Share

4 กันต์เหรอ

Penulis: Nook Nick
last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-02 21:49:33

"ไม่ได้!!!" 

กันต์เผลอพูดเสียงดังจนทำให้เพื่อนที่อยู่ในห้องต่างพากันเหลียวมองแต่เจ้าตัวยังคงไม่รู้เพราะสายตาฝ้าฟางเพียงรู้สึกถึงความผิดปกติที่เสียงเจี๊ยวจ๊าวเมื่อครู่กลับเงียบลง

"เอ่ออ ขอโทษที่เซ้าซี้นะ" หลังขอโทษเสร็จนทียื่นแว่นมาให้ ผมรีบสวมมันก่อนจะเห็นสายตามองเหยียดที่ทุกคนมองมา ตึกตัก ตึกตัก หัวใจผมเต้นรัวๆ

นาทีนั้นความทรงจำอันแสนเลวร้ายที่ตามหลอกหลอนผมมาตลอดผุดขึ้นมา ผมวิ่งออกมาจากห้องอย่างตื่นตะหนก

ปัก!!! และชนเข้ากับอกหนาของใครบางคนเข้า

"โทษครับ" ก่อนจะก้มหัวข้อโทษและวิ่งต่อไปโดยไม่สนใจอะไร

ทั้งๆที่ผ่านมันมาได้ตลอดแต่ทำไมต้องเป็นตอนนี้ด้วย อีกแค่ปีเดียวก็จะจบแล้วแท้ๆ ต้องอดทนให้ได้แต่นี่พึ่งเปิดเทอมวันแรกเอง สายตาแบบนั้นมันคืออะไรกัน น่ากลัว

"แหกๆๆ อึก" ผมวิ่งมาจนถึงตึกล้างที่ประจำความรู้สึกแน่นหน้าอกจนหายใจไม่ออกกลับเข้ามาอีกครั้งในรอบหลายปี ทุกอย่างรอบตัวเปลี่ยนไปมันดูมืดและน่ากลัว.....กลัว....น่ากลัว เวียนหัว หายใจไม่ออก

กันต์กำลังตัวสั่นเทาและเหมือนจะเป็นลมให้ได้ทำให้เขาล้มลงไปนอนกองกับพื้นในสภาพที่เกือบหมดสติปากพูดพึมพำเบาๆ"ไม่ชอบเลย หยุดมอง หยุดมองได้แล้ว"

ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของไทม์ที่ตามเขามาหลังจากชนกันเมื่อกี้ ไทม์เห็นดังนั้นก็รีบเข้ามาประครองตัวเขาขึ้น

"ใจเย็น หายใจๆ สูดหายใจดิวะ ทุกอย่างจะไม่เป็นอะไร" เขาตบหน้ากันต์เบาๆเรียกสติก่อนพูดปลอบประโลมและเหมือนมันจะได้ผลดีทีเดียว

กันต์ค่อยๆสูดหายใจเข้าลึกๆตามคำพูดของไทม์

"เฮือก เฮือก เฮือก" เสียงพูดของใครบางคนเรียกสติผมกลับมา ดวงตาที่ริบหรี่กลับมาลืมตาอีกครั้ง

"ไทม์?"

"นายไหวไหมดูไม่โอเคเลย" 

"วะ..ไหวอยู่ ขอบใจนะ" 

"เป็นแพนิคเหรอ?" ไทม์ถามด้วยความสงสัย

"อือ รู้แล้วอย่าบอกใครนะ" ผมตอบอย่างกังวล

"โอเค ไม่บอกอยู่แล้ว"

ถ้าเป็นไทม์ผมคงเชื่อใจได้ใช่ไหม เขาดูเหมือนเป็นคนไม่สนใจอะไรอยู่แล้ว แต่เขามาที่นี่ได้ไง....

