LOGINการ์ดส่วนใหญ่ของที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักดิน การ์ดหน้าสวยน้องใหม่ที่สามารถทำให้เฮียเหวินของพวกคุกเข่าให้ได้ แถมเฮียเหวินยังอุ้มเข้าห้องไปด้วยตัวเองอีก
ไม่ต้องให้ใครมาบอกพนักงานทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเจ้าหนุ่มน้อยคนนี้ต้องสำคัญกับเจ้านายมากแน่ ๆ
แม้จะขัดใจกับคำชมนิดหน่อย แต่กลิ่นดินก็ได้ยินมาจนชินแล้ว เขาเคยมั่นใจมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนหล่อคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ แต่ก็มักจะได้ยินคนชมเขาว่าสวยมากกว่าเสียงั้น
เฮ้อออ สวยก็สวยวะ
“อ๋อครับ แล้วต้องไปสแกนที่ไหนเหรอครับ” เขามองตามมือไปก็เห็นเป็นทางเข้า “เข้าไปในนั้นเหรอครับ”
“ใช่ แล้วเลี้ยวขวาไปนะ เครื่องมันอยู่ตรงเสา” พนักงานคนเดิมบอก
“ครับพี่ ขอบคุณมากเลยครับ” กลิ่นดินยกมือไหว้ ก่อนจะก้มมองดูเวลาบนหน้าจอมือถือ ตอนนี้บ่ายสามห้าสิบห้านาที เขาใช้เวลาไม่นานก็มาหยุดอยู่หน้าเครื่องที่ตอนนี้มีพนักงานคนอื่นต่อคิวสแกนนิ้วอยู่
พอถึงคิวเขาเวลาที่หน้าจอเครื่องคือ บ่ายสามห้าสิบแปด พอวางนิ้วลงไปหน้าจอก็ขึ้นว่าไม่มีลายนิ้วมือในระบบ เขาลองอีกทีก็เหมือนเดิม จนพนักงานที่อยู่หลังเขาเริ่มบ่น
“น้อง ถ้ามันไม่ได้ก็ออกมาก่อน” เด็กเสิร์ฟคนที่ 1
“ใช่ พวกพี่จะสายแล้วเนี่ย” เด็กเสิร์ฟคนที่ 2
กลิ่นดินเดินออกจากแถวมาก่อน หน้าจ๋อยลงเมื่อคิดว่าต้องถูกปรับสายแน่ ๆ “พนักงานใหม่สิเราน่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมองคนที่ถาม คงเป็นใครสักคนที่ทำงานที่นี่อยู่ก่อนเขา
หนุ่มหน้าหวานมองเขาตาไม่กระพริบ ยิ้มเย็นที่ส่งมาให้ทำเอากลิ่นดินเสียวสันหลังวาบ
ไลน์ ไลน์
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นขัดบรรยากาศชวนสยอง ก็ไม่รู้ว่าเคยไปทำอะไรให้เขาโกรธถึงได้มองกันด้วยสายตาแบบนั้น ทั้งที่กลิ่นดินแน่ใจว่าไม่เคยเจอกันมาก่อน
ดินละสายตาจากคนตรงหน้าลงกดเปิดอ่านข้อความ เห็นชื่อเจ้าของข้อความที่เขาเพิ่งแก้ไขใหม่ก็ได้แต่ถอนหายใจ ‘จิกเป็นไก่เลยนะมึง’
เจ้ากรรมนายเวร
เจ้ากรรมนายเวร : ทำไมยังไม่มาที่ห้องฉัน
ผมไม่ได้สาย : น้องดิน
แต่ผมสแกนนิ้วไม่ได้ : น้องดิน
เจ้ากรรมนายเวร : นายไม่ต้องสแกน
เจ้ากรรมนายเวร : มาที่ห้องฉัน
“เอาแต่สั่ง ๆ กับลูกน้องคนอื่นตามจิกแบบนี้ปะวะ หึ้ยยย” เขากดปิดหน้าจอลง เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นว่าหนุ่มหน้าหวานที่มีรอยยิ้มเย็นเยียบนั่นยังอยู่
“ที่นายพูดถึงอยู่น่ะ เฮียเหวินเหรอ” เคนถาม
“ครับ? อ๋อ ใช่ครับ”
“เหรอ” เคนกำมือแน่น ขบกรามกรอด “เฮียก็แบบนี้แหล่ะ ตอนพี่มาใหม่ ๆ นะ เฮียตามพี่เช้าเย็นเลยล่ะ ขนาดว่าตอนนี้พี่ทำมาปีกว่าแล้วก็ยังเรียกพี่ไปหาบ่อย ๆ อยู่เลย”
“อ้อ ครับ” ดินตอบรับทั้งน้ำเสียงเรียบเฉย
ไลน์ ไลน์
เจ้ากรรมนายเวร : มาเดี๋ยวนี้!!!
