تسجيل الدخول“ไทเฮา…” “ไม่ต้องพูดแล้ว เจ้าจะดูแลข้าทุกอย่างมิได้ หากวันหน้าเจ้าออกเรือนไป ผู้ใดจะปรนนิบัติข้าได้เล่า” ชุนเถากระทืบเท้าเร่า ๆ แต่ใบหน้ากลับแดงซ่าน แม้อายุของนาจะเลยวัยมีคู่ครอง แต่รัชทายาทบอกผ่านจดหมายมาแล้วว่ามีบุรุษผู้หนึ่งหมายปองนางอยู่…“เช่นนั้นเจ้าก็ลองดู อย่าทำพระวรกายของไทเฮาบาดเจ็บเล่า” “พี่สาวโปรดวางใจ ข้าจะเบามือขอรับ”ชายหนุ่มค้อมกายเดินมาหยุดยืนทางด้านหลังของร่างบอบบางในอ่างน้ำใบใหญ่ ดวงตาคงหลุบมองเนินหิมะอวบอิ่มที่โผล่พ้นน้ำขยับส่ายไหวไปมาด้วยแววตามัวหม่น ไม่กล้ามองต่ำลงไปกว่านั้นเพราะเกรงว่าจนเองจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ มือหนาเคลื่อนขยับรับขวดน้ำมันหอมมาจากมือชุนเถา เทของเหลวสีใสลงกลางฝ่ามือจนทั่วก่อนจะวางมือลงบนไหล่ลาดกลมมนของมู่ไทเฮา“อ๊ะ…”เสียงครางหวานหูถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากสีสด ทำเอามือแกร่งที่กำลังจะออกแรงบีบนวดชะงักค้าง หัวใจคล้ายถูกขนนกปัดผ่านแผ่วเบาจนคันยุบยิบ“เจ้าเบามือหน่อยสิ! เห็นหรือไม่ว่าไทเฮาทรงเจ็บ” “ขอรับ ๆ” “ชุนเถา ข้าหาได้เจ็บไม่ น้ำหนักมือของเจากงกงทำให้ข้าผ่อนคลายต่างหาก” ร่างในอ่างน้ำกล่าวกับนางกำนัลข้างกาย ก่อนจะพยักหน้าส่งสั
“เจ้าร่างกายกำยำ คล่องแคล่วกว่าเถียนกงกงอยู่มาก ต่อไปนี้ก็ให้เจ้าเป็นคนยกน้ำเข้ามาก็แล้วกัน ไม่ต้องสลับเปลี่ยนเวรกันแล้ว” เจ้าของตำหนักโซ่คังกล่าวพลางเยื้องกรายเชื่องช้าไปยังอ่างน้ำใบใหญ่ ชายหนุ่มที่รับรู้ได้ว่าหญิงสาวเข้ามาใกล้ตนเองในระยะประชิดจึงเตรียมจะถอยออกไป ทว่าเสียงหวานกลับหยุดการกระทำของเขาเอาไว้เสียก่อน “ชุนเถายังไม่มา ปกติเถียนกงกงจะทำหน้าที่แทนนางระหว่างรอ เจ้าก็มาประคองข้าลงอ่างเถอะ” “พ่ะ…พ่ะย่ะค่ะ” ขันทีหนุ่มวางถังน้ำที่อยู่ในมือลงไปราวกับว่ามันเป็นเพียงขยะขิ้นหนึ่ง ก่อนจะยื่นท่อนแขนแข็งแกร่งไปยังเบื้องหน้าคนงาม พยายามไม่มองเรือนร่างเย้ายวนอวบอิ่มของอีกฝ่ายสุดความสามารถ ทว่ามือเรียวบางที่วางทับลงมาบนแขนของเขาก็ทำเอาเลือดลมในกายพลุ่งพล่านจนต้องกลั้นลมหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “เจ้าสั่นทำไม กลัวข้าหรือ” “กระหม่อมเพียงตื่นเต้นพ่ะย่ะค่ะ ก่อนหน้านี้ไม่เคยรับใช้เจ้านายพระองค์ใดมาก่อน” มู่ไทเฮาส่งเสียงขานรับในลำคอ นางเข้าใจดีข้ารับใช้ในวังยากนักจะได้ปรนนิบัติเจ้านายสักคน ถือว่าขันทีผู้นี้มีโชคอยู่ไม่น้อย “อ๊ะ!” “ไทเฮา!” เสียงร้องอุทานของหญิงสาวตามมาด้วยเสียงทุ้