"ไทม์ เราถามอะไรหน่อยได้ไหม"

"ว่ามาสิ"

"นายมาทำอะไรที่นี่"

"ก็ไม่มีไรแค่เดินสำรวจดูรอบๆโรงเรียนแล้วเจอที่นี่เข้าก็เลยลองเข้ามาดู"

"อ๋อ งั้นเองเหรอยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยนะ"

"ชื่อไร" 

"ชะ..ชื่อกันต์" ตอบเงอะงะ โครตเกร็งอ่ะบอกเลย

"อ๋อ ชะ..ชื่อกันต์นี่เอง" เขาล้อเลียนเสียงพูดตะกุกตะกักของผมแล้วพูดต่อ

"ฝากตัวด้วยนะเพื่อนคนแรก" พูดจบก็ยื่นมือมาเชคแฮน พะ...เพื่อน ผมยิ้มออกมาภายใต้ผ้าแมสโดยไม่รู้ตัว 

"นายจะเป็นเพื่อนกับฉันจริงๆเหรอ ฉันเล่นด้วยไม่สนุก ถะ..แถมยังชวนคุยไม่เก่งแล้วยังไม่ยอมให้เห็นหน้าอีกด้วยนะ"

"แล้วยังไงต่อ ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นปัญหาไรนี่"

"ไม่เป็นปัญหาเหรอ จริงเหรอ" น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ

"อื่ม เพราะงั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ก็มาเล่นด้วยกันสิ อ่ะไม่สิตั้งแต่ตอนนี้เลย"

"ได้จริงเหรอ" ผมถามยำ้

"จริงสิ"

ก่อนจะยิ้มดีใจจนตาหยีภายใต้กรอบแว่นหนาและหน้ากากอนามัยสีดำ

นี่เขาเป็นเพื่อนคนแรกเลยหลังจากผ่านมาหลายปี ทั้งที่บอกว่าเป็นวัณโรค ทั้งยังเห็นอาการแพนิคแล้วก็ยังอยากเล่นด้วยอีก ดีใจจัง

"กลับห้องกันเถอะ เดี๋ยววันนี้เราต้องทำเวรด้วยกันก่อนกลับนี่" ผมเอ่ยชวนไทม์ที่นั่งข้างๆเพราะออกมานานมากแล้ว

"นายโอเคแล้วแน่นะ" เขาถามด้วยสีหน้าที่เป็นห่วง

"อื้ม โอเคสุดๆเลย" ก่อนจะลุกขึ้นปัดก้นที่เปื้อนฝุ่นแล้วยื่นมือไปข้างหน้าเพื่อให้เขาจับพยุงตัวเองขึ้น 

ระหว่างทางที่เดินมาด้วยกันผมถามไทม์อย่างตื่นเต้นตลอดเพราะมันโครตจะดีใจเลยเว้ยที่มีเพื่อนที่สามารถรับเราได้ในแบบที่เราเป็น พอเดินๆด้วยกันแล้วถึงได้รู้ว่าเขาสูงกว่าผมมาก

"นายสูงเท่าไหร่เหรอ"

"189" พอได้ยินคำตอบตาผมนี่ลุกวาวเลย

"โหถึงว่าสูงจัง เรา171เอง"

"เตี้ย"

"หึ่ย มาตราฐานต่างหาก"

"..."

"นายเรียนเก่งไหม เวลาว่างๆชอบทำอะไรเหรอ"

"ไม่ค่อย ว่างๆก็ไปดื่ม"

"ดื่มได้เหรอ 18เขาห้ามดื่มไม่ใช่เหรอ"

"ฉัน20แล้วเหอะ เข้าช้า2ปี"

"เห้ย!! งั้นก็เป็นรุ่นพี่สิถึงว่าราศีอปป้ามาแต่ไกลเลย"

"ฮ่าๆๆ เป็นงั้นเหรอ"

"อื่มใช่ๆ ต้องเรียกพี่ด้วยไหม"

"เรียกไรก็ได้เอาที่คิดว่าสบายใจ"

"อ๋อ โอเคงั้นไม่เกรงใจละนะ"

"ไหนบอกชวนคุยไม่เก่ง"

"ไม่เก่งจริงๆ" แต่อันนี้เรียกเก็บกดต้องปลดปล่อย

เสียงใสแจ๋วคุยจ้อไม่หยุดมาตลอดทางหรือต้องเรียกว่าคนตัวเล็กเองที่เป็นฝ่ายชวนคุยมากกว่าเพราะเหมือนไทม์เองก็คงชวนคุยไม่เก่ง

จนมาถึงหน้าห้อง ผมสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนพ่นลมหายใจออกช้าๆทำท่าจะก้าวเข้าไปแต่ไทม์เอาแขนมาพาดไหล่ผมเหมือนให้กำลังใจโดยที่ไม่ต้องพูดแล้วเดินก้าวเข้าห้องมาพร้อมกัน

