بيت / โรแมนติก / รักอับปาง / บทที่ 2 เอาเรื่อง [100%]

مشاركة

บทที่ 2 เอาเรื่อง [100%]

last update تاريخ النشر: 2026-10-22 14:50:39

“คุณอชิระครับ” เกียรติชัย ทนายความประจำตัวของอชิระ เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย

“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณเกียรติชัยดึก ๆ แบบนี้” อชิระเอ่ยอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เกียรติชัยตอบ ก่อนถามต่อ “ว่าแต่ตอนนี้คู่กรณีอยู่ที่ไหนแล้วครับ”

“ทางโน้นครับ”

อชิระพยักพเยิดไปยังอีกมุมหนึ่งของโรงพัก ซึ่งมีชายวัยสามสิบกว่า ๆ นั่งอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบน ท่าทางยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้าง ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทนายความของฝ่ายนั้น

เกียรติชัยได้รับทราบเรื่องราวคร่าว ๆ จากอชิระมาก่อนแล้ว เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ได้รับรายงาน เขาเห็นว่าฝ่ายอกิณามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย หากมีหลักฐานยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายก่อเหตุจริง อีกฝ่ายก็อาจต้องรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ

“สวัสดีครับพี่!” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างผู้ก่อเหตุรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหา ก่อนยกมือไหว้เกียรติชัยอย่างนอบน้อม

เกียรติชัยยกมือรับไหว้

“ผมชัยวัฒน์ครับ เป็นทนายความของคุณสุรศักดิ์ คู่กรณีในเรื่องนี้”

ชัยวัฒน์แนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ เขารู้จักชื่อเสียงของเกียรติชัยเป็นอย่างดี เพราะอีกฝ่ายเป็นทนายความที่มีประสบการณ์และเป็นที่รู้จักในวงการ ขณะที่ตัวเขาเองเพิ่งเริ่มว่าความมาได้เพียงไม่กี่ปี จึงอดรู้สึกเกร็งไม่ได้เมื่อต้องมาเจอกันในสถานการณ์เช่นนี้

“ได้ยินว่าคุณสุรศักดิ์ต้องการเรียกร้องค่าเสียหายจากนักร้องกับทางร้าน เพราะอ้างว่าได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ ใช่ไหมครับ” เกียรติชัยเปิดประเด็นทันทีโดยไม่อ้อมค้อม

“ตอนที่คุณสุรศักดิ์พูดแบบนั้น เขายังไม่สร่างเมาน่ะครับ แต่ตอนนี้พอได้สติแล้วก็อยากขอเจรจายอมความครับ”

ชัยวัฒน์รีบชี้แจง ก่อนเล่าถึงสาเหตุที่ทำให้ลูกความของตนก่อเรื่องขึ้น

“พอดีคุณสุรศักดิ์เพิ่งเลิกกับแฟนสาวที่กำลังจะแต่งงานกันครับ ทั้งคู่คบกันมาเกือบสิบปี เขาเลยเสียใจมากเป็นพิเศษ”

พูดถึงตรงนี้ ชัยวัฒน์ก็ขยับเข้าไปใกล้เกียรติชัยเล็กน้อย ก่อนยกมือป้องปากกระซิบข้างหู

“ฝ่ายหญิงมีผู้ชายใหม่น่ะครับ”

เขาลดมือลงแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงปกติ

“คุณสุรศักดิ์เพิ่งจับได้ ก็เลยยังทำใจไม่ได้ครับ เพราะรักกันมานานมาก”

เกียรติชัยรับฟัง ก่อนหันกลับมาเล่าเรื่องราวให้อกิณา อชิระ และอุ้ย ซึ่งเพิ่งเดินกลับเข้ามาในโรงพักได้ทราบ

“แฟนมีผัวใหม่แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณนานะล่ะ! เสียใจแล้วต้องไปทำร้ายคนอื่นด้วยหรือไง ใช่เรื่องไหม ผู้ชายอกสามศอกแท้ ๆ!”

