LOGINอาเธอร์ตั้งกระทะใบใหญ่ลงบนเตา หยดน้ำมันใสสะอาดลงไป พริบตาเดียวกลิ่นหอมมันก็เริ่มโชยตามไอร้อน
“เอาล่ะ…งานนี้ฝากอนาคตไว้กับ คลอว์วินทอดสามเกลอ เลยละกัน”
เขาตักสามเกลอที่โขลกจนเข้ากันดีแล้วใส่ลงในน้ำมัน ฉ่าาาา! เสียงแตกซู่ดังลั่น กลิ่นหอมกระเทียม พริกไทย รากผักชีอบอวลราวกับมนตร์สะกด
จากนั้น เขาจับ “คลอว์วิน” ที่หมักไว้เบาๆ แล้วหย่อนลงไปในกระทะทันทีที่เนื้อสัมผัสความร้อน แสงสีฟ้าอ่อนๆ ก็วาบขึ้นมาจากเปลือก เนื้อมันดิ้นกระตุกราวกับยังมีพลังต่อต้าน พลังเวทลมเฉือนสะท้อนออกมาเป็นคลื่นเล็กๆ ฟู่! จนฟองน้ำมันแตกกระเซ็น
“โอ้โห…จะลงกระทะยังทำตัวเป็นนักสู้สินะ” อาเธอร์หัวเราะ แต่สองมือก็กดตะหลิวแน่นคุมไว้
เสียง ฉ่าาาาา!! ดังสะท้อนดังกว่าเดิมจนคล้ายเสียงปรบมือนับสิบครั้ง
กลิ่นสามเกลอซึมเข้าไปในเนื้อของคลอว์วิน เนื้อใสที่เคยทอประกายเริ่มกลายเป็นสีส้มทองราวอัญมณีถูกไฟขัดเงา พร้อมเส้นลมบางๆ ฟุ้งออกมาราวกับหมอกเวทมนตร์
เขารีบกลับตัวคลอว์วินทีละด้าน ก้ามเงินที่เคยแผ่วพลังน่าหวาดกลัว บัดนี้กลับงดงามเหมือนเครื่องประดับจากสวรรค์
น้ำมันแตกซู่สุดท้าย ก่อนที่เสียงจะเบาลง อาเธอร์ตักขึ้นมาวางเรียงบนจานไม้ ราดด้วยสามเกลอผัดหอมฉุย กลิ่นหอมฟุ้งออกไปนอกครัวทันที
[ ติ๊งงงงงง… คุณปลดล็อกอาชีพรอง : พ่อครัว ]
ประตูครัวเปิดออก แอ๊ด… ซาร่าโผล่หน้าเข้ามา “อาเธอร์! เจ้าทำอะไรน่ะ ทำไมกลิ่นมัน…มันถึงได้”
“อาเธอร์! กลิ่นอะไรเนี่ย?” เสียงของซาร่าดังขึ้นจากทางประตูครัว เธอเปิดเข้ามาพร้อมชะงักค้างเมื่อกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมาจากกระทะทองแดง กลิ่นนั้นไม่เหมือนอาหารที่เธอเคยได้กลิ่นมาก่อน—หอมทั้งเครื่องเทศ ทั้งกลิ่นสมุนไพรและกลิ่นเนื้อคล้ายกุ้งแต่แปลกใหม่จนอดกลืนน้ำลายไม่ได้
อาเธอร์ยิ้มบาง “คลอว์วินทอดสามเกลอครับ ท่านแม่ รอชิมพร้อมกันตอนลุงทอมสันมานะครับ”
“คลอว์วิน? สามเกลอ?” ซาร่าทวนคำด้วยความฉงน แต่ยังอดยิ้มตามลูกชายไม่ได้เมื่อเห็นแววตาเปล่งประกายของอาเธอร์
คืนนั้น บาร์ในโรงแรม “เหล่ากระต่าย” คึกคักกว่าทุกวัน คาราวานพ่อค้าจากเมืองหลวงที่เหนื่อยจากการเดินทางและขายสินค้าตอนกลางวัน พวกเขาพากันมานั่งพักกินดื่มในบาร์ไม้สองชั้นที่ประดับด้วยโคมไฟกระจกส่องแสงนวลอุ่น ผนังไม้สีน้ำผึ้งสะท้อนประกายไฟจากเตาผิงที่มุมห้องให้ดูอบอุ่นเหมือนบ้าน
เสียงหัวเราะดังระงมปนเสียงเครื่องดนตรีพื้นเมือง—พิณสายของเอลฟ์จากเหนือ สอดรับกับจังหวะกลองหนังที่ตีด้วยมือ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นไม้เป็นจังหวะตามทำนองเพลง เสียงเบียร์หมักถูกเทใส่แก้วดัง “ฟู่” ก่อนจะตามมาด้วยเสียงชนแก้วดัง แกร๊ง! และเสียงโห่ร้อง “ดื่ม! ดื่ม!”
