Mag-log inบรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่อนข้างที่จะตึงเครียด คนร่างสูงค่อย ๆ หย่อนกายนั่งลงข้างผู้เป็นแม่ของหญิงสาว สายตาของเขาชำเลืองไปมองพ่อของนลิน แล้วก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตาเมื่อถูกผู้เป็นพ่อจ้องมองอย่างกับจะกินหัว
“ใครบอกให้นั่ง !”
พ่อของนลินดุออกมาด้วยเสียงดัง พร้อมมองตาขวางใส่คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เธียร์หน้าถอดสีมองไปทางนลินด้วยสีหน้าเจื่อน ๆ ชายหนุ่มไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากพูดอะไร
“จะหยุดได้หรือยังคุณชัยยศ ถ้าไม่กินก็ลุกออกไปจากโต๊ะกินข้าวค่ะ !”
อรยารีบหันไปดุสามีทันทีเมื่อทำตัวเสียมารยาทกับแขก
ผู้เป็นพ่อจึงก้มหน้ากินข้าวไป อาหารวันนี้มีแต่อาหารพื้นบ้านเป็นส่วนใหญ่ นลินรู้ดีว่าเขาเป็นคนกินยาก เธอก็แอบห่วงเขานิดหน่อยแต่ไม่ได้แสดงอาการออกไป
“ลองชิมน้ำพริกดูสิลูก”
อรยาแนะนำเมนูอาหารให้ชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงอ่อน
ชายหนุ่มลองตักน้ำพริกมากินเป็นครั้งแรก เขาจ้องมองสักพักก่อนจะตักอาหารเข้าปาก นลินเองก็ลุ้นไปกับเขาว่าเขาจะกินได้ไหม ปรากฏว่ารสชาติไม่ได้แย่อย่างที่คิด สีหน้าชายหนุ่มฉายแววตาที่เป็นประกายพร้อมมองไปที่ผู้เป็นแม่
“อร่อยมากเลยครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยออกไปด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม
“รีบกินแล้วก็รีบกลับไปซะ !”
ชัยยศพูดขึ้นมาทำให้เธียร์หุบยิ้มแล้วทำหน้าหงอยทันที ชายหนุ่มได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าวเงียบ ๆ
วันนี้เขาดูกินข้าวเก่งเป็นพิเศษจนเพิ่มจานที่สอง ต่างจากนลินที่กินไปสองสามคำก็พะอืดพะอมแล้ว
เมื่อทานข้าวเสร็จนลินก็จะตามพ่อออกไปดูคนงานที่สวน เธียร์จึงขออาสาติดรถไปด้วย ผู้เป็นพ่อก็หันมาพูดกับเขา
“คุณชายแบบแกไม่เหมาะจะมาทำไร่ทำสวนหรอก มาทางไหนก็กลับไปทางนั้น !”
ชัยยศหันมาตะคอกใส่ชายหนุ่มจนเขาหน้าเสีย แล้วเดินไปขึ้นรถ นลินเองก็หันมามองเขาด้วยสายตาเย็นชาแล้วเดินตามพ่อไป
“ลิน...”
