/ วาย / รักละมุนกรุ่นไอรัก / รีวิวเป็นเหตุ

공유

รีวิวเป็นเหตุ

last update 게시일: 2026-04-08 23:58:08

ในห้องทำงานหรูหราภายในคฤหาสน์ริมทะเลของตระกูล วงศ์พิทักษ์ คณินนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ดวงตาคมกริบของเขาจับจ้องไปที่หน้าจอแท็บเล็ตที่กำลังแสดงรายงานล่าสุดจากลูกน้อง

"ยังไม่มีข่าวของคุณธันวาเลยหรือ?" เสียงทุ้มเข้มของเขาดังขึ้น ทำให้เลขาหน้าห้องที่รายงานอยู่แทบไม่กล้าสบตา

"ขออภัยครับท่าน เราพยายามตรวจสอบช่องทางทั้งหมดแล้ว แต่คุณธันวาไม่ได้ใช้บัตรเครดิต หรือเบอร์โทรศัพท์มือถือที่เคยใช้เลย"

คณินถอนหายใจหนัก ก่อนจะเอ่ยเสียงเย็นชา

"งั้นก็เร่งมือซะ ฉันไม่สนว่าเขาจะไปซ่อนตัวที่ไหน แต่เขาคือลูกชายฉัน... และเขาต้องกลับมาสานต่อธุรกิจของครอบครัว"

ที่อีกมุมหนึ่งของคฤหาสน์ริมทะเล มิวกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถืออยู่ริมสระน้ำ แต่แล้วเสียงเข้มของพ่อก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"มิว... พี่ชายเธอติดต่อมาหรือยังเขาจะกลับมาเมื่อไหร่?"

มิวสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบเงยหน้ามองพ่อ คณินยืนกอดอก จ้องเธออย่างจับผิด

"เอ่อ... พี่ธันวาก็ส่งข้อความมาตลอดค่ะ แต่เขาแค่เที่ยวเล่นอยู่ เขาสบายดี"

มิวรีบตอบพลางเสมองไปทางอื่น เธอพยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุด

"อย่ามาโกหก" คณินพูดเสียงเย็น

"พ่อรู้ว่าเธอปิดบังอะไรบางอย่าง... ถ้าธันวาไม่กลับมา พ่อจะให้เธอไปตามเขาเอง"

"แต่พ่อคะ"

"ไม่มีแต่"

มิวกลืนน้ำลายฝืดคอ เธอรู้ว่าถ้าพ่อสั่งแล้ว ก็ไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้เลย

ในช่วงเย็น ขณะที่คณินกำลังนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น รดาผู้เป็นภรรยาเดินเข้ามาด้วยท่าทางใจเย็นและยื่นถ้วยชาให้สามี

"คุณกำลังกดดันเด็ก ๆ มากเกินไปนะคะ" เธอพูดเสียงอ่อนโยน

"ธันวาแค่อยากใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง"

คณินหันมามองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ

"ใช้ชีวิตของตัวเอง? หมายความว่าอะไร? การหนีออกจากบ้านไปทำอะไรไร้สาระอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้นั่นน่ะเหรอ? คือการใช้ชีวิตของตัวเอง"

รดาถอนหายใจ

"บางทีสิ่งที่เขาทำอาจไม่ใช่เรื่องไร้สาระสำหรับเขาก็ได้นะคะ"

"แต่สำหรับฉัน... เขากำลังทำให้ครอบครัวเราเสียหน้าเสียผลประโยชน์" คณินพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"บางทีเราควรให้เขาได้ลองพิสูจน์ตัวเองก่อนนะคะ ถ้าเขาพร้อมฉันเชื่อว่าเขาต้องกลับมา" รดาเอ่ยเสียงเบา แต่มั่นคง

คณินยังคงนิ่งไปครู่หนึ่ง แม้จะไม่เห็นด้วยกับภรรยา แต่คำพูดของเธอก็ทำให้เขาครุ่นคิด

คืนวันเดียวกันในคอนโดใจกลางเมืองที่ตกแต่งเรียบง่ายแต่ทันสมัย ธันวานั่งอยู่ในห้องพักที่จัดอย่างเป็นระเบียบ เฟอร์นิเจอร์สีเอิร์ธโทนและไม้สไตล์มินิมอลช่วยสร้างบรรยากาศอบอุ่น 

