Share

บทที่ 9 ลองเข้าใจหัวใจใครสักคน

last update Tanggal publikasi: 2026-03-11 20:42:57

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเดินกลับแผนก

ภานุสังเกตว่าเจนนิสยังไม่พูดอะไรอีกเลยตั้งแต่ออกจากบันไดหนีไฟ

เธอยังคงเงียบ ใบหน้าสงบลงแล้ว แต่ใต้ตายังมีคราบน้ำตาจาง ๆ เหลืออยู่

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของภานุดังขึ้น

เขารับสายทันที และสีหน้าก็เปลี่ยนไปในพริบตา

“ครับ… เด็กอายุห้าเดือน..หัวใจโต”

เจนนิสหันมามองทันที

ถึงแม้เธอจะยังดูอ่อนแรง แต่แววตานั้นกลับคมชัดขึ้นราวกับเปิดสวิตช์

ภานุวางสาย พร้อมรีบก้าวเดินเร็วขึ้น

“เด็กเพศชาย ห้าเดือน มีอาการเหนื่อยหอบ หายใจลำบากมาตั้งแต่เช้า พอเช็กพบว่าหัวใจโตผิดปกติ ต้องตรวจเช็กด่วน พยาบาลกำลังเอาตัวขึ้นมาที่ห้องตรวจ”

เขากำลังจะเร่งฝีเท้าอยู่แล้ว

แต่เสียงเรียบนิ่งของเจนนิสก็ดังขึ้น

“ขอฉันเข้าเคสนี้ด้วยได้ไหม”

ภานุชะงัก หันไปมองเธอ

เจนนิสยืนตรง หน้าเรียบ แต่แววตานั้นแน่วแน่

แม้จะยังมีน้ำตาค้างอยู่ แต่แววตาแบบนั้นคือแววตาของหมอคนเดิมที่เขาเคยเห็นเมื่อห้าปีก่อน

“ฉันเป็นศัลยแพทย์ทรวงอก และเคยรับเคสเด็กแบบนี้มาก่อน… ขอฉันดูด้วยได้ไหม ภานุ”

เขาไม่ตอบทันที เพียงแต่พยักหน้า

แล้วทั้งสองก็รีบเดินไปยังห้องฉุกเฉินด้วยกัน

ในวินาทีนั้น

ความเจ็บปวดเมื่อครู่เหมือนถูกพักเอาไว้ชั่วคราว

มีเพียงคนไข้ตรงหน้าเท่านั้นที่สำคัญ

ภานุมองเธอจากด้านข้าง

แม้จะไม่ได้พูดออกมา… แต่เขากลับรู้สึกว่า

ผู้หญิงคนนี้ — ไม่เคยทิ้งความเป็นหมอไปเลย

แม้จะเคยพังแค่ไหน เธอก็ยังลุกขึ้นมาด้วยมือของตัวเอง… เพื่อคนอื่นเสมอ

ภายในห้องผ่าตัดฉุกเฉิน

ไฟสว่างจ้าเหนือเตียงคนไข้ เด็กชายวัยห้าเดือนถูกวางอย่างระมัดระวังบนเตียงตรวจ แพทย์เวรเบิกทางให้ภานุ และเมื่อเห็นเจนนิสเดินเข้ามาด้วย สีหน้าของทีมพยาบาลก็เหมือนสว่างขึ้นทันที

“คุณหมอเจนนิส…”

เสียงเรียกแผ่วเบา แต่แฝงด้วยความหวัง

เจนนิสสวมถุงมือพลาสติก ขณะก้าวเข้าไปใกล้เตียงเด็ก

ใบหน้าของเธอเงยขึ้นสบตาภานุที่ยืนอยู่ข้างเธอ

ก่อนเขาจะเอ่ยถามเบา ๆ อย่างห่วงใย

“คุณโอเคแน่นะที่จะลงมือเลย… พักก่อนก็ได้นะ”

เธอชะงักไปเสี้ยววินาที

ก่อนจะส่ายหน้านิด ๆ แล้วมองเด็กที่นอนหายใจหอบอยู่ตรงหน้า

“ไม่ล่ะ”

“ฉันเป็นหมอ… และตอนนี้มีคนต้องการฉัน”

