Se connecter“แล้วเรื่องหนูคนนั้นกับลูก เป็นยังไงบ้างรุจ” หลังจากที่สามีและลูกชายได้ข้อสรุปเรื่องงาน มัทรีจึงเปลี่ยนไปคุยเรื่องหญิงสาวที่มีทีท่าเหมือนจะคบหากับลูกชายอยู่
“อ๋อ ลิลเหรอแม่ ก็ไม่ไงนี่ครับ เขาก็น่ารักดี คุยง่ายไม่เรื่องมาก” มาวัชร์ตอบตามตรง เพราะว่าลิล หรือ ลลินาเป็นพนักงานในบริษัทที่เขาทำงานอยู่ ดังนั้นการปิดบังเรื่องคบหากันกับคนในครอบครัวนั้นเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
“แล้วตกลงจริงจังกันแค่ไหน แม่ว่าพาเขามาเจอที่บ้านบ้างหรือให้พ่อแม่ไปคุยกับผู้ใหญ่ทางนั้นบ้าง ไปทำความรู้จักกันก่อนบ้างดีไหมลูก” มัทรีรับรู้ว่าลูกชายไปนอนค้างอ้างแรมที่บ้านของฝ่ายหญิงมาเป็นปีๆ นางก็เริ่มไม่สบายใจ อยากให้ลูกทำทุกอย่างให้ถูกต้องให้เกียรติฝ่ายหญิงบ้าง
มาวัชร์ทำสีหน้าไม่เห็นด้วย “ผมกับลิลยังไม่เคยคุยกันเรื่องนี้เลยแม่ ยังไงผมว่ารอให้เรื่องของผมกับเขามันเป็นไปได้แน่ๆ ก่อนนะครับ เราค่อยคุยกันเรื่องนี้”
“ก็เอาเถอะมาศ ลูกๆ เขาเป็นหนุ่มสาวสมัยใหม่นี่นะ” รามเป็นฝ่ายจบเรื่องนี้เองเพราะดูออกว่าลูกชายอึดอัด แต่เขาก็สำทับอีกประโยค
“แต่ถึงยังไงเราก็อย่าลืมว่าตัวเองเป็นผู้บริหาร หนูลิลเขาก็เป็นเลขาผู้บริหารด้วย จะทำอะไรก็อย่าลืมให้เกียรติทั้งเขาและตัวเอง”
“คร้าบพ่อ วันนี้มีอะไรให้กินบ้างครับแม่” ชายหนุ่มเปลี่ยนเรื่อง พ่อแม่สบตากันอย่างรู้ทันแต่ก็ไม่พูดอะไรอีก
“ก็มีของโปรดเรา ข้าวต้มปลากะพงกับซอสเต้าเจี้ยว โจ๊กก็มีนะลูกวันนี้แม่ตุ๋นกระดูกอ่อนกับเห็ดหอมทำน้ำซุป”
“เอามาทั้งสองอย่างเลยครับแม่ ได้ยินเมนูแล้วก็หิวเลย” มาวัชร์ยกมือลูบท้องตนเอง เขามองไปนอกหน้าต่างและถามพี่สาว
“แล้ววันนี้บ้านโน้นมีไรกัน ทำไมมากันเยอะแยะแล้วพี่เขยผมมีอะไรต้องไปคุยบ้านโน้นนานสองนานล่ะพี่” บ้านโน้นที่ว่าก็คือบ้านของวิศรุต เขาขมวดคิ้วเมื่อเห็นหลายคนอยู่ที่นั่นเหมือนมีอะไรที่เขาตกข่าว
“ไม่มีอะไรมาก ปรางแค่บอกว่าปริ๊นมีลูกแล้ว” วันวิสาข์เล่า
“อ๋อ แค่ไอ้ปริ๊นมีลูกนึกว่ามีไรกัน” ชายหนุ่มเออออแล้วทำท่าจะกินต่อ ก่อนจะนึกออกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่
“อะไรนะพี่ ไอ้ปริ๊นมีลูก!”