พื้นที่ทำงานเล็กๆ ที่มุมห้องจัดอย่างเรียบร้อย โต๊ะไม้เรียบง่ายมีโคมไฟตั้งโต๊ะส่องแสงนวลอ่อน ๆ ข้าง ๆ เป็นชั้นวางหนังสือที่เต็มไปด้วยนิตยสารอาหารและการเดินทาง บ่งบอกถึงความหลงใหลในสิ่งที่เขาทำ

ชายหนุ่มสวมชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดตาและกางเกงลำลองสีกรมท่า สบาย ๆ แต่ดูเป็นระเบียบ เขากำลังนั่งอยู่หน้าจอแล็ปท็อป เปิดหน้าบล็อก "แชะชิม" ที่เขาทำด้วยความตั้งใจ บนโต๊ะมีกาแฟดำร้อนในแก้วเซรามิกสีขาว กลิ่นหอมของกาแฟสดลอยฟุ้งสร้างความผ่อนคลายให้กับค่ำคืนที่เงียบสงบ

ธันวาย้อนนึกถึงบรรยากาศร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เขาไปในช่วงเช้า พร้อมเริ่มพิมพ์รีวิวที่สะท้อนถึงความรู้สึกที่ได้รับจากสถานที่นั้น

"บ้านกาแฟอุ่นไอรัก ร้านเล็ก ๆ ที่ซ่อนตัวในมุมเงียบสงบของเมือง ความเรียบง่ายที่นี่คือเสน่ห์ที่ยากจะหาได้ในยุคปัจจุบัน คุณจะรู้สึกเหมือนนั่งดื่มกาแฟในบ้านที่อบอุ่น เสียงเครื่องชงกาแฟและกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟสดจะทำให้คุณลืมความวุ่นวายรอบตัวไปชั่วขณะ

แม้ร้านจะดูเงียบเหงา แต่รสชาติของกาแฟกลับเต็มไปด้วยความใส่ใจ ทุกแก้วเหมือนถูกชงด้วยหัวใจของคนที่รักในสิ่งที่เขาทำจริง ๆ"

เขาหยุดนิ้วจากแป้นพิมพ์ พลางนึกถึงภาพชายหนุ่มในร้าน ที่ดูเหมือนเก็บตัว ใบหน้าคมคายที่ฉายความนิ่งสงบ และดวงตาที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมาย เขาเห็นรัณคอยจัดดอกไม้ในแจกันอย่างประณีต ทุกกลีบเรียงตัวกันอย่างสวยงาม และดูเหมือนจะมีความสุขกับการดูแลต้นไม้หน้าร้าน เขาได้ยินเสียงรัณพูดกับต้นไม้เบา ๆ

"วันนี้ดูสดชื่นขึ้นนะ ต้องการน้ำอีกหน่อยหรือเปล่า?" เสียงนั้นเรียบง่าย แต่กลับมีความอ่อนโยนที่ทำให้ธันวารู้สึกแปลก

เขาหยุดนึกถึงแม่ของตัวเองทันที แม่ของเขาชอบดูแลต้นไม้ในสวนเช่นกัน มักจะพูดคุยกับพวกมันเหมือนเป็นเพื่อนที่รับฟังทุกเรื่อง

"ต้นนี้โตขึ้นเยอะเลยนะ พรุ่งนี้แม่จะเปลี่ยนกระถางให้นะลูก" เสียงนั้นยังชัดเจนในความทรงจำ และเมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ธันวาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่ชายเจ้าของร้านกาแฟใช้ยังคงติดอยู่ในความทรงจำ กลิ่นนั้นสะท้อนความเรียบง่าย แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ดึงดูดใจเขาอย่างบอกไม่ถูก มันเป็นกลิ่นที่ไม่ฉุน ไม่หวานจนเกินไป แต่กลับให้ความรู้สึกสงบและอบอุ่น

ธันวาสูดลมหายใจลึก ก่อนวางนิ้วลงบนแป้นพิมพ์อีกครั้ง เติมข้อความลงในรีวิว

"ไม่เพียงแต่บรรยากาศที่อบอุ่นในร้านนี้ แต่คุณยังสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของเจ้าของร้าน ทุกมุมของร้านบอกเล่าเรื่องราว ทุกต้นไม้ดูเหมือนได้รับการดูแลราวกับเป็นสมาชิกในครอบครัว เสน่ห์เหล่านี้หาได้ยากยิ่ง และทำให้สถานที่นี้เป็นมากกว่าร้านกาแฟ แต่คือบ้านของความทรงจำ"

ธันวามองข้อความในจอพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ที่เขาเองยังไม่เข้าใจ

"ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าที่นั่น... มีบางสิ่งที่ดึงดูดหัวใจฉันได้มากขนาดนี้?"

