LOGINรอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะ
พอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันที
เมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่า
ทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว
ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ
“เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน”
“โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู
“พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ” กล้าเอ่ย
“เอางั้นเหรอพี่” พอเห็นว่ากล้าพยักหน้าตอบ กลิ่นดินจำต้องยอม “งั้นเราไปทำงานกันเถอะครับ ที่นี่มีล็อกเกอร์มั้ยครับ ผมจะเอากระเป๋าไปเก็บ”
“อ๋อ มีครับ” กล้าตอบ ทว่ายังไม่ทันได้แนะนำเพิ่มก็ถูกเจ้านายตัดหน้าไปเสียแล้ว
“เอาไว้ที่ห้องพี่นี่แหละแล้วก็ใส่นี่ทับไปด้วย” คุณหยิบเอาสูทของเขาส่งให้น้องใส่ แขนอาจจะยาวไปสักหน่อยแต่คิดว่าคงไม่น่าเกลียดเกินไป
การ์ดที่นี่มีลำดับขั้นอยู่ ถ้าเป็นพนักงานทั่วไปแค่ใส่เสื้อโปโลสีดำกับกางเกงสแล็คสีดำเท่านั้น คอยดูแลความเรียบร้อย แล้วคอยเฝ้าตามทางเดินจุดต่าง ๆ
ถัดมาอีกขั้นเป็นระดับหัวหน้าขึ้นมาหน่อย พวกนี้เป็นตำรวจหรือทหารที่ออกมารับงานเสริม ซึ่งระดับนี้จะแบ่งเป็นสามชุดเวียนกันมาเข้ากะ
การ์ดระดับที่สองนี้เน้นพาพวกเด็ก ๆ กลุ่มแรก เดินตรวจตามจุดสุ่มเสี่ยงต่าง ๆ เน้นจับพวกลักลอบเล่นยา ขายยา ทะเลาะวิวาทหรือทำอนาจาร
คุณ เหวินจะเข้มงวดกับคนกลุ่มนี้มาก เขาเฟ้นหาแต่ตำรวจทหารน้ำดีเพราะไม่อยากให้มีการรับเงินใต้โต๊ะ หรือการซื้อตัวกันเกิดขึ้น
พวกเขาสามพี่น้องอยากให้คลับของพวกเขาสะอาดและปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกค้าที่ตั้งใจมาพักผ่อนที่นี่
ส่วนการ์ดชุดสุดท้ายมีเพียงสามทีมเท่านั้น เอาไว้ประกบพวกเขาสามพี่น้อง คนกลุ่มนี้จะเน้นใส่สูทเพราะต้องพร้อมสำหรับออกไปข้างนอกกับพวกเขาด้วย ฝีมือแต่ละคนไม่ธรรมดาเลย
ที่สำคัญสามารถไว้ใจได้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่เป็นมือขวาคนสนิทอย่างกล้า เป็นคนที่พ่อของพวกเขาส่งเสียเลี้ยงดูและฝึกฝนมาอย่างดี เรียกว่าสามารถฝากชีวิตเอาไว้ได้
