Masukเสียงฮือฮาดังขึ้นรอบโต๊ะ ทุกคนไม่รู้จะเริ่มจากคำถามไหนดี—เพราะกลิ่นหอมขนาดนี้ ราวกับต้องมนต์สะกด
อาเธอร์ถือจานทองเหลืองขนาดพอดีมือเดินตรงไปหาชายร่างใหญ่ที่นั่งอยู่มุมโต๊ะ พร้อมพูดว่า “นี่คือคลอว์วินทอดสามเกลอครับคุณลุงทอมสัน” เด็กชายกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ทอมสันก้มมองจานตรงหน้าแล้วขมวดคิ้ว “ไหนอะ!? เจ้าคลอว์วินตัวที่มีก้ามยาวเป็นศอก เกราะแข็งเหมือนเหล็กนี่น่ะหรือ? ทำไมมันถึงกลายเป็นเนื้อขาว ๆ เด้ง ๆ แบบนี้ไปได้...”
เขาพึมพำพลางใช้ส้อมจิ้มเบา ๆ เนื้อทอดนั้นดูเด้งนุ่ม มีน้ำมันใสสะท้อนแสงตะเกียงระยิบระยับ กลิ่นหอมละมุนคล้ายเครื่องเทศผสมดอกไม้จันทร์ลอยขึ้นแตะจมูกอาเธอร์ยกมือห้ามเบา ๆ “อย่าเพิ่งสงสัยครับคุณลุง ลองชิมก่อน—คำแรก กินเปล่า ๆ ไม่ต้องจิ้มอะไร ส่วนคำที่สอง ลองแตะเกลือนิดหนึ่งครับ”
ทอมสันเลิกคิ้ว แต่ก็ทำตาม เขาตักคำเล็ก ๆ เข้าปาก—
กรุบ...
เสียงเคี้ยวเบา ๆ ดังท่ามกลางความเงียบที่ทุกคนจับตาดูอยู่จากนั้น...แววตาของลุงทอมสันก็เปลี่ยนไปทันที ราวกับรสชาติระเบิดออกในปาก กลิ่นหอมหวานของเนื้อคลอว์วินผสมรสเค็มละมุนของน้ำมันสมุนไพรซึมทั่วลิ้น ก่อนกลายเป็นรสกลมกล่อมอุ่นลึก เหมือนมีมานาอ่อน ๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“บ้าไปแล้ว...นี่มัน—นี่มันคลอว์วินจริง ๆ เหรอ!?” เขาอุทานเสียงดัง ดวงตาเบิกกว้าง “สิ่งที่อร่อยขนาดนี้อยู่ในหมู่บ้านของเรามาโดยตลอดเนี่ยนะ!? ทำไม... ทำไมถึงไม่มีใครบอกข้า! ทำมายยยยยยย!!”
เสียงหัวเราะระเบิดขึ้นทั่วบาร์ทันที เสียงชนแก้ว เสียงปรบมือดังสนั่น บางคนเริ่มลุกขึ้นยืนขอจานของตัวเอง “เอามาอีกจานสิ! ของขวัญจากพระจันทร์แน่ ๆ แบบนี้!”
อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ ในใจ
[ ติ๊งงงงงง… คุณทำเควสเริ่มต้นของอาชีพพ่อครัว สำเร็จ กรุณาดูของรางวัล ]
ภายในโรงแรมเหล่ากระต่ายในยามค่ำคืนเต็มไปด้วยชีวิตชีวาและกลิ่นอายของความสุข เสียงพูดคุยหัวเราะของลูกค้าแขกประจำดังสลับกันไปทั่วห้องอาหาร เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ คล้ายจังหวะดนตรีที่ประสานกับเสียงลมยามค่ำพัดลอดช่องหน้าต่างไม้ กลิ่นหอมของ “คลอว์วินทอดสามเกลอ” ยังลอยอบอวลทั่วบริเวณ แม้จานสุดท้ายจะหมดไปแล้ว แต่กลิ่นเครื่องเทศที่ค่อยๆ ซึมเข้าในอากาศยังคงทิ้งร่องรอยของความอบอุ่นไว้อย่างชัดเจน
แสงจากตะเกียงน้ำมันส่องสลัวอยู่ตามมุม เส้นแสงสีทองนวลสะท้อนกับไอน้ำที่ลอยขึ้นจากครัวหลังร้าน ให้ความรู้สึกราวกับหมู่ดาวในหม้อแกงกำลังระยิบระยับในอากาศ แขกบางคนยกแก้วขึ้นดื่ม เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะเบาลงเป็นเสียงสนทนาอบอุ่นประสานกับเสียงไฟในเตาอบที่แตกเปรี๊ยะเบาๆ
อาเธอร์ยืนอยู่ข้างเคาน์เตอร์ไม้ เขามองดูทุกคนด้วยรอยยิ้มบาง ดวงตาของเขาสะท้อนแสงไฟอบอุ่นราวกับมีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้งในค่ำคืนนี้
