Home / โรแมนติก / รังสิมันตุ์ไร้ใจ / ตอนที่ 4 | ที่ทำงานแห่งใหม่

Share

ตอนที่ 4 | ที่ทำงานแห่งใหม่

last update Huling Na-update: 2025-12-30 14:49:09

"ขอบใจมากนะเวียงพิงค์ ที่มารับถึงขนส่งเลยแบบนี้ เกรงใจมากเลยล่ะ"

"ไม่เห็นเป็นไรเลย เราก็ไม่ได้เจอกันนานหลายปีแล้วนะ เดี๋ยวไปรอที่บ้านฉันก่อน ลุงของฉันน่าจะกลับมาตอนเย็นน่ะ แล้วค่อยคุยรายละเอียดกัน เธอย้ายออกจากห้องเช่าแล้วใช่ไหม"

"ตอนแรกก็ว่าจะย้ายออกนะ แต่ค่าห้องมันก็ไม่ได้แพงมาก ฉันก็ว่าจะเช่าต่อเพื่อเก็บของไปก่อนน่ะ ลืมไปเลยว่าของมันเยอะด้วย ไม่แน่ใจว่าที่พักคนงานจะเก็บของได้เยอะไหม กลัวว่ามันจะเป็นแค่ห้องเล็ก ๆ เดี๋ยวเก็บของไม่พอ อีกอย่างห้องเช่าห้องนั้นฉันก็อยู่มานานมากแล้วด้วย แถมค่าเช่าก็ยังได้ราคาเก่าก่อนที่จะขึ้นราคาอีก ก็เลยคิดว่าเก็บไปก่อนดีกว่า เพราะไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้ทำก็ได้ มันไม่มีอะไรแน่นอนเลย"

"ก็นั่นสินะ แต่ฉันคอนเฟิร์มว่ายังไงเธอก็ต้องได้อยู่แล้วล่ะเพลงขวัญ ก็อย่างที่บอกไปว่าลุงฉันเป็นคนเก่าคนแก่ของที่ไร่นั่น ยังไงก็ต้องได้อยู่แล้วล่ะ"

"ขอบใจนะ"

"แล้วนี่เธอยังได้ติดต่อยัยขิมอยู่ไหม" เวียงพิงค์ เป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของเพลงขวัญ ซึ่งเรียนอยู่คณะพยาบาลศาสตร์และสาขาวิชาเดียวกัน

"ขิมบอกว่าไม่ให้ติดต่อกันน่ะ ก็ตั้งแต่ที่คลอดของขวัญ หลังจากที่เซ็นเอกสารทุกอย่างอย่างถูกต้อง ขิมก็รีบบินไปต่างประเทศทันทีเลย เห็นว่าจะไปเรียนต่อที่นู่นมั้ง"

"อะไรกัน ไม่ติดต่อเลยเนี่ยนะ ยัยขิมมันไม่คิดจะสนใจลูกของตัวเองเลยหรือไง"

"อย่าไปว่าขิมเลย แค่ขิมไม่เอาเด็กออกก็ดีแค่ไหนแล้ว ยังไงขิมก็ยังมีความเป็นแม่อยู่บ้างแหละนะ"

"แต่เธอก็ไม่ใช่แม่ของเด็กนะ แต่ก็ยังรับเลี้ยงไว้อีก"

"เด็กไม่ผิดอะไรนี่นา แล้วฉันก็ไม่อยากให้ของขวัญไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเหมือนกับฉันด้วย ถึงจะมีคนช่วยเหลือ แต่มันก็มีแต่ความเหงาใจอยู่ตลอดเลยนะ ยิ่งได้เห็นครอบครัวที่อยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น คนที่ไม่มีครอบครัวแบบฉัน บางทีก็ต้องแอบร้องไห้อยู่คนเดียว มันเหงาใจจริง ๆ นะ เพราะฉันเข้าใจ ฉันถึงอยากจะเป็นความอบอุ่นให้กับเด็กคนนี้"

