Se connecter@ 9.00 น.
ปริญญ์ตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เขาเดินไปแต่งตัวเงียบๆ อย่างไม่รบกวนพิชชา เธอยังคงหลับสนิท ใบหน้าเปื้อนร่องรอยความเหนื่อยล้าผสมความสุข เขามองร่างเล็กบนเตียงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับอยากเก็บภาพนี้ไว้ในใจตลอดไป
ปริญญ์โน้มตัวลงนั่งข้างเตียงอีกครั้ง จัดผ้าห่มให้คลุมกายเธอแน่นหนา แล้วก้มลงจูบแผ่วเบาที่หน้าผากราวกับคำอำลา
"พักผ่อนเถอะนะครับคนเก่ง วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงาน"
ปริญญ์กระซิบเบาๆ จากนั้นเขาก็หยิบกระดาษเล็กๆ ขึ้นมา เขียนโน้ตด้วยลายมือเรียบหรูวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง
"ไม่ต้องกังวลเรื่องงาน วันนี้ผมลางานให้คุณเรียบร้อยแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ"
-ปริญญ์-
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อสายไปยังแผนกบุคคล ลางานแทนพิชชาด้วยน้ำเสียงมั่นคง เสร็จแล้วก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนเดินออกจากห้องไปทำงาน ปล่อยให้เธอนอนหลับสบายโดยไม่มีสิ่งใดมากวนใจ
พิชชาค่อยๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางแสงแดดที่ลอดเข้ามาในห้อง ความเมื่อยล้ายังเกาะกุมอยู่ในกายจนแทบไม่อยากขยับตัว แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ บนโต๊ะหัวเตียง หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
เธอเอื้อมหยิบมันขึ้นมาอ่านข้อความทีละบรรทัด ลายมือเรียบร้อยหนักแน่นของปริญญ์ยังคงชัดเจนทุกถ้อยคำ
"ไม่ต้องกังวลเรื่องงาน วันนี้ผมลางานให้คุณเรียบร้อยแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ"
-ปริญญ์-
ทันทีที่อ่านจบ รอยยิ้มเล็กๆ ก็ผุดขึ้นบนริมฝีปากอวบอิ่ม ความอบอุ่นแผ่ซ่านในอก ดีใจที่เขาใส่ใจเธอถึงขนาดนี้ แต่ก็แปลกใจที่คนอย่างปริญญ์ผู้เป็นเจ้านายที่เคร่งขรึม และมักจะเข้มงวดกับเรื่องงาน กลับยอมลางานให้เธอโดยไม่ลังเล
แต่ขณะเดียวกัน ความกลุ้มใจก็แทรกเข้ามา ความสัมพันธ์ที่ก่อเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อคืน มันจะกลายเป็นความรักจริงๆ หรือเป็นเพียงเรื่องชั่วคืนที่อาศัยแรงปรารถนาเป็นตัวผลักดัน
พิชชายกกระดาษขึ้นแนบอก หลับตาลงชั่วครู่ ปล่อยให้อารมณ์ปะปนกันทั้งสุข ทั้งหวั่นไหว ทั้งสับสนไหลวนในใจ
"ถ้ามันไม่ใช่แค่ชั่วครั้งชั่วคราว…ฉันจะทำยังไงต่อดี"
พิชชาพึมพำเบาๆ ราวกับถามตัวเอง หลังจากอ่านโน้ตและคิดวนเวียนอยู่นาน เธอก็ล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ความอ่อนเพลียจากเมื่อคืนทำให้ร่างกายหนักอึ้งจนเธอเผลอหลับยาวไป เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกที แสงสว่างจากนอกหน้าต่างก็หายไปหมดแล้ว มีเพียงความมืดของค่ำคืนที่โรยตัวเข้ามาแทน
เธอนั่งพิงหัวเตียงถอนหายใจยาว ความอบอุ่นที่เขาทิ้งไว้ให้ยังอยู่ แต่ก็แทรกด้วยความกังวลที่ไม่หายไปไหน ความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นระหว่างเจ้านายและลูกน้องนั้นมันซับซ้อนเกินกว่าที่เธอจะรับมือได้ง่ายๆ
พิชชาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์เพื่อนสนิท เสียงปลายสายดังขึ้นได้ไม่นาน ก่อนที่เพื่อนสาวจะรับ
"ว่าไงพีช โทรมาดึกเชียว?"
