LOGINเวลาพักกลางวันที่ทุกคนมักไปทานข้าวโรงอาหารหรือตามศาลาและพูดคุยกัน
แต่ไม่ใช่กับผม ผมมักจะหลบเลี่ยงไม่ให้เข้าใกล้ใครและทานข้าวคนเดียวในที่ๆไม่มีคนเห็นนั่นก็คือหลังโรงเรียน จะมีตึกทิ้งล้างอยู่บางทีก็สังเวชตัวเองเหมือนกันที่ต้องมาในที่แบบนี้แต่ตอนนี้ชินแล้วชีวิตดีกว่าช่วงม.ต้นเยอะ
แซนวิชแฮมไข่กับนมจืดเป็นอาหารช่วงเที่ยงที่สะดวกและรวดเร็ว ผมจึงกินมันประจำ
ผมหันซ้ายขวาเมื่อไม่เห็นมีใครแล้วก็ดึงแมสลงเตรียมหม่ำแซมวิชตรงหน้า
"ง่ำๆ อร่อยจัง"
"อร่อยไหม" เสียงใครบางคนดังมาจากด้านหลังทำแซนวิชแทบพุ่งออกปาก
"แค่กๆๆ" ผมรีบดึงแมสขึ้นและหันกลับไปมอง
"ไทม์? มาทำอะไรที่นี่"
"นายล่ะมาทำอะไรที่นี่"
"ฉ...ฉันมา" ถ้าบอกว่ามากินข้าวจะแปลกไหมหรือควรเลี่ยงไม่ตอบอะไรดี เขาจะเห็นหน้าผมหรือยังแล้วถ้าเห็นจะรังเกียจผมไหม ผมไม่มั่นใจเลย
"มา?" เขาถามย้ำ
"มาชมวิว ฮ่าๆที่นี่สวยดี" คิดว่าเขาคงเชื่อแหละเพราะพูดออกไปแบบเป็นธรรมชาติที่สุด(คิดเองทั้งนั้น)
"อ๋อ ชอบวิวแบบหลอนๆว่างั้น"
"อ..อือ"
"กินแซนวิชเหรอ"
"อ่ะ อืม"
"ปิดแมส?"
"อ๋อ อิ่มแล้ว"
"ที่พูดหมายถึงทำไมถึงปิดแมส"
"เอ่อ...คือ"เป็นคำถามที่เจอบ่อยแต่ทำไมวันนี้ผมถึงไม่กล้าตอบออกไปก็ไม่รู้ เพราะสายตาของเขาเหมือนว่าถ้าพูดโกหกไปความได้แตกแน่
"ไม่สบาย?"
"แค่กๆ ใช่ๆเป็นวัณโรคน่ะ แค่กๆ" ผมทำท่าไอเพราะงั้นก็เชื่อและรีบไปสักทีเถอะ
"..." แต่ยิ่งผมพูดเขาก็ยิ่งเข้าใกล้
ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก
ยิ่งเข้าใกล้หัวใจผมยิ่งเต้นรัวเล่นเอาหัวใจแทบระเบิดออกมาด้วยความตื่นเต้น นานแค่ไหนแล้วที่ไม่มีใครมาถามไถ่แบบนี้ 1ปี 2ปี หรือมากกว่านั้น
เขาเอื้อมมือมาดึงมือผมพลิกไปมาเพื่อหาดูอะไรบางอย่าง
"ทะ..ทำอะไรน่ะ" พูดจาเงอะงะติดอ่าง เพราะเขาคือคนแรกที่มาแตะเนื้อต้องตัว
"คิดว่าฉันเป็นเด็กอมมือเหรอ วัณโรคบ้าไรผิวขาวอย่างกะแดกแฟ้บ"
เหมือนความจะแตกเลย ผมเลิกลั่กรีบชักมือกลับมาทั้งยังคิดหาทางแก้ตัว เอาไงดีวะ
"วัณโรคแบบใหม่ ไปก่อนนะออดจะดังแล้ว" ผมรีบพูดจนฟังดูไม่เป็นธรรมชาติก่อนจะลุกลี้ลุกลน ลุกขึ้นแล้วเดินอย่างรวดเร็ว
"เดี๋ยว" ไทม์ใช้มือจับไหล่รั้งผมไว้ ผมไม่กล้าหันไปสบตาเลยก้มหน้าก้มตามองพื้นแทน
อยู่ในห้องไม่เห็นจะสนใจใครเลย ขอล่ะรีบๆปล่อยๆไปสักทีเถอะ พรีส!!
