Beranda / โรแมนติก / รักอับปาง / บทที่ 3 มัดตัว (1) [100%]

Share

บทที่ 3 มัดตัว (1) [100%]

last update Tanggal publikasi: 2026-10-23 20:05:26

ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้ง

เธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้

แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อน

ไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วย

อกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน

“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ

“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพ

อกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคาร

หญิงสาวหันไปทางกล้องตัวเล็กที่ตั้งอยู่บนเคาน์เตอร์ แล้วยิ้มให้เล็กน้อยขณะเจ้าหน้าที่บันทึกภาพ

เมื่อขั้นตอนลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อย ธนัญญาก็ส่งบัตรผู้มาติดต่อพร้อมสายคล้องคอให้เธอ

“เรียบร้อยแล้วค่ะ ใช้บัตรนี้แตะผ่านประตูเข้าไปยังโถงลิฟต์ได้เลยนะคะ”

“ขอบคุณค่ะ” อกิณารับบัตรมาคล้องคอ ก่อนเตรียมเดินไปยังทางเข้าลิฟต์สำนักงาน

“คุณณัฐพลอยู่ชั้นยี่สิบห้าค่ะ”

“ขอบคุณมากค่ะ” อกิณากล่าวขอบคุณ ก่อนเดินไปตามทางที่ธนัญญาแนะนำ ระหว่างนั้นเธอเดินผ่านสมศักดิ์ซึ่งยืนอยู่ไม่ไกล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยถึงกับเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าของเธอชัด ๆ แต่หญิงสาวไม่ทันสังเกตเห็นท่าทีของเขา

“พี่ญา ผู้หญิงคนเมื่อกี้สวยจังเลยค่ะ ขนาดไม่แต่งหน้านะ ผิวนี่ใสเป็นแก้วเป็นแสงเลย” ปานแก้วกระซิบกับธนัญญา พลางมองตามอกิณาที่เดินห่างออกไป

“สวยกว่าสมัยก่อนอีกนะ” เสียงของทิพย์สุดาดังแทรกขึ้นมา ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกล หันมามองลูกน้องทั้งสองด้วยรอยยิ้ม

“เอ๊ะ! พี่ทิพย์รู้จักผู้หญิงคนนั้นด้วยเหรอคะ” ปานแก้วถามอย่างประหลาดใจ

“อืม” ทิพย์สุดาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหันกลับไปมองทางที่อกิณาเพิ่งเดินผ่าน รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้า

“คุณนานะ...ดีใจด้วยนะคะที่ได้เห็นคุณกลับมาสดใสอีกครั้ง” เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“พี่ทิพย์ เล่าให้หนูฟังหน่อยสิคะว่าเธอเป็นใคร” ปานแก้วขยับเข้ามาเกาะแขนผู้เป็นหัวหน้าอย่างออดอ้อน

“โน่น ไปถามพี่สมศักดิ์เองสิ ยืนตาโตอ้าปากค้างอยู่ตั้งนานแล้วนั่นน่ะ”

ทิพย์สุดาพยักพเยิดไปทางสมศักดิ์ ทำเอาปานแก้วรีบหันไปมองทันที

“พี่สมศักดิ์ก็รู้จักเธอด้วยเหรอคะ” หญิงสาวหันไปถามผู้จัดการแผนกรักษาความปลอดภัยด้วยความอยากรู้

สมศักดิ์หันมายิ้มให้ ก่อนตอบสั้น ๆ “ครับ” พูดจบ เขาก็เดินจากไปพร้อมฮัมเพลงเบา ๆ ทิ้งให้ปานแก้วยืนมองตามอย่างงุนงง

“อ้าว ไม่ตอบซะงั้น เดินหนีไปเลย พี่ทิพย์เล่าให้เป้ยฟังหน่อยซิ” ปานแก้วยังคงอยากรู้รายละเอียดมากกว่านี้ สาวสวยขนาดนี้ ถ้าจะบอกว่าเป็นดารานี่ก็คงมีคนคิดว่าใช่แน่นอน

“ไม่คุยแล้ว พี่มีงานต้องขึ้นไปข้างบนต่อ ถ้ามีเรื่องด่วนอะไรก็โทรตามนะ” ทิพย์สุดาพูดพลางเตรียมเดินออกไป แต่แล้วก็นึกอะไรขึ้นมาได้ จึงหันกลับมากำชับลูกน้องทั้งสองอีกครั้ง

“แล้วก็อย่าลืมเรื่องกฎระเบียบใหม่นะ ผู้มาติดต่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนคุ้นเคยหรือคนที่เพิ่งมาครั้งแรก ต้องปฏิบัติตามขั้นตอนให้ครบ ห้ามยกเว้นให้ใครเด็ดขาด เข้าใจไหม”