กลิ่นเบียร์หมักสดหอมแรงลอยคลุ้งปะปนกับกลิ่นเนื้อย่างจากครัวด้านหลัง กลิ่นไม้สนจากเตาผิงอบอวลไปทั่วจนบรรยากาศทั้งห้องชวนให้รู้สึกสบายและเป็นกันเอง พ่อค้าบางคนเริ่มเล่นพนันลูกเต๋าเวทกันบนโต๊ะ บางกลุ่มเปิดหีบสมบัติอวดของแปลกที่ได้มาจากแดนไกล—ขวดผลึกเรืองแสง หินมานาแตกปะการัง และขนนกยักษ์สีฟ้าครามที่สะท้อนแสงจันทร์
เสียงลมเย็นพัดผ่านหน้าต่างพาเอากลิ่นดอกไม้จากสวนด้านนอกเข้ามา เจือกับกลิ่นเบียร์และเสียงเพลง ทำให้ค่ำคืนนั้นของหมู่บ้านแสงจันทร์อบอวลไปด้วยความสุขและชีวิตชีวา
“เฮ้! ปีเตอร์!” หนึ่งในพ่อค้าตะโกนเสียงดัง “พวกเราไม่ได้มานาน วันนี้ต้องเปิดเบียร์ที่หมักไว้นั่นให้หมดเลยนะ ฮ่าฮ่า!”
เสียงชนแก้วและเสียงหัวเราะดังก้อง บรรยากาศเต็มไปด้วยความรื่นเริงตามแบบของหมู่บ้านชายแดน หมู่บ้านแสงจันทร์แห่งนี้เป็นจุดพักสุดท้ายก่อนพ้นเขตอาณาจักร จึงมักกลายเป็นที่ระบายความเหนื่อยของเหล่าคาราวาน
แต่ทันใดนั้น... ความครึกครื้นค่อย ๆ แผ่วลง
ทุกสายตาหันไปยังประตูครัว เมื่อซาร่าเดินออกมาช้า ๆ ในมือถือจานสีทองอร่ามที่ยังมีไอร้อนระเหยขึ้นอย่างนุ่มนวล กลิ่นหอมแรงขึ้นทันทีจนคนทั้งห้องหยุดพูด
“ของขวัญพิเศษ... สำหรับวันพิเศษค่ะ” เธอกล่าวด้วยเสียงนุ่ม ก่อนวางจานนั้นลงบนโต๊ะไม้ยาวกลางห้อง
แสงตะเกียงสะท้อนกับผิวเนื้อคลอว์วินทอดที่กรอบจนเป็นสีทอง เส้นหนวดสีฟ้าจางของมันชูขึ้นเบา ๆ เหมือนยังคงมีชีวิต กลิ่นหอมผสมระหว่างเครื่องเทศสามชนิด ลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
พ่อค้าหลายคนมองหน้ากันด้วยความงุนงง
“มันคือ... ตัวอะไรหรือครับ?” ชายหนุ่มคนหนึ่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความอยากรู้
อาเธอร์เดินออกมาตามหลังแม่ พร้อมผ้ากันเปื้อนสีขาว “คลอว์วินทอดสามเกลอครับ เมนูพิเศษของคืนนี้... ”
ทุกจานถูกจัดวางด้วยความละเอียดสูงสุด ราวกับแต่ละชิ้นเป็นงานศิลปะ ทั้งกลิ่น เสียง และสีสันผสมผสานกันอย่างลงตัวอาเธอร์เดินมาถึงจุดที่จูเลียสกำลังยืนคุยกับเพื่อนๆ“ว้าว! มาแล้วเหรอ อาเธอร์!” จูเลียสตาโตเล็กน้อยก่อนยิ้มกว้าง ทักทายอย่างเป็นกันเองเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเข้ามา“นี่ของขวัญนะ พี่จูเลียส ไม่ได้แพงอะไรหรอกครับ เป็นสินค้าที่ผมจะวางขายในร้านของผม” อาเธอร์ยื่น กล่องไม้พรีเมียมบรรจุขวดยาสระผม ให้กับจูเลียสด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์คนรอบข้างที่เห็นเหตุการณ์ ถึงกับสะดุดตา “ทำไมเด็กนี่ถึงเรียกจูเลียสว่า ‘พี่’ ล่ะเนี่ย!?” เสียงพึมพำผสมกับสายตาตกใจเล็กน้อยจูเลียสหัวเราะเสียงดัง ฮ่าฮ่า พร้อมเอื้อมมือมารับกล่อง “ฮ่า ฮ่า นายยอมให้ฉันเป็นพี่แล้วสินะ ครั้งที่แล้วเรียกแต่ชื่อเอง” เขาหันไปให้เพื่อน ๆ ของเขาดู และชี้ไปที่อาเธอร์ “คนนี้ไง คนที่งานมหกรรมคนนั้น!”เพื่อน ๆ ต่างพยักหน้า “อ๋อออ… เสี่ยว… หลง… เปา…” ภาพของ ก้อ
“อาเธอร์ แอชฟอร์ด” เสียงประกาศดังขึ้นจนถึงลำดับสุดท้าย เป็นชื่อของอาเธอร์“ผลการทดสอบวัดพลัง...ระดับศูนย์” เจ้าหน้าที่อ่านต่อเสียงเรียบ แต่ทันใดนั้นก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงสดใส “ผลการทดสอบตลาดจำลอง... A+”เสียงฮือฮาดังขึ้นจากรอบด้าน ทุกสายตาหันมามองอาเธอร์อย่างตกใจและสนใจเด็กหนุ่มที่เพิ่งทำปากกาเป็นศูนย์กลางความสนใจในตลาดจำลอง… กลายเป็นผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดด้านกลยุทธ์และไหวพริบเจ้าหน้าที่ยื่นซองเอกสารให้เขา “นี่เอกสารของเจ้า นำไปที่จุดลงทะเบียนได้เลยนะ”อาเธอร์เดินไปยังจุดลงทะเบียน ส่งซองให้เจ้าหน้าที่อีกคน หน้าตาเขายิ้มตื่นเต้นเจ้าหน้าที่เปิดซอง พลางหยิบการ์ดออกมาส่งให้ “อันนี้เป็น การ์ดประจำตัวพ่อค้า ของเจ้า ใช้ยืนยันตัวตนเวลาจ่ายภาษี ใช้เวลาเข้าตลาดหรือเข้าเมืองก็ได้ เป็นทั้งหลักฐานและสิทธิ์ของผู้ค้า”
หญิงสาวตะลึงกับวิธีคิดของเขา เธอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะพึมพำอย่างตกใจและชื่นชมในเวลาเดียวกัน“มาน ๆ พลาย ๆ อะไรนะ...”อาเธอร์ยิ้มในใจ รู้ว่าเขาเพิ่งผ่านด่านแรกไปด้วยไหวพริบล้วน ๆ — แม้สินค้าจะเป็นเพียงปากกาโง่ ๆ แต่ตลาดจำลองแห่งนี้ได้เห็น กลยุทธ์และความคิดของผู้ขายตัวจริง ของเด็กหนุ่มจากโรงแรมเหล่ากระต่ายแล้ว“ทำไมพี่ต้องซื้อปากกาจากเราหละ เราขายตั้ง 50 เหรียญทองแดง”หญิงสาวยังคงยียวน ถึงแม้จะเริ่มชอบใจในกลยุทธ์ของอาเธอร์ เธอก็ไม่ยอมปล่อยง่าย ๆ “พี่ไปซื้อคนอื่นก็ได้”ทันใดนั้น เธอใช้เวทขยายเสียงอีกครั้ง“อยากได้ปากกา 1 ด้ามค่ะ ใครพร้อมขายในราคา 10 เหรียญทองแดง มาได้เลยค่ะ!”อาเธอร์มองสถานการณ์ แล้วยกมือตาแป๋วพูดด้วยน้ำเสียงสดใส“พี่สาวสัญญาได้มั้ยครับ ว่าจะยอมจดคำประกาศเพื่อพูดกระจายให้ผม 1 ครั้ง?”“ได้สิ คนกำลังมาขายปากกาให้พี่กันเต็มเลย เดี๋ยวได้ปากกามาจดแล้วจะประกาศให้นะ”
