LOGINองศา หนุ่มหล่อ พ่อรวย ที่ครองตำแหน่งประธานบริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ เขาครองความโสดความซิงมายาวนาน30ปี จนวันนึงที่เขาต้องเสียความบริสุทธิ์ให้กับน้องสาวเพื่อนสนิทของเขาอย่างพราวฟ้า หญิงสาวรุ่นน้องที่อายุห่างกับเขาถึง8ปี เขาถามหาความรับผัดชอบจากเธอ โดยการขอคบเธอเป็นแฟน หลังจากความสัมพันธ์ในคืนนั้น ทั้งตัวและหัวใจขององศาก็ถูกพราวฟ้าครอบครองจนหมด ไม่เหลือที่ว่างให้ใครได้อีกเลย
View MoreDedication
For every woman struggling with her self-image (so… this book is for most women, unfortunately). May the day come (soon) that we all know that we’re far, far more than a number on a scale or a clothing tag. ****Tessa Mahoney shoved her sweaty hair off her forehead, and squinted at the Stairmaster timer. She’d been on the machine for two-and-a-half hours so far that morning, and had thirty minutes more to go. She buckled down, pushed past the exhaustion and soreness in her legs. Her fat, floppy, flabby legs.
She stared at the wall in front of her, focused on the number ‘109’ in black magic marker. It was written on a piece of plain white paper stuck on the wall, and it was her goal for that week. She weighed two pounds more than that now, but she’d sleep for a bit, and then do another three hours on the Stairmaster before starting her nine p.m. shift at Dangerous Curves that night.
Her stomach growled, and she ignored it. It was almost nine a.m., she’d left the bar at six o’clock, and so far that morning, she’d had just plain yogurt to eat. As usual, she’d have just plain salad after her workout that night before heading into Curves. Dinner at work was optional, in her opinion, but Tessa got the feeling that she’d maybe have to eat something, just to keep Gabriela Torres happy, and off her back.
Gabi… and him.
He came to mind now, full-blown and gorgeous and terrifying. Steel blue eyes, cold and hard. Close-cropped blond hair that he ran his large hands through when he was angry, which seemed to be happening quite a lot lately when she was around. A huge, intimidating, wickedly distracting body, especially those arms and that chest. The man was pure, solid muscle and Tessa knew that first-hand, either fortunately or unfortunately. She’d been held tight in those arms, held close to that chest… and she still felt breathless when she shut her eyes and recalled those few brief moments.
Curtis.
Longing for him rose in her, starting in her stomach and moving up her body. It was like honey, thick and sweet, and it slowed her down, made her relax and made her attention wander. She lost her stepping rhythm, faltered, recovered with a gasp. Damn him. Damn him for being in her head, for crawling under her skin. For making her lose her focus.
Him doing all of that was all the more annoying because the man was – in no uncertain terms – an asshole. Tessa scowled as she remembered him telling her that she was losing weight too quickly, and that she needed to take better care of herself. Like her body was any of his goddamn business. Just who the hell did he think he was, anyway?
But then that memory crept up on her, the one that she’d fought night and day to ignore and forget ever since it had happened four weeks earlier. She struggled with herself mightily and – yet again – she failed to push it down, push it away. Tessa was beginning to suspect that she didn’t manage to do so because, on some level and for some bizarre reason, she didn’t want to ignore it. She also thought that she was equally reluctant to forget it.
She’d been at her boss, Jax Hamill’s, engagement party. His radiant future wife, Sarah Matthews, had just offered Tessa some food, and she’d told Sarah that she’d already eaten. It had been a lie of course: Tessa had barely eaten that day, and she certainly hadn’t touched anything at the party.
Tessa had fled to a far room to pull herself together, and gaze out the windows at the Rocky Mountains. She’d just managed to calm herself down when she’d heard that sexy, rough voice say her name behind her.
She’d jumped, spilled her water all over the place. His blue eyes had stared down at her like an x-ray, hard and deep, not missing a single thing. Curtis had looked her up and down, up and down, and Tessa had just wanted to run screaming from the anger on his gorgeous face.