"เธอก็คบกับผู้หญิงคนนี้ได้ไม่นานเองนะ แล้วนี่รู้จักยัยขิมดีแค่ไหนถึงได้ไปช่วยเหลือน่ะ แถมเธอก็ยังถูกเพื่อนนินทาอีกว่าท้องป่องในวัยเรียน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่เรื่องของเธอเลยด้วยซ้ำ"

"ถึงจะไม่รู้ว่าพื้นฐานครอบครัวของขิมเป็นยังไง เพราะถึงจะสนิทกันแค่ไหนแต่ขิมก็อยู่หอพักเหมือนกับฉัน ขิมก็ไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวให้ฟังด้วย แต่จะให้มาถามว่าครอบครัวเธอเป็นยังไงมันก็ไม่ใช่ใช่ไหมล่ะ"

"แหม...ถ้ามีเงินไปเรียนต่างประเทศขนาดนั้น ก็คงจะไม่ใช่คนที่ไม่มีอันจะกินหรอก"

"นั่นสินะ มันก็จริงอย่างที่เธอว่า แต่มันก็ผ่านมาตั้งนานแล้ว ขิมก็คงจะลืมเรื่องพวกนี้แล้วละมั้ง เพราะว่าที่ทนท้องมาตั้งเก้าเดือนก็ได้แต่บ่นอยู่ตลอด พอคลอดออกมาแล้วก็เหมือนจะโล่งใจ แต่อย่างที่บอกนั่นแหละ เรื่องนี้ก็มีแค่เธอที่รู้ เธออย่าบอกเรื่องนี้กับใครเลยนะ"

"ไม่จริงหรอก ถ้าตอนนั้นฉันไม่บังเอิญไปเห็นตอนที่เธอกับยัยขิมอยู่แผนกสูติฯ ที่โรงพยาบาล ฉันก็คงจะไม่รู้เรื่องนี้หรอกนะ"

"นั่นแหละ รวมถึงเรื่องที่ฉันไม่ใช่แม่ของของขวัญด้วย อย่าให้ใครรู้ความจริงข้อนี้อีกเลยนะ ฉันไม่อยากทำให้ลูกเสียใจ เพราะชีวิตที่เหลือของลูกต่อจากวันนี้ ฉันจะเป็นคนดูแลแล้วส่งให้ลูกไปถึงฝั่งฝันเอง จะไม่ทำให้ลูกต้องรู้สึกขาดอะไรไปอย่างแน่นอน ขอให้ความจริงเรื่องนี้มันตายไปกับฉันเถอะนะ"

"พูดถึงขนาดนี้แล้ว ถึงเธอไม่ขอร้องฉันก็ไม่บอกใครหรอก ยังไงคืนนี้ก็ค้างที่บ้านฉันก่อนนะ ถ้าลุงฉันมาก็คงจะดึกแล้วล่ะ แล้วฉันจะบอกลุงให้ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่ค่อยรู้เกี่ยวกับไร่ข้าวโพดสักเท่าไหร่ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เพราะมันร้อนมาก แถมยังต้องอยู่กลางแดดทั้งวัน เธอจะไหวจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย"

"ฉันไม่เคยทำหรอก แต่ว่าฉันก็จะพยายามทำให้ได้"

"ยังไงฉันก็เอาใจช่วยนะ ถ้าเกิดว่ามีเรื่องอะไรก็อย่าลืมบอกกันล่ะ ฉันก็ไม่รู้ว่าจะช่วยได้หรือเปล่า แต่ว่าฉันก็จะช่วยเธอให้สุดความสามารถนะ"

"ขอบคุณมาก ๆ เลยที่รับหนูเข้าทำงาน ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ"

"ก็เห็นยัยเวียงพิงค์อ้อนวอนขนาดนั้น ลุงก็คงต้องทำให้สมใจแล้วล่ะ"

"แต่ว่าเรื่องที่หนูมีเด็กจะไม่เป็นไรจริง ๆ ใช่ไหมคะ"

