LOGINตั้งแต่วันนั้นที่โรงพยาบาลมาจนถึงเวลานี้ก็ล่วงเลยมาสองเดือนครึ่ง ความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็ไม่ต่างจากทีแรกรวมไปถึงเรื่องบนเตียงที่เธอไม่เคยปฏิเสธเขาได้อย่างหน้าไม่อายใสทุกครั้งที่เขาต้องการ ทั้งที่ยามปกติและต่อหน้าคนอื่นเตชินกลับใจร้ายกับดาริกาเฉกเช่นเคย แต่คราเมื่อได้อยู่กันเพียงสองต่อสองในห้องทำงานหรือออกไปข้างนอกกลับเปลี่ยนไปเป็นอีกคนราวกับกำลังปั่นหัวเธอเล่นสนุก และซ้ำร้ายไปกว่านั้นเมื่อเธอหวั่นไหวมากขึ้นจนนับครั้งไม่ถ้วนจนไม่กล้าปรึกษากับใครแม้แต่กับเคนหรือน้ำหวาน
เธอทั้งสับสนและไม่เข้าใจ
ดาริกาไม่รู้เลยว่าตกลงแล้วเตชินรู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่ เหมือนกับเธอหรือไม่ที่หวั่นไหวกับการกระทำและคำพูดในบางครั้งของเขาที่มีให้เธอ หรือบางทีเขากำลังเอาชนะเธอกันแน่…
เฉกเช่นตอนนี้…
“ฉันเคยเตือนเธอแล้วนะว่าอย่าให้เห็นหน้ามันมาโผล่ที่บริษัทอีก” เตชินตวาดเมื่อเดินเข้ามาในภายในห้องทำงานพร้อมกับดาริกาและรินนรา
“แต่ศินเขามาที่นี่เพราะจะนัดกันไปกินข้าวกับคนอื่นๆ เองนะคะ ดากับเพื่อนก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว” เธออธิบายออกไป
“แต่ฉันไม่อนุญาต! กี่ครั้งแล้วที่มันมาที่นี่ตั้งแต่เธอออกจากโรงพยาบาล แค่พี่เคนก็น่ารำคาญอยู่แล้วยังจะมีมันมาให้ฉันหงุดหงิดอีกหรือไงดาริกา!” เขาเริ่มยับยั้งอารมณ์ที่กำลังเดือดไม่ได้ หันไปตวาดใส่เธอจนต้องผงะถอยหลังหนีไปยืนใกล้ๆ รินนราที่ยืนก้มหน้า
“พี่เตหงุดหงิดทำไมคะ ถึงเราจะเป็นสามีภรรยากันแต่ก็รู้กันอยู่แล้วว่ามันก็แค่ละครไม่ใช่เหรอคะ” เธอเองก็เริ่มหงุดหงิดไม่ต่างจากเขาที่โมโหคนอื่นแล้วมาลงที่เธอทุกครั้ง
“ดาริกา!” คำพูดของเธอช่างไม่เข้าหูของเขาเลยสักนิดยิ่งกระตุ้นให้เขาอารมณ์ร้ายมากขึ้นจนต้องยื่นมือไปบีบต้นแขนของสาวเจ้า
“จะมาโมโหดาไม่ได้นะคะ ก็พี่เตไม่ใช่เหรอที่สั่งให้ดาทำนั้นทำนี่อย่างที่พี่ต้องการ ที่ดาทำก็เพราะดารู้สึกว่าดาอยากทำให้พี่ไม่ได้จำต้องทำตามคำสั่ง กี่ครั้งแล้วคะที่พี่ทำให้ดาหวั่นไหวแล้วก็มาปั่นหัวจนดาสับสน หยุดสักทีเถอะคะ” เธอโต้ตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัวแล้วย้อนถามกลับไปในสิ่งที่เขาก็ไม่ยอมพูดมันออกมา
ไม่ใช่พูดไม่ได้แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดมันออกมา
“ออกไปซะ! อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าจนกว่าจะคิดได้” เขาเลือกที่จะไล่เธอ
“พี่สิควรคิด” เธอโต้ตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“เธอไม่มีสิทธิ์มาเรียกฉันว่าพี่!” เขาเริ่มข่มอารมณ์ตัวเองไม่อยู่จนรินนราที่เอาแต่เงียบแล้วก้มหน้าเริ่มรู้ระดับความรุนแรงของเจ้านายหนุ่ม
“…” เธอเงียบแล้วมองหน้าเขา
“…” เขาเองก็ไม่คิดพูดอะไรออกมาก่อนจะหันไปมองทางอื่น
“ได้คะคุณเต” เธอเอื้อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเจ็บปวดเมื่อความหวั่นไหวมากมายที่มีมาตลอดสองเดือนถูกทำลายลง ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันที
