Masukอกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที
“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”
เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว
“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”
เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตาม
อกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้
เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้เป็นเพียงการพูดคุยรายละเอียดงานเพิ่มเติม และถือโอกาสทำความรู้จักกับณัฐพลที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ประสานงานแทนคุณบีเท่านั้น
แต่ใครจะคิดว่าเธอกลับต้องมาเผชิญกับความจริงที่ทำเอาแทบตั้งตัวไม่ทัน
อชิระเป็นซีอีโอของบริษัท WB!
บริษัทที่ว่าจ้างให้เธอแต่งเพลงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา!
ที่ผ่านมาอกิณาติดต่อเรื่องงานผ่านคุณบีมาโดยตลอด อีกฝ่ายไม่เคยรู้เลยว่าเธอเคยเป็นนักร้องชื่อดัง และที่สำคัญ เธอยังเคยเป็นศิลปินในสังกัด WB มาก่อนด้วย
ทั้งนี้เพราะคุณบีเพิ่งเข้ามาทำงานหลังจากที่อกิณาออกจากวงการเพลงไปแล้ว จึงไม่เคยรู้จักเธอในฐานะนักร้องมาก่อน
นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อกิณาสบายใจที่จะรับงานจากบริษัทแห่งนี้ เธอสามารถทำงานอยู่เบื้องหลัง ส่งเพลงตามกำหนด รับค่าจ้าง แล้วก็จบกันไป โดยไม่ต้องพบปะหรือข้องเกี่ยวกับใครในบริษัท
เธอเคยคิดว่าตราบใดที่ไม่มีใครจดจำเธอได้ ทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา
แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเสียแล้ว
“เอ่อ...ถ้านานะขอรับงานแบบเดิมต่อไปได้ไหมคะ หมายถึงรับงานเป็นครั้ง ๆ แบบนักแต่งเพลงอิสระน่ะค่ะ”
อกิณาลองต่อรองดู เธอไม่อยากเป็นพนักงานประจำที่ต้องเข้าบริษัทบ่อย ๆ ชีวิตเรียบง่ายที่ได้เก็บตัวอยู่กับมารดาตามลำพังเป็นสิ่งที่เธอพอใจแล้ว และไม่คิดอยากเปลี่ยนแปลงอะไรในตอนนี้
“แต่ถ้าคุณนานะมาเป็นพนักงานประจำ ทางบริษัทก็จะสามารถมอบหมายงานให้ได้มากขึ้นนะครับ” ณัฐพลรีบเกลี้ยกล่อม สีหน้าของเขาดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด
ชายหนุ่มอดนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ หลังจากรายงานให้อชิระทราบว่าอกิณาตกลงจะเข้ามาพบที่บริษัท เจ้านายก็ออกคำสั่งกับเขาอย่างชัดเจน
“ทำยังไงก็ได้ให้เธอยอมเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำกับบริษัทให้ได้ ไม่อย่างนั้นคุณก็ควรพิจารณาตัวเอง”
พูดจบ อชิระก็โบกมือเป็นสัญญาณให้เขาออกจากห้อง โดยไม่เปิดโอกาสให้ซักถามอะไรอีก
ณัฐพลจำคำพูดนั้นได้ขึ้นใจ ยิ่งเห็นท่าทีลังเลของอกิณาก็ยิ่งร้อนใจ รีบพูดเสริมขึ้นมาอีก
“ถ้าคุณนานะมีเงื่อนไขอะไรที่อยากเสนอให้บริษัทพิจารณา บอกได้เลยนะครับ”
“คือนานะสะดวกทำงานที่บ้านมากกว่าค่ะ เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่บ้าง แล้วก็ถ้าต้องเป็นพนักงานประจำ นานะเกรงว่าจะทำงานตามเวลาได้ไม่สม่ำเสมอ”
เธอหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อ
“ปกตินานะชอบแต่งเพลงตอนกลางคืนค่ะ บางทีก็ต้องรอให้มีไอเดียถึงจะลงมือทำได้ เลยไม่สะดวกทำงานแบบเข้าแปดโมงเช้า เลิกห้าโมงเย็นน่ะค่ะ”
“เรื่องเวลาทำงานไม่ใช่ปัญหาครับ” คราวนี้เกียรติชัยเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้าง
“ถึงจะเป็นพนักงานประจำ แต่ลักษณะงานของนักแต่งเพลงค่อนข้างพิเศษอยู่แล้วครับ บางครั้งก็ต้องอาศัยแรงบันดาลใจหรือบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทางบริษัทเข้าใจเรื่องนี้ดี” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเสนอเงื่อนไขใหม่ด้วยรอยยิ้ม
“ถ้าบริษัทให้คุณนานะเข้ามาทำงานที่สำนักงานเพียงสัปดาห์ละสองวัน ส่วนวันที่เหลือสามารถทำงานจากที่บ้านได้ แบบนี้พอจะสะดวกไหมครับ”