"จะมีปัญหาอะไรล่ะ ที่ไร่ก็มีเด็กเยอะแยะ แต่ว่าหนูก็ต้องจ้างพี่เลี้ยงคอยดูแลด้วยนะ เพราะจะให้กระทบกับงานไม่ได้เด็ดขาด"

"ที่นั่นมีพี่เลี้ยงด้วยเหรอคะ ตอนแรกหนูก็คิดไว้ว่าจะหาพี่เลี้ยงข้างนอกเหมือนกันค่ะ แต่ถ้ามีพี่เลี้ยงอยู่ในไร่ก็ดีเหมือนกัน หนูจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเข้าออกจากไร่ด้วย"

"นั่นแหละ เพราะที่ไร่ก็มีเด็กเยอะ บางคนที่มีครอบครัวก็ผันตัวไปเป็นแม่บ้าน ซึ่งบางคนก็ต้องหารายได้เพราะผัวหาเงินคนเดียวไม่พอใช้หรอก ยิ่งงานใช้แรงงานแบบนี้ เมียก็ต้องคอยช่วยหาเงินหารายได้เท่าที่จะทำได้นั่นแหละ บางคนก็เลี้ยงลูกตัวเองไปแล้วก็รับเลี้ยงลูกของคนอื่นด้วย ก็เพื่อจะหาเงินมาจุนเจือครอบครัว"

"หนูเข้าใจเลยค่ะ การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายจริง ๆ เพราะมันมีแต่ค่าใช้จ่ายทั้งนั้น"

"หนูก็ลองสอบถามดูแล้วกันว่ามีใครที่พอจะรับเลี้ยงเด็กได้ไหม แต่ถ้ามีคนรับเลี้ยงแล้วต้องดูแลหลายคน ลุงก็ไม่แนะนำนะ เพราะกลัวจะดูแลลูกของเราไม่ดีพอ ก่อนจะตกลงกับใครก็สอบถามดี ๆ ก่อนล่ะ"

"ขอบคุณมากค่ะ แล้วหนูสามารถเริ่มทำงานได้เลยใช่ไหมคะ"

"ใช่ อีกสองวันก็เริ่มงานได้เลย เดี๋ยวคืนนี้จะมีผู้ดูแลฝ่ายหญิงเข้ามาทำสัญญาจ้างงานว่าจะทำระยะเวลาเท่าไหร่ แล้วก็ทำสัญญาเรื่องอยู่ในที่พักของไร่นี้ พร้อมกับเอาชุดฟอร์มของทางไร่มาให้ด้วย ถ้าเป็นพนักงานใหม่เขาจะแจกฟรีก่อน แต่ถ้าเสื้อผ้าเกิดฉีกขาดหรือชำรุด ต่อไปก็ต้องใช้เงินซื้อเองนะ เพราะทางไร่เขาช่วยแค่ครั้งแรกเท่านั้น"

"ขอบคุณมากเลยค่ะ"

"อ้อ...ลุงขอเตือนไว้ก่อนนะ ถ้ามีผู้ดูแลโซนนี้มาทำสัญญา หนูก็ต้องอ่านกฎอย่างละเอียดด้วยล่ะ ต้องจำและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดด้วยล่ะ เพราะเจ้าของไร่แห่งนี้เป็นคนเข้มงวดมาก แล้วก็ไม่ค่อยให้โอกาสพนักงานที่ทำผิดกฎด้วย เพราะแบบนั้นถึงได้มีการรับสมัครพนักงานอยู่ตลอด คงจะเข้าใจใช่ไหมว่าเพราะอะไร"

"เข้าใจค่ะ"

"งั้นก็ขอให้อดทนเข้าล่ะ เพราะงานมันค่อนข้างหนักด้วย ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบนี้จะทำงานสู้แดดไหวหรือเปล่า"

"หนูจะพยายามค่ะ"

