Beranda / โรแมนติก / รักอับปาง / บทที่ 4 มัดตัว (2) [50%]

Share

บทที่ 4 มัดตัว (2) [50%]

last update Tanggal publikasi: 2026-10-23 20:08:58

อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที

“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”

เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว

“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”

เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ

“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”

เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตาม

อกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้

เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้เป็นเพียงการพูดคุยรายละเอียดงานเพิ่มเติม และถือโอกาสทำความรู้จักกับณัฐพลที่เพิ่งเข้ามารับหน้าที่ประสานงานแทนคุณบีเท่านั้น

แต่ใครจะคิดว่าเธอกลับต้องมาเผชิญกับความจริงที่ทำเอาแทบตั้งตัวไม่ทัน

อชิระเป็นซีอีโอของบริษัท WB!

บริษัทที่ว่าจ้างให้เธอแต่งเพลงมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา!

ที่ผ่านมาอกิณาติดต่อเรื่องงานผ่านคุณบีมาโดยตลอด อีกฝ่ายไม่เคยรู้เลยว่าเธอเคยเป็นนักร้องชื่อดัง และที่สำคัญ เธอยังเคยเป็นศิลปินในสังกัด WB มาก่อนด้วย

ทั้งนี้เพราะคุณบีเพิ่งเข้ามาทำงานหลังจากที่อกิณาออกจากวงการเพลงไปแล้ว จึงไม่เคยรู้จักเธอในฐานะนักร้องมาก่อน

นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้อกิณาสบายใจที่จะรับงานจากบริษัทแห่งนี้ เธอสามารถทำงานอยู่เบื้องหลัง ส่งเพลงตามกำหนด รับค่าจ้าง แล้วก็จบกันไป โดยไม่ต้องพบปะหรือข้องเกี่ยวกับใครในบริษัท

เธอเคยคิดว่าตราบใดที่ไม่มีใครจดจำเธอได้ ทุกอย่างก็คงไม่มีปัญหา

แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างที่คิดเสียแล้ว

“เอ่อ...ถ้านานะขอรับงานแบบเดิมต่อไปได้ไหมคะ หมายถึงรับงานเป็นครั้ง ๆ แบบนักแต่งเพลงอิสระน่ะค่ะ”

อกิณาลองต่อรองดู เธอไม่อยากเป็นพนักงานประจำที่ต้องเข้าบริษัทบ่อย ๆ ชีวิตเรียบง่ายที่ได้เก็บตัวอยู่กับมารดาตามลำพังเป็นสิ่งที่เธอพอใจแล้ว และไม่คิดอยากเปลี่ยนแปลงอะไรในตอนนี้

“แต่ถ้าคุณนานะมาเป็นพนักงานประจำ ทางบริษัทก็จะสามารถมอบหมายงานให้ได้มากขึ้นนะครับ” ณัฐพลรีบเกลี้ยกล่อม สีหน้าของเขาดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มอดนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ หลังจากรายงานให้อชิระทราบว่าอกิณาตกลงจะเข้ามาพบที่บริษัท เจ้านายก็ออกคำสั่งกับเขาอย่างชัดเจน

“ทำยังไงก็ได้ให้เธอยอมเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำกับบริษัทให้ได้ ไม่อย่างนั้นคุณก็ควรพิจารณาตัวเอง”

พูดจบ อชิระก็โบกมือเป็นสัญญาณให้เขาออกจากห้อง โดยไม่เปิดโอกาสให้ซักถามอะไรอีก

ณัฐพลจำคำพูดนั้นได้ขึ้นใจ ยิ่งเห็นท่าทีลังเลของอกิณาก็ยิ่งร้อนใจ รีบพูดเสริมขึ้นมาอีก

“ถ้าคุณนานะมีเงื่อนไขอะไรที่อยากเสนอให้บริษัทพิจารณา บอกได้เลยนะครับ”

“คือนานะสะดวกทำงานที่บ้านมากกว่าค่ะ เพราะมีปัญหาเรื่องสุขภาพอยู่บ้าง แล้วก็ถ้าต้องเป็นพนักงานประจำ นานะเกรงว่าจะทำงานตามเวลาได้ไม่สม่ำเสมอ”

เธอหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อ

“ปกตินานะชอบแต่งเพลงตอนกลางคืนค่ะ บางทีก็ต้องรอให้มีไอเดียถึงจะลงมือทำได้ เลยไม่สะดวกทำงานแบบเข้าแปดโมงเช้า เลิกห้าโมงเย็นน่ะค่ะ”

“เรื่องเวลาทำงานไม่ใช่ปัญหาครับ” คราวนี้เกียรติชัยเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นบ้าง

“ถึงจะเป็นพนักงานประจำ แต่ลักษณะงานของนักแต่งเพลงค่อนข้างพิเศษอยู่แล้วครับ บางครั้งก็ต้องอาศัยแรงบันดาลใจหรือบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ ทางบริษัทเข้าใจเรื่องนี้ดี” เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนเสนอเงื่อนไขใหม่ด้วยรอยยิ้ม

“ถ้าบริษัทให้คุณนานะเข้ามาทำงานที่สำนักงานเพียงสัปดาห์ละสองวัน ส่วนวันที่เหลือสามารถทำงานจากที่บ้านได้ แบบนี้พอจะสะดวกไหมครับ”

เกียรติชัยมองหญิงสาวอย่างรอคำตอบ เขาได้รับมอบหมายจากอชิระไว้ล่วงหน้าแล้วว่า ไม่ว่าจะต้องปรับเงื่อนไขอย่างไร ก็ต้องพยายามทำให้อกิณายอมเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำกับบริษัทให้ได้

อกิณาเริ่มรู้สึกโล่งใจขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นว่าทางบริษัทยอมผ่อนปรนเงื่อนไขให้เธอมากกว่าที่คิด อย่างน้อยก็ไม่จำเป็นต้องเข้าออกสำนักงานทุกวันเหมือนพนักงานทั่วไป

ถึงอย่างนั้น ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เธออยากขอให้แก้ไขก่อนตัดสินใจเซ็นสัญญา

“เอ่อ...มีอีกเรื่องค่ะ ตอนนี้นานะรับงานร้องเพลงที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งเดือนละครั้งหรือมากกว่านั้นถ้ามีเหตุฉุกเฉิน เจ้าของร้านเป็นคนรู้จักกันมานาน แล้วนานะก็ไปร้องที่นั่นมาพักใหญ่แล้วด้วยค่ะ”

หญิงสาวเหลือบมองเอกสารตรงหน้า ก่อนพูดต่ออย่างเกรงใจ

“แต่นานะเห็นว่าในสัญญามีข้อห้ามไม่ให้รับงานเสริมทุกประเภท เลยอยากทราบว่าพอจะแก้ไขเงื่อนไขตรงนี้ได้ไหมคะ ให้นานะยังไปร้องเพลงที่ร้านเดิมได้”

“ไม่ได้!” เสียงห้วนจัดของอชิระดังแทรกขึ้นทันที

อกิณาสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่นั่งเงียบมาตลอดการเจรจา

“เกิดเรื่องเจ็บตัวคราวที่แล้ว คุณยังไม่เข็ดอีกเหรอ” อชิระต่อว่าด้วยน้ำเสียงเข้ม ดวงตาคมจ้องเธออย่างดุดัน

ณัฐพลหันไปมองเกียรติชัยอย่างเลิ่กลั่ก ต่างจากทนายความรุ่นใหญ่ที่ยังคงนั่งอมยิ้มอยู่ข้าง ๆ ราวกับไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับท่าทีของอชิระเลยแม้แต่น้อย

เกียรติชัยพอจะเดาออกแล้วว่าอกิณาคงเป็นคนพิเศษสำหรับเจ้านายของเขา ไม่อย่างนั้นอชิระคงไม่โทรตามให้เขาไปจัดการเรื่องที่โรงพักด้วยตัวเอง แถมยังออกคำสั่งให้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้หญิงสาวยอมเซ็นสัญญาเป็นพนักงานประจำอีกด้วย

“เธอยังจำเพลงรักรสสตรอเบอร์รี่กับเพลงคนโกหกได้ไหม” อชิระเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเข้ม

อกิณาเงยหน้าสบตาเขา เพียงได้ยินชื่อเพลงทั้งสอง น้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรีบก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาชายหนุ่มอีก

“เซ็นสัญญาซะ แล้วมาทำงานที่นี่ทุกวัน”

อชิระพูดทิ้งท้ายเพียงเท่านั้น ก่อนลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทันที โดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเธอ

อกิณาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองเอกสารสองฉบับที่วางอยู่ตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบปากกาขึ้นมาเซ็นชื่อลงไปทีละฉบับโดยไม่ลังเลอีกต่อไป