เจ้ากรรมนายเวร : สติ๊กเกอร์โกรธจนไฟลุก
“ผมไปก่อนนะครับ เฮียของพี่จะกินหัวผมแล้ว” เขาค้อมหัวให้คนตรงหน้าน้อย ๆ แล้วรีบวิ่งไปห้องทำงานที่เขาเคยไปแค่ครั้งเดียว
ดินวิ่งเข้าห้องครัว ออกไปโผล่โซนลูกค้า ก่อนจะเดินกลับเข้าทางพนักงานแต่ก็เดินวนออกไประเบียงสำหรับดูดบุหรี่ เข้าทางนั้นออกทางนี้ แต่ไม่ยักถึงห้องทำงานของคุณ เหวินสักที
“ร้านเหล้าหรือเขาวงกตวะสัด” ดินยกสองมือขึ้นเกาหัว ขยี้ไปมา จากเดิมที่หัวยุ่งอยู่แล้ว ก็ยิ่งยุ่งหนักไปอีก
พอหันกลับมาอีกทีก็เจอเข้ากับเจ้านายหมาด ๆ “เหี้ยยยย!” ดินถอนหายใจเบา ๆ “เจอพอดีเลย แม่ง ร้านจะใหญ่ไปไหนเนี่ยหาไม่เจอสักที”
“ด่าพี่อีกแล้วนะ” ถ้าเป็นคนอื่นทักเขาแบบนี้คงโดนไปหลายหมัด แต่พอเป็นใบหน้าสวยตรงหน้าที่มอบความสุขให้เขายามค่ำคืนแม้จะแค่ในฝัน คุณ เหวินก็ทำได้แค่ยิ้มให้
“คำอุทานมั้ยล่ะ” ดินขมวดคิ้ว คนคนนี้ยิ่งเจอยิ่งแปลก เมื่อวานแทบจะแดกหัวเขาตลอดเวลาแต่วันนี้ถูกเขาด่าใส่กลับยิ้มหน้าบาน
คุณ เหวินกังวลนิดหน่อยที่น้องไม่ถึงห้องทำงานเขาสักที มองหาที่กล้องวงจรปิดก็ไม่เห็นจึงเดินออกมาตามหาเอง พอเห็นหน้ายุ่ง ๆ วิ่งไปทางนู้นทีทางนี้ทีจึงแอบเดินตาม
“ห้องทำงานพี่ก็เคยไปแล้วนี่ ทำไมยังหลงอีก” ความน่ารักของน้องทำให้เขาลืมตัว ยกมือขึ้นลูบหัวอย่างเอ็นดู พอนึกขึ้นได้ก็รีบเอามือลง
“ก็ตอนนั้นมันไปจากอีกทางนี่ แล้วก็ไม่ได้เดิน ไป เอง... ด้วย” ตอนท้ายดินพูดช้าลง เมื่อคิดไปถึงตอนที่ไปห้องนั้นครั้งแรก ท่าแบบนั้นเขาจะเอาสติที่ไหนไปจำทาง
“งั้นพี่ต้องพาไปท่าเดิมมั้ย” คุณยักคิ้วข้างหนึ่ง จ้องหน้าดินตาไม่กระพริบ
“ไม่ต้อง!” ท่าทางเจ้าชู้แบบนั้นทำเอาดินคิดถึงคุณคนในฝัน เขารีบจับตัวคุณตรงหน้าให้หันหลังไป “นำไปดิ”
คุณได้ทีคว้ามือของกลิ่นดินไว้ “พี่จับไว้แบบนี้ดีกว่า จะได้ไม่หลงทางอีก” เขาจูงมือน้องเดินกลับห้องทำงานไป ท่ามกลางสายตามากมายของพนักงานที่ผ่านมาเห็น
กลิ่นดินรู้สึกได้ทันทีว่าเรื่องนี้เขาต้องถูกนินทาแน่ แต่จะให้ขัดเจ้านายต่อหน้าคนอื่นเกรงว่าจะทำให้คุณ เหวินเสียหน้าต่อหน้าลูกน้องอีก แค่ที่เขาทำเมื่อวานก็ไม่รู้ว่าทำให้โดนนินทาไปมากขนาดไหนแล้ว
ดินบิดข้อมือออกเมื่อเดินเข้ามาในห้องแล้ว “ปล่อยได้แล้ว ไม่กลัวโดนนินทาหรือไง”
“ใครสน” คุณไหวไหล่น้อย ๆ
“แต่ผมสน เกิดมีข่าวลือผิด ๆ แล้วสาว ๆ พี่มาแหกอกผมทำไง ผมไม่สู้กับผู้หญิงนะ” กลิ่นดินบ่นยืดยาว