น้ำเสียงนั้นมั่นคง เรียบ แต่หนักแน่นจนภานุไม่อาจพูดอะไรต่อได้

เขามองเธอเงียบ ๆ

ขณะที่เสียง ‘ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…’ จากนาฬิกาข้อมือที่จับชีพจรหัวใจภานุดังขึ้น

จังหวะสม่ำเสมอ…แต่เร็วเล็กน้อย

และหัวใจของภานุก็กำลังเตือนว่าเขาเริ่มมีความสั่นไหวต่อเจนนิส สายตาเขาที่จดจ่อกับเจนนิส

เจนนิสก้มลงตรวจเบื้องต้น

มือของเธอแม่นยำ ไม่มีการสั่น

ในเสี้ยววินาทีนั้น ภานุเห็นผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาจากความเศร้า ด้วยเหตุผลที่ยิ่งใหญ่กว่าอารมณ์ใด ๆ —

ชีวิตของคนไข้

“คนนี้ให้ฉันลงมือเอง… ช่วยตามฟิล์มเอกซเรย์กับผลอัตราการเต้นของหัวใจล่าสุดมาให้ที”

ภานุพยักหน้า

และในวินาทีนั้น เขารู้ว่า…

เจนนิสกำลังหายใจอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อทุกชีวิตที่ยังรออยู่ตรงหน้า

ห้องผ่าตัด — อุณหภูมิเย็นจัดแต่หัวใจทุกคนร้อนรุ่มไปด้วยแรงกดดัน

เด็กชายวัยห้าเดือนถูกวางไว้บนเตียงผ่าตัดกลางห้อง สายระโยงระยางต่อเข้ากับมอนิเตอร์ ชีพจรเต้นเบาและช้า… บอกสัญญาณว่าหัวใจของเขากำลังทำงานหนักเกินขีดจำกัดของชีวิตเล็กๆ

เจนนิสยืนอยู่หัวเตียง

เสียงหัวหน้าพยาบาลเอ่ยขึ้นอย่างเร่งรีบ

“หัวใจขยายมากค่ะ มีภาวะบีบตัวผิดปกติ… ต้องเปิดทรวงอกด่วน”

เธอไม่ลังเลเลยแม้แต่วินาทีเดียว

“มีดผ่าตัด”

เสียงนั้นเยือกเย็น นิ่ง และทรงพลังจนนักเรียนแพทย์ที่ยืนเกาะมุมห้องถึงกับตั้งใจฟัง

เธอกางมือรับอุปกรณ์จากพยาบาล ก่อนจะลงมือกรีดผิวเนื้อเล็กๆ ตรงหน้าอกเด็ก

ทุกการขยับนิ้ว ทุกการกดใบมีดลงเนื้อ ล้วนมั่นคงและเฉียบขาดราวกับวาดเส้นบนผืนผ้าใบ

เธอไม่พูดมาก แต่ทุกคำสั่งของเธอชัดเจน ไม่สั่น ไม่ลังเล

ร่างเล็กของเจนนิสภายใต้เสื้อกาวน์สีเขียวซีดกลับดูใหญ่โตขึ้นอย่างประหลาด

เธอควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างไว้ในมือ — แม้จะเป็นเคสฉุกเฉินระดับเสี่ยงสูง

ภานุที่ยืนประคองการวัดสัญญาณชีพอยู่ข้างๆ ได้แต่มองเงียบๆ

มือของเขากำแน่น…ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะเขารู้แล้วว่าทำไมใครๆ ก็หลงรักผู้หญิงคนนี้

เธอไม่ได้แค่เก่ง

เธอไม่ได้แค่สวย

แต่เธอ ‘มีอยู่จริง’ ในทุกวินาทีที่ใครบางคนกำลังจะหล่นหายจากชีวิตนี้

“ดูจังหวะปั๊ม… เตรียมสายบายพาส… อย่าให้ความดันตก”

เสียงนั้นเด็ดขาดและรวดเร็ว พอๆ กับมือที่คว้านลิ้นหัวใจเพื่อเปิดทางให้เลือดไหลเวียน

และในที่สุด เสียงเครื่องวัดชีพจรก็เริ่มเปลี่ยนจังหวะ — จากอ่อนแรง กลับมากระชับและสม่ำเสมอ