"แก้ว! ออกไปกินเหล้าเป็นเพื่อนหน่อยสิ เร็วๆ เลยนะ เรา…เราอยากเมา"
น้ำเสียงของเธอสั่นเบาๆ ทั้งขอ ทั้งอ้อนวอน ทั้งปิดบังความว้าวุ่นในใจ
แก้วตาซึ่งอยู่ปลายสายเงียบไปอึดใจ ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เกิดอะไรขึ้น ทำไมฟังดูไม่เหมือนพีชเลย"
"ไม่อยากเล่าในโทรศัพท์ เจอกันแล้วจะเล่าให้ฟัง"
พิชชากดตัดสาย ถอนหายใจอีกครั้งพลางเดินไปเปลี่ยนชุดง่ายๆ เตรียมออกจากคอนโด ใจหนึ่งก็อยากหนีความคิดสับสนที่วนเวียน อีกใจก็รู้ดีว่าต่อให้ดื่มแค่ไหน ภาพรอยยิ้ม อ้อมกอด และคำกระซิบของปริญญ์เมื่อคืนก็จะยังคงตามหลอกหลอนเธอไม่หาย
ร้านเหล้าย่านใจกลางเมืองในค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยแสงไฟสลัวและเสียงดนตรีสดที่ดังคลอ พิชชากับเพื่อนสนิทเลือกนั่งมุมหนึ่งที่ไม่วุ่นวายมาก แต่ยังคงเต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์และเสียงพูดคุยคละเคล้า
ตอนแรกเธอคิดว่าจะได้ระบายความรู้สึกอัดอั้นให้เพื่อนฟัง แต่เหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าที่ถูกยกขึ้นดื่มรวดเร็วเกินไป ทำให้ร่างกายที่ยังอ่อนเพลียสะสมจากคืนก่อนรับไม่ไหว ใบหน้าสวยแดงจัด แววตาพร่าเลือนจนแทบจะปิดลงในทุกวินาที
"พีช! เฮ้ย...ใจเย็น แกยังไม่ได้เล่าอะไรให้ฉันฟังเลยนะ"
แก้วตาเอื้อมมือมากุมแขน แต่พิชชาเพียงหัวเราะแผ่วๆ แล้วซบหน้าลงกับโต๊ะ กลายเป็นว่าคำพูดทุกอย่างที่ตั้งใจจะเล่าให้เพื่อนฟังกลับหายไปพร้อมสติที่เลือนราง
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง ประตูร้านก็เปิดออก ร่างสูงสง่าของปริญญ์ก้าวเข้ามาพร้อมเพื่อนที่นัดไว้ เขาเหลือบตามาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งในชุดเรียบง่ายที่กำลังฟุบอยู่บนโต๊ะทันที สายตาคมเข้มแข็งหยุดนิ่ง เพราะนั่นคือพิชชา
หัวใจเขาเต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เพื่อนที่มาด้วยเอ่ยถาม
"นั่นเลขาคุณไม่ใช่เหรอ"
ปริญญ์ไม่ตอบ เขาเดินตรงไปทันที ก้มลงแตะไหล่เธอเบาๆ
"พิชชา"
เธอเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก ดวงตาแดงก่ำพร่ามัว แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเขาก็เหมือนจะยิ่งหมดเรี่ยวแรง เธอส่ายหัวเล็กน้อยก่อนซบลงกับแผงอกกว้างของเขาเอง