“งั้นยิ่งสบายใจได้ พี่โสดมาตลอดจนถึงตอนนี้แล้วก็นะ พี่จะไม่ให้ใครมาแหกอกดินแน่” นอกจากพี่ คุณเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเอง เอนหลังพิงพนักพิงอย่างสบายใจ
กลิ่นดินเดินไปนั่งที่เก้าอี้สำหรับแขกฝั่งตรงข้าม เขามองไปรอบ ๆ ห้องทำงานอย่างสำรวจ “ถึงงั้นก็เหอะ แฟนคลับพี่เยอะแยะ ใครจะอยากเสี่ยง”
นอกจากชั้นสำหรับเก็บเอกสารกับตู้ขนาดใหญ่ที่มีปุ่มสำหรับกดเข้ารหัส กลิ่นดินเดาว่ามันคงเป็นตู้เซฟ เขาก็ไม่เห็นว่าจะมีอะไรอีก นอกจากชุดโซฟาขนาดใหญ่ไว้รับแขก
“แล้วหน้าที่ผมต้องทำไรมั่ง” ดินเอ่ยถามหลังจากไล่สายตาสำรวจจนทั่ว
“ก็ไม่มีอะไร เป็นมือขวาพี่ อยู่ประกบพี่ตลอด” คุณวางตำแหน่งนี้ไว้ให้ตั้งแต่รับเข้าทำงานแล้ว
“ไม่เอา” กลิ่นดินมองจ้องหน้าเขากลับ
เขารู้ว่าคุณต้องการจะแกล้งเขา บอกเลยว่าคนอย่างกลิ่นดินไม่มีทางยอม “เป็นมือขวาน่ะได้ถ้าต้องออกไปไหนในเวลางาน แต่ถ้าอยู่ที่ร้านผมจะไปทำอย่างอื่น”
“จะไปทำอะไร” น้ำเสียงคุณติดหงุดหงิดนิดหน่อย ทำไมน้องดินคนนี้ดื้อกับเขาจัง
“ก็ยืนเฝ้าดูแลความปลอดภัยของลูกค้า หรือเดินตรวจตามที่ต่าง ๆ อะไรก็ได้ที่การ์ดคนอื่นเขาทำกันไงครับ” ดินตอบไปตามที่เข้าใจ
“เรื่องมาก” คุณครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “งั้นพี่จะให้กล้าเป็นคนสอนงานดินแล้วกัน มีปัญหาอะไรก็บอกกล้าได้ทั้งหมด พี่หมายถึงทั้งหมดจริง ๆ”
“อืม” เขาเห็นคุณจิ๊ส์ปากไม่พอใจ กลิ่นดินจึงเปลี่ยนคำตอบ “ครับ เข้าใจแล้วครับ”
“กล้า เข้ามาหน่อย” คุณกดอินเตอร์คอมเรียกคนสนิทเข้ามา รอไม่นานกล้าก็มายืนอยู่ข้างดินแล้ว
“ครับนาย” กล้า
“ต่อไปนี้นายจะเป็นคนสอนงานดินนะ แล้วก็เวลาอยู่ที่นี่ไม่ต้องคอยตามฉันแล้ว อยู่กับดินจนกว่าจะเลิกงาน” คุณหันไปสั่งงานกล้า
“ครับนาย” กล้ารับคำหนักแน่น
กลิ่นดินลุกขึ้นทักทายการ์ดรุ่นพี่ เขายกมือไหว้ตามมารยาทที่ดี “สวัสดีครับพี่กล้า ผมกลิ่นดินครับเรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ ผมฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”