เธอมองหน้าธนัญญากับปานแก้วสลับกัน ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เรื่องนี้ห้ามพลาดนะ ไม่อย่างนั้นอาจถูกลงโทษทางวินัย ดีไม่ดีถึงขั้นถูกไล่ออกเลยก็ได้”

“ได้ค่ะพี่” พนักงานประชาสัมพันธ์ทั้งสองพยักหน้ารับพร้อมกัน ต่างรู้ดีว่ากฎระเบียบใหม่มีความสำคัญเพียงใด โดยเฉพาะหลังจากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับบริษัทเมื่อไม่นานมานี้

เมื่อเห็นว่าลูกน้องเข้าใจตรงกันแล้ว ทิพย์สุดาก็หมุนตัวเดินไปทางโถงลิฟต์ด้วยรอยยิ้ม ระหว่างทางเธอฮัมเพลงเบา ๆ อย่างอารมณ์ดี บังเอิญเป็นเพลงเดียวกับที่สมศักดิ์เพิ่งฮัมขณะเดินจากไปก่อนหน้านี้

ปานแก้วมองตามอย่างสงสัย ก่อนหันมาถามธนัญญา

“พี่ญา ทำไมเพลงที่พี่ทิพย์กับพี่สมศักดิ์ฮัมถึงฟังคุ้น ๆ จังเลยคะ แต่เป้ยนึกไม่ออกว่าเพลงอะไร”

“เธออาจจะไม่รู้จักหรอก หรือไม่ก็เคยได้ยินผ่านหูมาบ้าง เพลงนี้ออกมานานแล้วนะ นานจนพี่เองก็เกือบลืมไปเหมือนกัน” ธนัญญาตอบยิ้ม ๆ ก่อนพูดต่อ “สงสัยต้องกลับไปค้นมาฟังอีกสักรอบแล้วล่ะ”

“วันนี้พวกพี่แปลก ๆ กันนะคะ เป้ยไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

ปานแก้วบ่นอย่างงุนงง มองหน้าธนัญญาราวกับหวังว่าจะได้รับคำอธิบาย แต่กลับได้เพียงรอยยิ้มตอบมาเท่านั้น

<<<<<<<<<< 

อกิณานั่งมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าจะได้พบเขาอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งเจอกันเมื่อสองวันก่อน

ภาพเหตุการณ์ในคืนนั้นย้อนกลับมาในความทรงจำ

หลังจากอชิระขับรถมาส่งเธอถึงหน้าบ้าน เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมามองเธอ อกิณาทำได้เพียงกล่าวขอบคุณ ก่อนเปิดประตูลงจากรถ

ตลอดทางจากโรงพักจนถึงบ้าน ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรกันเลยสักคำ

ความจริงเธออยากขอเบอร์โทรศัพท์หรือช่องทางติดต่อเขาเอาไว้บ้าง ไหน ๆ ก็ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน แต่พอเห็นท่าทีเย็นชาของอชิระ เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปาก

ดูเหมือนว่าเขาจะยังโกรธเธออยู่ไม่น้อย แม้เรื่องราวระหว่างทั้งคู่จะผ่านมานานกว่าสิบปีแล้วก็ตาม

อกิณาก้าวลงจากรถด้วยท่าทางหงอยเหงา ก่อนหันกลับไปมองอชิระอีกครั้ง แต่เมื่อเห็นว่าเขายังคงนั่งนิ่ง ไม่คิดจะหันมามองเธอ หญิงสาวจึงได้แต่ถอนหายใจเบา ๆ แล้วเดินเข้าบ้านไป

เมื่อวานนี้ เวลาประมาณหนึ่งทุ่ม อกิณาได้รับโทรศัพท์จากณัฐพล หญิงสาวรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เพราะเธอเพิ่งส่งงานที่ได้รับมอบหมายให้เขาไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ช่วงเช้า หรือว่าเพลงที่ส่งไปจะมีปัญหาอะไร?

“คุณนานะครับ ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่โทรมารบกวนตอนค่ำ ไม่ทราบว่าตอนนี้สะดวกคุยไหมครับ”

“สะดวกค่ะ ว่าแต่งานที่นานะส่งให้เมื่อเช้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

“ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่! งานออกมาดีมากเลยครับ ขอบคุณคุณนานะมากจริง ๆ ช่วยให้ผมรอดตายไปได้เลย”

น้ำเสียงโล่งอกของณัฐพลทำให้หญิงสาวคลายความกังวลลงได้บ้าง

“เอ่อ...คือว่า...พรุ่งนี้ช่วงบ่าย คุณนานะสะดวกเข้ามาประชุมที่บริษัทไหมครับ พอดีทางเรามีงานเพิ่มเติมที่อยากคุยรายละเอียดกันต่อหน้า ถ้าจะให้ส่งข้อมูลทางอีเมลอย่างเดียว เกรงว่าจะไม่สะดวกน่ะครับ”

“เอ่อ...”