ปริญญ์ถอนหายใจหนักๆ ทั้งห่วง ทั้งหวง ทั้งโกรธที่เธอปล่อยตัวเองให้เมาจนถึงขั้นนี้ เขาหันไปบอกเพื่อนสั้นๆ
"ขอโทษที ฉันต้องไปก่อน"
จากนั้นปริญญ์ก็จัดการอุ้มร่างเล็กที่หมดแรงขึ้นในอ้อมแขนอย่างไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง
แก้วตาได้แต่มองหน้าปริญญ์ซึ่งเป็นเจ้านายสลับกับมองหน้าพิชชาเพื่อนสนิทของเธอด้วยความงุนงง เธอไม่คิดว่าเจ้านายหน้าดุจะเป็นห่วงเลขามากถึงขนาดนี้
ปริญญ์อุ้มร่างเล็กในอ้อมแขนก้าวออกจากร้าน เสียงดนตรีและผู้คนค่อยๆ เลือนหายไปเบื้องหลัง มีเพียงจังหวะก้าวที่มั่นคงและแรงสั่นสะท้านในใจเขาเองที่ดังชัดเจน
ลมยามค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า แต่ไม่อาจดับความร้อนรุ่มที่ตีขึ้นมาในอกได้ ห่วงเธอที่ไม่ยอมดูแลตัวเอง หวงที่ไม่อยากให้ใครเห็นเธอในสภาพเปราะบางแบบนี้ และโกรธ…โกรธที่เธอเลือกหนีความจริงด้วยการเมาจนหมดสติ
เมื่อถึงลานจอดรถ เขาเปิดประตูรถหรูแล้ววางเธอลงบนเบาะนั่งอย่างระมัดระวัง มือใหญ่คอยประคองไม่ให้ศีรษะกระแทก
พิชชายังพึมพำไม่เป็นคำ ดวงตาปรือเหมือนเด็กที่งอแงไม่อยากตื่น ปริญญ์มองเธออยู่พักหนึ่ง ก่อนคาดเข็มขัดนิรภัยให้ด้วยมือของตัวเอง
"ดื้อจริงๆ …รู้ตัวบ้างไหมว่ากำลังทำให้ผมเป็นห่วง"
ปริญญ์ก้มลงกระซิบเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ปะปนจนแยกไม่ออก รถคันหรูเคลื่อนตัวออกไปบนถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟยามค่ำ เขาขับตรงไปที่คอนโดของตัวเอง โดยไม่คิดแม้แต่ว่าจะพาเธอกลับห้องของเธอเอง เพราะเขาจะไม่ยอมปล่อยให้เธอหายไปจากสายตาอีก
พิชชาโยกตัวขึ้นลงแรงขึ้นเรื่อยๆ จังหวะไม่สม่ำเสมอเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ปริญญ์แทบขาดใจ ร่างเล็กหอบหายใจถี่ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงตามแรงกระแทก เสียงครางหวานพร่าดังสะท้อนในห้อง"อ๊ะ…อ๊ะ…คุณปริญญ์…อ๊าา…"เขาจ้องเธอเขม็ง ดวงตาคมสั่นวูบด้วยแรงปรารถนา ไม่อยากเชื่อว่าผู้หญิงที่ปกติเขินอายจะกล้าเร่าร้อนขนาดนี้ ปริญญ์กัดฟันยกมือขึ้นบีบเอวเล็กแน่น เร่งให้เธอขยับแรงกว่าเดิม จังหวะที่กระแทกลงมาทำให้เสียงครางของพิชชาแตกพร่าหลุดลั่นเธอหลับตาปล่อยเสียงครางหวิวอย่างหมดสติ ทั้งเมา ทั้งเสียว จนร่างกายสั่นระริก