ภานุเผลอถอนหายใจออกมา

เจนนิสเงยหน้าขึ้นสบตาเขาใต้แว่นนิรภัย

เหงื่อเกาะขมับ ขอบหน้ากากเปียกชื้น แต่มุมตาของเธอ… ยังนิ่งเฉียบ

เธอไม่พูดอะไร

แต่ในความเงียบ… มีความภูมิใจบางอย่างแล่นเข้าอกภานุ

ภานุยืนอยู่ปลายเตียง

แสงไฟในห้องผ่าตัดกระทบเส้นผมของเจนนิสที่หลุดจากหมวกคลุมบางเส้น

เธอยังยืนอยู่ตรงนั้น มือยังถือคีมอยู่แน่น ข้างเตียงเล็กของเด็กคนหนึ่งที่เพิ่งรอดตาย

แผ่นหลังของเธอเล็ก แต่กลับดูกว้างกว่าที่เคย

ในวินาทีนั้น… เขากลับรู้สึกเหมือนเห็นใครบางคน ‘ยืนอยู่ตรงนั้น’

เงาแข็งแรงของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ผู้หญิงที่เขาเคยเดินตามอยู่เสมอ

…พี่สาวของเขาเอง — ยิหวา

ภาพในหัวไหลย้อนกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว

วันนั้นที่ยิหวาวิ่งฝ่ากระสุนเข้าไปดึงตัวเพื่อนร่วมหน่วยออกมา

วันนั้นที่พี่สาวของเขานั่งกดเลือดตัวเองไว้แล้วหันมาสั่งน้องว่า “อย่าร้องไห้… แผลแค่นี้เอง”

วันนี้… แววตาเด็ดเดี่ยวของเจนนิส สะท้อนมันออกมาเป๊ะเหมือนกันทุกอย่าง

ภานุกลืนน้ำลายช้าๆ โดยไม่รู้ตัว

หัวใจมันเต้นผิดจังหวะ และบางอย่างในอกมัน ‘แปร่งๆ’

“พี่… ทำไมต้องเป็นผู้หญิงที่เหมือนพี่ด้วยวะ”

เขาคิดในใจ แล้วรีบหันหน้าหนีจากแผ่นหลังของเจนนิส

รู้ตัวอีกที มือก็ขยุ้มชายเสื้อกาวน์ตัวเองแน่น… เหมือนจะดึงสติกลับมา

แต่ยิ่งห้าม ใจก็ยิ่งไหลลึกลงไป

ไม่ใช่เพราะเธอเหมือนพี่

แต่เพราะเธอคือ ‘เธอ’ จริงๆ

และเขากำลังรู้สึกกับเธอ… มากกว่าเดิมในทุกครั้งที่ได้มอง

..

ณ ห้องพักแพทย์ช่วงหัวค่ำเงียบสงบ

แสงไฟหลอดฟลูออเรสเซนต์สะท้อนลงบนโต๊ะเหล็กด้านในสุด

เจนนิสเปิดประตูเข้ามาช้าๆ หลังจัดการเอกสารหลังผ่าตัดเสร็จ

“ภานุ?”

เธอขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขายังไม่กลับ ทั้งที่เวรจบไปเกือบชั่วโมง

เขาเงยหน้าขึ้นจากโน้ตบุ๊ก ริมฝีปากแตะยิ้มบางๆ

ก่อนจะดันซองเอกสารสีน้ำตาลใบหนึ่งไปตรงหน้าเธอ

เจนนิสรับมันมาด้วยความสงสัย ก่อนจะเปิดดู —

“…ตั๋วเครื่องบิน?” เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที

“คุณต้องไปอบรมกับผมที่เชียงใหม่ครับ อาทิตย์หน้า”

น้ำเสียงของภานุฟังดูนิ่ง เรียบ แต่แววตากลับซ่อนความตั้งใจไว้ชัดเจน

“7 วันครับ เดินทางวันอาทิตย์นี้เช้า”

เจนนิสมองเอกสารในมือ เงียบไปอึดใจ

เหมือนสมองกำลังประมวลผลว่านี่คือเรื่องจริงหรืออำเล่น

“แต่… ฉันไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อน”

“ผมเพิ่งแจ้งแผนกเมื่อกี้เองครับ” ภานุตอบด้วยสีหน้าที่ดูมีเล่ห์

ก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สอดมือเข้ากระเป๋าเสื้อกาวน์อย่างสบายใจ

“ถือว่าไปพักใจ…สักหน่อยก็แล้วกัน”

คำพูดนั้นไม่หวาน ไม่ซึ้ง

แต่มันกลับอบอุ่นในแบบของเขา

เจนนิสเม้มริมฝีปากน้อยๆ มองหน้าภานุที่ยังคงนั่งสงบอยู่ตรงนั้น

หัวใจเธอ…เต้นช้าลง แต่หนักขึ้นอย่างแปลกประหลาด

เธอไม่ตอบอะไร

เพียงพยักหน้าเบาๆ พร้อมเสียงถอนหายใจเหมือนยอมจำนน

…เพราะในตอนนี้ ต่อให้ยังไม่พร้อมจะพูดทุกอย่าง

แต่เธอเองก็รู้ดีว่าใจเธอ…อยากพัก

และบางที เชียงใหม่กับเขา อาจจะเป็นที่พักชั่วคราวที่เธอควรลองให้โอกาสดูสักครั้ง

หลังเจนนิสเดินออกจากห้องพักแพทย์ไป

ภานุยังนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม แผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้

ดวงตาคมทอดมองซองตั๋วเครื่องบินสำรองที่ยังวางอยู่บนโต๊ะเบื้องหน้า

เสียงนาฬิกาแขวนผนังเดินไปเรื่อยๆ แต่ความคิดของเขากลับวิ่งวนไม่หยุด

“เราใช้เวลาทำงานร่วมกันมาหลายปี…

แต่ความรู้สึกระหว่าง ‘เข้าใจการทำงาน’ กับ ‘เข้าใจหัวใจใครสักคน’ มันต่างกัน”

ภานุไม่ใช่คนเร่งรีบ

แต่เขาก็ไม่ใช่คนยืนเฉยกับสิ่งที่ชัดเจนตรงหน้า

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับเจนนิสมันไม่ได้พุ่งพล่าน

แต่มันเงียบ…ลึก…และชัดขึ้นเรื่อยๆ

เขาอยากรู้จักเธอในแบบที่เธออนุญาต

ไม่ใช่ในแบบที่โลกบอกว่าเธอเป็น ‘คุณหมอเจนนิส’

เขาเคยเห็นเธอเข้มแข็ง

เคยเห็นเธอร้องไห้

เคยเห็นเธอทุ่มเทหัวใจทั้งหมดเพื่อคนไข้

แต่เขาอยากรู้จักผู้หญิงที่อยู่ข้างในมากกว่านั้น

“การเดินทางครั้งนี้…อาจไม่ใช่แค่ไปอบรม

แต่เป็นโอกาสเล็กๆ ที่ผมจะได้เข้าไปอยู่ในโลกของคุณ…

แบบที่ไม่มีเสื้อกาวน์กั้นอยู่”

ภานุยกมือขึ้นถอดแว่น พิงศีรษะกับพนักเก้าอี้

สูดลมหายใจลึก ปล่อยให้ความคิดยังคงไหลวนอยู่ในความเงียบ

และเขาสัญญากับตัวเองว่า…

“ถ้าใจเธอยังมีรอยแผล ผมจะไม่ถามซ้ำ

แต่จะอยู่ตรงนี้…เพื่อให้เธอรู้ว่าเธอไม่ต้องเยียวยามันคนเดียวอีกต่อไปแล้ว”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รักไม่ได้…หยุดไม่ได้(แอบรักเมียเก่าพี่)   ตอนพิเศษที่ - มีแต่สิ่งดีๆนะ

