로그인“เชิญในห้องทำงานผมเลยครับ” อินทัชคิดว่าหล่อนคงมาหาตามประสาคนเคยรู้จัก เลยให้เข้ามาง่า
“คุยกันเองนะพี่ ผมช่วยได้แค่นี้จริงๆ” อินศรพูดกับพี่ชาย ก่อนจะเดินออกไปเงียบๆ โดยเหลือทิ้งไว้แต่คนเข้าใจผิดกันสองคนยืนสบตากันด้วยความรู้สึกคิดถึงกันและกัน “คุณทัชนินาขอโทษ” สาวเจ้าโผร่างเข้ากอดคนตัวโตทันทีเมื่อสบตาเศร้าสร้อยของชายหนุ่ม “ขอโทษทำไม นางฟ้าคนดีของผมไม่ได้ผิดสักหน่อย” อินทัชกอดรัดร่างเล็กแน่น จูบปลอบประโลมหน้าผากมนด้วยความรักและคิดถึง ตลอดหลายวันที่ผ่านมาไม่มีคนตัวเล็กในอ้อมกอด เขานั้นเหงาและเปล่าเปลี่ยวใจจนไม่อยากหลับตานอน “นินาผิด ผิดที่หนีมาโดยไม่คิดจะถามความจริง” หญิงสาวผละจากชายหนุ่มมาเอ่ยน้ำตาคลอ “ไม่ร้องนะคนดี ไม่ร้อง ผมรักนินานะ” อินทัชลูบหัวคนตัวเล็กกว่าก่อนจะโน้มตัวไปหอมแก้มเนียนเบาๆ&n
ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ก็สี่วันแล้วที่จากชายคนรักมา ไม่อยากเจอ ไม่อยากพบหน้า ไม่อยากพูดคุย ถึงแม้จะไม่เจอเขาหลายวันแต่ใช่ว่าเขาจะไม่ตามหาเธอ ตลอดเวลาที่อยู่หาดใหญ่อินศรดูแลดีไม่ต่างจากผู้เป็นชายที่รักเลย ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไรเขาก็คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้ตลอด วันนี้ก็เช่นกันหญิงสาวอยากมายืนรับลมทะเลที่หน้าบ้านพักอินศรก็ออกมายืนเป็นเพื่อนคุยแก้เครียดให้ “ให้พี่พูดอะไรหน่อยได้ไหมนินา” อินศรอยากพูดมาหลายวันแล้ว แล้วเมื่อตอนเช้าเขาก็แอบส่งไลน์บอกพี่ชายแล้วว่าตนอยู่ที่ไหนกับเวียนนา คงอีกไม่นานมาถึงบ้านพักแน่ๆ “พูดมาเถอะค่ะพี่ศร นินารู้ว่าพี่ศรหวังดีกับ นินา” ตอบพลางมองคลื่นทะเลที่ซัดหาฝั่งตรงหน้าตน “เฮ้อ!” อินศรถอนหายใจยาวๆ ก่อนจะพูดต่อ “พี่จะบอกว่านินาเข้าใจพี่ทัชผิดนะเรื่องวันนั้น ริก้าเคยเป็นคู่ขาของพี่พี่จริงๆ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ที่เห็นวันนั้นเขาก็คุยกันแบบเพื่อ
ฝ่ายอินทัชกดโทรหาน้องชายตั้งหลายรอบปลายสายก็ไม่ยอมรับ จนโทรไปอีกรอบน้องชายเขาปิดเครื่องหนี เมื่อคิดว่าติดต่อยังไงก็ไม่ได้ จึงเปลี่ยนเป็นโทรหาเมษาเลขาของตนแทน เพื่อให้เธอเอากุญแจรถและกระเป๋าทำงานในห้องมาให้ตน ตนจะไปรออยู่ที่รถ และไม่นานก็ได้ของที่ต้องการ “คุณทัชสู้ๆ นะคะ” เมษาให้กำลังใจเจ้านาย “ขอบคุณครับคุณษา ผมกลับบ้านก่อนนะครับ” ว่าแล้วก็รีบขึ้นรถติดเครื่องออกไปทันที โดยมีสายตาเห็นใจของเลขามองตามรถของเขา ชายหนุ่มขับรถกลับบ้านด้วยใจที่ร้อนรน เมื่อมาถึงบ้านก็ไม่รอช้าที่จะรีบจอดรถรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน แต่วิ่งตามหาเวียนนาและน้องชายของตัวเองทั่วบ้านก็ไม่เจอ จนต้องวิ่งไปในครัวเพื่อถามพิมพ์ภากับน้ำตาลว่าน้องชายและยอดรักของตนกลับมาบ้านรึยัง “ป้าพิมพ์ครับ ป้าพิมพ์&