น้ำเสียงอ่อนเอ่ยเรียกเธอ แต่หญิงสาวก็ทำเมินใส่เขา ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกแย่เป็นอย่างมาก ธีรติยืนคอตกมองนลินเดินจากเขาไป สีหน้าของเขาเศร้าจนเผยให้เห็นแววตาที่เคล้าคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“พ่อพูดแรงเกินไปหรือเปล่า เริ่มสงสารเขาแล้วสิ”
ผู้เป็นพ่อหันมาเอ่ยถามนลินขณะที่เขาทั้งคู่นั่งอยู่ในรถด้วยกัน
“พ่อ ! พ่ออย่าพึ่งหวั่นไหวสิ เขาทำลูกสาวพ่อเสียใจนะ”
นลินหันไปค้านผู้เป็นพ่อ เมื่อคืนนลินเล่าเรื่องราวให้พ่อและแม่ฟังไปบ้างนิดหน่อยว่าอกหักเลยอยากมาพักใจที่บ้าน และเธอว่าไม่ช้าก็เร็วเขาต้องตามเธอมาแน่นอน จึงนัดแนะกับผู้เป็นพ่อเพื่อแกล้งชายหนุ่ม
“ก็ดูหน้ามันสิ มองตาละห้อยน่าสงสารเชียว”
ผู้เป็นพ่อมองชายหนุ่มผ่านกระจกหลัง นลินก็แอบเหล่มองตาม
“ช่างเขา เราไปกันเถอะ”
หญิงสาวยังไม่ยอมใจอ่อนให้กับเธียร์ ใจหนึ่งก็ยังรักอีกใจก็อยากพอกับผู้ชายคนนี้เสียที
“อย่าไปสนใจสองพ่อลูกนั้นเลย มานี่มาแม่ทำขนมหวานให้กิน”
อรยาก็เข้าไปชวนชายหนุ่มมาช่วยทำขนมหวาน ทั้งคู่ก็ได้พูดคุยจนเริ่มจะสนิทกันมากขึ้น เพราะเธียร์เข้ากับผู้ใหญ่ได้ดีมาก
จนตอนเย็นสองพ่อลูกกลับมาจากสวน นลินแอบคิดว่าเขาจะยอมแพ้กลับไปแล้วหรือเปล่านะ แต่พอเห็นว่ารถของเธียร์ยังอยู่เธอก็โล่งใจขึ้นมาทันที
ลินลดาเดินเข้าไปในบ้านก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยหัวเราะกันอยู่ที่ครัวหลังบ้านเธอจึงเดินไปดู ก็เห็นแม่ตัวเองและเธียร์กำลังพูดคุยกันสนุกสนาน ชายหนุ่มหันมาเห็นนลิน เขาจึงรีบเดินเข้าไปหาหญิงสาว เธียร์อยากพูดคุยกับเธอเป็นอย่างมาก เมื่อถึงเวลาที่ประจวบเหมาะพ่อตาไม่อยู่เขาก็ไม่พลาดที่จะใช้โอกาสนี้เข้าไปพูดคุยกับนลิน
“กลับมาแล้วเหรอ ? เหนื่อยไหม...ผมพาแม่ไปซื้อของในตลาด กำลังทำกับข้าวกัน ลินไปอาบน้ำแล้วลงมากินข้าวนะ” สีหน้าเธียร์ดูยิ้มแย้มมีความสุขที่ได้คุยกับนลิน
แต่หญิงสาวยืนนิ่ง ๆ แล้วมองเขาด้วยแววตาที่เฉยชาพร้อมหันหลังเดินเข้าบ้านไป ชายหนุ่มก็ได้แต่มองเธอเดินจากไปด้วยแววตาเศร้า ๆ
เธียร์พยายามที่จะพูดคุยและอธิบายกับเธอทุกอย่าง แต่นลินไม่สนใจเขาเลยสักนิดพร้อมมีท่าทีที่เฉยชากับเขาตลอดเวลาที่เขาอยู่ที่บ้านของเธอ
หลังจากทานข้าวเสร็จเธียร์ได้มานั่งดูทีวีเงียบ ๆ คนเดียวอยู่ที่โซฟาห้องรับแขก เขารู้สึกทำตัวไม่ค่อยถูกไม่รู้จะทำยังไงต่อดี จะอยู่ต่อหรือจะไปเช่าโรงแรมนอน ก็ยังคงตัดสินใจไม่ได้
“มานั่งทำหน้าหล่ออยู่ตรงนี้ทำไม ทำไมไม่กลับบ้านตัวเองไป” น้ำเสียงทุ้มดุเอ่ยกับชายหนุ่มจนเขาสะดุ้งตกใจ
“เอ่อ...ผม..”
