Mag-log inไทม์เอื้อมมือไปข้างหน้าแต่ก็ต้องหยุดชะงัก ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว เจ้าตัวยังไม่อนุญาตอย่าพึ่งเลยดีกว่า ถ้าเขารู้คงโกรธมาก ถ้าสนิทกันมากพอคงได้เห็นเอง คิดได้ดังนั้นก็ชักมือตัวเองกลับมาก่อนจะเดินออกจากห้องไปเงียบๆ
กลับถึงบ้านเสียงหัวใจเริ่มเต้นตึกตักๆ ภาพในหัวคิดถึงแต่ร่างกายที่ขาวเหมือนหยกกับสัมผัสที่นุ่มนิ่มไทม์สะบัดภาพในหัวไม่ออกและคิดว่าตัวเองคงเป็นบ้าไปแล้วหรือไม่ก็โรคจิต
.
.
.
กริ๊งงงง กริ๊งงงง เสียงนาฬิกาปลุกแจ้งเตือนว่าเช้าแล้ว
"เฮือก..." ผมตื่นขึ้นมาในสภาพเปลือยท่อนบนก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้ ภาพเหตุการณ์เมื่อวานเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ "ให้ตายสิ บ้าบอชะมัดสาบานว่าจะไม่ดื่มอีกแล้ว"
สายตาเหลือบไปมองนาฬิกาที่แควนห้อยอยู่บนกำแพงบอกเวลาเกือบ7.30แล้ว
โถ่เว้ยสายแล้วๆๆๆ ผมรีบวิ่งแจ้นไปอาบน้ำแปรงฟันก่อนจะแต่งตัวสวมแว่นปิดแมสแล้วรีบเปิดประตูเรียกรถแกร็บให้มารับทันทีไม่กี่นาทีต่อมาก็มาถึงหน้าโรงเรียน
.
.
.
และก็เห็นว่าประตูรั้วกำลังจะปิดเท่านั้นแหละผมใส่เกียร์หมาวิ่งสุดชีวิตเลยทั้งยังตะโกนลั่น
"อย่าพึ่งงง" โอ้วว แม่เจ้าโว้ยไม่ทันแล้ววว
"กันต์ๆ มานี่ๆ" เสียงพุ่มไม้ด้านข้างเรียกกระซิบเบาๆ ผมได้ยินก็เลยย่องเท้าเข้าไปดูใครมันเรียกวะ
พรึ่บ!! มือยาวกระชากตัวผมไปด้านข้างอย่างรวดเร็วพอหันหน้าไปมองเจ้าของเสียงเรียกเท่านั้นแหละเหงื่อแทบแตก
"นที!!!"
"ชู่ว เงียบๆเดี๋ยวมีคนจับได้" เขากระซิบกระซาบ
"แล้วนายมาทำอะไรตรงนี้"ผมก็เลยต้องกระซิบตาม
"เอ่อน่า ตามมาๆ" เขาย่องอ้อมไปอีกทางของประตูใหญ่ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีใครเห็นเพราะสองข้างทางที่จะถึงประตูใหญ่เต็มไปด้วยพุ่มไม้หนาประดับประดา
แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงให้ผมเดินท่าสควอชเดินปูตามด้วย นี่ไม่ต่างไรกับการโดนทำโทษเพราะมาสายเลยสักนิด
ไอ่ท่าที่ว่ามันคือการย่อขาลงแล้วเดินคล้ายๆการทำสควอชแต่แค่เดินไปด้วย ไอ่นี่แม่งก็แข็งแรงเกิ้นน เห็นมันทำผมเลยทำตาม
"นที เราเมื่อยขาแล้วนะ"
"ถึงแล้วๆ" รู้งี้ไม่น่าตามมาด้วยเลยเมื่อยขาฉิบหาย เผลอๆโดนทำโทษอาจจะน้อยกว่านี้อีกไอ่เดินปูบัดซบเอ้ย!!