อุ้ยโวยขึ้นอย่างอดไม่ได้ ก่อนหันมาทางนักร้องสาว

“แล้วคุณนานะก็เจ็บตัวด้วยนะคะ โดนกระชากแขนแรงขนาดนั้น จะให้ทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไง”

น้ำเสียงของเธอยังเจือความไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าไม่อยากให้เรื่องนี้จบลงง่าย ๆ เพียงเพราะอีกฝ่ายอ้างว่ากำลังเสียใจเรื่องความรัก

ขณะนั้นเอง ชัยวัฒน์ก็เดินเข้ามาหาอีกครั้ง

“พี่เกียรติชัยครับ” เขาเอ่ยอย่างเกรงใจ “ผมขออนุญาตคุยกับคู่กรณีโดยตรงสักหน่อยได้ไหมครับ”

เกียรติชัยหันมาสบตาอชิระ ราวกับต้องการขอความเห็นจากผู้เป็นเจ้านาย

ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยอะไร อชิระก็ลุกขึ้นยืน ขยับตัวไปอยู่เบื้องหน้าอกิณา

“มีอะไรก็พูดกับผมได้” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ สีหน้าจริงจังจนชัยวัฒน์ชะงักไปเล็กน้อย

“เอ่อ...คือว่า...” ทนายความหนุ่มถึงกับพูดติดขัดเมื่อเผชิญกับท่าทีของอชิระ เขาพอจะเดาได้ว่าชายคนนี้คงเป็นเจ้านายของเกียรติชัย จึงรีบปรับท่าทีให้สุภาพยิ่งขึ้น

“ทางเรายินดีชดใช้ค่าเสียหายให้กับทางร้าน และจ่ายค่าทำขวัญให้คุณนักร้องสำหรับการกระทำที่ไม่เหมาะสมของคุณสุรศักดิ์ครับ จะเรียกร้องเท่าไหร่ก็แจ้งมาได้เลยครับ”

“ไม่เอา” อชิระตอบทันควันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

ชัยวัฒน์ชะงักไปอีกครั้ง

“แจ้งความ ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” อชิระพูดต่อเสียงเข้ม ก่อนหันไปทางเกียรติชัย “ค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยง เอาให้ติดคุกให้ได้”

สุรศักดิ์ซึ่งเฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ตลอด เดินเข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้ายของอชิระพอดี ถึงกับเข่าอ่อนเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะยอมความ เขารีบทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าอกิณาทันที

“ผมขอโทษครับ ได้โปรดยกโทษให้ผมด้วย ผมไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ตอนนั้นผมเสียใจมาก พอได้ฟังเพลงที่คุณร้อง มันก็ยิ่งเจ็บลึกเข้าไปในใจ เหมือนคุณกำลังร้องเพลงแทนความรู้สึกของผมทุกอย่าง ผมก็เลย...ผมก็เลย...”

สุรศักดิ์พูดติดขัดในตอนท้าย ก่อนเงียบไปอย่างไม่รู้จะอธิบายการกระทำของตัวเองอย่างไรต่อ

อกิณามองสุรศักดิ์นิ่ง ๆ เธอเห็นความเจ็บปวดในแววตาของเขาแล้วอดนึกถึงตัวเองในอดีตไม่ได้ ครั้งหนึ่งเธอก็เคยจมอยู่กับความเสียใจเช่นเดียวกัน

อชิระยังคงจ้องมองชายผู้ก่อเหตุด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาถอนหายใจอย่างขัดใจ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ก็รู้สึกถึงมือของอกิณาที่เอื้อมมาแตะแขน ก่อนที่เธอจะพาเขาเดินแยกออกไปคุยกันตามลำพัง

“ไทม์...เราไม่อยากแจ้งความแล้วล่ะ” พูดจบ หญิงสาวก็เงยหน้าสบตาเขาด้วยแววตาอ้อนวอน

“สงสารเขาล่ะสิ” อชิระพูดเสียงหยัน “เธอก็เป็นซะแบบนี้ ใจอ่อนอยู่เรื่อย แล้วก็ปล่อยให้คนอื่นรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“เราไม่ได้เจ็บอะไรมากหรอก แค่มีรอยแดงนิดหน่อยเอง”

อกิณาพูดพลางถลกแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นให้เขาดู

อชิระถึงกับชะงักเมื่อเห็นรอยแดงช้ำจากแรงกระชากบริเวณข้อมือของเธอ แต่สิ่งที่ทำให้เขานิ่งงันกลับเป็นรอยแผลเป็นเก่าที่อยู่ตรงนั้น แม้เวลาจะผ่านไปนานหลายปี ร่องรอยเหล่านั้นก็ยังไม่เลือนหายไปเสียทีเดียว

ชายหนุ่มมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนค่อย ๆ ยกมือขึ้นใช้นิ้วลูบผ่านรอยแผลเป็นอย่างแผ่วเบา แล้วดึงแขนเสื้อของเธอลงปิดไว้ดังเดิม

“แล้วแต่เธอก็แล้วกัน” เขาพูดสั้น ๆ ก่อนหันไปทางเกียรติชัย

“คุณนานะไม่ติดใจเอาเรื่องแล้ว ฝากคุณเกียรติชัยแจ้งตำรวจให้ด้วยนะครับ ส่วนค่าเสียหายของทางร้าน คุณอุ้ยเรียกได้เต็มที่เลยครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่ได้เสียหายอะไรมาก มีแค่ของตกแต่งล้มแตกไปนิดหน่อย ช่างมันเถอะค่ะ”

เมื่อเห็นว่าอกิณาไม่ต้องการเอาเรื่อง อุ้ยจึงตัดสินใจปล่อยผ่านเช่นกัน ถือเสียว่าช่วยเหลือคนกำลังอกหักก็แล้วกัน

“ขอบคุณครับ ขอบคุณทุกคนมากจริง ๆ ครับ” สุรศักดิ์พูดด้วยความตื้นตัน ก่อนทรุดตัวลงกราบกับพื้น

“เฮ้ย ๆ ไม่ต้องถึงขนาดนั้น!”

อุ้ยรีบเข้าไปประคองเขาให้ลุกขึ้นยืน

“แล้วก็นะ เรื่องแค่นี้เอง ในเมื่อแฟนเก่าคุณนอกใจ ก็ปล่อยเขาไปเถอะค่ะ จะไปเสียใจให้มันได้อะไรขึ้นมา”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจัง

“ผู้หญิงอย่างพวกเรามีคติประจำใจว่า ผัวที่ดีคือผัวใหม่ คุณเองเจอผู้หญิงไม่ดีแบบนี้ ก็จำไว้เลยนะคะว่า เมียที่ดีคือเมียใหม่!”

พูดจบ อุ้ยก็หันไปหาถนอมทันที

“พวกเรากลับกันเถอะ ไม่รู้ป่านนี้ที่ร้านเป็นยังไงบ้างแล้ว”

ก่อนจะหันมาถามอกิณา

“คุณนานะกลับกับอุ้ยไหมคะ”

“เดี๋ยวผมไปส่งนานะเองครับ” อชิระเป็นฝ่ายตอบ ก่อนพยักหน้าให้อุ้ยเป็นเชิงว่าไม่ต้องเป็นห่วง

“อ๋อ ได้ค่ะ” อุ้ยรับคำอย่างว่าง่าย ก่อนนึกอะไรขึ้นมาได้

“จริงสิ อุ้ยต้องขอบคุณคุณอชิระด้วยนะคะที่ช่วยให้น้องฟิล์มมาร้องเพลงแทนที่ร้านคืนนี้ ไม่ทราบว่าอุ้ยต้องจ่ายค่าตัวน้องยังไงดีคะ”

“ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องจ่าย ถือว่าเป็นโอกาสให้เขาได้ฝึกประสบการณ์บนเวที แล้วก็ดูปฏิกิริยาของแฟนเพลงไปด้วย”

“โอ๊ย ขอบคุณมากเลยค่ะ!” อุ้ยยิ้มกว้างอย่างดีใจ

“ถ้ามีเวลาว่างก็แวะมาที่ร้านอุ้ยอีกนะคะ รับรองว่าจะทำเมนูอร่อย ๆ ให้ทานแน่นอนค่ะ”

จากนั้นเธอจึงหันมาทางอกิณา

“คุณนานะ อุ้ยกลับก่อนนะคะ”

“ขอบคุณมากค่ะคุณอุ้ย” อกิณาเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม

>>>>>>>>>> 

กดติดตามเพื่อทราบการอัปตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักอับปาง   บทที่ 4 มัดตัว (2) [100%]

    ภายในห้องมืดสลัว มีเพียงแสงไฟจากภายนอกที่ลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นริ้วบาง ๆ ทว่าแสงสว่างเพียงน้อยนิดนั้นไม่อาจขับไล่ความหม่นเศร้าที่ปกคลุมอยู่ทั่วห้องได้ โดยเฉพาะเมื่อเสียงเพลงแสนเศร้ายังคงคลอเบา ๆ อยู่ในความเงียบงันภายใต้แสงจันทร์สีเงินยวงฉันเคยคิดว่าความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจเช่นนี้คงเป็นเพียงเพราะค่ำคืนที่ล่วงเลยจนดึกดื่นแต่คำโกหกหนึ่งคำ กลับนำไปสู่อีกคำโกหกไม่รู้จบคนที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวเช่นเธอ...ฉันไม่อาจให้อภัยได้อา...เธอเลือนหายไปราวกับสายหมอกจากไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่ร่องรอยให้ฉันได้รู้ว่าเธออยู่แห่งหนใดฉันไม่อยากให้เธอมองว่าฉันเป็นเพียงผู้หญิงคนหนึ่งที่เอาแต่ร่ำไห้เมื่อหัวใจต้องเจ็บช้ำเมื่อรุ่งเช้าวันใหม่มาเยือนฉันคงต้องตื่นขึ้นมาเพียงลำพังอีกครั้งความรักช่างเหมือนฝันร้าย...ที่ฉันอยากลืมเลือน...อกิณาหลับตาลง ปล่อยให้ท่วงทำนองและเนื้อร้องของเพลง คนโกหก ซึมลึกเข้าไปในหัวใจ น้ำตาไหลอาบสองแก้มอย่างไม่อาจห้ามได้เพียงได้ยินอชิระเอ่ยชื่อเพลงนี้ขึ้นมาอีกครั้งในวันนี้ ก็ราวกับมีใครนำมีดมากรีดลงบนบาดแผลเก่าที่เธอพยายามรักษามานานหลายปีความเจ็บปวดที่เคยคิดว่าผ่านพ้นไปแล้

  • รักอับปาง   บทที่ 4 มัดตัว (2) [50%]

    อกิณาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อสบตากับอชิระที่เงยหน้าขึ้นมามองเธอพอดี ร่างกายพลันสั่นสะท้าน ความคิดที่ล่องลอยย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ในอดีตเมื่อครู่ถูกดึงกลับมาสู่ปัจจุบันในทันที“ทางบริษัทต้องการเสนอสัญญาจ้างงานประจำให้คุณนานะครับ”เกียรติชัยซึ่งนั่งอยู่ทางขวามือของอชิระเอ่ยขึ้น พร้อมเลื่อนเอกสารชุดหนึ่งมาตรงหน้าหญิงสาว“ส่วนอีกฉบับเป็นสัญญารักษาความลับที่ทางบริษัทเพิ่งปรับปรุงเนื้อหาใหม่ครับ ตอนนี้พนักงานทุกคน รวมถึงพนักงานสัญญาจ้างและผู้รับจ้างอิสระ จะต้องลงนามในสัญญาฉบับใหม่ทั้งหมด”เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงสุภาพ“คุณนานะค่อย ๆ อ่านทำความเข้าใจก่อนได้เลยนะครับ ผมติดกระดาษโน้ตไว้ตรงหัวข้อที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะได้ตรวจสอบได้สะดวกขึ้น”เกียรติชัยส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตรตามแบบฉบับทนายความมากประสบการณ์ที่รู้ดีว่าควรใช้ถ้อยคำอย่างไรให้คู่เจรจารู้สึกผ่อนคลาย แม้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาจะเป็นการโน้มน้าวให้หญิงสาวยอมรับเงื่อนไขที่บริษัทเสนอมาก็ตามอกิณาเปิดเอกสารตรงหน้าอ่านด้วยความมึนงง สมองของเธอยังไม่อาจประมวลเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้เดิมทีเธอคิดว่าการมาบริษัทในวันนี้