เธียร์ไม่รู้จะตอบอะไรเพราะโดนเจ้าของบ้านออกปากไล่ขนาดนี้ เขาจึงตัดสินใจว่าคงได้กลับบ้านจริงๆ ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ร่างสูงค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นจากโซฟา
“คุณชัยยศ ! หลบไปสิ”
อรยาไล่สามีที่ยืนขวางทางให้หลบไป
“นี่คุณอร วันนี้คุณไล่ผมทั้งวันเลยนะ” ผู้เป็นพ่อพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจพร้อมทำหน้างอน
“ทำตัวเป็นเด็กอยู่ได้ ขึ้นข้างบนไปเลยคุณน่ะ”
อรยายังคงทำหน้าเหวี่ยงใส่เขา ชายวัยกลางคนจึงเดินหนีขึ้นไปบนบ้าน
“อย่าใส่ใจเลยลูก เอ้านี่...เสื้อผ้า ไปอาบน้ำแล้วขึ้นไปนอนกับน้องนะ แม่ไม่ได้เตรียมห้องไว้ให้”
อรยายื่นเสื้อผ้ากับผ้าขนหนูให้กับธีรติ
“ครับ ?”
เธียร์มีสีหน้าที่งุนงงเมื่อได้ยินประโยคที่แม่พูด
“นี่กุญแจ...ห้องขวามือสุดนะ”
อรยาดึงมือชายหนุ่มมาหนึ่งข้างพร้อมวางกุญแจลงบนฝ่ามือของเขา ใบหน้าของหญิงวัยกลางคนเผยยิ้มให้คนตรงหน้าก่อนจะเดินจากไป
เธียร์ยืนยิ้มมองกุญแจห้องบนฝ่ามือ
...วันนี้จะได้นอนกอดเมียแล้วโว้ย ! ...
ชายหนุ่มรีบเดินไปอาบน้ำอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะมานั่งรอเวลาให้นลินหลับไปเสียก่อน เพื่อลดการปะทะ
เมื่อเวลาดึกพอสมควรเขาก็ย่องขึ้นไปชั้นสองของบ้าน และเดินตรงไปที่ห้องที่อยู่ฝั่งขวามือ ธีรติค่อย ๆ บิดกุญแจเข้าไปในห้องอย่างเงียบ ๆ บรรยากาศภายในห้องมืดสนิท นลินนอนหลับไปแล้ว เธียร์ค่อย ๆ ย่องขึ้นไปบนเตียงของหญิงสาวพร้อมสวมกอดเธอจากข้างหลัง กลิ่นกายที่คุ้นเคยและอ้อมกอดที่โหยหา ทำให้เธียร์รู้สึกดีเป็นอย่างมากที่ได้กอดเธออีกครั้ง นลินนอนหลับไม่รู้เรื่องและเผลอกอดเขากลับด้วยความคุ้นเคย
แสงแดดในยามเช้าเริ่มส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาภายในบริเวณห้อง ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวตื่น เธอรู้สึกอึดอัดแปลกๆ จึงลืมตาขึ้นมองก็เจอเข้ากับอกแกร่งที่อยู่ตรงหน้า พร้อมอ้อมกอดที่รัดแน่นไม่ยอมปล่อย มือเล็กจึงทุบไปที่แผงอกของเขาเต็มแรง