เขาส่ายหัวเบา ๆ พยายามสลัดความคิดนั้นออก ก่อนแนบรูปถ่ายมุมของร้านลงในโพสต์ และกดเผยแพร่ เสียงกดปุ่ม "เผยแพร่" ดังขึ้นเบา ๆ 

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ผู้กำความลับ

    ในเช้าวันรุ่งขึ้น มิวออกเดินทางจากภูเก็ตโดยทิ้งงานกองโตไว้ข้างหลัง เธอลากกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องบิน พร้อมเปิดดูวิดีโอของช่อง “แชะชิม” ซ้ำไปมาในระหว่างการเดินทาง มิวมองออกไปนอกหน้าต่าง พลางคิดถึงแผนการที่จะเผชิญหน้าธันวา“ฉันจะคุยกับเจ้าของร้านนั้น ถ้าเขารู้จักพี่ ฉันจะไม่ยอมให้พี่หลบหน้าฉันอีก”เสียงประกาศเตรียมลงจอดดังขึ้น มิวเตรียมตัวให้พร้อมด้วยแววตามุ่งมั่นเมื่อเครื่องบินลงจอด มิวลากกระเป๋าเดินทางออกจากสนามบิน พร้อมเช่ารถมุ่งหน้าไปยังร้านกาแฟทันที“ถึงเวลาที่พี่ธันวาจะต้องกลับมารับผิดชอบทุกอย่างเสียที” เธอพูดกับตัวเองอย่างหนักแน่น พร้อมก้าวสู่การเผชิญหน้าที่เธอรอคอยรัณนั่งมองภาพธันวาที่กำลังเก็บโต๊ะอยู่ ท่าทางเรียบง่าย แต่ทุกการเคลื่อนไหวดูมีระเบียบและตั้งใจ ธันวาเป็นคนที่มักเข้าร้านตรงเวลา พอเลิกงานก็กลับไปโดยไม่พูดอะไรมาก ความเงียบของเขาช่างขัดกับคำพูดกวนประสาทที่หลุดออกมาบ่อย ๆ"นายเป็นคนยังไงกันแน่..." รัณพึมพำกับตัวเองธันวาไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวให้ฟังเลย ไม่เคยเล่าถึงครอบครัว หรือสิ่งที่เขาทำก่อนจะมาทำงานที่ร้าน ทุกครั้งที่รัณพยายามถามคำถามเกี่ยวกับอดีตของเขา ธันวาก็เพี

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ตามหาพี่ชาย

    “ทำงาน?” พ่อเลิกคิ้ว มองไปที่โต๊ะทำงานที่แทบไม่มีแฟ้มเอกสารถูกเปิดออกด้วยซ้ำ เขาถอนหายใจหนัก ๆ ก่อนพูดเสียงแข็ง “แค่เซ็นเอกสารง่าย ๆ แล้วโยนไปให้เลขาฯ ทำแทนแบบนี้เรียกว่าทำงานเหรอ?”มิวสะดุ้งเล็กน้อย เธออาจจะเคยชินกับชีวิตที่ไม่ต้องเหนื่อยยากเท่าพี่ชาย แต่เธอรู้ดีว่าเธอไม่อยากเป็น “ลูกสาวที่ไม่มีความสามารถ” อย่างที่พ่อพูด“พ่อเคยคิดว่าาธันวาต้องกลับมา เขาทิ้งบริษัทนี้ไปไม่ได้ แต่นี่มันนานเกินไป หมดเวลาสนุกได้แล้ว” คณินพูดหนักแน่น “ลูกต้องไปตามเขากลับมา มิว ถ้าธันวาไม่กลับมา ลูกต้องรับผิดชอบงานทั้งหมดแทน”“อะไรนะคะ?” มิวเบิกตากว้าง “ให้หนูทำงาน แล้วรับผิดชอบทุกอย่างแบบที่พี่ธันทำ...หนูไม่เคยทำงานแบบนั้นมาก่อนเลยนะ”พ่อจ้องเธอด้วยสายตานิ่ง “งั้นก็เลือกเอาว่าจะเรียนรู้ที่จะเป็นมืออาชีพ หรือไปตามพี่ชายของลูกกลับมา”มิวเม้มริมฝีปากแน่น สองตัวเลือกที่พ่อมอบให้ไม่มีทางไหนที่เธออยากเลือกเลยสักทางคืนนั้น มิวนั่งอยู่ในห้องนอนส่วนตัว เปิดโทรศัพท์ไถฟีดโซเชียลอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะสะดุดกับคลิปหนึ่งในช่องรีวิวอาหารยอดนิยม“แชะชิม”เธอไม่ใช่คนที่ติดตามช่องนี้เป็นพิเศษ แต่มีบางอย่างในคลิปดึงดูด