มือเล็กจิกลงบนแผ่นอกเขาแน่นเหมือนยึดเหนี่ยวกับความจริงเพียงหนึ่งเดียว"พีช…ผมจะไม่มีวันปล่อยให้คุณหลุดมือแน่นอน…อ่าา"ปริญญ์พึมพำเสียงพร่าขบกรามแน่น เขาเด้งสะโพกรับแรงโยกของเธอเต็มแรง เสียงกระแทกดังสอดประสานกับเสียงหอบกระเส่า ร่างเล็กสะท้านเฮือก สะโพกกระตุกถี่ เสียงครางดังไม่หยุดราวกับหลุดเข้าสู่ภวังค์แห่งความเสียวซ่านปริญญ์กัดฟันแน่น ข่มกลั้นแรงปรารถนาที่พุ่งขึ้นจนแทบระเบิด ร่างเล็กบนตัวเขายังคงโยกแรงเร่าร้อน แต่ยิ่งเขามองก็ยิ่งแทบทนไม่ไหว เสียงครางพร่าของพิชชาที่ดัง
เมื่อปริญญ์อุ้มพิชชาที่เมามายกลับมาถึงคอนโด ห้องหรูสว่างเพียงแสงไฟอุ่นที่เปิดไว้บางดวง เขาค่อยๆ วางร่างเล็กลงบนเตียงอย่างระมัดระวัง ตั้งใจจะปล่อยให้เธอได้พักผ่อนเต็มที่แต่ทันทีที่เขาจะผละออก เสียงครางแผ่วเบาก็เล็ดลอดจากริมฝีปากเธอ เปลือกตาคู่สวยค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างเลื่อนลอย พิชชากะพริบตาหลายครั้งเพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะเห็นใบหน้าคมชัดของชายหนุ่มที่โน้มก้มลงใกล้เธอ"คุณปริญญ์"เธอพึมพำเสียงพร่า ริมฝีปากยกยิ้มบางๆ ราวกับกำลังละเมอ"ฝันเหรอ…ถ้าเป็นฝัน ฉันขอ…"เธอยกมือสั่นเล็กน้อยขึ้นโอบรั้งต้นคอเขา ก่อนจะดึงลงมาแนบชิด ริมฝีปากนุ่มประกบเข้าหาเขาอย่างร้อนแรงโดยไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว จูบที่ไม่ใช่เพียงสัมผัสแต่เป็นการปลดปล่อยความอัดอั้นทั้งหมดที่เธอแบกไว้ปริญญ์ตัวแข็งไปครู่หนึ่ง แต่เพียงไม่นาน สัญชาตญาณและแรงปรารถนาก็ถาโถม เขาตอบกลับเธอด้วยจูบที่ลึกและรุนแรงกว่า มือหนากดท้ายทอยเธอแน่นขึ้น จังหวะหายใจสับสนร้อนรุ่ม เสียงครางสั่นพร่าเล็ดลอดออกมาจากลำคอของพิชชา"อื้ออ..."เขาพลิกกายทับร่างเล็กไว้เต็มตัว ริมฝีปากลากเลียซอกคออย่างหิวกระหาย ทิ้งร่องรอยแดงชัดลงบนผิวขาวเนียน จนพิชชาแอ่นกายหนีแต่กลับยิ่
@ 9.00 น.ปริญญ์ตื่นขึ้นมาในช่วงสาย เขาเดินไปแต่งตัวเงียบๆ อย่างไม่รบกวนพิชชา เธอยังคงหลับสนิท ใบหน้าเปื้อนร่องรอยความเหนื่อยล้าผสมความสุข เขามองร่างเล็กบนเตียงด้วยสายตาอ่อนโยนราวกับอยากเก็บภาพนี้ไว้ในใจตลอดไปปริญญ์โน้มตัวลงนั่งข้างเตียงอีกครั้ง จัดผ้าห่มให้คลุมกายเธอแน่นหนา แล้วก้มลงจูบแผ่วเบาที่หน้าผากราวกับคำอำลา"พักผ่อนเถอะนะครับคนเก่ง วันนี้คุณไม่ต้องไปทำงาน"ปริญญ์กระซิบเบาๆ จากนั้นเขาก็หยิบกระดาษเล็กๆ ขึ้นมา เขียนโน้ตด้วยลายมือเรียบหรูวางไว้บนโต๊ะหัวเตียง"ไม่ต้องกังวลเรื่องงาน วันนี้ผมลางานให้คุณเรียบร้อยแล้ว พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ" -ปริญญ์-เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นต่อสายไปยังแผนกบุคคล ลางานแทนพิชชาด้วยน้ำเสียงมั่นคง เสร็จแล้วก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ก่อนเดินออกจากห้องไปทำงาน ปล่อยให้เธอนอนหลับสบายโดยไม่มีสิ่งใดมากวนใจพิชชาค่อยๆ ลืมตาขึ้นท่ามกลางแสงแดดที่ลอดเข้ามาในห้อง ความเมื่อยล้ายังเกาะกุมอยู่ในกายจนแทบไม่อยากขยับตัว แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตเล็กๆ บนโต๊ะหัวเตียง หัวใจก็เต้นแรงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้เธ
ปริญญ์ไม่ปล่อยให้ร่างเล็กในอ้อมกอดได้พักแม้ชั่วครู่ เสียงหอบของพิชชายังไม่ทันจาง เขาก็พลิกตัวรวดเร็ว จับเธอลงนอนราบกับเตียงอีกครั้ง แล้วกดทาบทับเต็มแรงจนเธอสั่นสะท้าน"อ๊ะ…อื้ออ…คุณปริญญ์…ฉัน…ไม่ไหวแล้ว"น้ำเสียงสั่นพร่าหวานปนสะอื้น หลับตาปี๋เพราะทั้งอายทั้งหมดแรงแต่แทนที่จะออมแรง เขากลับกดข้อมือเล็กตรึงไว้เหนือศีรษะ แววตาคมเข้มมองลึกลงมา ทั้งร้อนแรงทั้งดื้อดึง"ผมยังไม่อิ่มเลยพีช""อ๊ะ...อื้ออ...ฉันไม่ไหวแล้ว""ผมกลัวว่าคุณจะลืมว่าเราเป็นอะไรกัน วันนี้ผมจะทำให้คุณจำจนขึ้นใจว่าผมเป็นผัวคุณ"ปริญญ์เอ่ยเสียงพร่า เขาก้มลงบดจูบเร่าร้อนอีกครั้ง ริมฝีปากหนักหน่วงเหมือนจะย้ำเตือนว่าทุกอย่างเมื่อคืนและตอนนี้คือความจริงที่เธอหนีไม่พ้น มือหนาอีกข้างเลื่อนลงประคองสะโพกเล็กยกขึ้นรับแรงกระแทกครั้งใหม่ที่หนักหน่วงรุนแรงยิ่งกว่าเดิม"อ๊ะ…อ๊าาา…คุณปริญญ์!"เสียงหวานครางหลุดพร่าทุกครั้งที่สะโพกหนาโหมเข้ามาลึกและแรงขึ้นเรื่อยๆ เตียงทั้งเตียงสั่นสะเทือนถี่จนฟูกแทบยุบ ร่างเล็กกระตุกเร่าไร้เรี่ยวแรงต่อต้าน ถูกเขากักไว้ใต้ร่างโดยสิ้นเชิงปริญญ์ก้มกัดซอกคอเนียน ทิ้งร่องรอยสีแดงเข้มทีละจุด มือใหญ่ลูบคลึงอกอ