เพลงขวัญได้ห้องพักคนงานที่ชั้นสอง ซึ่งเป็นห้องพักของพนักงานหญิงล้วน เธอเดินทางเข้ามาอยู่ในไร่แห่งนี้โดยกระเป๋าลากติดตัวมาสองใบ เป็นเสื้อผ้าของเธอกับของบุตรสาวและของจำเป็นมาด้วยบางส่วนเท่านั้น ซึ่งเธอไม่สามารถขนมาทั้งหมดได้ จึงต้องเก็บของทุกอย่างไว้ที่หอพักเก่าตามเดิม

ในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีแค่พัดลมติดผนังหนึ่งตัวและมีระเบียงด้านนอกเพียงเท่านั้น เพราะที่นี่ต้องใช้ห้องน้ำรวมกับคนงานในไร่คนอื่น

"เรายังไม่มีผ้าห่มเลยนะลูก เพราะแม่ไม่ได้เตรียมมาเลย แม่คิดว่าจะมีที่นอนให้ งั้นคืนนี้ก็นอนห่มผ้าขนหนูไปก่อนนะคะคนเก่ง"

"แม่จ๋า แม่จ๋าต้องนอนกอดหนูด้วยนะคะ"

"แน่นอนสิลูก แม่จะนอนกอดหนูทั้งคืนเลยนะ แล้ววันพรุ่งนี้เราก็ค่อยไปหาซื้อที่นอนใหม่กันดีไหมลูก"

"แม่จ๋า เยาจะไปเที่ยวกันหยอคะ"

"ใช่ค่ะลูก พรุ่งนี้เราได้เดินซื้อของเข้าห้องด้วยกันนะคะ"

"เย้...แม่จ๋า หนูอยากเย่นของเย่นด้วย หนูอยากมีของเย่นจังเยยค่ะ"

"แม่ขอโทษนะคะที่มีแต่ของเล่นเก่า ๆ ให้หนู ไว้เดี๋ยวแม่ทำงานได้เงินเดือนแล้ว แม่จะพาหนูไปซื้อของที่อยากได้นะคะ"

"แม่จ๋าพูดจริงนะ"

"จริงค่ะลูก"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 14 | ติดฝน

    "แม่จ๋า มีน้ำหย่นมาจากฟ้าเยอะเยยค่ะ""อันนี้เขาเรียกว่าน้ำฝนนะคะลูก""น้ำฝนหยอคะ""ใช่ค่ะลูก อันนี้เรียกน้ำฝนค่ะ แต่ถ้าน้ำฝนที่ตกรวมกันเยอะ ๆ แบบนี้เขาเรียกว่าฝนตกนะคะ""แย้วเยาจะกลับกันยังไงคะแม่จ๋า""ก็คงต้องรอให้ฝนหยุดตกก่อนนะจ๊ะลูก เพราะถ้าเราตากฝนอาจจะทำให้เป็นหวัดและไม่สบายค่ะ""แย้วถ้าฝนไม่หยุดตก เยาจะทำไงคะแม่จ๋า""ถ้าไม่หยุดก็ต้องรอจนกว่าจะหยุดค่ะ เพราะแม่จะไม่ยอมให้หนูตากฝนเด็ดขาดเลยลูก ถ้าหนูไม่สบายขึ้นมา แม่ต้องรู้สึกผิดแน่ ๆ เลย งั้นเราก็นั่งรออยู่ที่นี่สักพักนะคะ"เพลงขวัญก็เดินเข้าไปในตัวคฤหาสน์อีกครั้งพร้อมกับบุตรสาว แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นเจ้าของไร่กำลังเดินมาตรงนี้พอดี"นี่เธอเดินกลับเข้ามาในบ้านฉันทำไมอีก แค่ให้มานวด ไม่ได้มีอภิสิทธิ์ที่จะเดินเข้าออกบ้านนี้เมื่อไหร่ก็ได้นะ อย่าคิดว่าแม่ฉันให้ท้ายหน่อยแล้วเธอจะถือวิสาสะทำอะไรได้ตามใจชอบได้ล่ะ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย! นี่มันบ้านฉัน คนงานอย่างเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวเหมือนเป็นเจ้าของกัน""ขอโทษค่ะพ่อเลี้ยง ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ นะคะ ฉันจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ ของขวัญลูก เราออกไปกันเถอะค่ะ""ไหนแม่จ๋าบอกว่าไม่ควรตากฝนนี่คะ