But that wasn’t what had thrown her. Oh, no, not at all. What had thrown her had been him telling her how happy he was that her boyfriend Kevin Masters had dumped her a few weeks before.
Curtis had actually stood there and told Tessa that Kevin had never loved her for herself, that Kevin had just wanted a hot piece of ass on his arm for his work events… and that that wasn’t her. Curtis told her that she was so much more than just that – and that he wished that she’d see herself as other people did. As he did. God, the look on his face when he’d told her all of this: it was a look she hadn’t thought Curtis could ever show.
ตอนเย็น “พราว เดินเบาๆสิครับ เดี๋ยวก็กระทบกระเทือนกับลูกในท้องหรอก” ฉันที่เดินจ้ำอ้าวออกมาจากห้องนอน ถึงกับต้องกรอกตามองบน เมื่อได้ยินเสียงพี่องศาพูดประโยคแบบนี้อีกแล้ว“แค่เดินเองค่ะ ไม่ได้วิ่งสักหน่อย” นี่เอาจริงๆนะ ตั้งแต่ที่เขารู้ว่าฉันท้องลูกของเขาอยู่ ตัวนี่แทบไม่ยอมห่างจากฉันไปไหนเลย “เดินก็เดินระวังๆหน่อยสิพราว คุณหมอก็บอกแล้วนี่นาว่าครรภ์แรกต้องดูแลให้ดีๆ”“พี่องศามาท้องเองมั้ยคะ?” “ไม่หัวร้อนสิครับคนดี มาเดี๋ยวพี่นวดเท้าให้ พราวจะได้ผ่อนคลาย ดีมั้ย” “ไม่เอาค่ะ พี่อายุมากกว่าพราวอีกนะ จะมานวดเท้าให้พราวได้ยังไง”“พี่ไม่ถือครับพราว เดี๋ยวพราวนั่งรอพี่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ พี่ไปเอาน้ำอุ่นแป๊บนึง” คือไม่ว่าฉันจะพูดยังไง พี่องศาก็ไม่ยอมฟังอยู่ดี แล้วตอนนี้เขาก็นั่งนวดเท้าให้ฉันแล้วเรียบร้อย“เป็นไงบ้างพราว ผ่อนคลายขึ้นมั้ย หืม” “ค่ะ บีบตรงข้อเท้าพราวด้วยได้มั้ยคะ” “ตรงนี้เหรอครับ”“ค่ะ ตรงนั้นแหละ” ฉันพยักหน้าตอบพี่เขาไป ก่อนจะเอนหลังอิงไปกับพนักโซฟาแล้วค่อยๆหลับตาลงช้าๆ ก่อนจะเผลอหลับไปในที่สุด————————ผมนั่งมองหน้าเรียวสวยได้รูปของพราวฟ้าที่นั่งหลับตาพริ้มอยู่บนโซฟาตอนนี้ ก่อ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา@คอนโดองศา 22.40 น.“พราวครับ คิดถึงจังเลย ไม่ได้นอนกอดพราวมาอาทิตย์นึงแล้วนะ” (พราวก็คิดถึงพี่องศาเหมือนกันค่ะ) เสียงหวานเอ่ยตอบผมกลับมาทันที หลังจากที่ผมพูดจบ นี่ก็ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์แล้วนะ พ่อกับแม่ของพราวฟ้ายังไม่มีทีท่าว่าจะกลับเลย ทำไมรอบนี้กลับมานานจัง“เปิดกล้องได้มั้ย