ใช้เวลากว่า10นาทีกว่าจะมาถึง มันเป็นช่องโหว่กำแพงขนาดเล็กกระจ้อยกว้างประมาณ50ซม. แล้วไงต่ออ่ะ
"นายไปก่อนเลย" เขาพูดขึ้นตอนผมกำลังทำท่างงๆ วอท?
"ไปไหน?"
"ลอดตรงนี้ไปไงมันลัดไปหลังอาคาร3 ไม่มีใครเห็น เร็วๆเดี๋ยวไม่ทัน"
หลังอาคาร3 เป็นอาคารที่สำหรับจ่ายเอกสารและห้องสมุดส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีใครมาเดินที่นี่ในช่วงเช้าเพราะทุกคนต่างพากันไปเข้าแถวหน้าเสาธง
"ห๊ะ จะให้ฉันลอดตรงนี้เหรอ" ตัวใหญ่ยังกะควายใครเขาจะลอดได้
"เร็วๆ นายตัวเล็กกว่าลอดเร็วกว่าแน่นอน" ฉัน? ตัวเล็ก?
"มะ..ไม่ดีกว่า นายไปก่อนเลย" ผมส่ายหน้าอ้ำอึ้งกับความคิดนี้ ไม่เด็ดขาด ม่ายยยยยย
"มัวแต่เกี่ยงกันอยู่นั่น นายต้องไปก่อน พอเข้าไปได้แล้วฉันจะตามไปแต่มันต้องติดแน่นอนเพราะตัวฉันใหญ่กว่านายเพราะงั้นนายจะต้องดึงฉันขึ้นไปด้วย เข้าใจไหม"
"อืมๆก็ได้ๆ"
ผมนอนราบไปกับพื้นก่อนจะค่อยๆใช้มือครานไปมุดช่องแคบ ใช้เวลาไม่นานก็ลัดมาถึงหลังอาคาร3จริงด้วยพอมุดสำเร็จผมก็ย่อตัวลงมองผ่านช่องแคบแล้ว กวักมือเรียกนที
เห็นอย่างนั้นนทีเลยค่อยๆคลานรอดผ่านช่องแคบกำแพงนั้นพอถึงช่วงเอวก็แอบติดหน่อยนึงจริงด้วยผมกลั้นหายใจรวบรวมแรงทั้งหมดดึงแขนเขาสุดแรงเกิด
"อึบบบบบ"
"แหกๆๆ" สำเร็จ!!พอลอดมาได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเลย
"แหกๆๆ"
"ขอบคุณนะวิธีดูลำบากดี" ผมยิ้มแหยแห้งๆภายใต้แมทดำซึ่งเขาคงมองไม่เห็นหรอก
"แค่นี้เองไม่เป็นไร" ยังมีหน้ามาพูดอี้กกกก
เราถอดเสื้อแขนยาวตัวนอกออกเพราะเปื้อนฝุ่นเปื้อนดินไปหมด ลำบากไปส่งซักอีกกู!!! คราวหลังจะไม่มาสายอีกแล้วสาบาน
"ป่ะ รีบวิ่ง" ไม่พูดป่าวทั้งยังจับมือผมให้วิ่งตามไป
.
.
.
"พอทุกคนลุกปุ๊บ ให้เราเดินเนียนๆเข้าไปเลยนะโอเคไหม" นทีเอ่ยขึ้นขณะที่เราทั้งคู่ยืนหลบมุมอยู่ตัวอาคารใกล้เสาธงคอยแอบซุ่มดูจารย์กำลังนิเทศช่วงเช้าหน้าเสาธง
"โอเค" ผมตอบในขณะที่สายตาก็จ้องมองทุกคนหน้าเสาธงอยู่ตลอดเวลา
เหมือนกำลังปฏิบัติการลับๆกันอยู่สองคนเลย ผมกำลังหรี่ตาเล็งว่าทุกคนจะลุกขึ้นเมื่อไหร่
หลังจากนิเทศเสร็จจารย์จะปล่อยให้ไปทำธุระก่อนเข้าเรียนซึ่งจะมีการเช็คชื่อเข้าแถวทุกครั้งหากขาดเกิน3ครั้งโดนหักคะแนนวินัย
ถ้าวินัยไม่ผ่านก็ต้องโดนไปค่ายวินัยช่วงปิดเทอมซึ่งควรจะเป็นเวลาพักผ่อน นั่นแหละคือเหตุผลที่เรามายืนลับๆล่อๆกันตรงนี่
"ว่าแต่นายรู้ได้ไงว่าที่นั่นมีรูโหว่" ผมถามด้วยความสงสัย
"บังเอิญเจอตอนเดินรอบโรงเรียนน่ะ ไม่คิดว่าจะมีประโยชน์ในวันนี้"
ประโยชน์ เรียกได้เหรอวะ?