สีหน้าของเพื่อนๆในห้องตกตะลึงที่เห็นพวกเราเดินเข้ามาพร้อมกัน

"ไทม์ ไม่กลัวติดวัณโรคจากกันต์เหรอ"ก่อนที่โจ หนึ่งในเด็กหนุ่มในห้องจะถามขึ้น

"อ๋อวัณโรค สงสัยคงติดไปแล้วมั้ง" ไทม์เลิกคิ้วแถมยังพูดเหมือนไม่ค่อยแคร์ใครเท่าไหร่

"กรี๊ดดด เท่ระเบิดไปเลยหนุ่มน้อยผู้ไม่เกรงกลัวสิ่งใด ฉันรักเขา" เป็นกี้ที่พูดขึ้น ดูเหมือนเขาจะคลั่งไคล้ไทม์มากกว่าที่เห็น

"ใช่ ฉันอยากติดวัณโรคจากนายจริงๆวันนี้307เบอร์ห้องย่านสุขิม เขตบิวตี้ ซอย6 มานะมาให้ได้จะใส่ชุดพยาบาลรอ" พิงค์เองก็ไม่ต่างกัน

"เห้ย!!! จริงดิ ฉันไป" แต่ดันเป็นโจที่ตอบแทน

"หยี อย่ามาฉันไม่ได้พูดกับนาย ไอ่คนขี้กลัวชิ"

"แหม ทำเป็นพูด เธอเองก็กลัวเหมือนกันเหอะ"

ดูเหมือนทุกคนจะสนใจแต่ไทม์ไม่มีใครสนใจผมซึ่งก็ดีแล้วผมเลยกลับไปที่นั่งเงียบๆคนเดียว

เว้นก็แต่อีกคน....

"เมื่อกี้ขอโทษนะ" นทีหันหน้ามาหาผมทั้งยังพูดขอโทษ ด้วยสายตาสำนึกผิดสุดๆ

"ไม่เป็นไร เราแค่ตกใจคราวหลังอย่าให้เราทำอะไรแบบนี้อีกนะ"

"อือ สัญญาเลย" เขายื่นมือมาเกี่ยวก้อย ผมก็เกี่ยวก้อยตอบไปแบบถนอมน้ำใจ

วันนี้วันแรกคุณครูเลยไม่สอนอะไร เพื่อนๆพากันคุยจ้อสนุกสนานใหญ่จนกระทั่งใกล้เลิกเรียนทุกคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านบางคนไปรอรถประจำทางที่หน้าโรงเรียนบางคนก็อยู่ใต้ต้นไม้รอเลิกเรียนหรือแม้กระทั่งที่โซนม้าหินอ่อนกับศาลาก็ล้วนมีนักเรียนเต็มไปหมด

ส่วนผมกำลังยืนกวาดพื้น ไทม์กับนทียืนเช็ดกระจก มินเช็ดกระดานไวท์บอร์ด กี้ปัดฝุ่น เรายังคงทำเวรกันโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรกันสักคำอาจเป็นเพราะไม่ใช่กลุ่มที่สนิทกัน แต่ผมไม่ใช่ ผมเป็นเพื่อนกับไทม์ แล้วก็คนแรกด้วย

"ไทม์ วันนี้เลิกเรียนทำอะไร" เลยเป็นผมที่เริ่มพูดขึ้นในบรรยากาศที่เงียบกริบนี้

"ไม่รู้สิ ไปดื่มมั้ง"

"คนเดียวเหรอ"

"อืม ก็คงงั้น"

"ไปด้วยสิ"

"อืม ได้สิ"

บทสนทนาของเราเรียกร้องความสนใจจากเพื่อนๆคนอื่นๆได้ไม่น้อยจนทุกคนหันมามอง

"ไทม์สนิทกับกันต์เหรอ" และเป็นมินที่ถามขึ้นคนแรก

"คงงั้น" ไทม์ยังคงตอบส่งๆเหมือนเดิม

"เราก็อยากสนิทด้วย ไปด้วยไม่ได้เหรอ"

"เธอก็ไปกับเพื่อนเธอสิ" เขาตอบแบบไม่ไว้หน้ามินเลยสักนิดทั้งที่เธอดูสนใจแถมยังเป็นคนสวยของโรงเรียนอีก ปกติแล้วไม่เคยเห็นมินจะชวนใครคุยก่อนเลยด้วยซำ้

"อุบ คริๆ" เป็นกี้ที่แอบหัวเราะอยู่หลังห้องขณะกำลังเช็ดตู้หนังสือ

"ชิ ไม่คุยด้วยเล่า" มินทำหน้างอนตุ๊บป่องที่ถ้าเกิดพวกผู้ชายยังอยู่ในห้องเลือดกำเดาคงพากันพุ่งเป็นแถวๆ

ไทม์คงเป็นคนแรกที่ไม่สนใจเธอ แปลกจริงๆหรือว่ามันไม่แปลกเพราะเห็นนทีเองก็ดูไม่ได้สนใจใครเหมือนกันเพราะมีแต่คนสนใจเขาก่อน ช่างเถอะๆ วันนี้คิดแค่จะไปดื่มกับไทม์ก็พอ

.