เมื่อภายในห้องเหลือเพียงเตชินกับรินนราก็ทำให้เลขานุการสาวเริ่มทำตัวไม่ถูกจนเขาต้องเป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นก่อนด้วยอารมณ์ที่ยังร้อนระอุออกไปพลางก้าวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ทำงานของตัวเอง
“ดูแลเธออย่าให้คาดสายตาด้วย”
“…คุณเตคะ ขอฉันพูดอะไรหน่อยได้มั้ยคะ”
รินนราอึกอักอยู่ครู่หนึ่งเพื่อครุ่นคิดว่าควรพูดออกไปดีหรือไม่จนท้ายที่สุดแล้วก็ต้องพูดออกไปเพื่อเตือนเจ้านายหนุ่มให้ฉุกคิดได้แล้ว เมื่ออดีตมันผ่านมานานมากพอที่จะเริ่มต้นใหม่เสียที
เริ่มต้นที่จะทำให้คนสองคนได้หันกลับมาเข้าใจกัน
“พูดมา” เขาตอบเสียงห้วน
“ฉันมีหน้าที่ดูแลคุณหนูไม่ต่างจากคุณเคน ที่ต่างก็ตรงที่ฉันคือคนของคุณเต ส่วนคุณเคนคือคนของคุณโซ แต่กับตัวของคุณเตเองทำไมถึงไม่ดูแลคุณหนูให้มากกว่าฉันกับคุณเคนละคะ เธอจะได้เข้าใจอะไรมากขึ้น” เธอร่ายยาวพูดออกไป
“มันไม่สำคัญ” เขาตอบกลับเพียงคำสั้น
“สำคัญสิคะ เพราะสำหรับคุณหนูแล้วคนที่สำคัญที่สุดคือคุณเตนะคะ เลิกเถอะนะคะ เลิกที่จะไม่พูดเลิกที่จะคิดเองฝ่ายเดียวแบบนี้” เธอยังคงเตือนเขาให้ทำในสิ่งที่ถูก
“งั้นคุณนราก็ทำหน้าที่เหมือนเดิมแทนผมให้ดีก็แล้วกัน”
บทพิเศษ 2พรหมลิขิตเจนีวา, สวิตเซอร์แลนด์เตโซนั่งมองทิวทัศน์ของเมืองเจนีวาที่หาดทรายเทียมอย่างสบายใจสำหรับวันพักผ่อน หลังจากจบเรื่องของเตชินและดาริกาได้สามเดือน ชายหนุ่มก็ตัดสินใจจองตั๋วมาเที่ยวพักผ่อนที่สวิตเซอร์แลนด์เพียงคนเดียว ทั้งยังเป็นการพักฟื้นจากการที่ได้รับบาดเจ็บเมื่อหลายเดือนก่อนถึงแม้ภายนอกจะดีขึ้นแต่การถูกยิงทะลุหน้าอกก็ไม่ใช่บาดแผลที่จะหายได้ง่ายๆ เขาจึงเลือกที่จะมาพักผ่อนยังประเทศที่มีเสน่ห์อย่างลงตัวระหว่างบ้านเมืองและธรรมชาติที่สวยงาม จากสถานที่ท่องเที่ยวเมืองหลักๆ ทั้งหมดสิบเอ็ดเมือง เขาเดินทางท่องเที่ยวไปแล้วห้าเมืองตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา และเจนีวาก็คือเมืองที่หกในวันแรกของสัปดาห์ที่สองชายหนุ่มทอดสายตามองความสบายใจที่อยู่เบื้องหน้าก่อนจะทอดสายตามองออกไปยังทะเลสาบเจนีวาก่อนจะดึงสายตาไปยังกลุ่มคนมากมายซึ่งกำลังยืนเกาะกลุ่มล้อมรอบบุคคลที่กำลังเล่นเปียโนให้กับผู้คนที่มาพักผ่อนอยู่ไม่ไกลมากนัก เขามองแล้วค่อยๆ เผลอรอยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินเสียงเปียโนแสนไพเราะ เขายังคงมองนักดนตรีเปียโนบรรเลงอย่างไม่คิดหันไปมองสิ่งอื่น ไม่ต่างจากหญิงสาวคนไทยที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าถัดไปท