"แซนวิช" ไทม์ยื่นแซนวิชที่พึ่งกัดได้แค่คำเดียวมาให้ ผมรีบคว้าและสับขาออกมาจากตรงนั้นด้วยความเร็ว
"แหกๆๆ" ผมหอบหายใจมือจับราวบรรไดทางขึ้นห้องเรียน เหนื่อยฉิบหายเลย
"เป็นไรไหม" เหมือนว่าจะได้ยินเสียงบางคนสวนลงมา ผมเงยหน้าขึ้นมองและคนนั้นคือ นที ไอ่หน้าหล่อที่ผมไม่อยากเข้าใกล้ที่สุด
ผมหันซ้ายขวาเผื่อว่าเขาอาจจะทักคนอื่นแต่ก็ไร้วี่แวว เลยชี้นิ้วมาที่ตัวเองประมาณว่า 'นายพูดกับฉันเหรอ'
"อืม นายนั่นแหละเป็นไรไหม"
"ม..มะไม่เป็นไร" หวังว่าเขาจะจำผมไม่ได้นะ ผมก้มหนาก้มตาเดินขึ้นบันไดต่อก่อนจะผ่านตัวเขาไป
"เดี๋ยวก่อน" อะไรอี้กกก ปล่อยฉันไปเถอะ
"เราเคยรู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า"
ตึก ตึก เสียงก้าวเท้าขึ้นบันไดทำเอาหัวใจเต้นกระสับกระส่าย เขาเดินมาตรงหน้าก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ
"เหวอ" ทำผมตกใจหงายหลังเกือบตกบันไดโชคดีที่เขาใช้มือคว้าเอวผมไว้ก่อนไม่งั้นมีล่วงแน่
แกร็ก!! แต่โชคร้ายที่แว่นผมดันหลุดออกจากเบ้าตา
ภายใต้กรอบแว่นหนาเผยให้เห็นดวงตากลมโตขนตางอลเรียงสวยทำให้นทีเผลอไผลไปชั่วขณะ
ผมที่ตอนนี้กำลังรู้สึกถึงรางร้ายรีบหลบสายตาแล้วพูดว่า"ข..ขอบใจนะ แต่ปล่อยได้แล้ว"
"อ่ะ อ๋ออืม" มือที่เกาะช่วงเอวผมไว้ถูกปล่อยออก
เห็นอย่างนั้นผมก็รีบสาวเท้าก้าวยาวๆขึ้นบันไดและไม่เหลียวหลังกลับไปมองอีกเลย
ก่อนจะคิดได้ว่าซวยแล้วลืมหยิบแว่นมาด้วย
พอตั้งสติได้ผมก็มองทางได้แค่ระยะใกล้ๆรู้จักไหมครับสายตาสั้นชนิดที่ว่ามองเห็นแค่เพียง2คืบน่ะ
ผมเดินหรี่ตาพยายามมองภาพตรงหน้าไปเรื่อยๆแม้มันจะเห็นได้ไม่ชัดแต่ก็พอเลือนรางและเดาทางได้จนกระทั่งอยู่หน้าห้อง
พอก้าวเข้ามาในห้องสายตาที่พร่ามัวจนชนิดที่ว่าเห็นคนเหมือนภาพติดวิญญาณกำลังลอยไปลอยมาอยู่พอพยายามหรี่ตาก็เหมือนจะชัดขึ้นมาหน่อย ผมเลยหรี่ตามองหาเลขที่โต๊ะของตัวเองไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ...
"30 อ่ะเจอแล้ว" บ่นพึมพำเบาๆก่อนจะหย่อนก้นลงนั่งและรู้สึกเหมือนว่าผมนั่งโดนอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่เก้าอี้
ผมเลยเอามือไปสัมผัสลูบๆวนๆ หืม!! อะไรนุ่มๆ
"นั่นหำเรา" เสียงปริศนากระซิบข้างหูเบาๆทำผมสะดุ้งโหยงลุกขึ้นอย่างไว
"อ่ะ ขอโทษทีสงสัยเรานั่งโต๊ะผิด"
"ไม่เป็นไร ฉันเอาแว่นมาคืนน่ะ" เสียงนี้มัน...
นทีเหรอ!! ถึงห้องตั้งแต่ตอนไหนกัน
"ขอบใจนะ เอามาสิ" ผมยื่นมือไปข้างหน้ามั่วๆ แต่ไม่รู้สึกว่าเขาจะวางแว่นไว้ที่มือผมเลยหรือยื่นผิดฝั่ง
คิดได้ดังนั้นผมก็ย้ายมือไปอีกฝั่ง
แปะ จากแว่นที่คิดว่าจะให้ก็สัมผัสได้ถึงมือแทน นทีวางมือตัวเองไว้บนมือที่แบค้างไว้ของผมก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้ผมเหงื่อแทบท่วมตัว
" ถอดแมสออกได้ไหม เราอยากเห็นหน้า"
กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม
ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย
ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ

![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