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 13 | พ่อเลี้ยงเย็นชากับหนูน้อยช่างสงสัย

    "แม่จ๋า เยามาเที่ยวที่นี่อีกแย้วหยอคะ""ใช่ค่ะลูก หนูชอบหรือเปล่าคะ""แต่ว่าตอนนั้นแม่จะย้องไห้ด้วย แม่จ๋าจะเป็นอะไยไหมคะ""แม่ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะลูก แม่สอนว่ายังไงนะคะ ถ้ามาที่คฤหาสน์หลังนี้ต้องยกมือไหว้คุณนายกับพ่อเลี้ยงใช่ไหมคะ เพราะทั้งสองคนเป็นผู้มีพระคุณของเรา เพราะฉะนั้นแล้วระหว่างที่แม่ทำงานอยู่ หนูต้องนั่งรอที่โซฟาตรงนี้ได้ไหมคะ""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะนั่งยอแม่จากตรงนี้ไม่เดินไปไหนเยยค่ะ""ดีมากค่ะคนเก่ง งั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปนวดให้คุณนายก่อนนะคะ อ้อ...แล้วหนูก็อย่าเดินไปแตะต้องของมีค่าในบ้านหลังนี้นะลูก เราอย่าไปแตะต้องเพราะมันไม่ใช่ของเรานะคะ ถ้าเกิดว่ามันหลุดมือหรือเสียหายขึ้นมา เราไม่มีเงินมาจ่ายให้เขานะลูก""ได้ค่ะแม่จ๋า หนูจะไม่ดื้อค่ะ""ดีแล้วค่ะ ถ้าหนูไม่ดื้อและเชื่อฟังตามที่แม่บอก เดี๋ยวแม่จะพาหนูมาที่นี่ทุกครั้งเลย แต่ถ้าหนูดื้อ วันหลังแม่ก็จะไม่พาหนูมาที่นี่อีกแล้วนะคะ แล้วแม่ก็จะฝากหนูไว้กับป้าเฟิร์นแทน""หนูจะไม่ดื้อค่ะ ก็หนูอยากอยู่กับแม่จ๋า""ค่ะลูก งั้นแม่ไปก่อนนะคะ นั่งรออยู่ตรงนี้นะลูก ส่วนนมอยู่ในกระเป๋านะคะ ถ้าหนูหิวก็เอามาดื่มรอแม่นะคะของขวัญ"เด็กหญิงตัวเล็กก็

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 12 | พยาบาลจำเป็น

    "จริงเหรอคะที่ว่าพี่ยูนป่วย""ใช่...พี่ป่วยมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วล่ะ เมื่อวานทั้งวันพี่ก็รู้สึกไม่สบายตัวอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้ ต้องขอโทษด้วยนะที่ต้องมาป่วยแบบนี้น่ะ" พะยูน เป็นคนงานที่ผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กเพราะหลังจากมีบุตรก็ต้องเลี้ยงเอง ซึ่งมีสามีที่ทำงานในไร่ จึงรับจ้างทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กของคนงานในไร่ด้วย"ไม่เป็นไรเลยค่ะ เรื่องเจ็บป่วยมันช่วยไม่ได้อยู่แล้ว""ส่วนลูกของพี่ก็จะให้ไปนอนห้องของป้าไปก่อนน่ะ ไม่รู้ว่ากี่วันถึงจะหาย แต่พี่ว่าจะขอพักไปก่อนสักสามวัน แล้วนี่เพลงขวัญจะเอายังไงดีล่ะ ช่วงสามวันนี้ถ้าพี่พัก แล้วใครจะเลี้ยงของขวัญให้""นั่นสิคะ เดี๋ยวอีกครึ่งชั่วโมงก็ต้องไปทำงานแล้วด้วย หนูเตรียมตัวไม่ทันเลยค่ะว่าจะเอายังไงดี แถมเพิ่งเริ่มทำงานใหม่ด้วย ถ้าลาเพื่อเลี้ยงของขวัญก็คงจะดูไม่ดีแน่ พี่ยูนพอจะแนะนำอะไรได้ไหมคะ""ความจริงเราสามารถเอาเด็กไปที่ไร่ได้นะ เพียงแต่ว่ามันจะร้อนแค่นั้นเอง ถ้าเด็กไม่ดื้อ ไม่วิ่งไปยุ่งกับเราระหว่างที่ทำงานด้วยก็คงไม่เป็นไรหรอก เพราะยังไงก็มีคนที่คอยดูแลในส่วนของอาหารกลางวันอยู่แล้วนี่ ยังไงก็สามารถฝากแม่ครัวที่โรง

