอกระหว่างที่ประคองหญิงสาวลุกขึ้นก่อนจะจับมือเธอให้ควงแขนเพื่อเดินตรงไปที่บันไดขึ้นไปข้างบน แม้ว่างานแต่งงานในวันนี้ควรจะเกิดขึ้นที่บ้านของเขาหากแต่มันปุบปับจนต้องจัดที่บ้านเจ้าสาวแทนตามความสะดวกและเขาเองก็แค่รู้สึกเฉยๆ เท่านั้น ขอเพียงมันจะช่วยให้เขาหยุดความรู้สึกที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็เท่านั้น

เมื่อทั้งสองคนได้อยู่กันตามลำพังหลังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายส่งตัวเข้าหอเรียบร้อย ปิ่นอนงค์ก็ไม่รีรอที่จะนิ่งเงียบเอาใจคนอื่นอีกเมื่อตอนนี้ได้อยู่กันตามลำพังกับเตโซและใช้เวลาตรงนี้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุดในการต่อรองกับเขาให้สำเร็จ

“โอเค ฉันต้องการหย่า เราไม่รู้จักกันสักนิดและฉันก็ไม่พร้อมจะมีครอบครัว เหตุผลของฉันที่ต้องการหย่า” ปิ่นอนงค์หันไปมองเตโซที่นั่งอยู่บนพื้นข้างๆ พลางดึงเนกไทออกเล็กน้อยคลายความอึดอัด ก่อนจะพูดออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบังใดๆ ทั้งสิ้น

“แต่ปู่ของเธอบอกว่าเธอแอบชอบฉัน” เตโซพูดขึ้นโดยไม่มองหน้าปิ่นอนงค์ก่อนจะลุกขึ้นไปนั่งลงที่ปลายเตียง

“ฉันก็แค่อ้างไปเพราะอยากให้ปู่หยุดจับคู่ให้ฉัน ไม่คิดว่าปู่จะเล่นจัดงานแต่งวันนี้เลยทั้งที่เพิ่งคุยกันเมื่อวาน ฉันยังงงอยู่เลยเนี่ย” ปิ่นอนงค์พูดอย่่งหัวเสียเล็กน้อยพลางลุกขึ้นยืนไปนั่งลงที่ปลายเตียงข้างชายหนุ่ม

“แต่ฉันยินยอมที่จะแต่งกับเธอ” เขาพยักหน้ารับฟังก่อนจะพูดออกไป

“ทำไม เราไม่รู้จักกันสักนิดและยิ่งกว่านั้นคือเราไม่ได้รักกัน” เธอหันไปถามอย่างหาเรื่องเพราะเริ่มจะหงุดหงิดกับความไม่เข้าใจในความคิดของเขา

“ใช่ เราไม่ได้รักกัน ก่อนหน้านี้ฉันจัดการเรื่องหนึ่งจนต้องหลบไม่ให้ใครเห็นเลยพลาดที่จะได้ดูแลคนหนึ่งจนตอนนี้เธอคนนั้นแต่งงานไปแล้ว” เขาก็ยอมรับออกไปตามตรงอย่างไม่ปิดบัง

“เดี๋ยว จะใช้ฉันเป็นเครื่องมืองั้นเหรอ ทำให้คุณเลิกรักผู้หญิงที่แต่งงานแล้วเนี่ยนะ ไม่เอาด้วยแน่ ยังไงฉันจะหย่า” หญิงสาวเข้าใจในทันทีที่ชายหนุ่มพูดออกมาก่อนจะปฏิเสธออกไปทันที

“ฉันจะหย่า…ถ้าเธอทำให้ฉันหวั่นไหวกับเธอได้” เขามีท่าทีจริงจังด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น

“คุณจะบ้าเหรอ! ตรรกะอะไรของคุณเนี่ย” เธอโวยออกไปพลางลุกขึ้นยืนมองเขาอย่างไม่เข้าใจ

“ผู้หญิงในชุดเกาะอกสีฟ้าอ่อนที่นั่งข้างผู้ชายใส่สูทสีน้ำเงิน นั่งบนเก้าอี้แถวหน้าสุด” เขามองเธอพลางพูดออกไปในเรื่องที่ไม่ได้คุยกันในคราแรก ซึ่งทำให้ปิ่นอนงค์ขมวดคิ้วไม่เข้าใจมากกว่าเดิมด้วยความหงุดหงิด