อยากเห็นหน้าพราวใจจะขาด”(ได้สิคะ) สิ้นเสียงของพราวฟ้า ผมก็กดเปิดกล้องอย่างไว ทำให้ตอนนี้ผมเห็นร่างบางที่อยู่ในชุดนอนสีขาวตัวบางกำลังนอนฉีกยิ้มกว้างให้ผมอยู่“ยั่วพี่เหรอครับ” (พราวเปล่ายั่วนะคะ พี่องศานั่นแหละยั่วพราวเหรอ)“พี่ยั่วตรงไหน หืม”(ตรงที่ไม่ใส่เสื้อนี่แหละค่ะ เห็นแล้วอยากกัดหัวนมให้ขาดเลย) “มากัดสิครับ พี่นอนรอพราวอยู่ห้องไม่ไปไหนเลย”(รออีสองสามวันนะคะ รอให้พ่อกับแม่พราวกลับก่อน)“มาตอนนี้เลยไม่ได้เหรอหืม เดี๋ยวพี่ไปรับ”(อย่างอแงสิคะ อีกไม่กี่วันเองนะ) แต่อีกไม่กี่นาทีผมจะลงแดงแล้วนะ ยิ่งมาเห็นพราวฟ้าในชุดนอนแบบนี้อีก“พี่อยากอะพราว ปวดหนึบไปหมดเลย” (อยากก็ช่วยตัวเองไปก่อนนะคะ เพราะพราวคงช่วยพี่องศาไม่ได้)“พราวช่วยพี่ได้นะ อยากช่วยมั้ย หืม” (ช่วยยังไงคะ?)“แค่พราวถอดชุดพราว
@คอนโด 18.20 น.“พี่องศาคะ พรุ่งนี้พราวจะต้องกลับไปนอนบ้านนะ” ฉันเอ่ยบอกคนที่กำลังยืนทำอาหารอยู่ในครัว ซึ่งพอพี่องศาได้ยินก็รีบหันมามองหน้าฉันทันที“กลับทำไมครับ?”“พ่อกับแม่จะกลับมาพรุ่งนี้ค่ะ แม่พึ่งไลน์มาบอกพราวเมื่อเช้า” ฉันตอบคนที่ยืนคิ้วขมวดชนกันอยู่ตอนนี้ไป“แล้วไปนอนกี่วัน?”“ก็จนกว่าพ่อกับแม่จะกลับค่ะ พี่องศานอนคนเดียวได้ใช่มั้ย?” “ถ้าบอกว่าไม่ได้หละครับ พราวยังจะทิ้งให้พี่นอนคนเดียวอยู่มั้ย หืม”“ก็พราวไม่ได้เจอพ่อกับแม่มาหลายเดือนแล้วนี่คะ พี่องศาเข้าใจพราวหน่อยนะ” ฉันเดินเข้าไปสวมกอดคนตรงหน้า ก่อนจะเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจุ๊บแก้มเค้าทีนึง“ถ้าพ่อกับแม่พราวมาอยู่เป็นเดือน พี่ก็ต้องนอนคนเดียวเป็นเดือนเลยใช่มั้ย?”“ไม่นานขนาดนั้นหรอกค่ะ อย่างมากก็แค่อาทิตย์เดียวเอง” เพราะปกติเวลาที่พ่อกับแม่กลับมาบ้านพวกท่านจะอยู่แค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น ซึ่งฉันคิดว่ารอบนี้ก็น่าจะเหมือนกัน“แล้วใครไปรับพวกท่านที่สนามบินครับ ไอ้เพทายเหรอ?”“พราวว่าจะไปรับเองค่ะ เพราะพรุ่งนี้พี่เพทายมีนัดคุยกับลูกค้าที่จะส่งอุปกรณ์ไฟฟ้าไปยังเพื่อนบ้าน”“งั้นพรุ่งนี้ให้พี่ไปส่งพราวนะ จะได้ถือโอกาสนี้แนะนำตัวอย่างเป็
หลายชั่วโมงต่อมา 10.30 น.“พี่องศาคะ วันนี้เราจะไปล่องเรือกันใช่มั้ยคะ?” “ครับ เดี๋ยวคนขับรถจะมารับแล้วพาพวกเราไปที่ท่าเรือ” นี่ก็ใกล้จะถึงเวลาที่นัดกับคนขับรถไว้แล้วนะ ผมก้มมองดูนาฬิกาที่ข้อมือของตัวเอง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาไอ้คามินตู๊ดดดดด!!!ตู๊ดดดดด!!ทำไมมันยังไม่รับสายสักทีวะ มัวแต่ทำอะไรของมันตู๊ดดดดด!!!