ดะ... ดะ... ดะ... เดินไกลอยู่นะ! จากร้านกองหนังสือมาถึงนี่ใช้เวลาพอสมควร อาเธอร์ยกหลังมือเช็ดเหงื่อแล้วมองสิ่งตรงหน้าด้วยตาโต “เกวียนยักษ์...นี่มันโคตรยักษ์เลยไม่ใช่เหรอเนี่ย!”สิ่งที่เห็นคืออาคารขนาดมหึมาถูกออกแบบให้เหมือน เกวียนค้าขายยักษ์ ตั้งอยู่กลางลานกว้าง ตัวล้อแต่ละข้างสูงเท่ากับบ้านสองชั้น หลังคาโค้งทำจากไม้โอ๊กแกะสลักลวดลายวิจิตร เคลือบด้วยสีทองอ่อนสะท้อนแสงแดดระยิบระยับจนดูเหมือนอัญมณีเคลื่อนไหวอาเธอร์อ้าปากค้างพลางพึมพำกับตัวเอง “สมาพันธ์พ่อค้านี่ต้องรวยขนาดไหนกันนะ ถึงสร้างเกวียนใหญ่ขนาดนี้มาครอบทั้งอาคารได้...”เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างตื่นเต้นก่อนจะผลักบานประตูไม้สักขัดมันเข้าไป— แกร๊ก...ทันทีที่ก้าวพ้นธรณี เสียงพูดคุยจอแจกับกลิ่นหอมอ่อนของชาชั้นดีลอยมาแตะจมูก ภายในกว้างขวางราวกับวัง ใช้หินสีขาวสะอาดตาในการก่อสร้าง ผนังประดับด้วยกรอบทองจารึกตราสมาพันธ์พ่อค้าทั่วราชอาณาจักร ผู้คนแต่งตัวหรูหรา เดินถือเอกสารและหีบสมบัติเล็ก ๆ อย่างสง่างามอาเธอร์กลืนน้ำลาย “นี่มัน...วังพ่อค้าแท้ ๆ เลยนี่หว่า”ยังไม่ทันได้สำรวจนาน ชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทสีกรมท่า เดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนแสงแดดที่เคยอ่อนในยามสายเริ่มกลายเป็นแสงแรงของเที่ยงวัน เสียงนาฬิกาไม้ในร้านดังขึ้นเตือนให้รู้ว่าเกือบจะถึงเวลาเที่ยงแล้วชายชราวางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง “เด็กน้อย...ไซรัสบอกว่าตอนนี้เจ้ากำลังเปิดร้านอาหารกับร้านยาอยู่หรือ?”อาเธอร์ยิ้มพลางพยักหน้า “ครับ ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงก่อสร้างอยู่ แต่ถ้าร้านเปิดเมื่อไหร่ ผมจะส่งจดหมายมาเชิญแน่นอน คุณตาจะได้มานั่งดื่มชา แล้วก็พบลุงไซรัสอีกครั้ง”ชายชราหัวเราะอย่างพอใจ “ได้สิ ข้าจะรอเลยนะ...แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าคงต้องไปลงทะเบียนที่สมาพันธ์พ่อค้าซะก่อนล่ะ จะได้ถูกต้องตามกฎของอาณาจักร”อาเธอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ลงทะเบียนเหรอครับ? ต้องทำด้วยเหรอ?”“แน่นอนสิ” ชายชราพยักหน้า “ในอาณาจักรเรา ถ้าเริ่มค้าขายหรือเปิดร้าน ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ยา หรือของใช้ ก็ต้องแจ้งลงทะเบียนกับส