“ทำไม ใครอีก” เธอขึ้นเสียงถามออกไปอย่างรำคาญ

“น้องชายกับน้องสะใภ้ฉัน…ก่อนหน้านี้มีเรื่องบางอย่างที่ทำให้ฉันต้องเป็นผู้ปกครองน้องสะใภ้ ฉันรู้สึกดีกับเธอถึงแม้ว่าเธอจะแต่งงานกับน้องชายฉันแล้ว ฉันต้องการกำจัดความรู้สึกนั้นออกไป” เขายังคงพูดต่อเป็นการอธิบายให้หญิงสาวได้เขาใจมากขึ้น

“โอเค ฉันเริ่มเข้าใจแล้ว คุณรักน้องสะใภ้แต่เธอกับน้องชายคุณรักกันแล้วแต่งงาน รู้สึกผิดที่แอบรักน้องสะใภ้ก็เลยจะหาผู้หญิงคนอื่นมากำจัดความรู้สึกนั้น แล้วดันบังเอิญปู่ของฉันดันไปบอกคุณเรื่องแต่งงานก็เลยตกลงแต่งแต่ไม่ยอมหย่า แบบนี้เหรอ” เธอพูดทบทวนในสิ่งที่เข้าใจแล้วถามกลับไปเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองเข้าใจถูกต้อง

“ใช่ ตามที่เธอเข้าใจ” เขายอมรับตามตรง

“คุณบ้าปะเนี่ย ก็หาคนคุยสิ จะมาแต่งงานกับฉันทำไม” เธอโวยวายออกไปกับตรรกะที่ออกจะบ้าเข้าขั้นของเขา

“ถ้าแต่งงานจดทะเบียน คำว่าทะเบียนสมรสจะช่วยย้ำฉันให้รู้ตัวแล้วมีสติมากขึ้น” เขาบอกออกไปว่ากำลังคิดเช่นไรกับการแต่งงานในครั้งนี้

“คุณนี้มันบ้าจริงๆ สินะ โอเค คือคุณจะไม่ยอมหย่าให้ฉันใช่ไหม ให้ตายสิ ปู่นะปู่ ทำไงให้เจ้าหน้าที่ยอมจดทะเบียนสมรสให้ทั้งที่ฉันไม่ได้เป็นคนเซ็นมีแค่คุณเซ็นอยู่ฝ่ายเดียว” เธอต่อว่าเขาก่อนจะนั่งลงที่เดิมแล้วถามกลับไปพลางบ่นคนเป็นปู่ที่แสนดีของเธอ

“ปู่เธอทำไม่ได้ถ้าฉันไม่ช่วย…อย่างที่บอก ถ้าเธอทำให้ฉันหวั่นไหวก็จะยอมหย่า แต่ถ้ายังดื้อจะหย่าก็อย่าหวัง” เขามองสาวเจ้าพลางพูดออกไปอย่างไม่ยี่หระและไม่สนใจอาการเป็นเดือดเป็นร้อนของเธอ

“ก็ได้ ฉันแค่ต้องการหย่าเท่านั้น งั้นตอนลงไปงานเลี้ยงคุณก็พาไปแนะนำก็แล้วกัน ฉันจะได้ประเมินคู่แข่งสักหน่อยว่าดีแค่ไหนคุณถึงตัดใจจากเธอไม่ได้” เธอเหนื่อยที่จะหว่านล้อมให้เขายอมหย่าแต่โดยดี

ปิ่นอนงค์จึงตัดสินใจที่จะรับข้อเสนอเขาอย่างโดยดีแม้จะรู้สึกว่าตัวเองเสียเปรียบและไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจนกว่าจะได้ใบหย่า แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอจะต้องเอาใบหย่าจากเขาให้ได้แลกกับการทำให้เขารู้ตัวว่าแท้จริงแล้วอาจจะไม่ได้ชอบน้องสะใภ้ก็เป็นได้ อาจเป็นเพราะความผูกพันที่มีหรือไม่ก็คงสนิทสนมกันกระมังถึงทำให้คิดเช่นนั้น

เอาเถอะ แค่ทำให้เขาหวั่นไหวมันคงไม่มีเรื่องยุ่งยากอะไร คนที่จะยุ่งยากก็คงมีแค่เขากระมัง