  • รักอับปาง   บทที่ 3 มัดตัว (1) [100%]

    ภาพความทรงจำเมื่อเกือบสิบปีก่อนหวนกลับมาอีกครั้งเธอยังจำวันสุดท้ายที่เดินออกจากอาคารแห่งนี้ได้ดี วันนั้นเธอเพิ่งเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาจ้างกับบริษัทที่เคยให้โอกาสและสนับสนุนเธอมาตลอด จนสามารถก้าวขึ้นไปเป็นนักร้องที่ประสบความสำเร็จได้แต่สุดท้ายเธอกลับเป็นคนทำลายเส้นทางอาชีพของตัวเองลงเสียก่อนไม่เพียงอนาคตที่เคยวาดฝันไว้เท่านั้น เหตุการณ์ครั้งนั้นยังทำให้ผู้บริหารและผู้คนอีกหลายคนที่เคยเชื่อมั่นในตัวเธอต้องผิดหวังไปด้วยอกิณากะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่น้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ ก่อนพยายามตั้งสติแล้วเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ ซึ่งมีพนักงานสามคนนั่งประจำอยู่บริเวณโถงหน้าลิฟต์สำนักงาน“รบกวนถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยด้วยค่ะ” ธนัญญา พนักงานประชาสัมพันธ์ประจำอาคาร เอ่ยขึ้นหลังจากรับบัตรประชาชนของอกิณามาเพื่อลงทะเบียนแลกบัตรผู้มาติดต่อ“ทางเราต้องขอถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานด้วยนะคะ เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทค่ะ” เธออธิบายเพิ่มเติมด้วยน้ำเสียงสุภาพอกิณาพยักหน้ารับ ก่อนค่อย ๆ ถอดหมวก แว่นตาและหน้ากากอนามัยออก เผยให้เห็นใบหน้าที่พยายามปิดบังมาตลอดตั้งแต่เดินเข้ามาในอาคารหญิงสาวหันไปทา

  • รักอับปาง   บทที่ 3 มัดตัว (1) [50%]

    เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองครั้ง ก่อนที่มือเรียวผอมบางจะโผล่ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ควานสะเปะสะปะไปทั่วบริเวณหัวเตียง กว่าจะคลำเจอโทรศัพท์มือถือที่กำลังส่งเสียงรบกวนการนอนหลับของเธอ“สวัสดีค่ะ” อกิณารับสายด้วยน้ำเสียงงัวเงีย ดวงตายังคงปิดสนิท“สวัสดีครับ คุณนานะ”เสียงผู้ชายที่ไม่คุ้นเคยดังมาตามสาย ทำให้หญิงสาวค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ก่อนยกโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูชื่อผู้โทร แต่บนหน้าจอกลับปรากฏเพียงหมายเลขที่ไม่รู้จัก“ค่ะ ไม่ทราบว่าโทรมาจากไหนคะ”เธอถามกลับอย่างระแวดระวัง นึกสงสัยอยู่ครามครันว่าจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่โทรมาหลอกลวงหรือเปล่า“เอ่อ...คือว่า ผมชื่อณัฐพลครับ เรียกนัทก็ได้ ผมรับงานต่อจากพี่บีที่บริษัท WB น่ะครับ พอดีพี่บีลาออกไปแล้ว ทางบริษัทก็เลยมอบหมายให้ผมเป็นคนติดต่อคุณนานะแทนครับ”สิ้นประโยคนั้น อกิณาก็เบิกตากว้าง ความง่วงงุนที่มีอยู่เมื่อครู่หายไปทันทีบีลาออกแล้วอย่างนั้นหรือ!“อ้าว เหรอคะ แล้ว...คุณนัทโทรมาหานานะเรื่องงานที่รับไว้ใช่ไหมคะ”“ใช่ครับ ไม่ทราบว่าเพลงที่ทางบริษัทให้คุณนานะแต่ง เสร็จเรียบร้อยหรือยังครับ”“เสร็จแล้วค่ะ เพิ่งเสร็จเมื่อคืนนี้เอง แต่คุณบีบอกว่ากำหนดส่งมะรืนนี้ไม่

  • รักอับปาง   บทที่ 2 เอาเรื่อง [100%]