คราวนี้เป็นฝ่ายอกิณาที่อึกอักขึ้นมาบ้าง เธอยังไม่พร้อมจะกลับไปเผชิญหน้ากับสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำในอดีต โดยเฉพาะอาคารแห่งนั้นที่เธอเคยเดินออกมาเมื่อเกือบสิบปีก่อน

“คืออย่างนี้ครับ ตั้งแต่คุณนานะรับงานกับบริษัทมา ส่วนใหญ่พี่บีจะนัดคุยงานข้างนอก แล้วก็รับส่งงานกันทางอีเมลใช่ไหมครับ”

“ใช่ค่ะ”

“แต่ตอนนี้บริษัทมีนโยบายใหม่ครับ นักแต่งเพลงทุกคนต้องเข้ามาพูดคุยรายละเอียดงานที่บริษัทโดยตรง แม้จะเป็นนักแต่งเพลงอิสระก็ตาม ผมหวังว่าคุณนานะจะสะดวกนะครับ เพราะถ้าไม่เข้ามา ผมเกรงว่าต่อไปอาจจะส่งงานให้คุณนานะไม่ได้อีก”

น้ำเสียงของณัฐพลฟังดูกังวลจนอกิณารู้สึกได้

เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ใจหนึ่งก็อยากปฏิเสธให้รู้แล้วรู้รอด แต่อีกใจก็นึกถึงรายได้ที่อาจต้องสูญเสียไปหากไม่ยอมทำตามเงื่อนไขของบริษัท

“เอ่อ...ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ นานะจะเข้าไปพบที่บริษัทตอนบ่ายโมงนะคะ” หญิงสาวตอบรับเสียงอ่อย ทั้งที่ยังไม่อยากกลับไปเหยียบสถานที่แห่งนั้นเลยสักนิด

เอาวะ สู้เพื่อเงิน! ไม่งั้นอดตายกันพอดี ไปก็ไปวะ!

“จริงนะครับ! ขอบคุณมากครับคุณนานะ แล้วพบกันพรุ่งนี้ครับ!”

พูดจบ ณัฐพลก็รีบวางสายทันที ราวกับกลัวว่าหากปล่อยให้เธอคิดนานกว่านี้ หญิงสาวอาจเปลี่ยนใจปฏิเสธเอาได้

“ค่ะ...อ้าว!” อกิณายังไม่ทันกล่าวลา เสียงตัดสายก็ดังขึ้นเสียก่อน

“อะไรกัน วางสายไปเฉยเลย”

เธอมองหน้าจอโทรศัพท์อย่างงุนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมณัฐพลถึงได้รีบร้อนขนาดนั้น

[บทที่ 4 ปะทะกันแล้วค่ะ ตามอ่านได้เลยค่ะ]

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักอับปาง   บทที่ 4 มัดตัว (2) [100%]

    ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทว่าแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นไม่อาจขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้องได้ โดยเฉพาะเมื่อเสียงเพลงแสนเศร้ายังคงคลอเบา ๆ อยู่ในความเงียบงันภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงฉันเคยคิดว่าความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเช่นนี้คงเป็นเพียงเพราะค่ำคืนที่ล่วงเลยจนดึกดื่นแต่คำโกหกหนึ่งคำ กลับนำไปสู่อีกคำโกหกไม่รู้จบคนที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเช่นเธอ...ฉันไม่อาจให้อภัยได้อา...เธอเลือนหายไปราวกับสายหมอกจากไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่แห่งหนใดฉันไม่อยากให้เธอมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร่ำไห้เมื่อหัวใจต้องเจ็บช้ำเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนฉันคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังอีกครั้งความรักช่างเหมือนฝันร้าย...ที่ฉันอยากลืมเลือน...อกิณาหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองและเนื้อร้องของเพลง คนโกหก ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้เพียงได้ยินอชิระเอ่ยชื่อเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้ ก็ราวกับมีใครนำมีดมากรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เธอพยายามรักษามานานหลายปีความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าผ่านพ้นไปแล้

  • รักอับปาง   บทที่ 4 มัดตัว (2) [50%]

    อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตามอกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้

  • รักอับปาง   บทที่ 3 มัดตัว (1) [100%]

    ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้งเธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อนไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วยอกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพอกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารหญิงสาวหันไปทา

  • รักอับปาง   บทที่ 3 มัดตัว (1) [50%]

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่มือเรียวผอมบางจะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ควานสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหัวเตียง กว่าจะคลำเจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงรบกวนการนอนหลับของเธอ“สวัสดีค่ะ” อกิณารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตายังคงปิดสนิท“สวัสดีครับ คุณนานะ”เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยดังมาตามสาย ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อผู้โทร แต่บนหน้าจอกลับปรากฏเพียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก“ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ”เธอถามกลับอย่างระแวดระวัง นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรมาหลอกลวงหรือเปล่า“เอ่อ...คือว่า ผมชื่อณัฐพลครับ เรียกนัทก็ได้ ผมรับงานต่อจากพี่บีที่บริษัท WB น่ะครับ พอดีพี่บีลาออกไปแล้ว ทางบริษัทก็เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อคุณนานะแทนครับ”สิ้นประโยคนั้น อกิณาก็เบิกตากว้าง ความง่วงงุนที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปทันทีบีลาออกแล้วอย่างนั้นหรือ!“อ้าว เหรอคะ แล้ว...คุณนัทโทรมาหานานะเรื่องงานที่รับไว้ใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเพลงที่ทางบริษัทให้คุณนานะแต่ง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ”“เสร็จแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง แต่คุณบีบอกว่ากำหนดส่งมะรืนนี้ไม่

  • รักอับปาง   บทที่ 2 เอาเรื่อง [100%]

    “คุณอชิระครับ” เกียรติชัย ทนายความประจำตัวของอชิระ เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณเกียรติชัยดึก ๆ แบบนี้” อชิระเอ่ยอย่างเกรงใจ“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เกียรติชัยตอบ ก่อนถามต่อ “ว่าแต่ตอนนี้คู่กรณีอยู่ที่ไหนแล้วครับ”“ทางโน้นครับ”อชิระพยักพเยิดไปยังอีกมุมหนึ่งของโรงพัก ซึ่งมีชายวัยสามสิบกว่า ๆ นั่งอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบน ท่าทางยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้าง ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทนายความของฝ่ายนั้นเกียรติชัยได้รับทราบเรื่องราวคร่าว ๆ จากอชิระมาก่อนแล้ว เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ได้รับรายงาน เขาเห็นว่าฝ่ายอกิณามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย หากมีหลักฐานยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายก่อเหตุจริง อีกฝ่ายก็อาจต้องรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ“สวัสดีครับพี่!” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างผู้ก่อเหตุรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหา ก่อนยกมือไหว้เกียรติชัยอย่างนอบน้อมเกียรติชัยยกมือรับไหว้“ผมชัยวัฒน์ครับ เป็นทนายความของคุณสุรศักดิ์ คู่กรณีในเรื่องนี้”ชัยวัฒน์แนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ เขารู้จักชื่

  • รักอับปาง   บทที่ 2 เอาเรื่อง [60%]

    อกิณาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปสองเก้าอี้ ก่อนจะรีบเบนสายตากลับมานับตั้งแต่วินาทีที่อชิระหันมาสบตาเธอ หลังได้ยินเสียงเรียกชื่อที่หลุดออกจากปากอย่างไม่ทันตั้งตัว“ไทม์...”เขาก็ยังไม่พูดอะไรกับเธออีกเลยตอนนั้นอชิระเพียงหันไปบอกอุ้ยว่าจะตามมาที่โรงพักด้วย พร้อมแจ้งว่าเขาโทรเรียกทนายความส่วนตัวให้มาช่วยดูเรื่องนี้แล้ว เผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเหลือกันได้จากนั้นจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังคงเงียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเธอสักคำ“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไทม์สบายดีใช่ไหม”อชิระหันมามองหญิงสาวเต็มตา แววตาของเขามีความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันจนยากจะอ่านออก แต่สิ่งหนึ่งที่อกิณาสัมผัสได้ชัดเจนคือความขุ่นเคืองที่ดูเหมือนจะยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา“สิบปี หกเดือน สิบห้าวัน” เขาตอบเสียงห้วน ก่อนพูดต่อ“นั่นคือเวลาทั้งหมดที่เราไม่ได้เจอกัน”อกิณาชะงักไปทันที เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเขาจำได้แม่นยำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ...ความคิดของเธอย้อนกลับไปยังวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกันวันนั้นเธอกับอชิระมีงานออกรายการเพลงด้วยกัน หลังจบรายการ ชายหนุ่มขอคุยกับเธอตามลำพังในห้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status