เพราะเธอก็คงไม่หวั่นไหวกับเขาเป็นแน่

“ได้ ถ้าเธอทำได้ฉันจะยอมหย่าให้”

“ตกลง แต่เอาไว้ฉันเจอเธอก่อนแล้วจะชั่งน้ำหนักอีกที เพราะฉันจะไม่ยอมเสียเปรียบอยู่ฝ่ายเดียวแน่”

“ตกลง”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักร้ายภรรยา    บทส่งท้าย

    บทส่งท้ายปิ่นอนงค์ยันตัวลุกขึ้นอย่างลำบากเล็กน้อยหากแต่ไม่เท่ากับความเจ็บที่ขาเมื่อรู้สึกถึงตะคริวที่ขาซ้ายของตัวเองก่อนจะพยายามยืดขาเพื่อช่วยคลายตะคริว คิ้วทรงสวยขมวดเข้าหากันเมื่อยิ่งรู้สึกเจ็บที่ขามากขึ้น“เป็นตะคริวเหรอปิ่น”“ค่ะ”กระทั่งเสียงทุ้มเข้มของเตโซดังขึ้นพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางเดินอ้อมมาอยู่ด้านหน้าของหญิงสาวแล้วนั่งลงที่พื้นข้างเตียงซึ่งเธอก็ขยับตัวห้อยขามาทางชายหนุ่ม“อือ…ขาไม่บวม คงเป็นตะคริวปกติ” เตโซมองสำรวจขาซ้ายของปิ่นอนงค์ก่อนจะจับข้อเท้าของเธอมาแล้วเริ่มบีบนวดเบาๆ ตั้งแต่ข้อเท้าไปตามปลีน่องก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งเมื่อหญิงสาวยิ้มออกมาพร้อมคำตอบ“เจ้าตัวเล็กทำให้คุณต้องตื่นมากลางดึกบ่อยนะช่วงนี้” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงคาดโทษเจ้าตัวเล็กที่อยู่ในครรภ์ของหญิงสาวอย่างไม่จริงจัง“อีกสองเดือนก็ครบกำหนดแล้วนิคะ เป็นเรื่องปกติค่ะ” ปิ่นอนงค์ยิ้มมีความสุขในทุกครั้งที่เตโซยอมตื่นยอมลุกมากับเธอเช่นนี้ตั้งแต่มีอาการแพ้ท้องเขาไม่เคยบ่นหรือมีท่าทีหงุดหงิดใส่เลยแม้แต่นิด ซึ่งทำให้เธอรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นทั้งที่ก่อนหน้านี้แอบกังวลเป็นอย่างมากกับการที่ตั้งครรภ์ตอนใกล้เลขสี

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 24 ดวงใจที่ร้ายที่รัก (2)

    “ไม่ใช่ค่ะ ตอนแรกเรานอนห้องเดียวกันแต่แยกที่นอน พอมาที่นี่ก็แยกห้องนอนกัน ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนที่ผ่านมา แต่เพราะความอ่อนโยนอบอุ่นของเขาทำให้ปิ่นตัดสินใจขอเขาเป็นแฟนก่อนเลยค่ะ ทั้งหล่อทั้งรวยแถมด้วยความอบอุ่นอ่อนโยน ใครจะไม่รีบคว้าเอาไว้มาเป็นเจ้าบ่าวของตัวเองละคะ” ปิ่นอนงค์เป็นคนเอ่ยตอบอย่างรักษาเกียรติของเตโซโดยไม่พูดถึงข้อตกลงระหว่างกันที่ตอนนั้นหัวใจของเธอกับเขายังว่างเปล่าอยู่“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอน่ารักและทำให้ผมอยากดูแล ไม่มีทางที่คนอย่างผมจะใส่ใจใครโดยไม่สนว่าตัวเองจะลำบากแค่ไหน ขอแค่ให้เธอปลอดภัยมีความสุขก็พอแล้วครับ” เตโซพูดขึ้นบ้างพลางมองสบสายตาปิ่นอนงค์“หวาน หวานมากจริงๆ ค่ะ แต่ความร้ายของคุณปิ่นเราก็ถูกสยบด้วยความอ่อนโยนจากคุณโซ แหม น่าอิจฉามากเลยค่ะ แบบนี้ทั้งคู่คงรักเหนียวแน่นแน่นอน” เพราะความหมั่นไส้และอิจฉาที่คนื่นมีคนรักแล้วทำให้เชอรีนแอบแขวะออกไปตามประสาคนอิจฉาคนมีความรัก“แน่นอนครับ ผมรักเธอมากจนไม่สามารถปล่อยให้เธอเป็นอันตรายได้ ต่อให้ตอนนั้นเธอจะขอหย่าผม ผมก็จะปกป้องเธออย่างไม่มีข้อแม้” เตโซเป็นฝ่ายตอบก่อน“ปิ่นเองก็รักคุณมากเกินกว่าจะเสี่ยงให้คุณมามีอั