ครั้นมู่ไทเฮายืนได้มั่นคงแล้วจึงพินิจขันทีตรงหน้าอย่างละเอียด นี่น่ะหรือเจากงกงที่นางบังเอิญช่วยเอาไว้ รูปโฉมไม่สามัญจริงเสียด้วย“ลุกขึ้นเถอะ ข้าเองก็มัวแต่คุยกับชุนเถา หนำซ้ำตรงนี้ยังเป็นมุมทางเดิน จะเกิดอุบัติเหตุบ้างก็มิใช่จะเป็นไปไม่ได้” “ขอบพระทัยไทเฮาที่ทรงละเว้นกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”“ยังดีที่วันนี้เป็นข้า วันข้างหน้าเจ้าก็ระวังหน่อย อาจเผลอล่วงเกินเจ้านายคนใดเข้า แม้แต่โอกาสร้องขอก็จะไม่มีหรอกนะ” นางกล่าวเตือนด้วยความหวังดี ปล่อยให้ชุนเถาจัดแต่งอาภรณ์ของตนให้เข้าที่ ยามนี้เองที่เจากงงสังเกตเห็นสิ่งที่บดเบียดแผงอกของเขาเมื่อสักครู่ อะไรบางอย่างที่ทั้งขาวนวลและอวบอิ่ม…อึก! ชายหนุ่ทลอบกลืนน้ำลายลงคอ ลูกกระเดือกที่ถูกสาบเสื้อปิดเอาไว้ขยับขึ้นลงคล้ายคนกระหายน้ำ ดวงตาคมยังคงลอบมองภูเขาหิมะของอีกฝ่ายด้วยแววตาลุ่มลึกกระทั่งคนถูกมองรับรู้ได้ “หืม…ดูไม่ออกเลยนะว่าเจ้าจะมีความชอบเช่นนี้ด้วย หากอยากมีเหมือนข้าแม้จะลำบากสักหน่อย แต่เห็นแก่ที่เจ้ารูปงามข้าจะให้คนนำน้ำมันนวดมาให้เจ้า นวดบ่อยเข้าเผื่อจะเพิ่มขนาดขึ้นมาได้บ้าง” “เอ่อ กระหม่อม…”ใบหน้าหล่อเหลาเขียวคล้ำในฉับพลันเมื่อต
หลังจากมู่ไทเฮากล่าวประโยคนั้นออกไป ทั่วทั้งตำหนักก็ตกอยู่ในความเงียบฉับพลัน ดวงตาหงส์เห็นว่าหลิวฮองเฮาไม่กล้าเอ่ยขออำนาจจากมือนางอีกจึงกล่าวไล่คนออกไปอย่างอ้อมค้อม ดีที่ว่าสตรีทุกนางในวังหลังล้วนเป็นผู้รู้สถานการณ์ หลังจากรับน้ำมันบำรุงผิวคนละขวดจากชุนเถาแล้วก็ยกชายกระโปรงจากไปทันที“ไทเฮาเพคะ ฮองเฮาช่างหน้าหนายิ่งนัก พระองค์ตรัสถึงขนาดนี้แล้วนางยังกล้าขอ” “นางอยากได้ก็ต้องดูว่าข้าอยากให้หรือไม่ ในเมื่อราชโองการของไท่ซ่างหวงยังอยู่ในมือข้า คนตระกูลหลิวก็อย่าหวังจะได้ครอบครองอำนาจวังหลังเด็ดขาด”ชุนเถาที่รู้สายสนกลในของเรื่องราวในอดีตยังคงมีท่าทีโกรธเคืองตระกูลหลิวอยู่ไม่น้อย ทว่านายของตนพูดมาถึงขั้นนี้แล้วนางก็คร้านจะเก็บการกระทำของหลิวฮองเฮามาใส่ใจอีก“เจ้าพาข้าไปเดินเล่นในอุทยานสักหน่อย ปีนี้เว่ยคุนคิดจัดงานในวังย่อมต้องมีคนนอกเข้ามาวุ่นวายไม่น้อย” “พระองค์จะให้ย้ายต้นโบตั๋นมาไว้ที่ตำหนักหรือไม่เพคะ” “ไม่จำเป็น แค่ไปดูความเรียบร้อยสักหน่อยก็พอ” มู่ไทเฮาในฉลองพระองค์เต็มยศเดินกลับเข้าไปในห้องชั้นในเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์ โดยมีนางกำนัลข้างกายจัดการความเรียบร้อย เพียงไม่นานนางก็