ทว่าก็ต้องชะงักพลางเผยอริมฝีปากออกเล็กน้อยเมื่อสามีกำลังยืนนิ่งถือที่ตรวจครรภ์ยื่นไปตรงหน้าเตโซที่กำลังจะลงไปชั้นล่างเตรียมตัวทานมื้อเช้าก่อนออกไปทำงานที่บริษัท เมื่อในวันนี้ที่ปรึกษาอย่างเตโซจะต้องเข้าร่วมประชุมด้วยสำหรับการต้อนรับลูกค้ารายใหม่ “ดา...ดาท้องคนที่สามแล้วเหรอ” เตโซเอ่ยถามออกไปด้วยความดีใจเมื่อชำเลืองสายตาเลยไปมองน้องสะใภ้ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามน้องชายออกจากห้องมา “พี่โซ เอ่อ ค่ะ ดาท้องคนที่สามแล้วค่ะ” เธออึกอักตอบออกไปเพราะยังปรับอารมณ์ไม่ทันกับสถานการณ์ตรงหน้า “กี่เดือนแล้วล่ะ แล้วไปหาหมอหรือยัง เพิ่งตรวจเหรอ” คนเป็นพี่สามียิงคำถามออกมาไม่หยุดจนคนท้องตอบไม่ทันได้แต่ยืนยิ้มแห้งส่งกลับมา “เอ่อ...” เธอไม่รู้จะเริ่มต้นพูดออกไปเช่นไรดี “ห้าล้าน รับขวัญหลาคนที่สาม” คนที่เพิ่งรู้ตัวว่ากำลังจะเป็นคุณพ่อลุกสามกลับไม่สนใจบทสนทนาของภรรยาสาวกับพี่ชาย นอกจากข้อเรียกร้องเมื่อตนมีหลานให้กับพี่ชายที่ตัวเขาเองก็ไม่ทันตั้งตัวกับการมีลูกคนที่สาม แต่เงินไม่ใช่ประเด็นสำหรับเขากับการที่มาบอกพี่ชาย แต่
บทพิเศษ 1 แค่มีดาริกาที่เป็นแม่ของลูก มือหนาปัดเส้นผมที่ตกลงมาปกข้างแก้มของภรรยาสาวที่ยังคงนอนหลับใหลในห้วงนิทราไปเมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อนหลังบทรักที่ชายหนุ่มมอบให้เพิ่งจบลง ก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ก่อนจะประทับริมฝีปากลงบนแก้มนวลด้วยความหลงใหล ทว่าเป็นการปลุกให้ดาริกาตื่นจากภวังค์หวานเมื่อริมฝีปากไม่ได้หยุดแค่ที่แก้ม หนำซ้ำมือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอวคอดที่เปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ปกปิด “พี่เต ดาง่วงและเหนื่อยจะแย่แล้วนะคะ” สาวเจ้าพึมพำพลางปรือตาขึ้นมามองสามีหนุ่ม “แต่เมียตัวหอม พี่ทนไม่ไหว” เตชินกระซิบเสียงพร่า เคลื่อนหน้าจากใบหูมายังลำคอขาวลออก่อนจะซุกไซ้ลำคอที่ขึ้นสีแดงระเรื่อจากเครื่องหมายที่แสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งเกิดจากฝีปากร้ายของเขาที่ตีตราเอาไว้ “พี่เตขา เมื่อคืนก็ทั้งคืนแล้วนะคะ ให้ดาได้พักบ้างนะ นะคะ น้า” ดาริกายกมือดันสามีหนุ่มให้ผละออกห่างก่อนจะพูดอ้อมพร้อมสายตาหวานราวกับลูกแมวน้อยที่กำลังอ้อนเจ้านาย “งั้นนอนกอดก็แล้วกัน แต่คืนนี้พี่ไม่ปล่อยเหมือนตอนนี้แน่” เตชินแพ้เสียงหวานและสายตาออดอ้อ
บทส่งท้าย เสียงคลื่นกระทบฝั่งพร้อมสายลมหอบใหญ่ที่พัดเข้าฝั่งปะทะผิวของเตชินที่นั่งอยู่บนหาดทรายสีขาวด้านข้างมีรองเท้าแตะสองคู่วางข้างกันหากแต่อีกหนึ่งคู่ไร้เจ้าของนั่งอยู่ข้างกายชายหนุ่ม เพียงไม่นานเสียงหวานใสเจ้าของรองเท้าแตะดังขึ้นจากด้านหลังของเขา เสียงเท้าก้าวเดินมาทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาคลี่ยิ้มกว้างอย่างรู้ทันก่อนจะหันไปหอมแก้มหญิงสาวเมื่อเธอนั่งลงแล้วโน้มตัวสวมกอดจากด้านหลังพลางเกยคางลงบนบ่าของเขา“คิดถึงพี่เต” ดาริกาคลี่ยิ้มกว้างพูดออกไปเมื่อถูกเตชินขโมยหอมแก้ม“พี่คิดถึงมากกว่า มา มานั่งนี่” เตชินพูดพลางเอี้ยวตัวดึงแขนดาริกาให้เดินอ้อมมานั่งลงด้านหน้าระหว่างขาของชายหนุ่มก่อนจะสวมกอดเมื่อหญิงสาวเอนกายพิงลงมาอย่างทะนุถนอม“ขอบคุณนะคะพี่เต และดาก็ขอโทษที่ทิ้งพี่เตไปแบบนั้น” ดาริกาพูดขึ้นขณะที่นั่งช้อนตัวอยู่ข้างหน้าเตชินโดนที่ถูกเขาสวมกอดพลางใช้มือลูบลงบนหน้าท้องที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยตามอายุครรภ์สิบหกสัปดาห์“พี่ไม่เคยโกรธดาเลย มีแต่จะรักและแคร์ดามากกว่า อีกอย่างเรื่องมันก็ผ่านไปสามปีกว่าแล้ว” เตชินกระชับกอดให้ดาริกาได้รู้สึกว่าเขาคิดอย่างที่พูดออกไปเพราะทั้งหมดชายหนุ่มก็มีส่