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 24 ดวงใจที่ร้ายที่รัก (1)

    บทที่ 24ดวงใจที่ร้ายที่รัก หลังจากที่เตโซได้ขอปิ่นอนงค์แต่งงานไปได้เพียงคืนเดียวข่าวบันเทิงต่างก็ตีแผ่ภาพและข่าวการขอแต่งงานอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ต่อมาอีกหนึ่งเดือนงานวิวาห์สุดแสนตระการตาภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมวรรณวิภากิจที่ภูเก็ตก็ถูกจัดขึ้นโดยมีสื่อมวลชนและผู้หลักผู้ใหญ่ถูกเชิญเข้าร่วมงานวิวาห์ที่เปิดเผยและออกสื่อให้ทุกคนได้รู้อย่างสมเกียรติของเจ้าบ่าวและเจ้าสาวที่เป็นถึงนักธุรกิจชื่อดังที่ใครต่างให้ความสนใจข่าวของคนทั้งสองมาตลอดยามที่มีข่าวตีแผ่ออกไป แม้งานวิวาห์ครั้งนี้จะถูกจัดขึ้นด้วยความรักและความสุขท่ามกลางผู้คนมากมายที่เข้ามาเป็นพยานในวันแห่งความทรงจำที่มีความสุขที่สุดของปิ่นอนงค์และเตโซก็ยังมีข้อครหาเมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ก็มีข่าวว่าคนทั้งสองแต่งงานกันแบบเงียบและออกมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานเลี้ยงเลื่อนตำแหน่งของเตโซทำไมถึงแต่งงานกันอีกครั้งแต่แล้วข้อครหาเหล่านั้นก็ถูกปัดตกไปเมื่อมีคนแย้งมาว่าคนรวยมักชอบทำเรื่องแปลกตามใจ จึงกลายเป็นว่าทุกคนไม่สนใจตั้งคำถามอีกนอกจากรอดูภาพงานวิวาห์ตามสือที่จะตีแผ่ข่าวออกมาภายในงานดำเนินไปอย่างราบรื่นและใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 23 เจ้าเล่ห์แค่ไหนก็สู้ความแสบไม่ได้ (5)

    “ถ้าผมไม่เข้าไปช่วยคุณ ผมก็เสียคุณไปสิ ผมทำแบบนั้นไม่ได้หรอก คุณคือทุกอย่างในชีวิตที่เหลืออยู่ของผมนะปิ่น อย่าโทษเจ้าสัวเลย ต่อให้เจ้าสัวไม่ผิดคำพูดกับคุณผมก็จะดื้อเข้าไปปกป้องคุณอยู่ดี” เตโซได้ยิ้มกว้างเสียทีพลางยื่นมือไปดึงมือของสาวเจ้ามากอบกุมเอาไว้“เจ็บมากไหมคะ ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” ปิ่นอนงค์ค่อยๆ ระบายยิ้มออกมาเพื่อให้เตโซชื่นใจขึ้นมาอีกนิดพลางดึงมือออกแล้วยื่นไปลูบเบาๆ ใกล้บริเวณบาดแผลที่ยังมีผ้าก๊อซปิดอยู่“ไม่แล้วครับ” เตโซยิ้มรับพลางตอบ“อยากจะแกล้งโกรธแล้วมึนตึงใส่ก่อนพังงานแต่ก็ทำไม่ลง ห่วงความรู้สึกของคุณอยู่เรื่อย” เธอยู่ปากพูดออกมา“แสบนักนะเรา ว่าแต่ปิ่นรู้ตั้งแต่เมื่อไรที่ผมฟื้นแล้ว” ชายหนุ่มพูดพลางยกมือลงบนศีรษะของหญิงสาวยีเบาๆ ก่อนจะถาม“วันที่ปิ่นบอกมีงานด่วนนั่นแหละคะ บังเอิญเจอลุงหมอแล้วท่านบอกเลยยืนแอบฟังค่ะ” สาวเจ้าตอบตามตรง“อือหือ แสบจริงๆ นะปิ่น” เตโซอุทานออกมาพลางยิ้มขันตัวเองที่ไม่เชื่อพฤกษ์ที่ช่างสังเกต“ว่าแต่ จะเซอร์ไพรส์ขอปิ่นแต่งงานไม่ใช่เหรอคะ” เธอยิ้มขันก่อนจะพูดออกไป“ไม่เซอร์ไพรส์แล้ว ขอเลยแล้วกัน” เตโซพูดก่อนจะเริ่มมีท่าทีจริงจังขึ้นมาเตโซมองส