เกียรติชัยมองหญิงสาวอย่างรอคำตอบ เขาได้รับมอบหมายจากอชิระไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ไม่ว่าจะต้องปรับเงื่อนไขอย่างไร ก็ต้องพยายามทำให้อกิณายอมเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำกับบริษัทให้ได้
อกิณาเริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าทางบริษัทยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้เธอมากกว่าที่คิด อย่างน้อยก็ไม่จำเป็นต้องเข้าออกสำนักงานทุกวันเหมือนพนักงานทั่วไป
ถึงอย่างนั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เธออยากขอให้แก้ไขก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา
“เอ่อ...มีอีกเรื่องค่ะ ตอนนี้นานะรับงานร้องเพลงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเดือนละครั้งหรือมากกว่านั้นถ้ามีเหตุฉุกเฉิน เจ้าของร้านเป็นคนรู้จักกันมานาน แล้วนานะก็ไปร้องที่นั่นมาพักใหญ่แล้วด้วยค่ะ”
หญิงสาวเหลือบมองเอกสารตรงหน้า ก่อนพูดต่ออย่างเกรงใจ
“แต่นานะเห็นว่าในสัญญามีข้อห้ามไม่ให้รับงานเสริมทุกประเภท เลยอยากทราบว่าพอจะแก้ไขเงื่อนไขตรงนี้ได้ไหมคะ ให้นานะยังไปร้องเพลงที่ร้านเดิมได้”
“ไม่ได้!” เสียงห้วนจัดของอชิระดังแทรกขึ้นทันที
อกิณาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งเงียบมาตลอดการเจรจา
“เกิดเรื่องเจ็บตัวคราวที่แล้ว คุณยังไม่เข็ดอีกเหรอ” อชิระต่อว่าด้วยน้ำเสียงเข้ม ดวงตาคมจ้องเธออย่างดุดัน
ณัฐพลหันไปมองเกียรติชัยอย่างเลิ่กลั่ก ต่างจากทนายความรุ่นใหญ่ที่ยังคงนั่งอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ ราวกับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของอชิระเลยแม้แต่น้อย
เกียรติชัยพอจะเดาออกแล้วว่าอกิณาคงเป็นคนพิเศษสำหรับเจ้านายของเขา ไม่อย่างนั้นอชิระคงไม่โทรตามให้เขาไปจัดการเรื่องที่โรงพักด้วยตัวเอง แถมยังออกคำสั่งให้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้หญิงสาวยอมเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำอีกด้วย
“เธอยังจำเพลงรักรสสตรอเบอร์รี่กับเพลงคนโกหกได้ไหม” อชิระเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเข้ม
อกิณาเงยหน้าสบตาเขา เพียงได้ยินชื่อเพลงทั้งสอง น้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาชายหนุ่มอีก
“เซ็นสัญญาซะ แล้วมาทำงานที่นี่ทุกวัน”
อชิระพูดทิ้งท้ายเพียงเท่านั้น ก่อนลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอ
อกิณาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองเอกสารสองฉบับที่วางอยู่ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงไปทีละฉบับโดยไม่ลังเลอีกต่อไป
ณัฐพลกับเกียรติชัยหันมาสบตากัน ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแทบจะพร้อมกัน
เมื่อครู่นี้บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดเสียจนทั้งคู่แทบไม่กล้าขยับตัว แม้จะดีใจที่การเจรจาสำเร็จลุล่วงตามคำสั่งของอชิระ แต่พอเห็นอกิณาแอบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก็อดรู้สึกสงสารเธอไม่ได้
“นานะขอเริ่มงานสัปดาห์หน้าได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นหลังจากวางปากกาลง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ
“นานะอยากขอเวลาไปจัดการธุระส่วนตัว แล้วก็เรื่องงานร้องเพลงกับทางร้านให้เรียบร้อยก่อนค่ะ”
“ได้เลยครับ ถ้าอย่างนั้นวันจันทร์หน้า คุณนานะติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วแจ้งว่ามาเริ่มงานได้เลยนะครับ”
อกิณาพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวขอบคุณและขอตัวกลับ
หญิงสาวเดินออกจากห้องประชุมด้วยท่าทางเซื่องซึม ไหล่ทั้งสองข้างลู่ลงเล็กน้อย ใบหน้าก้มต่ำตลอดทาง ราวกับเรี่ยวแรงที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้น