ตู๊ดดดดด!!!(ว่าไง) เสียงปลายสายดังขึ้นทันทีหลังจากที่มันกดรับสายของผม“เดี๋ยวอีกยี่สิบนาทีไปเจอกันที่ล็อบบี้นะ คนขับรถใกล้จะมาแล้ว” (ยี่สิบนาทีเหรอ ซี๊ดดด ไม่น่าทัน อ๊า)“ไอ้เชี่ย มึงทำเหี้ยอะไรอยู่วะ?” เสียงแบบนี้มีอยู่อย่างเดียวเลยนะในหัวผมตอนนี้(อย่างที่มึงคิดนั่นแหละ แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวกูทำเวลาก่อน อ๊า อย่าดูดแรง) พูดจบมันก็กดตัดสายผมทิ้งทันที แล้วนี่มันเอากับใครอยู่ คงไม่ได้ลากผู้หญิงแถวนั้นขึ้นมากินบนห้องพักหรอกนะ“มีอะไรเหรอคะ? พี่คามินเป็นอะไรเหรอ?” พราวฟ้าที่กำลังเตรียมเสื้อผ้ากับชุดว่ายน้ำหันมาเอ่ยถามผมอย่างสงสัย“มันกำลังจะขึ้นสวรรค์ครับ พราวอยากขึ้นสวรรค์กับพี่ตอนนี้มั้ย?” ผมแกล้งถามคนตรงหน้าออกไป เธอเองก็รู้แหละว่าผมหมายถึงอะไร หึ“หยุดความคิดบ้าๆเลยน
วันต่อมา 12.20 น.“พราวครับ วันนี้ตอนเย็นพี่มีนัดคุยธุระกับลูกค้า พราวไม่ต้องรอกินข้าวเย็นกับพี่นะ” พี่องศาที่แต่งตัวเสร็จ เดินมาหาฉันที่นั่งเอาหลังพิงหัวเตียงอยู่ก่อนจะเอ่ยขึ้น“กลับดึกเหรอคะ?” “ไม่แน่ใจเหมือนกัน ไว้เดี๋ยวพี่โทรบอกพราวอีกที” ฉันพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้กลับไป ก่อนที่พี่องศาจะโน้มตัวลงมา
หลายชั่วโมงต่อมา 17.45 น.“พี่เพทาย…ไปไหนมาคะ?” ฉันเอ่ยถามพี่ชายสุดที่รักของตัวเองหลังจากที่พี่เขาก้าวขาเข้ามาในบ้าน นี่หายไปไหนของเขาตั้งครึ่งค่อนวัน พึ่งจะกลับมาเอาเวลานี้“เรื่องของผู้ใหญ่ เด็กไม่เกี่ยว” ฉันยู่จมูกใส่คนตรงหน้าทันที หลังจากที่พี่เพทายตอบฉันกลับมา นี่ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยฉันหน
วันต่อมา 06.00 น.จึกจึกจึก!!“พี่องศาคะ ตื่นได้แล้ว” ฉันใช้นิ้วชี้จิ้มไปที่แก้มของร่างหนาที่กำลังนอนกอดฉันอยู่ตอนนี้“อื้อ พราวกี่โมงแล้วครับ” “หกโมงเช้าแล้วค่ะ เมื่อวานพี่องศาบอกจะพาพราวไปดูพระอาทิตย์ขึ้นจำได้มั้ยคะ?”“จำได้สิครับ ทำไมจะจำไม่ได้” พี่องศาพยักหน้าตอบกลับมา แต่เปลือกตายังคงปิดสนิทอยู่“จำ
“ว้าย พี่องศาจะทำอะไรคะ?” ฉันที่กำลังนั่งคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ ต้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ที่จู่ๆคนตัวสูงก็ลุกพรวดขึ้นจากน้ำ ทำให้ตัวของฉันที่นั่งอ้าขาอยู่บนหน้าตักของเขาลอยขึ้นพร้อมกัน และที่สำคัญจุดเชื่อมต่อของเราสองคนยังไม่หลุดออกจากกันเลย“พี่ก็อยากขึ้นสวรรค์เหมือนพราวบ้าง” ว่าจบเขาก็วางตัวฉ
reviews