“อุบัติเหตุน่ะ ปล่อยมันไปเหอะ แค่ย้ำอย่าให้มันมาเล่นยาในร้านอีกก็พอ ถ้าเจออีกครั้งก็บอกมันไม่ต้องมาเหยียบที่ร้านอีก” คุณตอบปัด ๆ เรื่องที่ถูกแทง ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปที่จริงก็ไม่ได้เป็นความลับอะไรหรอก แต่จะให้เขาบอกน้องตัวเองว่าโดนแทงเพราะเอาตัวเข้าไปขวางทางมีดไว้เอง แทนที่จะปัดมีดออกไปให้พ้นตัวทั้งที่เขาทำได้สบาย ๆ ก็รู้สึกอายตอนนั้นเขาตกใจที่ดินตกเป็นเป้าจนหลงลืมไปหมดแล้ววิชาป้องกันตัวที่เรียนมา เอาจริงจากระยะห่างณ.ตอนนั้น เขากระโดดถีบหรือเตะมือของไอ้เด็กนั่นมีดก็หลุดแล้ว ไม่มีใครต้องมาเจ็บตัวด้วยซ้ำดีแค่ไหนที่ปลายมีดมันปักที่ต้นแขน อีกทั้งปลายมีดไม่ได้ยาวมากแผลจึงไม่ลึกเท่าไหร่ ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าป่านนี้เขาจะฟื้นแล้วหรือยัง“ข้าวต้มมาแล้วครับ คุณเณศทานด้วยกันนะครับ ดินแบ่งมาเป็นสามถ้วยเลย” กลิ่นดินบอกทั้งรอยยิ้ม ในมือถือถาดใส่ชามข้าวต้ม 3 ถ้วยมาด้วย“อะไรกัน เรียกไอ้คุณว่าพี่คุณได้ แต่เรียกพี่ว่าคุณเณศเนี่ยนะ พี่เกิดห่างจากมันแค่ 15 นาทีเองนะ” คเณศตัดพ้อเล็กน้อย“อ้าว แล้ววันนั้นไม่เห็นเป่าเค้กเลยละครับ” ดินถาม เขามัวแต่อึ้งที่รู้ว่าเขากับคุณเกิดวันเดือนปีเดียวกันจึงไม่เห็นจ
ดินค่อย ๆ จับตัวคุณให้นอนลง โซฟาตัวนี้ใหญ่พอที่จะให้ดินนั่งอยู่ข้างตัวคุณได้ เขาบิดผ้าแล้วเช็ดหน้าให้คุณก่อน เช็ดเรื่อยลงมาที่คอ แขนสองข้างโดยเว้นช่วงแผลเอาไว้ลูบผ่านหน้าอกกว้างจนมาถึงกล้ามท้องลอนสวย ความเร็วในการเช็ดเริ่มช้าลงเรื่อย ๆ ตามพื้นที่ที่ผ่าน กระทั่งตอนนี้ผ้าเปียก ๆ ผืนน้อยจดจ่ออยู่กับขอบกางเกงผ้าตัวน้อย“ตัวนี้พี่ต้องถอดด้วยมั้ย” คุณยกยิ้มเจ้าเล่ห์มองน้องไม่วางตากลิ่นดินได้สติ จึงรีบปฏิเสธ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าฝันจะเป็นจริงเข้าจนได้ “ครับ? หา! อ๋อ ไม่ต้องครับ”“อะไรกัน ใจลอยไปถึงไหนเนี่ย” คุณถามทั้งรอยยิ้มขำ“ป่ะ เปล่าครับ ดิน เช็ดต่อนะครับ” เขาชุบน้ำแล้วบิดผ้าอีกครั้ง ลูบถูที่ช่วงต้นขาลงไป เขาเอาผ้าลูบแค่เฉพาะส่วนที่โผล่พ้นชายกางเกงลงมาเท่านั้น“พี่คุณหิวมั้ยครับ เดี๋ยวดินทำอะไรให้กิน” เขาเช็ดตัวเสร็จแล้ว มองดูเวลาตอนนี้ดึกมากแล้ว ถ้าสั่งอาหารก็ไม่แน่ว่าจะมีร้านไหนส่ง“หิวครับ แต่ห้องพี่ตอนนี้ไม่น่าจะมีของสด” ที่ผ่านมาคุณอยู่คนเดียวมาตลอด จึงไม่คิดทำอาหารกินเอง“อืมมมม ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากที่ร้าน ถ้าผมสั่งอาหารจากที่ร้านให้คนมาส่งให้ได้มั้ยครับ” ถึงยังไงตอนนี้ที่ร้านก็ยังไ