    เช้าวันนี้ แสงอรุณอุ่นนวลเล็ดลอดผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยความเงียบสงบของยามเช้าถูกเติมด้วยเสียงฝีเท้าเบา ๆ ของภานุที่เดินมาหยุดข้างเตียง เขาก้มลงตรวจชีพจรเจนนิสอย่างชำนาญ ก่อนจะใช้เครื่องฟังเสียงหัวใจลูก ๆ ที่อยู่ในครรภ์เสียง “ตึกตัก” สองจังหวะซ้อนกันดังชัดเจน…ชวนให้หัวใจพ่อเต้นตามท้องของเจนนิสโตขึ้นพอสมควรแล้วเธอนอนพิงหมอนสูง มองภานุด้วยสายตาอุ่น ๆ ที่เต็มไปด้วยความขอบคุณไม่นาน พ่อและแม่ภานุก็เข้ามาเยี่ยมตั้งแต่เช้าตรู่แม่ถือถุงผลไม้และซุปอุ่น ๆ พ่อแม้จะยังอยู่ในเครื่องแบบ ก็ยังสละเวลามายืนข้างเตียง เอ่ยเพียงสั้น ๆ แต่ชัดเจน “เก่งมากหนู…อีกนิดเดียวก็จะผ่านไปแล้ว”ทุกคนในห้องต่างรู้ดีว่า สิ่งที่เจนนิสเผชิญอยู่ไม่ง่ายและกำลังใจคือยาที่ดีที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้ไม่นานนัก ประตูห้องก็เปิดออกหมอคริสในชุดกาวน์สีขาวก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มใจดี“อรุณสวัสดิ์ครับคุณแม่ วันนี้ผมมีข่าวดี” หมอคริสเอ่ยขณะตรวจดูผลวัดต่าง ๆ “อาการดีขึ้นมากนะครับ ชีพจร ความดันอยู่ในเกณฑ์ คุณแม่ลองเดินได้บ้างแล้วนะ…ค่อย ๆ ขยับทีละนิด”คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศทั้งห้องโล่งใจขึ้นในทันทีเจนนิสเองก็รู้สึก

  • รักไม่ได้…หยุดไม่ได้(แอบรักเมียเก่าพี่)   ตอนพิเศษ - คำอธิฐานมีจริง

    เมื่อภานุพาเจนนิสเดินมาถึงหน้าห้องแม่ที่โรงพยาบาล ประตูห้องถูกเปิดออกพอดี ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเดินออกมาอย่างรีบเร่ง“อ้าว เฮ้ย! มาจากไหนเนี่ย?” ภานุเอ่ยทักทันทีที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยภาคินชะงักไปชั่ววูบ หันมายิ้มให้พี่ชาย “ไงพี่ แวะมาจากค่ายน่ะ มาเอาของนิดหน่อย เดี๋ยวต้องรีบกลับไปฝึกต่อแล้ว แม่เรียกมาให้เซ็นเอกสารจดทะเบียนอะไรสักอย่างนี่แหละ”พูดจบก็เหลือบมองนาฬิกา ก่อนขยับจะเดินผ่านไป “ไปก่อนนะ รถมารอแล้ว”ภานุทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนตบไหล่น้องชาย “เออ ปลอดภัยด้วยล่ะ ด่วนไปไหนของมันอีกละ…”ภาคินเพียงแต่ยิ้มบาง ๆ โบกมือลาแล้วก้าวฉับ ๆ จากไปโดยไม่หันกลับภานุหันกลับมามองเจนนิส ส่งยิ้มอ่อนโยนให้ “นั่นน้องชายคนเล็กของบ้านผมเอง ชื่อภาคิน นายๆจะเจอกันที ไว้ผมพาไปเจอนะ น้องน่าจะด่วน”เจนนิสพยักหน้ารับ ยิ้มบาง ๆ ก่อนเดินเข้าไปในห้องแม่อย่างเงียบ ๆ ทิ้งเสียงฝีเท้าของภาคินที่จางหายไปกับทางเดินยาวของโรงพยาบาลภานุผลักประตูเข้าไปในห้องรับรอง ทั้งคู่ยกมือไหว้พ่อกับแม่ที่นั่งรออยู่ข้างใน พ่อของภานุในชุดทหารเต็มยศ กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์บนโซฟาด้วยท่าทีสงบ เยือกเย็นตามสไตล์ผู้นำครอบครัวเจน

  • รักไม่ได้…หยุดไม่ได้(แอบรักเมียเก่าพี่)   บทที่ 69 เรื่องราวของความรัก(จบ)