หลังจากนั้นไม่นาน เกียรติชัยก็นำเอกสารสัญญาทั้งสองฉบับไปวางลงบนโต๊ะทำงานของอชิระ
“คุณอกิณาเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วครับ เธอแจ้งว่าขอเริ่มงานวันจันทร์หน้า”
อชิระหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูอย่างใจลอย สายตากวาดผ่านข้อความบนหน้ากระดาษโดยแทบไม่ได้อ่าน ก่อนเอ่ยตอบสั้น ๆ
“ขอบคุณมากครับ”
เกียรติชัยมองเจ้านายที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอตัวกลับไปทำงานที่ห้องของตนเอง
เมื่ออยู่ตามลำพัง อชิระก้มมองเอกสารในมืออีกครั้ง เขาพลิกไปยังหน้าสุดท้ายของสัญญา สายตาหยุดอยู่ตรงลายเซ็นของอกิณาเนิ่นนาน
ครั้งนี้...ฉันจะผูกมัดเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอจากฉันไปไหนอีกแล้วล่ะ นานะ
ชายหนุ่มยังคงจ้องมองลายเซ็นนั้นอยู่เงียบ ๆ
<<<<<<<<<<
ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทว่าแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นไม่อาจขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้องได้ โดยเฉพาะเมื่อเสียงเพลงแสนเศร้ายังคงคลอเบา ๆ อยู่ในความเงียบงันภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงฉันเคยคิดว่าความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเช่นนี้คงเป็นเพียงเพราะค่ำคืนที่ล่วงเลยจนดึกดื่นแต่คำโกหกหนึ่งคำ กลับนำไปสู่อีกคำโกหกไม่รู้จบคนที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเช่นเธอ...ฉันไม่อาจให้อภัยได้อา...เธอเลือนหายไปราวกับสายหมอกจากไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่แห่งหนใดฉันไม่อยากให้เธอมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร่ำไห้เมื่อหัวใจต้องเจ็บช้ำเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนฉันคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังอีกครั้งความรักช่างเหมือนฝันร้าย...ที่ฉันอยากลืมเลือน...อกิณาหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองและเนื้อร้องของเพลง คนโกหก ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้เพียงได้ยินอชิระเอ่ยชื่อเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้ ก็ราวกับมีใครนำมีดมากรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เธอพยายามรักษามานานหลายปีความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าผ่านพ้นไปแล้
อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตามอกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้
ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้งเธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อนไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วยอกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพอกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารหญิงสาวหันไปทา
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่มือเรียวผอมบางจะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ควานสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหัวเตียง กว่าจะคลำเจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงรบกวนการนอนหลับของเธอ“สวัสดีค่ะ” อกิณารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตายังคงปิดสนิท“สวัสดีครับ คุณนานะ”เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยดังมาตามสาย ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อผู้โทร แต่บนหน้าจอกลับปรากฏเพียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก“ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ”เธอถามกลับอย่างระแวดระวัง นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรมาหลอกลวงหรือเปล่า“เอ่อ...