"อ่ะ ลุกแล้วๆ" เขาสะกิดผมยิกๆ
ปลดล็อคสกิลอำพรางตัว พอทุกคนลุกขึ้นผมหันซ้ายขวาไม่มีใครสังเกตุเห็น เราก็เนียนๆเดินไปอยู่ด้านหลังแถวห้องเรียนตัวเองอย่างรวดเร็ว
"นักเรียนนั่งลงครูจะเช็คชื่อ" ครูวิลัย ครูผู้หญิงใจดีประจำชั้นห้องพวกเรา ครูขานชื่อนักเรียนไปเรื่อยๆจนถึงพวกผม
"กันต์ชน"
"มาครับ"
"นนนที"
"มาครับ"
ก็ตอบไปแบบเนียนๆเลยสิครับ เยสๆๆๆ ฮู่เร่
ผมกับนทีแปะมือกันเบาๆ ประมาณว่า'สำเร็จ'
ทั้งคู่ไม่ทันได้สังเกตถึง ไทม์ ที่กำลังจ้องมองด้วยความสงสัยและรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบแต่ไทม์เองก็ไม่ทราบสาเหตุ
ไทม์เดินมาหากันต์ที่กำลังลุกขึ้นก่อนจะเข้ามา กอดคอเชิงสนิทสนมเขากระซิบข้างหูกันต์เบาๆว่า
"ไปไหนมา"
"เฮือก" ผมตกใจหมดไม่รู้ว่าไทม์มาตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะมัวแต่ตื่นเต้นกับการทำอะไรแบบนี้ครั้งแรกมันสนุกมากแถมยังลุ้นอีกต่างหาก
"ปะ..เปล่า ชูๆเดี๋ยวค่อยบอก" นิ้วชี้แตะแมสดำเพื่อเป็นสัญญาณให้ฝ่ายตรงข้ามเงียบๆ
"พวกนายดูสนิทกันจังนะ" นทีเห็นพวกเราก็พูดขึ้น
"อื่มเป็นเพื่อนกันก็ต้องสนิทกันสิใช่ม้ะ" ผมกระทุ้งศอกใส่ท้องไทม์เบาๆ
"อืม"
"งั้นเราไปก่อนนะ" ผมพูดกับนที
"อื้ม เจอกันในห้อง" นทีตอบพร้อมโบกมือให้
.
.
.