    ในห้องนอนที่แสงเช้าสาดผ่านม่านโปร่ง เจนนิสนอนนิ่งอยู่บนเตียง ร่างกายอ่อนล้าจากการแพ้ท้อง แต่หัวใจกลับไม่เหนื่อยล้าอย่างเดิมอีกต่อไปขณะที่ลมหายใจเธอค่อย ๆ สม่ำเสมอ เสียงหัวใจของอีกหนึ่งชีวิตในตัวเธอก็ยังดังก้องในความทรงจำเธอคิดย้อนกลับไปถึงวันที่เคยกลัวครอบครัวกลัวการผูกมัด กลัวความผิดหวัง กลัวจะไม่มีบ้านให้ใครซุกหัวนอน เพราะบ้านในอดีตของเธอไม่เคยอบอุ่นแต่ตอนนี้ แม้ร่างกายจะอ่อนแรงแต่การมีภานุอยู่ข้าง ๆ ทั้งในวันที่หัวเราะ วันที่ร้องไห้ วันที่อ่อนแอทำให้เธอค่อย ๆ มองเห็นความหมายของคำว่า ครอบครัว ใหม่อีกครั้งเจนนิสตกผลึกกับตัวเองว่าความอบอุ่นไม่ได้เกิดจากสถานที่ หรืออดีตที่ผ่านมาแต่มันเริ่มต้นได้จากคนสองคนจากมือที่กอดไว้แน่นจากสายตาที่มองกันด้วยความเข้าใจจากหัวใจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกัน…แม้จะกลัว แม้จะไม่พร้อมก็ตามวันนี้ เธออาจยังไม่พร้อมสมบูรณ์แต่ก็พร้อมจะ “ลองรัก” ดูอีกสักครั้งพร้อมจะสร้างบ้านหลังใหม่ ให้กับตัวเอง กับภานุ กับลูกน้อยในท้องและกับอนาคตที่เธอจะไม่หนีจากมันอีกต่อไปชีวิตของเธอกำลังเปลี่ยนไป แต่ครั้งนี้ เธอเลือกจะเปลี่ยนไปพร้อมกับคนที่รักและยอมรับในตัวตนของ

  • รักไม่ได้…หยุดไม่ได้(แอบรักเมียเก่าพี่)   บทที่ 68 เสพติดคุณ

    หลังออกจากห้องตรวจ แม่ภานุเดินเคียงข้างสองคนด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“เย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านแม่นะลูก แม่จะเตรียมของโปรดให้”ภานุรีบรับคำแล้วพูดแซวแม่ทันที “แต่แม่ครับ เมียผมท้องอ่อน กินอะไรไม่ค่อยได้ ผมดูแลเองได้นะแม่”น้ำเสียงจริงจังแต่ปนหวงแหน ใบหน้าภานุเต็มไปด้วยความภูมิใจในฐานะพ่อบ้านมือใหม่แม่ภานุหันมามองลูกชายแล้วอมยิ้ม “แล้วแกไม่คิดจะแต่งงานกับเขาหน่อยเหรอภานุ?”เสียงพูดเหมือนหยอกแต่สายตานิ่งจริงจังเจนนิสที่เดินข้าง ๆ สะดุ้งนิดหน่อย รีบตอบแทรกเสียงเบา“ไม่เป็นไรค่ะ หนูยังไงก็ได้…”ใบหน้ามีรอยเขินอายเล็ก ๆ ชำเลืองมองภานุอย่างประหม่าแต่ภานุส่ายหน้าทันที ยืนยันหนักแน่น“ไม่ได้หรอกคุณ! ยังไงผมต้องจัดงานแน่นอน—แต่คุณพร้อมตอนไหนบอกผมนะ ผมจะไม่บังคับ”สายตาจริงใจ มือกุมมือเธอแน่นราวกับจะส่งผ่านความมั่นคงในใจทั้งหมดเจนนิสมองเขา ยิ้มอ่อน ๆ พยักหน้าเบา ๆ ใจหนึ่งอบอุ่นใจหนึ่งยังเขินอยู่ลึก ๆแม่ภานุหันไปมองลูกชายแล้วพูดกับน้ำเสียงจริงจังแต่แฝงความเอ็นดู“ช่วงนี้อย่าลงเวรให้หนูเจนนิสนะภานุ ให้เขาพักผ่อนให้มาก ๆ”ภานุหันมาตอบแบบเด็กดี “ค้าบแม่!”เสียงตอบพร้อมรอยยิ้มเต็มแก้ม ทำเอาแม่หัวเราะเบ