ณัฐพลกับเกียรติชัยหันมาสบตากัน ก่อนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแทบจะพร้อมกัน

เมื่อครู่นี้บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดเสียจนทั้งคู่แทบไม่กล้าขยับตัว แม้จะดีใจที่การเจรจาสำเร็จลุล่วงตามคำสั่งของอชิระ แต่พอเห็นอกิณาแอบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ก็อดรู้สึกสงสารเธอไม่ได้

“นานะขอเริ่มงานสัปดาห์หน้าได้ไหมคะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นหลังจากวางปากกาลง พยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ

“นานะอยากขอเวลาไปจัดการธุระส่วนตัว แล้วก็เรื่องงานร้องเพลงกับทางร้านให้เรียบร้อยก่อนค่ะ”

“ได้เลยครับ ถ้าอย่างนั้นวันจันทร์หน้า คุณนานะติดต่อที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วแจ้งว่ามาเริ่มงานได้เลยนะครับ”

อกิณาพยักหน้ารับ ก่อนกล่าวขอบคุณและขอตัวกลับ

หญิงสาวเดินออกจากห้องประชุมด้วยท่าทางเซื่องซึม ไหล่ทั้งสองข้างลู่ลงเล็กน้อย ใบหน้าก้มต่ำตลอดทาง ราวกับเรี่ยวแรงที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ถูกใช้ไปจนหมดสิ้น

หลังจากนั้นไม่นาน เกียรติชัยก็นำเอกสารสัญญาทั้งสองฉบับไปวางลงบนโต๊ะทำงานของอชิระ

“คุณอกิณาเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วครับ เธอแจ้งว่าขอเริ่มงานวันจันทร์หน้า”

อชิระหยิบเอกสารขึ้นมาเปิดดูอย่างใจลอย สายตากวาดผ่านข้อความบนหน้ากระดาษโดยแทบไม่ได้อ่าน ก่อนเอ่ยตอบสั้น ๆ

“ขอบคุณมากครับ”

เกียรติชัยมองเจ้านายที่ยังคงเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนขอตัวกลับไปทำงานที่ห้องของตนเอง

เมื่ออยู่ตามลำพัง อชิระก้มมองเอกสารในมืออีกครั้ง เขาพลิกไปยังหน้าสุดท้ายของสัญญา สายตาหยุดอยู่ตรงลายเซ็นของอกิณาเนิ่นนาน

ครั้งนี้...ฉันจะผูกมัดเธอไว้ ไม่ยอมให้เธอจากฉันไปไหนอีกแล้วล่ะ นานะ

ชายหนุ่มยังคงจ้องมองลายเซ็นนั้นอยู่เงียบ ๆ

<<<<<<<<<< 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักอับปาง   บทที่ 4 มัดตัว (2) [100%]

    ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทว่าแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นไม่อาจขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้องได้ โดยเฉพาะเมื่อเสียงเพลงแสนเศร้ายังคงคลอเบา ๆ อยู่ในความเงียบงันภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงฉันเคยคิดว่าความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเช่นนี้คงเป็นเพียงเพราะค่ำคืนที่ล่วงเลยจนดึกดื่นแต่คำโกหกหนึ่งคำ กลับนำไปสู่อีกคำโกหกไม่รู้จบคนที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเช่นเธอ...ฉันไม่อาจให้อภัยได้อา...เธอเลือนหายไปราวกับสายหมอกจากไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่แห่งหนใดฉันไม่อยากให้เธอมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร่ำไห้เมื่อหัวใจต้องเจ็บช้ำเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนฉันคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังอีกครั้งความรักช่างเหมือนฝันร้าย...ที่ฉันอยากลืมเลือน...อกิณาหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองและเนื้อร้องของเพลง คนโกหก ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้เพียงได้ยินอชิระเอ่ยชื่อเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้ ก็ราวกับมีใครนำมีดมากรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เธอพยายามรักษามานานหลายปีความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าผ่านพ้นไปแล้

  • รักอับปาง   บทที่ 4 มัดตัว (2) [50%]

    อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตามอกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้

  • รักอับปาง   บทที่ 3 มัดตัว (1) [100%]

    ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้งเธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อนไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วยอกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพอกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารหญิงสาวหันไปทา

  • รักอับปาง   บทที่ 3 มัดตัว (1) [50%]