จริง ๆ การ์ดชุดสุดท้ายนี้ไม่มีตำแหน่งว่างแล้ว ทุกคนยังคงทำงานกันขยันขันแข็งเต็มที่ แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยดินไปทำตำแหน่งการ์ดระดับล่างสุด ยืนเฝ้าหน้าห้องน้ำหรือตามทางเดินได้ เขาจึงต้องรับเอาน้องไว้ในทีมเขาเอง
เรื่องนี้คุณ เหวินคุยกับพี่ชายแล้ว และพี่ชายของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร นอกจากเตือนให้ระวังไว้บ้างเพราะยังไม่รู้นิสัยใจคอมากนัก
กลิ่นดินเดินตามกล้ามาจนถึงห้องพักของพวกเขา ในนี้มีอีกสองคนกำลังวิดพื้นแข่งกันอยู่
“เอ้า พวกมึง หยุดแข่งกันได้แล้ว กูมีคนสำคัญจะแนะนำให้รู้จัก” กล้าปรบมือเสียงดังเรียกทุกคน
“นี่มันน้องหน้าสวยเมื่อวาน คนที่ล้มเฮียเหวินนี่พี่” เมฆถาม
“เออ ทำความรู้จักไว้ นี่คุณดิน จะมาทำงานกับเรานะ ซึ่งกูจะเป็นพี่เลี้ยงเอง” หน้าตากะลิ้มกะเหลี่ยของรุ่นน้องกล้าเห็นแล้วได้แต่ถอนหายใจ
เขาอยากบอกเตือนน้อง ๆ ตามตรงแต่ติดที่คุณน้องดินดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่ากลายเป็นสมบัติสุดรักสุดหวงของเจ้านายเขาไปแล้ว
ถึงกล้าจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้รัก ๆ ใคร่ ๆ มากนักแต่เขารู้จักเจ้านายของตัวเองดี
“สวัสดีครับพี่ ๆ ผมชื่อกลิ่นดิน เรียกผมว่าดินหรือไอ้ดินก็ได้ครับ” กลิ่นดินยกมือไหว้ทั้งยิ้มหวานให้เช่นเคย
กล้าถอนหายใจอีกครั้ง เหนื่อยใจกับสมบัติของเจ้านายเหลือเกิน เที่ยวส่งยิ้มหวานขนาดนั้นให้ทุกคนไปทั่วแบบนี้ ไอ้รุ่นน้องสองคนนี้จะไม่เคลิ้มตามยังไงไหว
“พี่จะเรียกแบบนั้นได้ไงคะ หน้าสวยกว่าผู้หญิงแบบนี้พี่เรียกไอ้ไม่ลงจริง ๆ พี่ชื่อเมฆ น้องดินเรียกพี่เมฆแล้วกันนะ” เมฆเดินมาโอบไหล่ดินเอาไว้
“ได้ครับพี่เมฆ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” ดินยิ้มกว้างดีใจ เขากังวลมาตลอดกลัวว่าจะเข้ากับพี่ ๆ ที่ทำงานได้ไม่ดี เห็นทีเขาจะกังวลมากไป
“ฝากตัวกับไอ้เมฆพอนะน้องดิน ส่วนใจมาฝากกับพี่ดลคนดีนะครับ พี่จะดูแลอย่างดีเลย” ดลเดินเข้ามาโอบไหล่อีกข้างที่ว่างของดินเอาไว้
หนุ่มร้อยแปดสิบแบบปัดเศษตอนนี้ตัวหดเหลือจิ๊ดเดียวเมื่ออยู่ท่ามกลางพี่การ์ดตัวยักษ์ทั้งสอง ส่วนกล้าได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อีกครั้ง ยืนหลับตานับถอยหลังในใจ
ห้า
สี่
สาม
สอง
ปัง! โคร๊ม!