“จะตกใจทำไม ไม่แปลกหรอกไอ้พวกไข่ไปเรื่อยอย่างนั้นน่ะ สมน้ำหน้ามันด้วยที่แม่ของลูกไม่ยอมรับให้ไอ้ปริ๊นเป็นพ่อ” วันวิสาข์ทำท่าค้อนประดุจว่าปริญ หรือ ปริ๊น ลูกชายวิศรุตคนที่ถูกพูดถึงอยู่ตรงนั้นด้วย
“เราก็เถอะ ระวังตัวบ้างนะรุจอย่าไปทำแบบนั้น ถ้าไม่พร้อมมีครอบครัวก็อย่าไปทำเล่นๆ กับใคร” มัทรีได้ทีวกกลับมาเรื่องเดิม
“โธ่... แม่ นี่ผมใคร ชายรุจนะครับไม่ใช่ไอ้ปริ๊น ผมไม่ตกม้าตายแบบมันหรอก” มาวัชร์พูดอย่างมั่นใจในตัวเอง
“ก็ให้มันมั่นใจไปตลอด ถ้าแกเป็นแบบไอ้ปริ๊นบอกเลยนะ ว่าฉันไม่เข้าข้างแน่ๆ น้องก็น้องเถอะจะสวดให้ยับ” วันวิสาข์หมั่นไส้
“แล้วนี่พี่ธาร์ พี่ไธม์เขาก็มากันด้วยเหรอ” มาวัชร์ยังชะเง้อมองบ้านข้างเคียง
“อยากรู้มากขนาดนั้นก็ไปดูสิ” วันวิสาข์เอ่ย
“โห... ตัวเองไม่อยากรู้เพราะปรางบอกแล้วใช่ไหมล่ะ ชัวร์” พวกผู้หญิงบ้านนี้ก็แบบนี้ ชอบทำเหมือนว่าพวกเขาเป็นประชากรชั้นสอง มีอะไรก็ให้รู้ทีหลังเสมอ
“ปรางแค่ปรึกษาฉันย่ะ ว่าควรบอกแม่ดีไหม” วันวิสาข์กล่าวแก้เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกรงว่าฝั่งผู้หญิงจะเสียหายด้วย
“ผมก็ว่างั้นล่ะ แต่ไม่ไปดีกว่าเดี๋ยวถามพี่ปีย์เอา ตอนนี้ขอเติมพลังก่อน” ว่าแล้วมาวัชร์ก็ก้มหน้าก้มตารับประทาน ทำให้ทั้งมารดาและพี่สาวมองอย่างอ่อนใจ
“ลูกชายฉัน ทำไมมันนิสัยเหมือนป้าข้างบ้านไปได้นะ” มัทรีแกล้งรำพึงทำเอามาวัชร์สะดุ้ง
“แม่!... นี่ลูกแม่ครับ ลูกแม่นะ”
ส่วนมาวัชร์นั้น ความคิดเธอสะดุดเมื่อคิดถึงพ่อของลูกในท้อง เธอรู้จักเขาตั้งแต่มาทำงานที่นี่แรกๆ ได้พบกันในห้องประชุมบ่อย จนกระทั่งวันหนึ่ง เขาชวนเธอไปดินเนอร์หลังเลิกงานและต่อมาความสัมพันธ์ของเราก็งอกเงยมาเรื่อยๆ จนเกือบจะครบปีในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้เธอยอมรับว่าเขาเป็นคนมีเสน่ห์ ใส่ใจและมักจะรู้ว่าผู้หญิงชอบอะไร นอกเหนือจากนั้นเขาไม่เคยมองว่าการที่เธอทำงานเยอะเป็นคนน่าเบื่อ เพราะตัวเขาเองก็ทำงานหนักเช่นกัน แต่ท่ามกลางกระแสความสุขที่ไหลเวียนผ่านความสัมพันธ์ของเรา ลลิลาไม่เคยลืมว่าเขาและเธอต่างกันมาก จึงไม่เคยคาดหวังว่าเราสองคนจะเดินไปด้วยกันจนถึงจุดที่เรียกว่าครอบครัวได้จริงในอนาคตแต่ถึงจะอย่างไร