    “คุณอชิระครับ” เกียรติชัย ทนายความประจำตัวของอชิระ เดินตรงเข้ามาหาชายหนุ่มผู้เป็นเจ้านาย“ขอโทษด้วยนะครับที่ต้องรบกวนคุณเกียรติชัยดึก ๆ แบบนี้” อชิระเอ่ยอย่างเกรงใจ“ไม่เป็นไรครับ เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว” เกียรติชัยตอบ ก่อนถามต่อ “ว่าแต่ตอนนี้คู่กรณีอยู่ที่ไหนแล้วครับ”“ทางโน้นครับ”อชิระพยักพเยิดไปยังอีกมุมหนึ่งของโรงพัก ซึ่งมีชายวัยสามสิบกว่า ๆ นั่งอยู่ เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว ปลดกระดุมสองเม็ดบน ท่าทางยังมีอาการมึนเมาหลงเหลืออยู่บ้าง ข้างกายมีชายหนุ่มอีกคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วย ดูจากท่าทางแล้วน่าจะเป็นทนายความของฝ่ายนั้นเกียรติชัยได้รับทราบเรื่องราวคร่าว ๆ จากอชิระมาก่อนแล้ว เมื่อพิจารณาจากเหตุการณ์ที่ได้รับรายงาน เขาเห็นว่าฝ่ายอกิณามีข้อได้เปรียบอยู่ไม่น้อย หากมีหลักฐานยืนยันว่าคู่กรณีเป็นฝ่ายก่อเหตุจริง อีกฝ่ายก็อาจต้องรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายด้วยซ้ำ“สวัสดีครับพี่!” ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างผู้ก่อเหตุรีบลุกขึ้นเดินเข้ามาหา ก่อนยกมือไหว้เกียรติชัยอย่างนอบน้อมเกียรติชัยยกมือรับไหว้“ผมชัยวัฒน์ครับ เป็นทนายความของคุณสุรศักดิ์ คู่กรณีในเรื่องนี้”ชัยวัฒน์แนะนำตัวด้วยท่าทีสุภาพ เขารู้จักชื่

  • รักอับปาง   บทที่ 2 เอาเรื่อง [60%]

    อกิณาเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งห่างออกไปสองเก้าอี้ ก่อนจะรีบเบนสายตากลับมานับตั้งแต่วินาทีที่อชิระหันมาสบตาเธอ หลังได้ยินเสียงเรียกชื่อที่หลุดออกจากปากอย่างไม่ทันตั้งตัว“ไทม์...”เขาก็ยังไม่พูดอะไรกับเธออีกเลยตอนนั้นอชิระเพียงหันไปบอกอุ้ยว่าจะตามมาที่โรงพักด้วย พร้อมแจ้งว่าเขาโทรเรียกทนายความส่วนตัวให้มาช่วยดูเรื่องนี้แล้ว เผื่อจะมีอะไรที่พอช่วยเหลือกันได้จากนั้นจนถึงตอนนี้ ชายหนุ่มก็ยังคงเงียบ ไม่แม้แต่จะเอ่ยทักทายเธอสักคำ“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ไทม์สบายดีใช่ไหม”อชิระหันมามองหญิงสาวเต็มตา แววตาของเขามีความรู้สึกหลายอย่างปะปนกันจนยากจะอ่านออก แต่สิ่งหนึ่งที่อกิณาสัมผัสได้ชัดเจนคือความขุ่นเคืองที่ดูเหมือนจะยังไม่จางหายไปตามกาลเวลา“สิบปี หกเดือน สิบห้าวัน” เขาตอบเสียงห้วน ก่อนพูดต่อ“นั่นคือเวลาทั้งหมดที่เราไม่ได้เจอกัน”อกิณาชะงักไปทันที เธอกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ ความอึดอัดแล่นขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องเขาจำได้แม่นยำถึงขนาดนั้นเชียวหรือ...ความคิดของเธอย้อนกลับไปยังวันสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบกันวันนั้นเธอกับอชิระมีงานออกรายการเพลงด้วยกัน หลังจบรายการ ชายหนุ่มขอคุยกับเธอตามลำพังในห้อง

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status