เมื่อเดินทางไปถึงที่วัดในระหว่างที่นลินกำลังหยิบของอยู่ในรถ พี่เลี้ยงก็อุ้มน้องลงจากเบาะ ภาวินทร์จึงเดินเข้ามาหาผู้เป็นแม่พร้อมเอ่ยถามด้วยสีหน้าเศร้า “มะมี้หายโกรธยางง”น้ำเสียงละมุนของลูกชาย ทำให้ลินดลารู้สึกเอ็นดูเป็นอย่างมาก เด็กน้อยคงจะกังวลเรื่องเมื่อเช้าที่แม่ดุเขาและไม่ได้คุยเล่นกับเขามาตลอดทาง “แล้วน้องวินทร์เป็นเด็กดีหรือยัง ?”นลินจ้องมองหน้าลูกนิ่ง ๆ “เป็นเด็กดีแย้ว”ใบหน้าจิ้มลิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูส่งยิ้มให้ผู้เป็นแม่พร้อมเดินเข้าไปกอดคอ“ถ้าเป็นเด็กดี มะมี้ก็หายโกรธน้องวินทร์แล้วครับ”ลินลดาอุ้มลูกชายลงจากรถพร้อมหอมลูกชายไปฟอดใหญ่ เธียร์ที่ยืนมองสองแม่ลูกเคลียร์ความในใจกัน เขาก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม “น้องวินทร์ดูสิใครมา”เธียร์เอ่ยเรียกลูกชายให้หันไปดูผู้ที่พึ่งลงจากรถ“ธามมม !”เด็กน้อยเอ่ยเรียกอย่างดีใจเมื่อเห็นเขา ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสามหลุดขำออกมาเมื่อเห็นท่าทีของเขา “ลุงธามสิลูก”นลินพูดปนหัวเราะเมื่อเห็นลูกชายเรียกพี่ธามอย่างกับเพื่อนสนิท “ว่าไงวินทร์ เรียกอย่างกับเพื่อนเลยนะเรา”คุณลุงก็รู้สึกตลกหลานชายที่ไม่ค่อยจะเรียกเขาว่าลุง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสอะไรเพราะเด็กก็เ
[ปัจจุบัน] ตั้งแต่มีลูกทั้งคู่ก็มีนาฬิกาปลุกส่วนตัวทันที ทุก ๆ เช้าเด็กน้อยจะปีนขึ้นบนตัวพ่อและแม่สลับกันอย่างเช่นในเช้านี้ “ปะป๊า ปะป๊า”เสียงยานคางของเจ้าตัวเล็กเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อให้ตื่นขึ้นมาเล่นกับเขา ภาวินทร์ปีนขึ้นไปนอนทับบนอกของเธียร์พร้อมใช้สองมือเล็กจับหน้าเขาโยกไปมา “หืมมม ครับลูก”ชายหนุ่มงัวเงียตื่นขึ้นมาพร้อมเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ดูตูน ๆ”เด็กเล็กงอแงขอดูการ์ตูนแต่เช้า ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกุมขมับ เมื่อโดนลูกชายตัวแสบก่อกวนเขาตั้งแต่ตี 5 “น้องวินทร์ครับ ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลยลูก ปะป๊าง่วงมากเลย ปะป๊าขอนอนแป๊บหนึ่งได้ไหมครับ”ชายหนุ่มกอดลูกแล้วพลิกนอนตะแคงพร้อมเอ่ยกับลูกชายด้วยเสียงอ่อน “ได้ครับ ปะป๊านอน น้องวินทร์จะไปหามะมี้”เด็กเล็กตอบผู้เป็นพ่อด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว พูดจบคนตัวเล็กก็รีบมุดไปนอนกอดนลิน หญิงสาวรู้สึกตัวก็ดึงลูกเข้ามากอด เจ้าตัวเล็กจึงหลับไปอีกรอบจนถึงตอนสาย ลินลดารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาเพราะรู้สึกเหมือนลูกกำลังกินนมเธออยู่ แต่พอลืมตาเท่านั้นแหละ นี่ไม่ใช่ลูก นี่มันพ่อมันชัด ชัด ! เพียะ !เธอใช้ฝ่ามือเล็กฟาดไปที่กลางหลังของเขาจนเกิดเสียงดัง และมี