เธอก็ต้องบอกให้เขารับรู้เรื่องนี้ ลลินาหยิบโทรศัพท์มาโทรออกหามาวัชร์ เขาไม่รับสายเธอจึงฝากข้อความไว้ว่าอยากเจอ มีเรื่องอยากคุยด้วยคืนนั้นมาวัชร์เปิดประตูห้องด้วยคีย์การ์ดที่เธอให้ไว้ ชายหนุ่มปิดประตูอย่างเบามือ แปลกใจที่ห้องเงียบผิดปกติ “ทำไมนอนเร็วเหรอลิล” ปกติเธอจะนอนประมาณห้าทุ่มเสมอ ทำไมวันนี้เพิ่งสี่ทุ่มลลินาก็เข้านอนแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องนอน ลลินางัว
วันนั้นมาวัชร์กลับบ้านโชติภิวรรธหลังอาหารเช้า ซึ่งลลินาดูเป็นปกติแล้วและเธอบอกว่าไม่อยากออกไปไหน“วันนี้พักนะลิล ไม่ต้องทำงานแล้ว มีอะไรด่วนก็ให้ไอ้พอร์ชมันทำเอง” ชายหนุ่มกำชับ หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยสีหน้ากลั้นยิ้ม เธอชินแล้วกับท่าทางไม่ลงรอยของทั้งสองคน“ค่ะ ลิลจะปิดโน้ตบุ๊กทั้งวันเลยค่ะวันนี้”หลังจากที่มาวัชร์กลับไปแล้ว ลลินาใช้เวลาทำงานบ้านจากนั้นก็นอนพักช่วงบ่าย เธอเริ่มสังเกตตัวเองเหมือนกันว่าระยะหลังง่วงนอนบ่อยมากผิดปกติ แต่ก็เดาไปว่าเธออาจจะทำงานหนักเกินไป‘คงต้องหาเวลาลาพักร้อนแล้วมั้งเรา’ เธอคิดในใจ พลางหาข้อมูลว่าที่เที่ยวที่ไหนน่าสนใจ อยากไปทะเลสักสองสามวันหญิงสาวไม่คิดจะชวนมาวัชร์ เพราะปกติเธอกับเขาเจอกันแค่ช่วงสุดสัปดาห์ ในที่ทำงานมีเจอกันบ้างแต่ก็ทักทายปกติ แม้ว่าความสัมพันธ์จะไม่ได้ปิดบังกับใครว่ามีการคบหากัน แต่ก็ไม่ได้เปิดตัวชัดเจนเช่นกันและที่สำคัญเราไม่เคยนิยามสถานะต่อกัน‘แล้วเราเป็นอะไรกัน’ จู่ๆ เธอก็มีคำถามกับตัวเอง แต่ก็ปัดมันออกไปจากใจ ในเมื่อวันนี้เธอยังมีความสุขกับพื้นที่ตรงนี้ สิ่งที่เรามีร่วมกันจะมีชื่อเรียกว่าอะไรก็ช่างมันเถอะคืน
เธอรู้ดีว่ากิจวัตรหลักของสมาชิกในครอบครัวเขาคือเช้าวันอาทิตย์ ใครที่ไม่ได้ไปไหน ไม่ไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศทุกคนต้องกลับบ้านอย่างน้อยก็ไปรับประทานอาหารเช้ากับบิดามารดา หรือคุยกับบรรดาญาติๆ ในตระกูลกันสักพักก็ยังดี“ไม่เป็นไร ถ้าจำเป็นผมเข้าไปบ่ายก็ได้” มาวัชร์ตอบแต่เธอไม่เห็นด้วย เธอไม่อยากให้ครอบครัวเขาคิดว่าตัวเองดึงเขาไว้จนเสียเวลาในส่วนที่เขาเคยมีให้ครอบครัว“อย่าเลยค่ะ ตอนนี้ยังไม่ได้จำเป็นขนาดนั้นสักหน่อย ลิลไม่อยากให้คุณโกหกผู้ใหญ่ด้วย” “ก็ได้ กลับกรุงเทพฯ ก็ได้ แต่ว่าคืนนี้ลิลไปนอนห้องผมไหมหรือว่าให้ผมไปห้องลิล” “ห้องคุณรุจอยู่ไกลค่ะ อีกอย่างคุณก็ต้องไปบ้านแต่เช้าด้วย” เธอตอบทำให้เขาตัดสินใจทันที“งั้นผมไปนอนห้องลิลเอง” ค่ำวันนั้นมาวัชร์พาลลินาแวะรับประทานอาหารก่อนกลับเข้าคอนโดของลลินา เนื่องจากต่างคนต่างเหนื่อยจึงคิดว่าฝากท้องไว้กับร้านข้างนอกให้เรียบร้อยน่าจะดีกว่า“ท่าทางลิลเหนื่อยๆ นะ ไม่สบายหรือเปล่า” เมื่อกลับถึงที่พักเขาพิจารณาเธอเห็นว่าดวงหน้างดงามนั้นมีแววอ่อนเพลียกว่าปกติ“อาจจะแค่เหนื่อยเดินทางค่ะ คงไม่ได้เป็นอะไรหรอก” เธอตอบเบาๆ รู้สึกว่าตัว
“ผมให้ R&D คิดสูตรใหม่แล้ว แต่คิดว่ามีสิ่งที่คุณสองคนน่าจะลืม” มาวัชร์กลับมาในตอนเที่ยง และพวกเขาตกลงกันว่าจะรับประทานอาหารในโรงงานนั้นเลย “ยังไง” พอภัทรมองหน้าคนพูด“เรื่องนี้ทำไมต้องเป็นปัญหาของเรา ในเมื่อเราไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา การลดโซเดียมไม่ได้เป็นแค่การปรับสูตร แต่มันคือการคิดสูตรใหม่และต้องทำสัญญาใหม่ ส่วนสัญญาเดิมเราก็ส่งสินค้าตามปกติถ้าเขาไม่อยากรับก็ต้องยกเลิกแล้วเสียค่าปรับให้เรา”มาวัชร์พูดในแง่การทำธุรกิจเต็มรูปแบบ แต่พอภัทรส่ายหน้าไม่เห็นด้วย“แต่ผมไม่เห็นด้วย เราอาจจะเสียลูกค้าได้” “คุณลิล ลูกค้ารายนี้ปกติซื้อปีเท่าไหร่” มาวัชร์ถามลลินาลลินาเปิดข้อมูลดูแล้วแจ้งตัวเลขคร่าวๆ ซึ่งคิดเป็นจำนวนราวยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ของยอดขายต่างประเทศ มาวัชร์พยักหน้ามองอีกมุมต่างจากพอภัทร“การที่เขาซื้อกับเราเยอะ ก็แปลว่าสินค้าเรามีดีพอ เชื่อผมเรียกค่าปรับเขาแล้วค่อยเจรจา” ลลินามองเขาอย่างนึกทึ่ง เธอเข้าใจพอภัทรที่ต้องรักษาฐานลูกค้าไว้ส่วนมาวัชร์เขาคิดเหนือไปอีกสเต็ปอย่างชัดเจนพอภัทรนิ่งอึ้ง “โอเค งั้นก็ตามนั้น คุณทำงานฝ่ายของคุณไปเรื่องลูกค
จากนั้นทั้งมาวัชร์และลลินาต่างก็จมจ่อมอยู่กับงานของตัวเอง โดยที่ไม่ได้รบกวนกันจนกระทั่งผ่านไปสองชั่วโมง เขาเงยหน้าขึ้นบอกเธอ “วันนี้ผมคงต้องเข้าโรงงานที่อยุธยา” เขาเอ่ยพลางจิบกาแฟ “ไปด้วยกันไหมลิล” “จะดีเหรอคะ คุณไปทำงาน” ลลินาไม่แน่ใจว่าควรไปไหม“ไปได้ ผมไปทำงานไม่นาน คุณเคยบอกว่าอยากไปไหว้พระที่นั่นไม่ใช่เหรอ วัดอะไรนะกุ.. กุอะไรสักอย่าง” “วัดกุฎีดาวค่ะ ไปได้จริงนะคะ” แววตาเธอสดใสทันที มาวัชร์มองยิ้มๆ และพยักหน้า “ไปสิ งานคุณเสร็จยัง” “เรียบร้อยค่ะ ส่งอีเมลให้คุณพอร์ชอีกฉบับก็เสร็จแล้ว” เธอตอบพร้อมกับที่มือก็ทำงานอย่างรวดเร็ว ครู่เดียวก็ปิดหน้าจอลงเป็นอันว่างานด่วนในเช้านี้หมดแล้ว“ความจริงคุณไม่เห็นต้องทำงานวันหยุดเลย เจ้านายคุณมันก็เคี่ยวไปนะ ใช้งานลูกน้องนอกเวลางาน” “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ลิลดูแลเรื่องลูกค้าต่างประเทศอยู่แล้ว เวลาทำงานมันเหลื่อมกันแบบนี้ปกติ แล้วเวลาทำงานจริงบอสเขาก็ไม่ได้ฟิกซ์เรื่องเวลางานขนาดนั้น” เพราะว่าเป็นเลขาผู้บริหาร เธอจึงค่อนข้างมีอิสระมากกว่าพนักงานในระดับล่าง จะว่าไปแม้แต่หัวหน้าแผนกบางคนยังต้องเกรงใจเธอด้วยซ้ำ
“ทำไมคุณตื่นเช้าจัง ผมยังไม่หายง่วงเลย”คำถามมาพร้อมกับท่อนแขนแข็งแรงที่กอดจากด้านหลัง เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ดังลอดออกมาจากคนที่อยู่ในห้องครัวของคอนโดกลางเมือง ตอนนั้นลลินากำลังยืนอยู่หน้าแพนทรีเพื่อเตรียมอาหารเช้าแบบง่ายๆ เธอสวมเชิ้ตผ้าฝ้ายตัวหลวมกับกางเกงขาสั้น ผมตรงยาวถูกรวบไว้ลวกๆ เธอยังไม่ได้แต่งหน้าจึงมองเห็นใบหน้าสดที่ผิวอ่อนใสเหมือนเด็กสาวนักศึกษาแรกรุ่น “เช้านี้คุณมีประชุมออนไลน์นะคะคุณรุจ” เธอตอบพลางเปิดไมโครเวฟ หยิบแซนด์วิชที่อุ่นร้อนแล้วออกมาใส่จานเล็กลลินา จันทมาลิน หญิงสาววัยยี่สิบหกเธอทำงานเป็นเลขานุการ ของ CEO – S&OP พอภัทร วัชโรทัยมหาสกุล บริษัทโชติภิวรรธอาหารและอุปกรณ์สัตว์เลี้ยง ผู้ผลิตอาหารสัตว์ยี่ห้อ "ของน้อน" ซึ่งเธอจะรับผิดชอบงานด้านกลยุทธ์การตลาดฝ่ายต่างประเทศซึ่งมาวัชร์พบเธอเพราะการทำงานที่เดียวกัน เข้าประชุมด้วยกันบ่อยๆ เนื่องจากหลังจากเรียนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์เครื่องกลและไปต่อ MBA จบมาแล้วเขาก็เริ่มทำงานในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการสายผลิตและนวัตกรรม (Managing Director – Production & Product Innovation) ทันทีวันนี้เธอรู้ว่าเป็นเ





![สามีติดเซ็กส์ [PWP] + [SM25+] #จบแล้ว](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