ผมกับไทม์เดินมาซื้อของที่สหกรณ์ของโรงเรียนแซนวิชแฮมไข่และนมจืดก็เป็นอาหารมื้อเช้าของวันนี้เหมือนกัน ผมเลือกมาอย่างละ2ชิ้นเผื่อมื้อกลางวันด้วย
ส่วนไทม์ก็เดินดูของอยู่อีกมุมหนึ่งระหว่างนี้หูผมก็เสือกได้ยินอะไรแปลกๆเข้า
"นี่ๆมึง เมื่อวานนะกูไปได้ยินอะไรเด็ดๆมา" เป็น2สาวที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม จะเรียกแทนว่าสาว1และสาว2ละกัน
"อะไรๆๆๆ" สาว2พูดรัวๆอย่างใครรู่ ดวงตาเบิกกว้างเหงี่ยงหูไปใกล้ๆสาว1
"ตึกล้างหลังโรงเรียน" พอได้ยินสาว1พูดผมก็เนียนๆขยับไปเลือกขนมใกล้ๆ
"มันทำไมๆ" สาว2ก็รัวจังหวะอย่างตื่นเต้นอยากรู้จนใจจะขาด ไอ่สาว1ก็ไม่พูดสักทีนี่ก็ตื่นเต้นตามด้วย
"เขาว่ามีคนเอากัน เสียงนี่นะเร้าใจสุดๆ" หารู้ไม่ว่าไม่ได้เรียกว่ากระซิบเลย ได้ยินเต็มๆ2หู
"จริงเหรอออ" สาว2ทำเสียงตื่นเต้นใหญ่ผมก็ตื่นเต้นตามด้วย
"เออจริง เห็นว่าชื่อไทม์ด้วยมึง" ไทม์? คงไม่ใช่อย่างที่ผมคิดหรอกไทม์ทั้งโรงเรียนมีเป็น10
"เห้ยยย หรือจะเป็นรุ่นพี่สุดหล่อม.6ห้อง3" 2สาวหันหน้าขวับไปมองไทม์ที่เดินหยิบขนมตรงมุมนู้นไม่รู้เรื่องรู้ราว เห็นแบบนั้นผมก็รู้ว่าชัดเลย ไอ่ไทม์ห้องกูแน่ๆ
ผมรีบเดินสับขารัวๆไปจูงมือคนที่กำลังเดินดูขนมไม่รู้เรื่องรู้ราวมาชำระเงินหน้าเคาน์เตอร์แล้วพาหนีออกมาจากตรงนั้น
"นี่ไทม์ เมื่อวานนายไปทำอะไรที่ตึกล้างหรือเปล่า"
"เมื่อวาน? ฉันอยู่กับนายที่นั่น"
"นั่นสิ แล้วนายจะไปเอากับคนอื่นได้ไง"
"ห้ะ พูดไรเนี่ย" เขาทำสีหน้าตกใจ แสดงว่าไม่ใช่เขาจริงๆด้วย
"ป่าวๆ นายพึ่งย้ายมาเรียนใหม่คงยังไม่รู้ว่าข่าวลือโรงเรียนน่ะแพร่เร็วมาก"
"ข่าวลือ?" เขาทำหน้างุนงงว่าผมพูดเรื่องอะไร
"พรุ่งนี้นายจะรู้เอง แล้วบอกก่อนว่าอย่าไปสนใจอะไรทั้งนั้นแล้วทำตัวปกติที่สุด โอเคไหม"
"อือ"
เขาพยักหน้ารับทราบก่อนที่วันต่อมาข่าวลือจะแพร่หนาหูซะจนผมอึดอัดแทน
กลับมาปัจจุบันนทียังคงจ้องผมเนิ่นนานโดยเฉพาะดวงตาเขามองอย่างพิจารณาก่อนจะเบิกตากว้างทำหน้าเหมือนนึกอะไรออกแล้วโผล่เข้ากอดผมจนผมตกใจ"เจอสักที...ขอโทษ..ขอโทษที่ทำตัวเย็นชาใส่มาตลอด..