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 23 เจ้าเล่ห์แค่ไหนก็สู้ความแสบไม่ได้ (4)

    “อย่าเพิ่งกังวลไปครับ พี่ปิ่นอาจจะคิดงานถึงได้ให้เชอรีนมาที่นี่ก่อนก็ได้นะครับ พี่ปิ่นไม่หนีพี่ไปไหนแน่นอนครับ” เตชินเอื้อนเอ่ยขึ้นหากแต่ข้างในใจก็รู้สึกกลัวเล็กน้อยว่าการเซอร์ไพรส์ในครั้งนี้จะล่มไม่เป็นท่า“ขอบใจมาก” เตโซยิ้มรับแล้วขอบคุณน้องชายออกไป“แต่ถ้าพี่ปิ่นรู้แล้วเกิดโกรธขึ้นมาละคะ” พราวมุกเอื้อนเอ่ยขึ้นอย่างเผลอลืมตัวก่อนจะรีบหันไปทางอื่นพลางขยับตัวไปหลบอยู่ด้านหลังพฤกษ์ทันทีที่เตโซหันขวับมามอง“ไม่หรอกครับ” เตชินพยายามคิดในแง่ดีหากแต่มือไม้เริ่มสั่นยืนไม่นิ่งเฉกเช่นเดียวกับเตโซไปเสียแล้วเพราะกว่าพี่ชายของเขาจะได้พบผู้หญิงที่ใช่และมอบความสุขกับรอยยิ้มของเตโซได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยสักนิดทั้งสองคนเกือบจะไม่ได้มีชีวิตมาถึงวันนี้แล้ว…“คุณโซคะ เชอรีน เอ่อ…รออีกนิดนะคะ เชอรีนคิดว่าจะต้องไปได้สวยค่ะ” เชอรีนยังไม่ได้ให้คำตอบแต่ก้าวไปหาเตโซแล้วดึงแขนให้ชายหนุ่มหันหลังกับทางเดินมองมาที่เธอแล้วพูดขึ้นต่อ“รออะไรครับ แล้วเธอทำอะไรอยู่” เตโซพยายามควบคุมสติแล้วถามกลับไปด้วยความสงสัยใคร่รู้“คือว่า…ทุกคนคะ!” เชอรีนที่กำลังจะตอบอยู่ๆ ก็ตะโกนให้ทุกคนหันกลับมามองที่เธอเมื่อเห็นว่าปิ่นอน

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 23 เจ้าเล่ห์แค่ไหนก็สู้ความแสบไม่ได้ (3)