  • รักไม่ได้…หยุดไม่ได้(แอบรักเมียเก่าพี่)   บทที่ 67 ที่สุดในชีวิต

    เมื่อภานุประคองเจนนิสเข้าไปถึงแผนกสูตินรีเวชของโรงพยาบาล เสียงฮือฮากระซิบกระซาบก็กระจายไปทั่วโถงรอตรวจ เหล่าพยาบาลและเจ้าหน้าที่แอบเหลือบมองทั้งสองคนเป็นระยะ ขณะที่ภานุยืนเคียงข้างเจนนิสไม่ห่างในกลุ่มพนักงานเวรเปลี่ยนผลัด“นี่ๆ ได้ข่าวยัง? คู่หมั้นอาจารย์ภานุ ขอตัวถอนหมั้นหลังกลับจากพม่า เขาว่าอาจารย์หมั้นกับหมอเจนนิสใหม่เหรอ?”“แต่ฉันเห็นหมอเจนนิสเดินมาด้วยกันจริงนะ เห็นอาการเหมือนคนแพ้ท้องด้วย…”เสียงซุบซิบยิ่งดังขึ้นเรื่อย ๆบางคนหยิบมือถือมาแชะภาพ บ้างก็ส่งข้อความในไลน์กลุ่มโรงพยาบาล“มีข่าวด่วน! ภานุ หมอเจนนิส เข้าสูตรนิยายเลยเว้ย!”“หรือเขาจะมีข่าวดีอะ?”เสียงเมาท์แรงสะเทือนไปถึงห้องผู้บริหารเสียงพูดคุยกระซิบกระซาบของพยาบาลหน้าเคาน์เตอร์แผนกสูติทำให้คุณหญิง แม่ของภานุชะงักฝีเท้า“เมื่อกี้เห็นคุณหมอภานุพาผู้หญิงเข้าไปในห้องตรวจนะ… เหมือนจะเป็นหมอเจนนิส”“ใช่ ๆ หมอภานุที่เคยมีข่าวลือว่าหมั้นกับหมอกานดานั่นแหละ…”คำต่อท้ายหลุดเป็นเสียงเบา แต่กลับดังชัดในหูของเธอพอ ๆ กับเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงความจริงเรื่องสัญญาหมั้นระหว่างครอบครัว กับบ้านกานดายังไม่เคลียร์ เพราะตัวแม่ภานุเองก

  • รักไม่ได้…หยุดไม่ได้(แอบรักเมียเก่าพี่)   บทที่ 66 หรือว่า…

    เช้าแสงอ่อนสาดลอดผ้าม่าน เจนนิสรู้สึกตัวตื่นขึ้นในอ้อมกอดอุ่นของภานุ กลิ่นกายและลมหายใจร้อนของเขายังคลอเคลียข้างแก้ม เธอขยับตัวเบา ๆ รู้สึกเหมือนร่างกายหนักอึ้งไปหมด หัวหมุนเวียนคล้ายคนเมาค้าง สะโพกกับต้นขาก็ยังระบมจากค่ำคืนดุเดือดเจนนิสหลับตานิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้ามองคนที่กอดเธอไว้“คุณ…ฉันรู้สึกแปลก ๆ เวียนหัวมาก…”น้ำเสียงแผ่วพร่าของเธอดึงความสนใจภานุให้ตื่นเต็มตา เขานับนิ้วอยู่ในอากาศ ท่าทางเหมือนกำลังคิดอะไรเร็วจี๋ทันใดนั้น ภานุเบิกตากว้าง เผลอยิ้มกว้างแล้วร้องออกมาอย่างดีใจ “เว้ย! เดือนนี้…!”เขาคว้ามือเธอมากุมไว้แน่น ดวงตาเป็นประกายลิงโลดจนน่าแปลกใจเจนนิสขมวดคิ้ว งุนงงกับท่าทีของเขา“เดี๋ยว…คุณเป็นอะไรเนี่ย อยู่ ๆ ก็ดีใจอะไรของคุณ?”เธอมองเขางง ๆ หัวก็ยังหมุนติ้วภานุดึงเธอเข้ามากอดแน่นขึ้นอีก “คุณ…เมื่อวานมัน…วันที่เลยมานะ รู้ไหม?”เจนนิสยังงงงวยกับท่าทีร้อนรนปนดีใจของเขา “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันรู้สึกเวียนหัว?”ภานุยิ้มกรุ่มกริ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวใกล้ข้างหู “ไม่แน่นะ…คุณอาจจะเมาค้าง หรือ…อาจจะกำลังมีเซอร์ไพรส์อะไรบางอย่างก็ได้”เขาขยี้จมูกลงบนแก้มเธออย่างหวงแหนเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status