ขอโทษที่ทอดทิ้งนายไว้ลำพังนะต่อไปฉันจะไม่ทำอย่างนั้นอีกแล้ว" ตอนแรกคิดว่าเขาจะตกใจแต่ไม่ใช่ เขากลับโผล่เข้ากอดด้วยหัวไหล่ที่สั่นไหวเบาๆเหมือนกำลังร้องไห้ราวกับสำนึกผิดและบอกเหตุผลถึงการย้ายมาเรียนที่นี่เพราะอยากจะพูดว่าคำว่าขอโทษให้ได้ "จะโกรธจะเกลียดก็ได้แต่ฉันขอโทษนายด้วยจริงๆกับสิ่งที่ฉันเคยทำ" ในตอนนั้นที่นทีเจออีกฝ่ายครั้งแรกคือเขากำลังโดนกลั่นแกล้งอย่างหนักตอนแรกก็ยืนมองอยู่เฉยๆแล้วคิดว่า 'ทำไมไอ่คนซื่อบื่อนั่นถึงไม่ยอมตอบโต้อะไรเลยสักที' จนตนทนไม่ไหวจึงต้องเข้าไปช่วย แต่ฝ่ายที่โดนต่อยยับกลับเป็นตัวเขาเองเพราะพวกนั้นคนเยอะกว่า แต่ตลกที่ว่าไอ่คนที่เขาบอกว่าซื่อบื่อกลับเป็นคนมาอุ้มเขาหนีไปเสียดื้อๆ ทั้งๆที่ต่อยยังไม่หนำใจเลยด้วยซ้ำ'ฮิๆ ขอบคุณนะ' ในตอนที่กันต์กล่าวขอบคุณ นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาพึ่งเห็นคนที่มีแววตาสวยและยิ้มสดใจเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพู และเขาก็เผลอยิ้มตามโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆที่โดนรังแกม
จิ๊บๆ เสียงนกร้องเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่กึกก้องเข้ามาในโสตประสาทขณะที่ผมกำลังเคลิ้มหลับในห้วงแห่งความฝันเฮือกก ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับความทรงจำอันน่าอดสู นี่กูทำอะไรลงไปวะเนี่ย ก่อนจะส่ายหัวอย่างไม่น่าเชื่อ"ไม่จริงๆๆ มันไม่ใช่ความจริงใช่ไหม บอกทีว่ามันไม่จริ้งง ฮือๆๆ"ผมกระชากหมอนตบ ป้าบๆๆ ลงบนเตียงอย่างบ้าคลั่ง ไอ่บ้าๆๆๆตายซะ ตายซะะะ กูเนี่ยตายซะฮืออแล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะทีนี้ผมเดินเข้ามาในห้องน้ำก่อนส่องกระจกดูสารรูปตัวเอง คอมีรอยจ้ำแดงจิ๊ดนึง ส่วนหัวนมมีรอยฟันกัด ถ้าหลบหน้าหมอนั่นก็ต้องรู้อีกแล้วตามมาอีกตามเคย สรุปไม่มีประโยชน์อยู่ดี แล้วทำไมตอนทำไม่คิดเยอะๆให้ตายเถอะ เรื่องจูบในห้องน้ำก็ยังไม่ได้ถามนี่ยังจะมาซาบาเฮ้กันอีกกูจะบ้า"หวัดดีไทม์พอดีเมื่อคืนเราเมามากก็เลยเผลอตัวไปหน่อย" ไอ่บ้าเมาเหี้ยไร แดกแต่นม"ไม่ได้ๆเอาใหม่...หวัดดี เรื่องเมื่อคืนขอโทษนะ" แล้วจะขอโทษเรื่องอะไร กูไม่ผิด "โอ้ยๆๆ ไม่รู้ๆๆๆ ถ้าเจอหน้าก็แค่หวัดดีแค่นั้นพอ จบ! อย่าคิดมากทำตัวให้เป็นธรรมชาติ"ร่างเล็กกำลังทะเลาะกับตัวเองในกระจกมองดูลำคอและร่างกายก่อนจะเหลือบไปมองปากที่บวมเจ่อของตัวเองและใช้มือแ