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 11 | จะอดทนได้นานแค่ไหน

    สี่ปีก่อนเพลงขวัญกับรมิตาเป็นน้องใหม่ปีหนึ่งในคณะพยาบาลศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งสองคนรู้จักกันเพราะบังเอิญพักอยู่ที่หอพักเดียวกันและอยู่ข้างห้องกันด้วย ทั้งสองคนก็มักจะไปมาหาสู่กันตลอด เวลาจะไปไหนก็ไปด้วยกันเสมอ จึงค่อนข้างสนิทกันพอสมควร"ขวัญ...แย่แล้วล่ะ""มีอะไรหรือเปล่าขิม ทำไมเธอถึงทำสีหน้าแบบนั้นล่ะ เรื่องแย่อะไรของเธอ เป็นเรื่องใหญ่หรือเปล่า เธอบอกฉันมาได้ไหม""แย่แล้วล่ะขวัญ ฉะ...ฉันท้อง""เดี๋ยวนะ จะล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย มีอะไรจะพูดก็รีบพูดมา แต่ไม่ต้องอำกันแรงแบบนั้นก็ได้นะ""ฉันไม่ได้พูดเล่นนะขวัญ ฉันท้องจริง ๆ""อะไรกัน นี่เธอพูดจริงเหรอ" เพลงขวัญก็รีบจ้องตาของเพื่อนเพื่อหาความผิดปกติในสายตาคู่นั้น แต่กลับมีแต่ใบหน้าที่แสดงความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด ราวกับไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาล้อเล่นกันเลย "นะ...นี่เธอเอาจริงเหรอ นี่เธอท้องจริง ๆ เหรอขิม แต่เราเพิ่งเรียนปีหนึ่งเองนะ เทอมสองเรายังเหลือเวลาอีกแค่สี่เดือน เราก็จะจบปีหนึ่งกันแล้วนะขิม นี่มันอะไรกันน่ะ""ฉันพลาดเองแหละเพราะคิดว่าคงไม่มีอะไรก็เลยไม่ได้ป้องกัน จนตอนนี้ฉันท้องได้สองสัปดาห์แล้ว พอดีเมื