“ต่อไปก็อย่าคิดเอายาเข้ามาในร้านอีก ไม่งั้นกูจะบอกให้เขาแปะรูปพวกมึงไว้ว่าห้ามเข้า” ดินยืนชี้หน้าใส่กลุ่มวัยรุ่นอีกสามคน“ถุ้ยยย เป็นแค่ลูกกระจ๊อกทำไมกูต้องกลัวมึงด้วย” วัยรุ่นคนหนึ่งเอ่ยดินเห็นว่าคนหนึ่งในพวกมันลุกขึ้นยืน ทำท่าจะเข้ามาสู้ต่อ “พอเถอะ มึงก็รู้ว่าสู้กูไม่ได้จะรั้นให้เหนื่อยทำไม”“เก่งแค่ไหน มึงก็สู้ไอ้นี่กูไม่ได้หรอก” ดินมัวแต่สนใจจะสู้กับคนตรงหน้า จนไม่เห็นว่าอีกคนแอบลอบมาทางข้างหลังพร้อมกับมีดพกฉึก!ความยาวส่วนปลายมีดราวสองนิ้วปักเข้าไปที่ต้นแขนแกร่งข้างซ้าย สายตาคมเหลือบขึ้นมองเจ้าของมีดที่ตอนนี้ตกใจกลัวจนหน้าซีด“ฮะ เฮียเหวิน” เจ้าของมีดลนลานวิ่งไปรวมกลุ่มกับเพื่อน“รู้จักกูด้วยเหรอ” คุณเอาแขนที่ว่างอีกข้างจับข้อมือดินไว้แล้วดึงให้มายืนหลบหลังเขา“ผะ ผม ผมไม่ได้ตั้งใจนะเฮีย ไอ้เหี้ยนี่มันกวนตีนผมก่อน” ไอ้คนที่เอามีดปักแขนคุณชี้ไปที่ดิน“มึงเรียกใครไอ้เหี้ย” คุณเดินเข้าไปหาเจ้าของมีด ใช้มือข้างที่ไม่เจ็บยกขึ้นฟาดใส่ปากมันจนเลือดกบปาก “คุณดิน ต่อไปมึงเจอเขาที่ไหนก็ให้เรียกแบบนี้”เสียงเข้มดุทรงอำนาจตวาดเสียงกร้าวด้วยความโกรธ ทำเอานักเลงกลุ่มนั้นปากสั่นมือสั่นเป็นลูก
“มึงไม่คิดว่าเป็นตัวมึงเมื่อในอดีตมั่งเหรอ” เขตแดนถามออกมาหลังจากที่ฟังเรื่องราวจากเพื่อน เขาไม่ใช่คนสายมูหรือชอบดูหมออะไร แต่เรื่องกรรมเก่าการเวียนว่ายตายเกิดอะไรแบบนี้เขาพอจะเชื่ออยู่“มึง เชื่อเรื่องพวกนี้ด้วยเหรอ” คเณศถาม“ก็นะ ของแบบนี้มันก็อยู่คู่คนไทยมานมนานไม่ใช่เหรอวะ” เขตแดนหันไปตอบเพื่อน“แล้วถ้าไม่เอาความรู้สึกของมึงคนในฝันล่ะ มึงในตอนนี้รู้สึกไงกับน้องมัน” คเณศเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น เมื่อเห็นว่าพี่ชายดูท่าจะอาการหนัก“ก็นี่แหละที่กูคิด ที่กูเครียดอยู่ตอนนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะหันไปที่เขตแดน “แล้วมึงล่ะเป็นอะไร เมื่อคืนกูเห็นมึงหิ้วแฟนคลับนัมเบอร์วัน ที่มาเฝ้ามึงร้องเพลงทุกคืนไปนี่”“เออ” เขตแดนตอบสั้น ๆ“แล้วยังไง ไม่เด็ดเหรอวะ หรือว่าน้องมันคิดจะแบล็คเมลล์” คเณศเบนเข็มไปต่อที่เพื่อนรักอีกคนทันที “หรือน้องมันจับมึงกด”“พ่องสิ” เขตแดนยกมือขึ้นอยากจะฟาดเพื่อนสักปาบ ติดที่มันอยู่ไกลมือไปหน่อย“ไอ้สัด นั่นพ่อกูด้วย” คุณขยับตัวลุกจากพนักพิงโซฟา มานั่งคุยกันดี ๆ “แล้วไง มันต่างจากทุกทีตรงไหนมึงถึงต้องมานั่งถอนหายใจกับกูเนี่ย”“เล่าไปมันก็ฟังดูเหี้ยยังไงชอบกล” เข