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่มือเรียวผอมบางจะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ควานสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหัวเตียง กว่าจะคลำเจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงรบกวนการนอนหลับของเธอ“สวัสดีค่ะ” อกิณารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตายังคงปิดสนิท“สวัสดีครับ คุณนานะ”เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยดังมาตามสาย ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อผู้โทร แต่บนหน้าจอกลับปรากฏเพียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก“ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ”เธอถามกลับอย่างระแวดระวัง นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรมาหลอกลวงหรือเปล่า“เอ่อ...คือว่า ผมชื่อณัฐพลครับ เรียกนัทก็ได้ ผมรับงานต่อจากพี่บีที่บริษัท WB น่ะครับ พอดีพี่บีลาออกไปแล้ว ทางบริษัทก็เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อคุณนานะแทนครับ”สิ้นประโยคนั้น อกิณาก็เบิกตากว้าง ความง่วงงุนที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปทันทีบีลาออกแล้วอย่างนั้นหรือ!“อ้าว เหรอคะ แล้ว...คุณนัทโทรมาหานานะเรื่องงานที่รับไว้ใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเพลงที่ทางบริษัทให้คุณนานะแต่ง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ”“เสร็จแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง แต่คุณบีบอกว่ากำหนดส่งมะรืนนี้ไม่

  • รักอับปาง   บทที่ 2 เอาเรื่อง [100%]

    “คุณอชิระครับ” เกียรติชัย ทนายความประจำตัวของอชิระ เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณเกียรติชัยดึก ๆ แบบนี้” อชิระเอ่ยอย่างเกรงใจ“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เกียรติชัยตอบ ก่อนถามต่อ “ว่าแต่ตอนนี้คู่กรณีอยู่ที่ไหนแล้วครับ”“ทางโน้นครับ”อชิระพยักพเยิดไปยังอีกมุมหนึ่งของโรงพัก ซึ่งมีชายวัยสามสิบกว่า ๆ นั่งอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบน ท่าทางยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้าง ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทนายความของฝ่ายนั้นเกียรติชัยได้รับทราบเรื่องราวคร่าว ๆ จากอชิระมาก่อนแล้ว เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ได้รับรายงาน เขาเห็นว่าฝ่ายอกิณามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย หากมีหลักฐานยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายก่อเหตุจริง อีกฝ่ายก็อาจต้องรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ“สวัสดีครับพี่!” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างผู้ก่อเหตุรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหา ก่อนยกมือไหว้เกียรติชัยอย่างนอบน้อมเกียรติชัยยกมือรับไหว้“ผมชัยวัฒน์ครับ เป็นทนายความของคุณสุรศักดิ์ คู่กรณีในเรื่องนี้”ชัยวัฒน์แนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ เขารู้จักชื่

  • รักอับปาง   บทที่ 2 เอาเรื่อง [60%]

    อกิณาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปสองเก้าอี้ ก่อนจะรีบเบนสายตากลับมานับตั้งแต่วินาทีที่อชิระหันมาสบตาเธอ หลังได้ยินเสียงเรียกชื่อที่หลุดออกจากปากอย่างไม่ทันตั้งตัว“ไทม์...”เขาก็ยังไม่พูดอะไรกับเธออีกเลยตอนนั้นอชิระเพียงหันไปบอกอุ้ยว่าจะตามมาที่โรงพักด้วย พร้อมแจ้งว่าเขาโทรเรียกทนายความส่วนตัวให้มาช่วยดูเรื่องนี้แล้ว เผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเหลือกันได้จากนั้นจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังคงเงียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเธอสักคำ“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไทม์สบายดีใช่ไหม”อชิระหันมามองหญิงสาวเต็มตา แววตาของเขามีความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันจนยากจะอ่านออก แต่สิ่งหนึ่งที่อกิณาสัมผัสได้ชัดเจนคือความขุ่นเคืองที่ดูเหมือนจะยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา“สิบปี หกเดือน สิบห้าวัน” เขาตอบเสียงห้วน ก่อนพูดต่อ“นั่นคือเวลาทั้งหมดที่เราไม่ได้เจอกัน”อกิณาชะงักไปทันที เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเขาจำได้แม่นยำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ...ความคิดของเธอย้อนกลับไปยังวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกันวันนั้นเธอกับอชิระมีงานออกรายการเพลงด้วยกัน หลังจบรายการ ชายหนุ่มขอคุยกับเธอตามลำพังในห้อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status