    สามวันต่อมาเตโซออกจากโรงพยาบาลก็เดินทางตรงมาภูเก็ตทันทีพร้อมกับคนอื่นๆ ที่ทราบเรื่องของชายหนุ่มตั้งแต่แรกแล้วไม่เว้นแม้แต่เจ้าสัวธรรมรงค์ โดยที่ไม่รู้เลยว่าก่อนที่ปิ่นอนงค์จะเดินทางมาภูเก็ตได้ยินทุกอย่างที่พูดในห้องพักฟื้นแล้วเพียงแต่หญิงสาวไม่รู้ว่าเขามีแผนจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่ก่อนที่เขาจะเซอร์ไพรส์เธอนั่น ขอเอาคืนเล็กๆ น้อยๆ ให้รู้สึกแสบๆ คันๆ สักนิดก็แล้วกันปิ่นอนงค์เรียกพราวมุกมาเค้นหาความจริงจากปากจนได้รู้ว่าเตโซคิดจะทำอะไรและไม่ยากที่พราวมุกจะเข้าข้างหญิงสาวจนพูดออกมาจนหมดเปลือก เธอนึกดีใจที่รู้ว่าชายหนุ่มคิดจะเซอร์ไพรส์อะไรเธอแต่มีหรือจะง่ายอย่างที่หวังเอาไว้“คอยดูนะ ปิ่นจะทำให้คุณน้ำตาล่วงต่อหน้าคนอื่นไปเลย เจ้าเล่ห์ดีนัก แต่ก็นะ…ก็ยังดีที่ทำแบบนี้” ปิ่นอนงค์พึมพำกับตัวเองพลางมองไปยังกลุ่มคนขนาดใหญ่ที่กำลังเดินเข้าไปที่เคาน์เตอร์โรงแรมที่ด้านหลังสวนหย่อมซี่งเชื่อมกับทางเดินมาทางรีสอร์ต“พี่ปิ่น งั้นมุกขอตัวไปหาพวกเขาก่อนนะคะ เดี๋ยวฝ่ายนั้นจะรู้ซะก่อนว่าพี่ปิ่นรู้เรื่องแล้ว” พราวมุกที่มาอยู่รอที่ภูเก็ตและแปรพรรคมาอยู่กับปิ่นอนงค์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่จะดีใจก็ไม่ดีใจจะเห็นใจก

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 23 เจ้าเล่ห์แค่ไหนก็สู้ความแสบไม่ได้ (2)

    “สวัสดีครับ วันนี้คนไข้รู้สึกปวดหัวหรือมีอาการเจ็บ มึนหัว อาเจียนไหมครับ”เสียงของแพทย์ดังขึ้นทันทีที่เข้าไปด้านในแม้ปิ่นอนงค์จะไม่เห็นว่าแพทย์ประจำคนไข้กำลังสอบถามใครแต่คนที่ตอบออกมาก็ทำให้หญิงสาวมีสีหน้ากรุ่นโกรธมากขึ้นเมื่อเสียงนั้นที่ตอบออกมาคือเตโซ!หนอย เจ้าเล่ห์แกล้งกันแบบนี้คงจะสนุกสินะสาว

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 5 9.0 ริกเตอร์ (4)

    “งั้นเธอก็ไปกับฉันนะ ฉันก็อยากไปรับเหลน” เจ้าสัวธรรมรงค์เอ่ยก่อนจะเดินนำออกจากห้องไปเมื่อปิ่นอนงค์ไม่คิดจะพูดอะไรหรือหันกลับมามองซึ่งสายพิณก็รีบเดินตามเจ้าสัวธรรมรงค์ออกจากห้องไปเมื่อรู้ดีว่าตอนนี้ปิ่นอนงค์กำลังมีอารมณ์ไม่คงที่และมีโทสะอยู่ไม่น้อยกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสายพิณรู้ดีว่าการที่เจ้

  • รักร้ายภรรยา    บทที่ 5 9.0 ริกเตอร์ (3)

    “อย่าให้อะไร พูดต่อให้จบสิ ปู่รอฟังอยู่” เจ้าสัวธรรมรงค์พูดขึ้นอีกครั้งพลางยื่นมือไปวางลงบนบ่าของเตโซซึ่งกำลังลุกขึ้นหลบให้ตนเข้าไปหาหลานสาว“คุณปู่ค่า” ปิ่นอนงค์ทำหน้าอ้อนเรียกคนเป็นปู่เสียงหวาน“คิดจะปิดบังปู่มันไม่ง่ายหรอกนะปิ่น เราน่ะชอบปิดบังปู่จนปู่รู้ทันเราแล้วปิ่น แต่ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้น

  • รักร้ายภรรยา   บทที่ 5 9.0 ริกเตอร์ (2)

    ทันทีที่แพทย์ประจำคนไข้เดินออกไปหลังตรวจอาการเบื้องต้นเสร็จทั้งเตโซและสายพิณรีบเดินกลับเข้าห้องมาทันทีจึงพบกับปิ่นอนงค์ที่ได้นางพยาบาลสาวช่วยพยุงนั่งพิงหัวเตียงที่ปรับให้ตั้งขึ้น ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้ก่อนจะยื่นมือไปลูบที่ศีรษะหญิงสาวอีกครั้งอย่างปลอบประโลมโดยไร้คำพูดใดๆ นอกจากสายตาอันอบอุ่นส่งไปให

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status