เสียงกระดิ่งเหนือประตูดัง “กริ๊ง—” แผ่วเบา ทันทีที่อาเธอร์ก้าวเข้าไป กลิ่นเฉพาะตัวของกระดาษเก่าและหมึกพิมพ์ก็ลอยเข้าจมูกอย่างนุ่มนวล มันเป็นกลิ่นที่อบอวลด้วยความทรงจำ — ทั้งความสงบ เหงา และอุ่นใจในเวลาเดียวกันภายในร้านไม่กว้างมาก แต่จัดเรียงอย่างมีระเบียบ ชั้นหนังสือไม้สีเข้มเรียงรายจนเกือบเต็มผนัง หนังสือหลายเล่มดูเก่าและผ่านการเปิดอ่านมานับครั้งไม่ถ้วน ขอบกระดาษซีดและมีกลิ่นฝุ่นจาง ๆ ผสมกับกลิ่นชาอุ่นที่วางอยู่บนโต๊ะใกล้หน้าต่างแสงแดดยามสายลอดผ่านกระจกสีอำพันเข้ามา สาดลงบนฝุ่นละอองที่ลอยระยิบเหมือนผงทอง บรรยากาศเงียบสงบจนได้ยินเพียงเสียงนาฬิกาไม้ที่แขวนอยู่ตรงผนัง “ติ๊ก...ต่อก...ติ๊ก...ต่อก...”“อ้าว มีลูกค้าด้วยเหรอ?” เสียงทุ้มอบอุ่นเอ่ยขึ้นจากด้านในชายสูงวัยร่างท้วมในเสื้อกั๊กสีน้ำตาลเดินออกมาจากหลังร้าน ผมของเขาเป็นสีเทาแซมขาวแต่ดวงตายังแววสดใส เขาสวมแว่นทรงกลมที่เลื่อนลงมาที่ปลายจมูก มือหนึ่งถือผ้าเช็ดฝุ่น อีกมือถือถ้วยชาอาเธอร์ยกมือไหว้เล็กน้อยตามธรรมเนียม “สวัสดีครับ ผมเอาของมาส่งให้
อาเธอร์ยิ้มออกมา “ใช่จริง ๆ ด้วย ครั้งที่แล้วตาไม่ฝาด มีว่านหางจระเข้แถวนี้จริง ๆ ด้วย”เขาเดินไปยังต้นว่านหางจระเข้ ลูบใบหนา ๆ ก่อนเด็ดส่วนที่สดที่สุดลงตะกร้า เสร็จแล้วก้าวกลับมาหาพี่ริน “พี่ริน เอาดอกมูนลีฟมาด้วยใช่มั้ยครับ”พี่รินยิ้มและพยักหน้า “เอามาสิ แต่ได้นิดเดียวนะ ลุงเลวิสเห็นตอนพี่เด็ดออ
เสียงประกาศดังก้องไปทั่วลานกลางเมือง“อันดับที่ 5 : เสี่ยวหลงเปา — ร้านอาหารและยา จันทร์หอม — 30,000 คะแนน!”เสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือดังสนั่นของฝูงชนรอบลานแทบกลืนคำพูดของผู้ประกาศไปชั่วครู่ ก่อนเสียงนั้นจะกลับมาใสชัดอีกครั้งอาเธอร์เงยหน้ามองเวที เห็นร่างเล็กของชายชราในผ้าคลุมสีครามเข้ม ลอยตัวขึ้
อาเธอร์พยักหน้าอย่างมั่นใจ “ใช่ครับ… ทำจากคลอว์วินเหมือนกัน”จูเลียสตาเป็นประกาย เหมือนเด็กที่กำลังอยากได้ของเล่น “ถ้าเราได้อันดับ 1 เราจะได้รางวัลจากท่านพ่อ ซึ่งหมายถึง… ปิดเทอมนี้ เราสามารถไปท่องเที่ยวภายในอาณาจักรได้ ไว้เราไปเยี่ยมหมู่บ้านของเจ้า แล้วเจ้าจะทำให้เรากินได้มั้ย?”อาเธอร์ยิ้มกว้าง แ
เด็ก ๆ วิ่งเล่นไปรอบ ๆ ลานงาน ถือขนมปังรูปกระต่ายในมือ เสียงหัวเราะของพวกเขาดังแว่วสลับกับเสียงตะโกนต่อรองราคาของเหล่าพ่อค้าแม่ค้า “ถูกกว่านี้ได้ไหม!” “ลดให้สักเหรียญสิ!” “อันนี้ของหายากจากป่าทางเหนือเลยนะ!”เพียงไม่นาน ลานกว้างกลางหมู่บ้านก็เต็มไปด้วยผู้คน — ชาวบ้านจากละแวกใกล้เคียง พ่อค้าแม่ค้าจา