เสียงประตูห้องถูกถีบอย่างไม่ใยดี ชายหนุ่มในห้องสะดุ้งสุดตัว ทั้งสามหนุ่มรีบไปยืนประจันหน้ารอรับคำสั่งอย่างรู้หน้าที่ เหลือแต่กลิ่นดินที่ยืนเหวออยู่
“พวกมึงว่างกันนักใช่ไหมห๊ะ ไอ้เมฆ ไอ้ดล” เสียงเข้มทรงอำนาจตวาดลั่น
กลิ่นดินเมื่อได้สติ จึงเดินไปยืนต่อแถวพวกพี่ ๆ เขายังงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จู่ ๆ ไอ้คุณที่ยิ้มให้เขาเมื่อกี้ตอนนี้ทำไมหน้าเหี้ยมได้ขนาดนี้
ถ้าเป็นไอ้คุณในฝัน เขาจะได้เห็นหน้าแบบนี้ก็ตอนที่มีคนมายุ่งวุ่นวายมารังแกไอ้น้องดินในฝันเท่านั้น แต่กับไอ้คุณคนนี้
คงไม่ใช่มั้ง ตรงนี้ก็ไม่เห็นมีใครมารังแกสักหน่อย กลิ่นดินได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆ แล้วยืนฟังเงียบ ๆ
“เป็นเหี้ยไรไม่ตอบ ปากอมเหี้ยไรอยู่” เขาพยักหน้าไปที่ดล “ว่าไง” ก่อนจะตวัดสายตาไปมองที่เมฆ “มึงด้วย”
“วิดพื้นแข่งกันอยู่ครับ” ทั้งสองตอบออกมาพร้อมกันเสียงดังฟังชัด สำหรับการ์ดประจำตัวนายจะมาตะกุกตะกักอึกอักไม่ได้
ความรู้สึกของดินตอนนี้ราวกับอยู่ในค่ายทหารก็ไม่ปาน
“แต่ที่กูเห็นมันไม่ใช่ มึงชอบออกกำลังกายแข่งกันนักใช่มั้ย ได้ งั้นพวกมึงสองคนก็ออกไปวิ่งรอบร้านแข่งกันสักยี่สิบรอบนะ ไป!” คุณออกคำสั่งเสียงดังลั่น
“ครับ” / “ครับ” ทั้งสองรับคำเจ้านายแล้วออกวิ่งทันที
‘เผด็จการ’ กลิ่นดินสบถเบา ๆ ออกมาอย่างเหลืออด
ไม่คิดว่านักศึกษามหาวิทยาลัยด้วยกัน พอทำงานแล้วได้เป็นเจ้าคนนายคนจะเผด็จการขนาดนี้ เขาเกลียดที่สุดก็คนจำพวกนี้นี่แหละ
คุณ เหวินถอนหายใจเฮือกใหญ่ ปกติเขาไม่ใช่คนที่จะมาข่มลูกน้องอะไรแบบนี้ แต่ภาพที่เขาเห็นผ่านจอกล้องวงจรปิดมันทำให้เขาหลุด มารู้ตัวอีกทีก็ถีบประตูเข้ามาแล้ว
“พี่ไม่ได้เผด็จการนะ” เขาเสียงอ่อนลงทันทีเมื่อหันมาพูดกับดิน ทว่าพอหันกลับไปหาลูกน้องก็เปลี่ยนเสียงกลับเป็นเข้มอีก “ไม่เชื่อถามกล้าดูสิ” คุณตวัดสายตาดุไปที่ลูกน้องคนสนิทคนเดียวที่เหลืออยู่
ปฏิกิริยาของคุณเป็นไปเองจนเขายังแปลกใจ ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พอเห็นหน้าน้องแค่นั้นอารมณ์ที่คุกรุ่นก็ดับวูบไป พอเป็นกลิ่นดินก็ดูเหมือนจะอยู่เหนือทุกข้อยกเว้นของเขาเสียงั้น
ทำไมนะ? ทำไมกัน ทำไมต้องเป็นไอ้กล้าคนนี้ที่ต้องมาเป็นพยานให้เจ้านายด้วย
“ครับ? อ๋อ ใช่ครับ ปกติเฮียเหวินใจดีกับพวกเรามากครับ วันนี้ก็แค่ แค่” เขาเหลือบสายตามองเจ้านายอีกครั้ง คาดหวังความช่วยเหลือที่ดูเหมือนจะไม่มี
“แค่อยากให้สองคนนั้นออกกำลังกาย ครับใช่ครับ สองคนนั้นชอบออกกำลังกายน่ะครับ” กล้าพ่นลมหายใจออกอย่างโล่งอก
“ก็เข้ามาบอกดี ๆ ก็ได้นี่ครับ จะถีบประตูเข้ามาเสียงดังโครมครามทำไม” พอเห็นว่าคุณเย็นลงแล้วเสียงของดินก็อ่อนตาม
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”