นับวันเธียร์ยิ่งหลงลูกชายตัวเองเข้าไปใหญ่ เพราะนิสัยที่ขี้อ้อน อีกทั้งยังทะเล้นเหมือนเขา ทำให้คนที่อยู่ใกล้ต่างหลงรักน้องภาวินทร์ “ดูปากป๊านะ...ปะป๊า”ชายหนุ่มนั่งเล่นกับลูกชายในวัยที่ใกล้จะครบ 1 ขวบ “แหะ แหะ !”เด็กเล็กไม่พูดตามเขาแต่ดันหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ไม่เอาสิลูก...พูดตามป๊า...ปะป๊า !” เธียร์ลุ้นให้ลูกเรียกชื่อเขา นลินที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ ก็แอบยิ้มให้กับสองพ่อลูกที่หยอกล้อเล่นกัน “ป๊ะ !”ภาวินทร์นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะเปล่งเสียงหนักแน่นเอ่ยเรียกผู้เป็นพ่อ“ลิน ๆ ๆ ได้ยินมั้ย ๆ ลูกเรียกชื่อผม”ชายหนุ่มทำสีหน้าตกใจหันไปมองนลินพร้อมเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น คนร่างสูงรีบเข้าไปอุ้มลูกมาสวมกอดอย่างดีอกดีใจที่ลูกพูดชื่อเขาเป็นคำแรก นลินยอมไม่ได้จึงเดินเข้าไปหาทั้งคู่ “ภาวินทร์ครับ ไหนเรียกแม่ซิ...แม่ !” ลินลดาจ้องหน้าผู้เป็นลูกพร้อมลุ้นว่าเขาจะพูดหรือไม่ น้องภาวินทร์จ้องหน้านลินด้วยสีหน้าที่ใสซื่อก่อนจะหันไปหาพ่อของเขาแล้วเอ่ยเรียกออกมา“ป๊ะ !” “ฮ่า ๆ ๆ เก่งมากลูกพ่อ”ชายหนุ่มยิ้มจนหน้าบานเป็นกระด้งเมื่อลูกชายเอ่ยเรียกชื่อเขาถึงสองครั้ง นลินทำหน้าผิดหวังและมองสองพ่อลูกด้วยสายตา
หลังจากนลินคลอดลูกได้ 5 เดือน บ้านของพวกเขาก็เสร็จเรียบร้อยพอดี ในวันขึ้นบ้านใหม่ญาติ ๆ ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมทำบุญด้วยกัน ที่สำคัญทุกคนต่างก็อยากมาเล่นกับหลานชายตัวน้อย ๆ ที่กำลังน่ารักอย่างน้องภาวินทร์“เผลอแป๊บเดียวโตแล้วนะหลานตา”คุณตาชัยยศอุ้มหลานเดินไปมา สีหน้าเขาเอ็นดูเด็กตัวเล็กเป็นอย่างมาก“ภาวินทร์ปู่มาแล้วลูก !”