คือว่า ผมชื่อณัฐพลครับ เรียกนัทก็ได้ ผมรับงานต่อจากพี่บีที่บริษัท WB น่ะครับ พอดีพี่บีลาออกไปแล้ว ทางบริษัทก็เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อคุณนานะแทนครับ”สิ้นประโยคนั้น อกิณาก็เบิกตากว้าง ความง่วงงุนที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปทันทีบีลาออกแล้วอย่างนั้นหรือ!“อ้าว เหรอคะ แล้ว...คุณนัทโทรมาหานานะเรื่องงานที่รับไว้ใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเพลงที่ทางบริษัทให้คุณนานะแต่ง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ”“เสร็จแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง แต่คุณบีบอกว่ากำหนดส่งมะรืนนี้ไม่
“คุณอชิระครับ” เกียรติชัย ทนายความประจำตัวของอชิระ เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณเกียรติชัยดึก ๆ แบบนี้” อชิระเอ่ยอย่างเกรงใจ“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เกียรติชัยตอบ ก่อนถามต่อ “ว่าแต่ตอนนี้คู่กรณีอยู่ที่ไหนแล้วครับ”“ทางโน้นครับ”อชิระพยักพเยิดไปยังอีกมุมหนึ่งของโรงพัก ซึ่งมีชายวัยสามสิบกว่า ๆ นั่งอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบน ท่าทางยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้าง ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทนายความของฝ่ายนั้นเกียรติชัยได้รับทราบเรื่องราวคร่าว ๆ จากอชิระมาก่อนแล้ว เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ได้รับรายงาน เขาเห็นว่าฝ่ายอกิณามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย หากมีหลักฐานยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายก่อเหตุจริง อีกฝ่ายก็อาจต้องรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ“สวัสดีครับพี่!” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างผู้ก่อเหตุรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหา ก่อนยกมือไหว้เกียรติชัยอย่างนอบน้อมเกียรติชัยยกมือรับไหว้“ผมชัยวัฒน์ครับ เป็นทนายความของคุณสุรศักดิ์ คู่กรณีในเรื่องนี้”ชัยวัฒน์แนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ เขารู้จักชื่
อกิณาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปสองเก้าอี้ ก่อนจะรีบเบนสายตากลับมานับตั้งแต่วินาทีที่อชิระหันมาสบตาเธอ หลังได้ยินเสียงเรียกชื่อที่หลุดออกจากปากอย่างไม่ทันตั้งตัว“ไทม์...”เขาก็ยังไม่พูดอะไรกับเธออีกเลยตอนนั้นอชิระเพียงหันไปบอกอุ้ยว่าจะตามมาที่โรงพักด้วย พร้อมแจ้งว่าเขาโทรเรียกทนายความส่วนตัวให้มาช่วยดูเรื่องนี้แล้ว เผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเหลือกันได้จากนั้นจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังคงเงียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเธอสักคำ“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไทม์สบายดีใช่ไหม”อชิระหันมามองหญิงสาวเต็มตา แววตาของเขามีความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันจนยากจะอ่านออก แต่สิ่งหนึ่งที่อกิณาสัมผัสได้ชัดเจนคือความขุ่นเคืองที่ดูเหมือนจะยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา“สิบปี หกเดือน สิบห้าวัน” เขาตอบเสียงห้วน ก่อนพูดต่อ“นั่นคือเวลาทั้งหมดที่เราไม่ได้เจอกัน”อกิณาชะงักไปทันที เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเขาจำได้แม่นยำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ...ความคิดของเธอย้อนกลับไปยังวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกันวันนั้นเธอกับอชิระมีงานออกรายการเพลงด้วยกัน หลังจบรายการ ชายหนุ่มขอคุยกับเธอตามลำพังในห้อง