หลิวฮองเฮากำพัดในมือแน่นขึ้น แต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้นอกจากคาดโทษอีกฝ่ายไว้ในใจ ประจวบเหมาะกับที่มู่ไทเฮากล่าวเปลี่ยนหัวข้อสนทนาพอดี“เอาล่ะ มีเรื่องใดสำคัญอีกหรือไม่ หากไม่มีพวกเจ้าก็กลับไปเถอะ ข้ารู้สึกล้าแล้ว”“ไทเฮาดูหม่อมฉันสิเพคะ มัวแต่พูดเรื่องไร้สาระจนลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท” มู่ไทเฮาแสร้งฟังวาจากระทบกระเทียบของหลิวฮองเฮาไม่เข้าใจ นางวางถ้วยชาในมือลงพลางเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก“เรื่องสำคัญที่ว่าคงเกี่ยวกับฝ่าบาทกระมัง”“ไทเฮาทรงพระปรีชา อีกครึ่งเดือนข้างหน้าจะเป็นวันพระราชสมภพของฝ่าบาทเพคะ”“อ้อ...ปีนี้ฝ่าบาทมีพระประสงค์ใดเป็นพิเศษหรือไม่” ปีก่อนเว่ยคุนฮ่องเต้ประสงค์ให้จัดงานกลางทะเลสาบ พาเอากรมโยธาวุ่นวายต่อเรือสำราญอยู่หลายวันหลายคืน เจ้ากรมคลังวิ่งมาโอดครวญร่ำไห้กับนางเรื่องงบประมาณที่ถูกใช้จ่ายไปราวสายน้ำ แม้ท้องพระคลังจะมั่งคั่งหากแต่ถ้าเป็นเช่นนี้ทุกปีก็นับวันรอหายนะได้เลย“ฝ่าบาทมีพระประสงค์ให้หม่อมฉันจัดงานภายในอุทยานหลวงเพคะ แต่เกรงว่า…” “ฮองเฮามีเรื่องลำบากใจอันใดหรือ” หลิวฮองเฮายกมือทัดปอยผมอย่างมีจริตก่อนจะจีบปากจีบคอกล่าวออกมาว่า “เกรงว่าครั้งนี้อาจจะต
ภายในโถงหน้าตำหนักโซ่คัง อากาศอบอวลด้วยกลิ่นกำยานอ่อนจาง ผ้าม่านแพรโปร่งสีงาช้างพลิ้วไหวตามแรงลมที่พัดเข้ามาจากภายนอก เหล่าสนมในเครื่องแต่งกายหรูหรานั่งกันอย่างเป็นระเบียบ รอคอยการเข้าเฝ้ายามเช้าตามธรรมเนียม แม้ใบหน้าจะสงบนิ่ง หากแต่ภายใต้รอยยิ้มและแววตากลับเต็มไปด้วยความนัยแฝงเร้น มีคนเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาว่า “นานนักกว่าจะได้พบไทเฮา มิรู้ว่าพระองค์ยังคงงดงามเย้ายวนอยู่หรือไม่” “มิใช่ว่าวันที่หนึ่งพวกเราพี่สาวน้องสาวเพิ่งมาเข้าเฝ้าหรอกหรือ จริงสิ...วันนั้นน่าเสียดายที่เจ้ายังถูกกักบริเวณ” “เจ้า!” อวี๋ผินกัดฟันแน่น กล่าวสิ่งใดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนหน้านี้นางถูกฮ่องเต้สั่งกักบริเวณเพียงเพราะสั่งลงโทษนางกำนัลหน้าตางดงามของตำหนักหย่งซิน วันนี้ที่ออกมาได้ก็เป็นเพราะพึ่งบารมีของไทเฮาเท่านั้น “ว่านกุ้ยเหรินเพียงล้อเล่นกับเจ้า อย่าได้โกรธเคืองไปเลย หากทะเลาะกันจนเรื่องวุ่นวาย ไทเฮาจะทรงเกรี้ยวเอาได้” “พี่หญิงกุ้ยเฟยกล่าวได้ถูกต้อง ข้าเพียงล้อเล่นกับเจ้าเท่านั้น ไทเฮาทรงงดงามขึ้นหรือไม่ อีกประเดี๋ยวเจ้าก็จะรู้แล้วมิใช่หรือ” ว่านกุ้ยเหรินกล่าวด้วยน้ำเสียงคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม พลา