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความกดดัน

    เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุดในห้องทำงานหรูของมิว โต๊ะทำงานที่ดูสะอาดสะอ้านเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารที่ถูกวางกระจัดกระจายราวกับถูกนำมาโยนทิ้งไว้เฉย ๆ ผู้ช่วยของเธอส่งเสียงผ่านอินเตอร์คอมเป็นครั้งที่สามในรอบเช้า"คุณมิวคะ ลูกค้าเพิ่งส่งอีเมลมาเรื่องสัญญาเช่าใหม่ค่ะ พวกเขาถามว่าเมื่อไหร่จะได้รับการยืนยัน?"มิวที่กำลังนั่งไถโทรศัพท์เล่นอยู่เงยหน้าขึ้นจากจอ ก่อนจะถอนหายใจเสียงดังราวกับแสดงความเบื่อหน่ายเต็มที่"ก็บอกให้พวกเขารอไปก่อนสิ! จะรีบอะไรนักหนา"น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูหงุดหงิดแต่ไร้ความจริงจัง ผู้ช่วยที่อยู่อีกฝั่งของสายเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบกลับอย่างระมัดระวัง"แต่นี่เป็นอีเมลฉบับที่สามแล้วค่ะ คุณคณินสั่งให้เร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด..."ทันทีที่ได้ยินชื่อพ่อ มิวเบ้ปากอย่างไม่พอใจ"โอเค เดี๋ยวฉันดูให้ก็ได้"เธอปิดอินเตอร์คอมอย่างหัวเสีย ก่อนจะกวาดตามองโต๊ะทำงานที่เต็มไปด้วยเอกสารสำคัญที่เธอไม่เคยคิดจะอ่านอย่างจริงจัง"ทำไมต้องเป็นฉันด้วยนะ? พี่ธันวาน่าจะกลับมาทำงานได้แล้ว"เธอบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเอนตัวพิงเก้าอี้ด้วยความขี้เกียจมิวไม่เคยต้องรับผิดชอบงานในบริษัทจริงจังมาก่อน นับตั้งแต่

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ความลับของธันวา

    ในคอนโดมิเนียมชั้นสูงใจกลางกรุงเทพฯ ห้องของธันวาถูกจัดเรียบง่าย แต่แฝงด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผนังห้องสีเทาอ่อนตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้ให้ความรู้สึกอบอุ่นและสงบ มีแสงธรรมชาติส่องผ่านหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นทิวทัศน์เมืองหลวงด้านนอกมุมหนึ่งของห้องถูกจัดเป็นสตูดิโอขนาดเล็ก มีโต๊ะทำงานที่วางคอมพิวเตอร์สำหรับตัดต่อวิดีโอ พร้อมไมโครโฟน กล้องถ่ายวิดีโอ และไฟวงแหวนขนาดเล็ก ธันวามักใช้เวลาช่วงดึกที่นี่ ทำงานตัดต่อคลิปและวางแผนเนื้อหาสำหรับช่อง “แชะชิม” ของเขาธันวานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน มือหนึ่งถือเมาส์ลากคลิปวิดีโอในโปรแกรมตัดต่อ ขณะที่อีกมือหนึ่งเลื่อนไปแตะหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้าง ๆ โทรศัพท์มือถือของเขามีชื่อ "มิว" ปรากฏบนหน้าจอพร้อมกับการสั่นเบา ๆ แต่เขาไม่ยอมกดรับสายเขามองหน้าจอโทรศัพท์นิ่ง ๆ ก่อนจะถอนหายใจยาว “อีกแล้ว... เรื่องเดิมอีกแน่”เสียงโทรศัพท์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะสั่นอีกครั้ง ธันวาเอื้อมไปปิดเสียง พลางพึมพำกับตัวเอง “มิว... พี่รู้ว่าเธอจะพูดอะไร”ธันวาเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ มองออกไปนอกหน้าต่างที่เห็นแสงไฟระยิบระยับของเมือง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความลังเล เขารู้