"อ๊ะ…อ๊าาา…คุณปริญญ์…พะ…พอแล้ว…อื้ออ!"เธอครางร้องสะอื้นปนเสียงหวาน แต่ยิ่งวิงวอนเขากลับยิ่งเร่งจังหวะ หนักแน่นกว่าเดิม จนร่างบางสะท้านสั่นสะเทือนแทบล้มเลิกแรงต้านมือหนาของเขาสอดประคองใต้ท้องแบนราบ พลิกกายเธอเล็กน้อยให้โค้งรับกับแรงกระแทกได้ลึกกว่าเดิม จังหวะใหม่ที่รุนแรงยิ่งทำให้พิชชากรีดร้องเสียงหลง ความอาย ความเพลีย และความสุขผสมปนจนพร่าเลือน"พีช…คุณคิดเหรอว่าผมจะยอมให้คุณลงจากเตียงง่ายๆ"ปริญญ์กระซิบเสียงพร่าหนักแน่นข้างหู กัดเม้มติ่งหูนุ่มเหมือนตอกย้ำคำพูด"คุณจะได้เรียนรู้ว่า ทุกครั้งที่ปฏิเสธผม...คุณก็จะยิ่งถูกผูกไว้แน่นขึ้น"เขาเปลี่ยนจังหวะอีกครั้ง จากแรงกระแทกถี่รัวกลับเป็นกดลึกช้าๆ แต่หนักหน่วง ทำให้พิชชาสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทุกครั้งที่เขาดันแก่นกายแข็งขึงเข้าไปในรูเสียวราวกับจะตรึงเธอไว้กับเตียงตลอดกาล"อ๊ะ…อื้ออ…ไม่ไหวแล้ว"เสียงครางหวานดังสะท้อน ไม่ว่าเธอจะพยายามกลั้นเสียงครางเพียงใดมันก็ยิ่งดังออกมาไม่หยุดปริญญ์กอดรัดร่างเล็กแนบอกแน่น ทาบทับจนแทบไม่เหลือช่องว่าง หยาดเหงื่อไหลตามแผ่นหลังและแผงอกที่แนบกับผิวเนียน ลมหายใจร้อนเป่ารดต้นคอไม่ห่าง"จนกว่าผมจะพอใจ…คุณไม่มีสิ
แสงแดดยามเช้าสาดลอดผ่านผ้าม่านบางเข้ามาในห้อง เงาอุ่นนวลค่อยๆ คลี่คลุมร่างทั้งสองบนเตียงกว้าง พิชชาขยับตัวเล็กน้อย พลันก็รับรู้ถึงแรงกอดแน่นหนาที่โอบเธอไว้ทั้งตัว แขนแข็งแรงของปริญญ์ยังพันรอบเอวเล็ก ราวกับกลัวว่าเธอจะหายไปจากอก"อืม…"เสียงครางเบาๆ หลุดจากริมฝีปาก เธอรู้สึกหนักศีรษะเล็กน้อยเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ยังตกค้าง และทันทีที่ลืมตาขึ้นก็ต้องเบิกตากว้าง ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ เมื่อภาพแรกที่เห็นคือแผงอกเปลือยเปล่าของเจ้านายที่ซุกใบหน้าลงใกล้ผมเธอความทรงจำเมื่อคืนหวนกลับมาเป็นฉากๆ สายตาคมที่มองมาไม่ละไปไหน สัมผัสเร่าร้อนที่ทำให้เธอแทบขาดใจ และเสียงพร่าที่กระซิบชื่อเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความอายแล่นพล่านไปทั่วร่างจนเธอเผลอกัดริมฝีปากแน่น"ตื่นแล้วเหรอ"เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วๆ อย่างคนเพิ่งตื่น แต่แฝงด้วยความอบอุ่นและเจือความพอใจ เขาไม่ขยับแขนที่กอดไว้ กลับยิ่งรัดแน่นกว่าเดิมพิชชาใจเต้นรัว รีบเบือนหน้าไปทางอื่น พยายามจะดันแขนเขาออกเบาๆ"บะ...บอสคะ...ปล่อยก่อนค่ะ…เดี๋ยวใครมาเห็น""ไม่มีใครเห็นหรอก ในห้องนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้น"ปริญญ์หัวเราะต่ำๆ แผ่วๆ ใกล้หู คำพูดของเขาทำให้ใจเธอเต้นถี