.

.

โอเค ดื่มที่แปลว่าดื่มจริงๆ

ไทม์ดื่มเบียร์ ผมอยากลองชิมสักอึกว่ารสชาติของการเป็นผู้ใหญ่มันเป็นยังไงแต่โดนเขาห้ามไว้ก่อน

"อึกเดียว นะๆ"

"ไม่ได้" เขาทำเสียงเข้มดุกลับมา แต่ผมก็ยังไม่ยอมแพ้

"แค่อึกเดียวจริงๆ please"

เรานั่งดื่มกันที่ม้าหินอ่อนในสวนสาธารณะ ใกล้ๆริมแม่นำ้ สถานที่ฮิตฮอตกับการออกกำลังกายและนั่งชมวิว

"ยังไงก็ไม่ได้" ผมยังคงตะยั้นคะยอต่อไปเพราะไปซื้อยังไม่ได้อายุไม่ถึง20

ส่วนเขาก็ซื้อมาตั้ง3กระป๋องจะกินไรเยอะแยะขออึกเดียวก็ไม่ให้

"ขี้งก" ผมทำหน้างอลแล้วแกล้งหันไปอีกทาง

ได้ผล!! พอพูดคำนี้เขาก็หยุดชะงัก ลูกผู้ชายมันหยามกันไม่ได้ให้ได้แต่อย่าพูดว่าขี้งก

"อึกเดียวนะ"

"อืมๆ" พยักหน้าหงึกหงัก

หลังได้รับการอนุญาติแล้วผมก็ยื่นมือไปรับเบียร์กระป๋องที่ยังไม่ได้เปิดมาดื่ม

"หลับตาก่อน" ก่อนที่ผมจะหันหน้าไปพูดกับเขา

"ยุ่งยากจริงๆ" ถึงเขาจะบ่นแต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี

หน้ากากอนามัยถูกเปิดออกก่อนริมฝีปากจะจรดไปที่กระป๋องเบียร์และกระดกลงคออึกใหญ่

อึก รสชาตินี้มัน....แหวะขมสุดๆดื่มเข้าไปได้ไงเนี่ย พอดื่มเสร็จผมก็ปิดแมสเหมือนเดิมก่อนจะยื่นกระป๋องเบียร์คืนให้อีกฝ่าย

"ลืมตาได้"

"ดูใช้ชีวิตลำบากดีนะ"พอลืมตาก็บ่นแต่มือก็ยื่นมาจับกระป๋องเบียร์กลับไปอยู่ดี

"อร่อยมากเลยล่ะ เป็นรสชาติที่อธิบายไม่ถูกแต่สุดยอดเลย" ผมทำเก๊กยกนิ้วโป้งให้2มือ เยี่ยม สุดยอดจริงๆแดกเข้าไปได้ไงวะ

"ใครเขาดื่มเบียร์แล้วอร่อยกัน" อะอ่าว แล้วจะดื่มเพื่อออ ก็อยากพูดแบบนี้อยู่หรอกแต่พึ่งรู้จักกันวันแรกเลยยั้งก่อน

"งั้นดื่มทำไมเหรอ" แรกๆต้องสุภาพไว้ก่อน

"อืม...จะว่าไงดี มันคือรสชาติชีวิตน่ะ" ผมไม่เข้าใจแต่ถ้าถามไปก็กลัวเสียฟอร์ม อุส่าเก๊กตั้งนาน

"อ๋อ" เลยตอบกลับสั้นๆ พูดมากเดี๋ยวความแตกอยู่กับรุ่นพี่ต้องมาดแมน เราจะมาใจเสาะไม่ได้เขาคือหนุ่มผู้มากประสบการณ์กว่าเรา2ปี ผู้ใหญ่ที่แท้จริง!!