ดินยังจำคำสอนของแม่ได้ หากเราจะเอาชนะคนที่ใจร้อน คนเสียงดังโวยวายให้ได้ เราต้องใจเย็นเข้าสู้ คนเสียงดังโวยวายกลัวที่สุดคือคนนิ่ง ใจเย็น พูดจามีเหตุผล“พี่รีบน่ะ แล้วเป็นไงกันบ้างกล้าพาดูถึงไหนแล้ว” คุณรีบเปลี่ยนเรื่องทันที“พี่คุณครับ เราเพิ่งแยกกันสักห้านาทีได้มั้งครับ เวลาแค่นี้จะให้ไปได้ไกลแค่ไหนครับ แค่แนะนำให้รู้จักคนในทีมยังไม่ถึงไหนพี่ก็เข้ามาแล้ว” กลิ่นดินค่อย ๆ บอกอย่างใจเย็น“อ้อ... ก็จริง” เป็นครั้งแรกที่คุณหน้าเจื่อนลง วางหน้าไม่ถูกต่อหน้าลูกน้อง เอาว่าตั้งแต่เกิดมาก็เป็นคนนิ่งขรึม ไม่สนใจใครมาตลอดแต่กับดินที่เพียงเจอครั้งแรกในฝัน เขาก็รู้สึกได้เลยว่าต้องยอมคนคนนี้ทุกอย่าง ตอนแรกก็ไม่คิดว่าจะเป็นตามที่ฝัน กระทั่งได้เจอกันเมื่อวานยิ่งพบ ยิ่งเจอ ยิ่งได้พูดคุยกันก็ยิ่งรู้สึกรักทั้งที่ตัวจริงไม่มีความหวาน ความน่ารักอย่างในฝันสักนิด“พี่คุณกลับห้องทำงานก่อนเถอะครับ นะ” ดินฉีกยิ้มหวานช้อนสายตาขึ้นมองอ้อนเขาตรงคำว่านะทุกการกระทำของทั้งสองคนอยู่ในสายตาคนสนิทอย่างกล้า เป็นครั้งแรกที่กล้าเห็นว่าเจ้านายโดนน็อคจนนิ่งสนิทไป เหมือนเห็น KO. ตัวใหญ่แปะอยู่เต็มหน้าของเฮียเหวินอยากยกมือ
รอยยิ้มสดใสน่ารักที่ส่งไปให้กล้า ทำเอาคิ้วของคุณกระตุก ความรู้สึกหวงของตัวเขาในฝันถูกส่งมาถึงเขาคนนี้อีกแล้วสินะพอเห็นกล้ายกมือขึ้นรับไหว้ทักทายน้องกลับทั้งรอยยิ้มกว้าง รังสีอำมหิตของคุณก็แผ่ออกไปอย่างช่วยไม่ได้ ดีว่ากล้าสัมผัสมันได้ หันมามองหน้าเจ้านายก็เข้าใจจึงหุบยิ้มทันทีเมื่อวานตอนที่เห็นเจ้านายเสียท่าให้เด็กคนนี้แล้วอุ้มเข้าห้องไป เขาคิดว่าเจ้านายอาจจะแค่นึกสนุก อยากจะเล่น ๆ หรือเปล่าทว่าพอเห็นรังสีอำมหิตที่แผ่ออกขนาดนี้ ไหนจะสั่งให้มือขวาอย่างเขาคอยเฝ้าดูเด็กคนนี้ให้อีก ตอนนี้กล้าคิดว่าเข้าใจแล้ว ความมั่นคงในหน้าที่การงานของกล้า คงขึ้นอยู่กับความปลอดภัยของเด็กคนนี้สินะ “เอ่อ ยินดีครับน้อง...” สายตาเขาเหลือบมองอาการของเจ้านาย คิ้วขมวดแบบนั้นกล้าถึงกับกลืนน้ำอึกใหญ่ “ยินดีที่ได้ร่วมงานครับคุณดิน” “โห่พี่กล้า เรียกดินเฉย ๆ ก็ได้ครับ หรือจะเรียกไอ้ดิน น้องดินได้หมด” กลิ่นดินรีบบอก น้ำเสียงติดอ้อนเล็กน้อยเขาใช้มันบ่อย ๆ เวลาอยากให้คนที่โตกว่าเอ็นดู “พี่ เอ่อ เอ้ย ผมถนัดแบบนี้มากกว่าครับ แต่คุณดินเรียกผมได้ตามสะดวกนะครับ”