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 10 | คำขอโทษ

    "คนนี้คือใครเหรอคะพี่เฟิร์น""คนนี้เป็นแม่ของพ่อเลี้ยงน่ะ""คือฉันเพิ่งโดนไล่ออกค่ะ ต้องเก็บข้าวของให้หมดภายในพรุ่งนี้ แต่ว่าฉันจะมาขอร้องพ่อเลี้ยงว่าจะขอทำงานที่นี่ต่อไปได้ไหมคะ คือฉันขอโอกาสทำงานที่นี่ต่อได้ไหม ไม่อย่างนั้นฉันจะต้องแย่แน่ ๆ ถ้าแค่ตัวฉันเองคนเดียว ฉันยังไม่ห่วงเลยค่ะ แต่ฉันยังมีลูกอีกคนที่ต้องดูแลด้วย ถ้าเกิดว่าไม่ได้ทำงานที่นี่ต่อ ฉันก็จะไม่มีรายได้แน่ ๆ ค่ะ""อะไรนะเพลงขวัญ เธอโดนไล่ออกงั้นเหรอ""ใช่พี่เฟิร์น ถึงหนูจะเซ็นสัญญาแล้วก็เถอะ แต่ว่าเอกสารชุดนั้นมันยังไม่ได้เซ็นรับรองจากเจ้าของไร่น่ะสิ เพราะเจ้าของไร่ต้องเซ็นอนุมัติด้วย แต่พ่อเลี้ยงบอกว่าจะไม่อนุมัติแล้วไล่หนูออก แล้วให้หนูเก็บของออกภายในวันพรุ่งนี้ หนูก็เลยมาดักรอที่หน้าคฤหาสน์เพื่ออยากจะขอร้องพ่อเลี้ยงอีกสักครั้งน่ะค่ะ""นี่มันอะไรกันตาเขม คนงานทำอะไรผิดหรือเปล่า ทำไมถึงต้องไล่ออกแบบนี้ด้วยล่ะ""ก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอกครับม้า แต่ว่าผมแค่ไม่อยากให้ผู้หญิงคนนี้มาเหยียบที่ไร่ของเราอีกแค่นั้นเอง""อะไรกัน นี่ลูกไม่มีเหตุผลเลยนะ ถ้าเกิดว่าลูกจะไล่หนูคนนี้ออก ก็บอกเหตุผลที่มันฟังขึ้นมาให้ฟังก่อนสิ""แต่นี่มันเป็น

  • รังสิมันตุ์ไร้ใจ   ตอนที่ 9 | เพราะมีกันอยู่แค่นี้

    แสงตะวันก็เริ่มลับขอบฟ้า ส่วนเพลงขวัญก็ยังไม่ย่อท้อเพื่อรอโอกาสว่าพ่อเลี้ยงเจ้าของไร่จะออกมาจากคฤหาสน์ตอนไหน แต่จนถึงพลบค่ำก็ยังไร้วี่แวว เพลงขวัญก็ยังรอด้วยความอดทน ตอนนี้เธอไม่ได้คิดถึงศักดิ์ศรีหรืออะไรแล้ว เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือปากท้องของบุตรสาวมากกว่า"ของขวัญจะเป็นยังไงบ้างนะ อย่าพึ่งงอแงนะลูก อยู่กับป้ายูนไปก่อนนะคะ"บนท้องฟ้าก็เริ่มปกคลุมไปด้วยความมืดมิด แถมยังไร้แสงดาวเพราะมีเมฆหมอกสีดำมาปกคลุมไปทั่วพื้นที่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ว่าฝนจะตกลงมาในอีกไม่ช้านี้"เอ๊ะ? นั่นมันพี่เฟิร์นกับของขวัญนี่ ทำไมถึงขับมอเตอร์ไซค์มาที่นี่ล่ะ แล้วทำไมถึงขับเข้าไปในคฤหาสน์ของพ่อเลี้ยงด้วย แย่แล้ว...ต้องรีบตามเข้าไปแล้ว"เพลงขวัญมองดูใบเฟิร์นที่ขับรถจักรยานยนต์เข้าไปต่อ หลังจากที่คุยกับพนักงานรักษาความปลอดภัยเสร็จแล้ว ส่วนเพลงขวัญก็รีบเดินเข้าไปที่บริเวณหน้าคฤหาสน์อีกครั้ง"ฉันขอเข้าไปข้างในนะคะ พอดีว่าเมื่อกี้เพื่อนกับลูกสาวของฉันเพิ่งขับมอเตอร์ไซค์เข้าไปน่ะค่ะ""เชิญครับ"เพลงขวัญก็รีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์แต่ก็ไม่ได้ดั่งใจมากนัก เพราะสภาพร่างกายที่เหนื่อยล้าและขาดน้ำ จึงทำให้เธอทำได้เพีย

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status