"กลับกันเลยไหมเดี๋ยวฉันไปส่ง" ไทม์เอ่ย

"ก็คงต้องเป็นงั้น เพราะฉันมากับนายหนิ"

"อืมจริงด้วย ฮ่าๆ"

ปกติเวลากลับบ้านผมจะนั่งรถเมล์หรือไม่ก็เรียกแกร็บ แล้วแต่อารมณ์แต่วันนี้ผมติดรถมากับไทม์หนุ่มบิ๊กไบค์ใจซิ่งแต่ขับไม่ซิ่งเหมือนรถเลย

"ป่ะ กลับกันเดี๋ยวจะดึก" พอลุกขึ้นกระทันหัน ก็รู้สึกว่าสมองมึนเบลอหนักอึ้งจนอยากล้มตัวลงนอน ที่สำคัญสายตาโฟกัสไม่ได้เห็นภาพตรงหน้าทับซ้อนกันไปหมด หรือว่าอาการนี้เรียกเมา นี่ผมเมาเหรอ?

ไทม์ที่เห็นว่าผมเดินเซไปเซมาก็จับแขนผมไว้ก่อนจะพาเดินไปขึ้นรถ

"คออ่อนจริง คราวหลังคนอื่นชวนไม่ต้องไปนะ" หรือเขาจะไม่ชวนผมมาแล้ว จะเลิกเป็นเพื่อนด้วยหรือเปล่า

"ไม่อาว จาไป" เมื่อกี้ยังดีๆอยู่เลย สงสัยฤทธิ์เบียร์จะออกช้า

"เห้ออ คุยไม่รู้เรื่องเลย" ไทม์บ่นพร้อมสวมหมวกกันน็อคให้ผม

เขาควบรถก่อนดึงมือผมให้ขึ้นซ้อนท้ายตาม

"จับเอวไว้แน่นๆ" เขากระชับบอกก่อนจะดึงแขนผมทั้งสองข้างให้โอบเอวไว้

บรื้น บรื้นนนน

บิ๊กไบค์ขับออกมาโดยไม่เร่งรีบจนมาจอดตรงหน้าบ้านตามทางที่ผมบอกพอก้าวขาลงรถก็เซเหมือนจะล้ม ผมไม่ได้แสร้งตอแหลแต่มันเป็นงั้นจริงๆ

เขาเลยลงรถมาประคองผมให้เข้าไปในบ้าน  สติสตังเริ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้วตอนนี้รู้สึกข้างในมันร้อนวูบๆวาบๆจนอยากจะแก้ผ้าอาบนำ้ตรงนี้ให้ได้เลย

"ร้อน" ผมเลิกเสื้อขึ้นทำท่าจะถอด

"เดี๋ยวๆ บอกก่อนเตียงอยู่ไหน"

งึมงัม งึมงัม~ "ตรงนู้น" มือชี้ไปยังห้องนอนของตัวเอง

แกร๊ก! พอเปิดประตูก็รู้สึกได้ว่าถูกโยนลงบนเตียงก่อนจะตามมาด้วยลมเย็นๆพัดไปมา

ไทม์จัดการเสียบปลั๊กเปิดพัดลมให้ก่อนที่เขาจะถูกคนเมาจับแขนไว้แล้วบ่นอุบอิบ

"ร้อนอ่ะ ถอดเสื้อให้หน่อยอยากอาบน้ำ"

"จริงๆเล้ยย" ถึงจะถอนหายใจแต่มือนั้นกลับเลิกเสื้อขึ้นเพื่อถอด เขาหยุดชะงักเล็กน้อยและกำลังคิดว่าคนตรงหน้าขาวมากจริงๆเอวบางแถมผิวยังนุ่มนิ่มอย่างกับมาชเมลโล่อีกเลยฉุดคิดขึ้นมาว่

าหน้าตาจะเป็นยังไงภายใต้แว่นตาหนาเตอะและแมสดำที่ปิดไว้มาตลอด

เขาเอื้อมมือไปถอดแว่นตาออกภายใต้หลังกรอบแว่นหนาและได้เห็นความงดงามของดวงตาที่กำลังหลับตาพริ้มขนตางอลเรียงสวยในใจสั่งให้เขายื่นมือไปสัมผัสเบาๆอย่างห้ามไม่ได้

ไทม์กำลังคิดว่าเขาควรถอดแมสออกดีไหม?

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   21 คลี่คลาย

    กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   20 อดีต

    จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   19 ขอนะ

    "ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   18 ในป่า

    ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   17 จูบ

    ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย

  • รักไม่ใส ในรั้วขาว   16 ไอติมอุ่น

    ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status