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   ฝนที่ชุ่มฉ่ำ

    ธันวานั่งลงข้างเตียง มองลุงชื่นด้วยความตั้งใจ “แล้วตอนนี้ล่ะครับ? ทำไมลุงยังไม่ยอมพัก ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นแล้ว”ลุงชื่นหัวเราะเบา ๆ แต่แฝงไปด้วยความขมขื่น “มันติดเป็นนิสัยแล้วมั้ง ฉันรู้สึกว่าถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย วันเวลามันจะผ่านไปเปล่า ๆ ฉันอยากมีคุณค่า ถึงจะไม่มีลูก ๆ อยู่ให้ดูแลแล้วก็ตาม...ฉันอยากทำอะไรที่ยังมีประโยชน์ อย่างน้อยก็ช่วยร้านของรัณได้บ้าง”ธันวาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบ “แต่บางที การพักก็เป็นการให้คุณค่ากับตัวเองนะครับ ลุงทำมามากพอแล้ว ผมว่าไม่เป็นไรหรอกถ้าจะปล่อยให้คนอื่นช่วยดูแลบ้าง”ลุงชื่นมองธันวานิ่ง ๆ ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “แกพูดเหมือนฉันยังเป็นหนุ่มที่ไม่รู้จักโลกเลยนะ...แต่เอาเถอะ บางทีแกอาจจะพูดถูก”หมอวัยกลางคนเดินเข้ามาด้วยใบหน้าสุขุม เขาตรวจร่างกายลุงชื่นอย่างละเอียด“ลุงมีอาการความดันต่ำ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าหักโหมงานหนักเกินไป” หมอกล่าวพลางจดบันทึกในสมุดเวชระเบียนป้าสมรฟังคำหมอด้วยสีหน้าเป็นกังวล “ลุงชื่นไม่ค่อยฟังใครหรอกค่ะหมอ ชอบทำงานจนลืมดูแลตัวเอง”ลุงชื่นที่นอนบนเตียงพยายามยิ้ม “ฉันยังไหวอยู่...แค่พักหน่อ

  • รักละมุนกรุ่นไอรัก   บ้านไร่กาแฟ

    รัณหันมามอง ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ“ใช่…เพราะที่นี่ คือบ้านหลังที่สองของพ่อ”ในความเงียบสงบของค่ำคืน ความสัมพันธ์ของทุกคนในศาลาดูเหมือนจะถักทอเข้าด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น ไม่ต่างจากเมล็ดกาแฟที่ต้องผ่านการดูแลอย่างใส่ใจจนได้เป็นกาแฟคุณภาพดี ความสัมพันธ์ของรัณและธันวาเองก็ค่อย ๆ เติบโตอย่างเรียบง่าย แต่มั่นคงในไร่แห่งนี้หลังจากกลับจากไร่กาแฟของลุงก้อง ความทรงจำในไร่ยังติดค้างอยู่ในหัวใจของรัณ เขาเห็นภาพธันวาเดินเคียงข้างไปตามแถวต้นกาแฟ ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดผ่านใบไม้ เมื่อมองย้อนกลับไป ทุกอย่างในวันนั้นดูเรียบง่ายแต่กลับพิเศษอย่างบอกไม่ถูกรัณนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์ในร้านกาแฟที่เงียบสงบ เขามองภาพในโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายไว้ตอนอยู่ที่ไร่ ภาพของธันวาที่กำลังช่วยลุงก้องตรวจเมล็ดกาแฟ แววตาของธันวาเต็มไปด้วยความตั้งใจ ความอบอุ่นในแววตานั้นทำให้รัณเริ่มรู้สึกถึงบางสิ่งที่เปลี่ยนไป“ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่เห็นว่าธันวา…เขาดูจริงจังกับรื่องพวกนี้ขนาดไหน” รัณพึมพำกับตัวเอง เขานึกถึงบทสนทนาที่ธันวาพูดอย่างเป็นกันเองกับลุงก้อง ความอบอุ่นและความเอาใจใส่ที่ธันวาแสดงออกมา ทำให้รัณเริ่มมองเขาในมุมใหม

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status