ฝ่ายเวียนนาเดินออกจากลิฟต์ทั้งน้ำตา โดยไม่ได้สนใจคนรอบข้างว่าจะมองตัวเองเช่นไร ด้วยความเสียใจและรีบหนีออกจากที่ทำงานของชายคนรักจนทำให้เดินชนเข้ากับร่างใหญ่ที่เดินสวนมา แต่โชคดีที่อีกฝ่ายตวัดแขนรับร่างเล็กไว้ทัน “ว้าย! ” “ระวังหน่อยสินินา” เสียงเข้มดุหญิงสาวเบาๆ เขาเห็นเธอเดินร้องไห้เลยตั้งใจจะเข้ามาถามว่าเป็นอะไร แต่พอเดินถึงตัวคนตัวเล็กกลับเดินชนเอาเสียอย่างงั้น แต่ดีที่เขารับร่างเล็กไว้ทัน ไม่งั้นได้หงายหลังล้มไม่เป็นท่าแน่นอน “พี่ศร ฮือๆๆ” เมื่อรู้ว่าเป็นใคร สาวเจ้าก็โถมกายกอดร่างใหญ่ไว้แน่นทันที อินศรกอดปลอบลูบแผ่นหลังเล็กเบาๆ พร้อมกับความงุนงงว่าคนตัวเล็กเป็นอะไร ทำไมถึงร้องไห้หนักแบบนี้ วันนี้เขารึตั้งใจจะมาหาพี่ชายหลังจากไม่เจอกันมาเป็นอาทิตย์ 
“ไม่อยากเชื่อ แต่ริก้าต้องเชื่อใช่ไหมคะทัชขา” “ผมก็ไม่อยากเชื่อตัวเองเหมือนกันว่าจะรักเธอได้มากขนาดนี้ รักมากถึงขนาดยอมปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนคนเดียว แต่ผมก็พร้อมและเต็มใจจะเปลี่ยนเพื่อเธอคนนั้นครับ” น้ำเสียงหนักแน่น และแฝงไปด้วยความรักทุกครั้งที่เอ่ยพาดพิงถึงเวียนนา ภาพเวลาอินทัชพาดพิงถึงหญิงสาวอีกคนที่หล่อนไม่รู้จัก มันทำให้เธอรู้สึกอิจฉาผู้หญิงคนนั้น และดีใจกับชายหนุ่มด้วยที่รู้จักความรักสักที จากที่นั่งแหกขา โชว์อกยั่วก่อนหน้านี้ก็กลับมานั่งอย่างเรียบร้อยและระมัดระวัง เพราะรู้แล้วว่ายั่วไปก็ไร้ประโยชน์ อีกอย่างหล่อนไม่อยากทำร้ายความรักของใครด้วย “ริก้าดีใจด้วยนะคะ ในที่สุดคุณก็ค้นหาความรักที่แท้จริงเจอ ถึงแม้ว่าฉันจะแอบอิจฉาผู้หญิงคนนั้นก็ตาม แต่ฉันก็ยินดีด้วยจริงๆ ค่ะที่เธอเปลี่ยนคุณได้” อินทัชมองอ
“เชิญในห้องทำงานผมเลยครับ” อินทัชคิดว่าหล่อนคงมาหาตามประสาคนเคยรู้จัก เลยให้เข้ามาง่ายๆ โดยลืมคิดไปว่าหล่อนจะทำตัวเองซวยเอาได้ เพียงแค่สิ้นประโยคแม่นางแบบสาวทรวงโตก็เปิดประตูห้องเข้ามาทันที วันนี้หล่อนแต่งตัวด้วยชุด เดรสเกาะออกสีแสด ปากแดงส้ม รองเท้าสีส้ม มีกระเป๋าถือใบเล็กติดมาด้วย ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนอินทัชคงกระโจนเข้าหา กระชากชุดรัดๆ ของหล่อนขาดกระจุยไปแล้ว แต่ตอนนี้มันก็เท่านั้น แต่งมาขนาดไหนก็ไม่สามารถปลุกอารมณ์เขาได้หรอก “ทัชขา ทัช” เจ้าหล่อนเดินไปวางกระเป๋าไว้ที่โซฟาตัวใหญ่ในห้อง แล้วเดินกรีดกรายบิดสะโพกเข้ามาหาคนที่นั่งทำงานอยู่ “คุณมีธุระอะไรรึเปล่าริก้า” ถามเสียงเรียบ “แหม! ทัชขาก็ ริก้าก็คิดถึงคุณสิคะ” เจ้าหล่อนเดินอ้อมโต๊ะไปยืนโอบกอดชายหนุ่มจากด้านหลัง และหอมแก้มสากแรง