เสียงคุณปู่ตะโกนมาแต่ไกล เขาเดินลงจากรถแล้วตรงดิ่งเข้ามาหาหลานก่อน“ไม่ตะโกนมาตั้งแต่บ้านเลยล่ะ”ชัยยศหันไปเอ่ยกับเขา “ใครบอกกูไม่ตะโกน”ธนาสวนกลับพ่อของนลินพร้อมเข้าไปแย่งหลานมาอุ้ม ทุกคนต่างเห่อหลานเป็นอย่างมาก เพราะเด็กน้อยกำลังน่ารักน่าชัง “เถียงกันตลอดเลยสองคนนี้”อรยาเอ่ยแซวทั้งคู่ เมื่อผู้ใหญ่มากันครบก็นิมนต์พระมาทำบุญตักบาตรที่บ้านเพื่อเสริมสิริมงคลก่อนเข้าอยู่ “ยินดีด้วยนะครับน้องลิน”ธามแสดงความยินด้วยน้ำเสียงละมุนและสีหน้าที่ยินดี ชายหนุ่มเห็นนลินยืนอยู่จึงเดินเข้าไปทักทาย“ขอบคุณนะคะพี่ธามที่ช่วยแนะนำอะไรหลาย ๆ อย่าง”นลินกล่าวกับเขา “มีอะไรก็ถามพี่ได้ตลอด พี่อยู่ตรงนี้แหละ ลินหันกลับมาเมื่อไหร่ก็เจอ”ใบหน้าชายหนุ่มมองเธออย่างไม่ละสายตา “ค่
2 ปีผ่านไปตั้งแต่มีลูกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด ต่างคนต่างมีเหตุผลและใจเย็นมากขึ้น ทำให้ทั้งคู่รักกันเป็นอย่างดี ตอนนี้น้องภาวินทร์ก็อายุได้ 2 ขวบแล้ว ทั้งคู่จึงอยากพาลูกไปฉลองงานวันเกิดที่ทะเล ถือโอกาสไปเที่ยวกับครอบครัวด้วยทริปนี้ทุกคนเดินทางไปเที่ยวทะเลที่ภูเก็ต โดยมีทั้งครอบครัวนลินและครอบครัวของเธียร์ เป็นทริปใหญ่ก็จะวุ่นวายอยู่หน่อย ๆ“ปะป๊า ปะป๊า”เด็กตัวเล็กวิ่งดุ๊กดิ๊กมาทางผู้เป็นพ่อ แก้มย้วย ๆ เด้งไปมาอย่างน่าเอ็นดู“ว่าไงครับลูก”เธียร์อุ้มลูกขึ้นมานั่งบนตักขณะที่ทานอาหารกันอยู่“ภาวินทร์อย่าไปกวนคุณพ่อลูก ให้พ่อกินข้าว”นลินหันไปเอ่ยกับลูก“ไม่เป็นไร ๆ”กลับกันเธียร์กลับรู้สึกชอบที่ลูกติดเขาเสียอีก“พี่ธามจะมาตอนเย็นใช่ไหมครับแม่”เธียร์หันไปถามคุณนภา“เห็นพี่บอกว่าอย่างงั้นนะ”เนตรนภาตอบกลับลูกชายเมื่อถึงตอนเย็นเธียร์ก็จองร้านอาหารติดชายทะเลพร้อมตกแต่งไฟอย่างสวยงาม เขาเหมาทั้งร้านวันนี้แขกภายในร้านจึงมีแค่ครอบครัวของเขา“ปกติร้านนี้เขาตกแต่งจนถึงชายหาดขนาดนี้เลยเหรอคะ”นลินอุ้มลูกเดินดูไฟที่ประดับจนทั่วชายหาด“ภาวินทร์ดูนั่นสิลูก เห็นไฟไหม ?”ลินลดาชี
และในคืนนี้เธียร์ก็แอบเข้าห้องนลินมาอีกครั้ง ชายหนุ่มกอดเธอและลูบไปที่ท้องของหญิงสาว“คุณแม่ไม่ยอมหายโกรธพ่อสักที พรุ่งนี้คุณปู่คุณย่าจะมาง้อช่วยพ่อแล้วนะ”เธียร์เอ่ยเบา ๆ กับนลิน“ฮะ !”