"ขอนะ" สิ้นเสียงประโยคไทม์โน้มใบหน้าเข้ามาหาผมเรื่อยๆ นัยน์ตาคู่คมยังคงสบตาผมอยู่ตลอดจนกระทั่งริมฝีปากของเราสัมผัสกันผมตะลึงค้างตัวเกร็งแข็งทื่อไปหมดก่อนจะหลับตาปี๋ไม่กล้าสบตาหัวใจเต้นแรงโครมครามแทบจะระเบิดออกมา"อ้าปากหน่อย" เขาพูดทั้งที่ปากของเรายังคงสัมผัสกันอยู่แบบนั้น ผมเผยอปากตามคำสั่งโดยไม่รู้ตัวจู่ๆเรียวลิ้นก็สอดแทรกมาในโพรงปากตวัดโลมเลียจนเกิดเสียงเฉอะแฉะไปทั่วห้อง นิ้วทั้งห้าถูกกำเข้าหาฝ่ามือตัวเองแน่นด้วยความเกร็งสัมผัสที่ส่งมาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเรียวลิ้นไล่ต้อนตวัดเลียด้านในปากจนผมหายใจไม่ทันได้แต่นิ่งครางอื้ออึงในลำคอพอเห็นว่าตัวเองเคลื่อนไหวอยู่ฝ่ายเดียวก็ทำให้รู้ว่านี่เป็นจูบแรกของอีกฝ่าย ไทม์ใช้มือประคองคออย่างเบามือและเอียงคอหาองศาที่จูบถนัดก่อนค่อยๆเปลี่ยนจากสัมผัสรุนแรงเมื่อครู่เป็นสัมผัสที่นุ่มนวลอ่อนโยนแทนให้คนตรงหน้าตามทันร่างเล็กยังคงแข็งทื่อแต่พอสัมผัสเปลี่ยนไปเขาก็เริ่มตามทันและหาจังหวะตวัดลิ้นกลับไป เขาเริ่มดุนดันลิ้นตัวเองให้สำรวจในปากของฝ่ายตรงข้ามบ้างอีกฝ่ายตกใจเล็กน้อยแต่ก็ตอบรับสัมผัสที่ร่างเล็กมอบให้และสอดประสานกลับไปพอเห็นว่าอีกฝ่ายเรียนรู้เร็วร่า
ปริบๆเปลือกตานวลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะเห็นภาพคนตรงหน้าที่จดจ้องตาไม่กระพริบ"ไทม์!!" ผมตกใจรีบกระเด้งตัวขึ้นอุส่าหลบหน้ามาทั้งวัน มาอยู่นี่ที่ได้ไงเนี่ย"หลบหน้าฉันทำไม" พูดด้วยน้ำเสียงดุ"ปะ...ป่าวไม่ได้หลบ" ผมเฉไฉรีบส่ายมือ"โกหก" เห็นอยู่ชัดๆว่าหลบ"ก็นาย..." จะให้พูดว่าไรอ่ะ ก็เขาจูบผมที่ห้องน้ำแล้วจะให้มองหน้ากันติดได้ไง"โกรธที่ฉันทำแบบนั้นกับนายเหรอ""ไม่ได้โกรธก็แค่..." "แค่?""รู้สึกแปลกๆ" ผมหลบตาพูดในหัวปรากฏภาพในห้องน้ำขึ้นมาอีกครั้งจนรู้สึกเขินสองแก้มค่อยๆขึ้นสีแดงระเรื่อไปจนถึงใบหูผิวหน้าที่ขาวยิ่งทำให้เห็นชัดว่าคนตัวเล็กกำลังเขิน ไทม์เห็นอย่างนั้นก็แอบยิ้มในใจแล้วแกล้งแหย่เล่น"แปลกยังไงหรอ?" เขาทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้"..." ผมไม่กล้าสบตาจะให้บอกได้ยังไงว่าหัวใจมันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมาแล้วเอาแต่คิดถึงเรื่องนั้นซ้ำๆน่ะ เดี๋ยวได้โดนหาว่าเป็นโรคจิตพอดี ผมเลยบ่ายเบี่ยงกลับไปโดยการเอามือสองข้างปิดหูแล้วพูดว่า"ไม่รู้ๆๆๆๆๆ" จากนั้นก็เนียนๆลุกขึ้นเดินออกมา'ขืนอยู่ต่อมีหวังหัวใจได้ระเบิดจริงๆแน่'แต่เขาดันลุกเดินตามมาด้วยนี่สิทั้งยังพยามจะมากอดคอผมอีก ผมเลยได้แต่เบี่ยงตัวหลบไปม