มีแต่จะใส่อารมณ์ใส่เธอเช่นนี้เสมอเขาผิด ใช่เขาพลาด ใช่เธอหนีไป ก็สมควร แต่ต้องไม่ใช่ตอนนี้ที่เขาจะปล่อยเธอให้หลุดมือไปอีกเป็นแน่ เพราะเขาจะแสดงออกมาให้เธอเห็นว่าสิ่งที่เขาทำความรู้สึกที่มีมันหมายความเช่นไร และความกลัวที่จะเสียเธอไปอีกทำให้เขารีบวิ่งไปกอดรัดหญิงสาวจากทางด้านหลังทันทีเขาจะไม่ยอมปล่อยเธอให้หายไปไหนได้อีกแม้ว่าทั้งเตโซและดาริกาจะโกหกหรือคิดจะเอาคืนเขากับช่วงเวลาที่ผ่านมาจนน่าหงุดหงิดและไม่น่าให้อภัย แต่เขาจะยอมปล่อยผ่านแล้วลืมมันไป เพราะตอนนี้สิ่งสำคัญสำหรับเขาที่ควรจะให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือดาริกา...“ไอ้พี่เต! ปล่อยนะ” ดาริกาขึ้นเสียงพลางดิ้นให้สุดแรงด้วยความตกใจเมื่อถูกเตชินวิ่งเข้ามากอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว“ถ้าจะเรียกไอ้ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ...เดี๋ยวนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ” เตชินรัดแขนที่โอบกอดเธอจากด้านหลังแน่ขึ้นเพื่อไม่ให้เธอหลุดออกได้ง่ายๆ พลางพูดทะเล้นใส่“พี่เตปล่อย” เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดจะปล่อยง่ายๆ จึงเสียงเข้มขึ้นพร้อมกับแรงที่พยายามสลัดตัวเองให้หลุดออกจากอ้อมแขนของเขา“พี่ไม่ปล่อย...น้องดา น้องดา ดา!” เตชินปฏิเสธพลางเรียกชื่อของดาริกาเสี
ทันทีที่ได้รับข้อความจากนักสืบว่าดาริกาขึ้นเครื่องแล้วเรียบร้อย เตชินก็แทบจะนั่งรอต่อไม่ไหวเพราะกว่าหนึ่งชั่วโมงครึ่งที่หญิงสาวจะเดินทางมาถึงภูเก็ต และแน่นอนว่าชายหนุ่มเลือกที่จะนั่งรอจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเครื่องลง เขาก็เลือกที่ทำตัวตามปกติเพราะอยากดูว่าพี่ชายของตัวเองคิดจะทำเช่นไรต่อเมื่อสาวเจ้าเดินทางมาถึงเตชินก้าวเดินตรงเข้าไปหาดาริกาทันทีเมื่อเห็นหญิงสาวเดินจับจูงมือเด็กชายตัวน้อยออกมาจากเกทโดยที่ทุกคนทางฝั่งเตโซไม่ทันตั้งตัว กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็สายไปแล้วที่จะทำตามแผนไม่ให้เตชินได้เจอหน้าลูกก่อน มิหนำซ้ำยังทำให้ดาริกาตกใจไม่น้อยที่อยู่ๆ เตชินก็พุ่งตัวเข้ามาคว้าแขนของเธอทันทีที่เดินพ้นประตูขาเข้า“น้องดา”“พี่เต!”“เต น้องดา”เตโซร้องเรียกคนทั้งสองด้วยความตกใจและทำอะไรต่อไม่ถูกเมื่อน้องชายของเขาพรวดพราดเข้าไปหาโดยที่เขายังไม่ทันจะตั้งหลักทำตามแผนก่อนจะมองไปที่ดาริกาด้วยสายตาขอโทษกับความผิดพลาดเช่นนี้“แผนพี่จะทำยังไงต่อครับ” เตชินหันไปถามพี่ชายทั้งที่ยังจับแขนของดาริกาไม่ยอมปล่อยและเขาก็ไม่กล้ามองหน้าเด็กชายตัวน้อยที่กำลังเงยหน้ามามองเขาอยู่ด้วยความกลัวและตอนนี้อยากจะคุยกับดาริกามา