นลินตกใจจนเผลออุทานเสียงดัง“คุณว่าไงนะ”หญิงสาวหน้าตาตื่นเอ่ยถามเขา เธียร์สะดุ้งและมองนลินด้วยสีหน้างง ๆ“ผมให้ป๊ากับแม่มาสู่ขอคุณยังไงล่ะ คุณจะได้กลับไปกับผมสักที”ชายหนุ่มพูดออกไปอย่างหน้าตาเฉย“คุณทำอะไรคุณไม่เคยถามฉันสักคำ คิดเองเออเองไปหมด นี่ก็ลูกฉันเหมือนกัน ฉันไม่มีสิทธิ์ทำอะไรเลยใช่ไหม ฮือออ”นลินร้องไห้ออกมาด้วยความรู้สึกที่ปะปนกันไปหมด ชายหนุ่มมีสีหน้าตกใจและรีบเข้าไปปลอบเธอทันที“ผมขอโทษ ๆ ถ้าคุณไม่โอเคผมไม่ให้ท่านมาก็ได้ ไม่ร้อง ๆ”ร่างสูงรีบดึงเธอเข้ามากอดแต่ก็คงจะไม่ทันเมื่อเช้าวันรุ่งขึ้นพ่อและแม่ของเธียร์ก็มาถึงบ้านของนลินแล้วชัยยศเดินออกไปดูแขกที่มาวันนี้ เขาก็มีสีหน้าตกใจทันทีที่เห็นคนที่เดินลงมาจากรถ ธนาเองก็ไม่ต่างกัน เมื่อเห็นหน้าคนที่ยืนอยู่หน้าประตู เขาก็รู้สึกคุ้นหน้าแปลก ๆ“ไอ้...ไอ้...”ชัยยศชี้หน้าธนาและพยายามนึกชื่อของเขา“ไอ้...”ธนาเองก็เช่นกัน และในที่สุดเขาก็จำได้ “
ตุ้บ ! “โอ๊ยย !”ร่างสูงสะดุ้งตื่นแล้วมองคนตรงหน้า “ตีผมทำไมเนี่ย ?” เสียงแหบพร่าเอ่ยถามออกไปด้วยสีหน้าที่งัวเงียกำลังเมาขี้ตาในยามเช้าตรู่“คุณมาทำอะไรอยู่ตรงนี้ ออกไปเลยนะ !”เจ้าของใบหน้าเล็กเหวี่ยงเขาออกไป “ถามได้ ก็มานอนกอดเมียสิ”พูดจบเขาก็ดึงเธอเข้ามากอดอย่างหน้ามึนพร้อมขโมยหอมแก้มหญิงสาว
ถึงแม้ว่าเธียร์จะโกรธพี่ชายสักแค่ไหน แต่ตรีธาราก็เป็นคนที่เขาเชื่อใจและเคารพมาตลอด ดังนั้นคำพูดของธามมีผลกับเขาเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มจึงรีบบึ่งรถกลับคอนโดเพื่อไปขอโทษนลินระหว่างทางก็แอบแวะซื้อของโปรดไปให้เธอด้วย แต่เมื่อกลับมาถึงภายในห้องดันว่างเปล่าไร้เงาของนลิน มีเพียงเศษแก้วของแจกันที่แตกกระจัดก
ขากลับตรีธาราต้องขับรถมาเพียงลำพัง ในระหว่างนั้นเขาได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ก็ทำให้เขาตกตะกอนความคิดของตัวเองได้ในเวลานั้น ดวงตาคมเริ่มมีน้ำสีใสไหลออกมาจนดวงตาของเขาพร่ามัวนลินและเธียร์เดินทางกลับมาถึงคอนโด หญิงสาวก็เอาแต่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จากับเขา เธอหงุดหงิดและโกรธเธียร์เป็นอย่างมาก แค่เห็นหน้าเข
“ก็จริง ถ้าพี่รักใครสักคนพี่ก็คงไม่อยากเห็นคนที่พี่รักไปรักคนอื่นเหมือนกัน”สายตาคมจ้องมองไปที่นัยน์ตาของหญิงสาวเหมือนกับว่าเขาพยายามจะสื่ออะไรบางอย่างให้เธอได้รับรู้ ทั้งคู่นั่งพูดคุยเรื่องสัพเพเหระจนพระอาทิตย์เริ่มที่จะตกดินแล้ว แต่แล้วจู่ๆ รถยนต์คันหรูก็ขับมาจอดต่อท้ายรถของธามทำให้ทั้งคู่หันไปมอ