ตึก ตึก ตึก ฝีเท้ารีบเร่งจูงข้อแขนไว้เน้นให้สาวเท้าเดินตามไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอม แต่ถึงอย่างนั้นก็มาถึงจุดหมายที่คิดไว้ นั่นคือป่าหลังโรงเรียนเป็นที่ที่ต้องผ่านตึกล้างเข้าไปลึกๆถึงจะเจอ ด้านในเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เขียวขอุ่มและยุงชุมเต็มไปหมดโดยรอบมีเสียงนก เสียงแมลงบินก้องไปทั่วให้ความรู้สึกค่อนข้างหลอนเลยทีเดียว เป็นที่ที่ปกติจะไม่ค่อยมีใครย่างกรายเข้ามาเว้นแต่พวกหนีเรียนที่มักจะมาปีนกำแพงข้ามไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ เพราะถ้าเดินตรงไปอีกเรื่อยๆลึกเข้าไปจนสุดป่าก็จะเจอกำแพง สามารถปีนออกนอกโรงเรียนไปเที่ยวและกลับเข้ามาโดยที่ไม่มีใครรู้ได้ แต่ติดที่ว่าต้องทายากันยุงมาด้วยเพราะที่นี่ยุงชุมมาก"ปล่อย มันเจ็บ" ผมพยายามสะบัดมือที่อีกฝ่ายจับไว้แน่นแต่ก็ไม่ยอมหลุดสักที"รู้ไหมฉันรอนายหลังตึกล้างทุกวันเลย" โจพูดขึ้นทั้งยังยกยิ้มเจ้าเล่ห์"แม่นาคก็ไม่ใช่ จะรอทำไม" ผมตอบกลับแบบไร้ อารมณ์สุดๆ"ก็เพราะมึงทำกูแสบมากเลยไงคนสวย" เขาแสยะยิ้มก่อนจะกระชากมือที่จับไว้อย่างแรงจนผมเซถลาเข้าไปในอ้อมกอดตามด้วยการรัดผมไว้แน่นไม่ยอมปล่อย"กูทำไรมึง ปล่อยยย!!" ผมตะคอกใส่พยามยามดีดดิ้นให้หลุดจากพันธนาการแต่ดูเหมือนย
ผลั่ก!! ไทม์ผลักผมเข้ามาในห้องน้ำสาธารณะที่โรงเรียนก่อนที่ตัวเองจะเข้ามาแล้วจัดการปิดประตู"เดี๋ยวจะทำอะ..อุบ" ไม่ทันได้พูดจบริมฝีปากเขาก็เข้าครอบงำจนผมตกตะลึงเบิกตากว้างลำตัวเกร็งจนไม่กล้ากระดิกไปไหน ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว สมองผมกำลังประมวลสถานการณ์ตอนนี้แล้วได้คำตอบว่า 'นี่มันเกิดอะไรขึ้น'เขาถอนริมฝีปากออกช้าๆก่อนจะจ้องหน้าผมที่ตอนนี้นิ่งเงียบเป็นเป่าสาก"อืม อร่อยจริงด้วย" แล้วเขาก็พูดออกมาหน้าตาเฉยในขณะที่ผมกำลังสับสนวุ่นวายทะเลาะกับสมองตัวเองอยู่เงียบๆ 'เมื่อกี้อะไร จูบเหรอ ไม่มันเรียกแตะปาก ทำทำไม เขาแค่อยากลิ้มรสไอติม หรือไม่มีเงินซื้อเลยต้องทำแบบนี้ ห๊ะ ไม่จริงมั้งแท่ง15บาทเอง'"นะ..นายจนเหรอ" พูดอะไรออกไปวะเนี่ย"หืม" เขาเลิกคิ้วเหมือนกำลังงงว่าผมกำลังพูดอะไรที่ไม่เข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เอาซะเลย"ฮ่ะๆ..เดี๋ยว..ไปซื้อ..ไอติมให้นะ..ฮ่ะๆ" ผมแค่นเสียงหัวเราะพูดจาตะกุกตะกักเป็นคำๆเกร็งจนทำตัวไม่ถูก นี่พูดไรออกไปวะ หยุดดิ้ก่อนจะยื่นมือไปเพื่อปลดกลอนประตูแต่ยังไม่ทันได้ทำก็ถูกไทม์จับมือไว้เสียก่อนอึก..น้ำลายอึกใหญ่กลืนลงคอ นี่เขาจะทำอะไร"อยากลองกินไอติมรสอื่นไ