ในหัวของเขา “ระบบ” ที่เพิ่งปรากฏขึ้นเมื่อตอนเช้า ยังคงนิ่งอยู่ในมุมหนึ่งของจิต ราวกับป้ายบอกทางที่เขายังไม่อยากเหลียวมอง เขาไม่รีบร้อน ไม่ใช่เพราะไม่อยากรู้ แต่อยาก “รู้สึก” ให้ครบเสียก่อน — รู้สึกถึงรสชาติของความสุข ความคึกคักของผู้คน และกลิ่นหอมที่บ่งบอกว่าที่นี่…คือชีวิตจริง“เดี๋ยวค่อยว่ากัน” เขาพึมพำเบาๆ ขณะมองไปทางครัวที่ลุงไซรัสกับพี่ราเชลกำลังช่วยกันเก็บของ
ในใจของเขามีบางอย่างเต้นแผ่วๆ คล้ายเสียงเรียกของระบบนั้น แต่เขาก็ปล่อยให้มันรอไปก่อน ปล่อยให้เสียงหัวเราะของผู้คน และไออุ่นจากไฟในครัวกลบเสียงเรียกนั้นไปจนหมดคืนนี้ เขาอยากเป็นเพียง “อาเธอร์” เด็กชายในโรงแรมเล็กๆ แห่งหมู่บ้านแสงจันทร์ อยากซึมซับกลิ่นของเครื่องเทศและเสียงของผู้คน อยากจำความรู้สึกนี้ไว้ให้ชัด ก่อนที่พรุ่งนี้—ทุกอย่างอาจเปลี่ยนไปเมื่อเขาตัดสินใจเปิดหน้าต่างของ “ระบบ” นั้นขึ้นมา
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบตีสาม เหล่าแขกได้กลับกันไปหมดแล้ว วันนี้โรงแรมเหล่ากระต่ายเปิดดึกกว่าเดิมเพราะ ต้อนรับเหล่าพ่อค้า หลังจากเก็บกวาดเรียบร้อย อาเธอร์ก็กลับขึ้นห้อง พร้อมกับตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ที่ระบบแจ้งเตือน[ อาชีพรอง พ่อครัว LV.1 ]
ความสามารถ : สามารถทำให้อาหารมีค่าสถานะเล็กน้อย
[ สกิล สารานุกรมวัตถุดิบ LV.1 ]
ความสามารถ : สามารถดูข้อมูลวัตถุดิบต่างๆ ในโลกแห่งนี้ได้
~ ระบบนายมีอะไรพิเศษ แบบร้านค้า วงล้อ หรือกล่องมิติ ไรแบบนี้มั้ย ~
[ ระบบกำลังประมวลผล…… ]
[ …. z Z Z … ]
เรดที่ยืนพิงเสาข้างหลังยิ้ม “พูดเหมือนคนเคยผ่านศึกใหญ่มาเลยนะเจ้าหนู”“ศึกหม้อแตก กระทะไหม้นี่แหละครับ” อาเธอร์หัวเราะตอบ “เลยไม่อยากให้มันเกิดอีก”พนักงานสาวหัวเราะตาม “เข้าใจเลยค่ะ ถ้างั้นขอรายละเอียดร้านหน่อยได้ไหมคะ ชื่อร้าน ประเภทอาหาร แล้วก็สถานที่ตั้ง จะได้ช่วยประกาศหาคนที่เหมาะ ๆ ให้”อาเธอร์พยักหน้า ก่อนหยิบแผ่นแบบร่างร้านจากกระเป๋าออกมากางให้ดู “ชื่อร้าน ‘ร้านอาหารและยา จันทร์หอม’ ครับ ร้านอาหารกึ่งสมุนไพร เน้นเมนูเรียบง่ายที่ใช้ของสดจากฟาร์มในหมู่บ้านแสงจันทร์และของขึ้นชื่อในละแวกนั้น ชั้นล่างจะขายยาและผลิตภัณฑ์ของเรา ส่วนชั้นบนเป็นร้านอาหารครับ”พนักงานสาวก้มมองแบบร่างอย่างสนใจ “โอ้ ดูมีแนวคิดดีจังค่ะ ร้านบรรยากาศอบอุ่นแบบชนบทแต่มีกลิ่นอายเวทมนตร์ด้วย… ถ้าโฆษณาดี ๆ ต้องมีคนอยากมาทำแน่”“ผมก็หวังแบบนั้นครับ” อาเธอร์ยิ้มบาง ๆ “อยากได้คนที่ตั้งใจ ขยัน แล้วก็รักการบริการจริง ๆ มากกว่าเรื่องประสบการณ์นะครับ เพราะพวกนี้ฝึกได้ แต่ใจบริการต้องมาจากข้างใน”พนักงานยิ้มพอใจ “พูดได้ดีเลยค่ะ แบบนี้เดี๋ยวฉันช่วยประกาศให้เลย ขอเวลาสักสามวัน คิดว่าคงมีผู้สมัครเข้ามาไม่น้อย”เรดพึมพำเบา ๆ
รุ่งเช้าของวันใหม่ แสงอาทิตย์สีทองส่องลอดผ่านยอดเขาและผืนป่าที่รายล้อมหมู่บ้านแสงจันทร์ เสียงนกร้องประสานกับเสียงม้าคลอเคล้ากันเป็นจังหวะของการเริ่มต้นวันใหม่อาเธอร์สวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก พร้อมสะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลที่ใส่เอกสารสำคัญไว้เต็มกระเป๋า ส่วนเรดอยู่ในชุดอัศวินเก่าที่ดัดแปลงเป็นเสื้อคลุมเดินทาง ดูภูมิฐานและคล่องตัวในเวลาเดียวกัน ข้าง ๆ กันคือ “ไอล่า” หญิงสาวคนใหม่ของทีมในชุดเรียบหรูแต่ดูมั่นใจ ผมสีทองอ่อนถูกรวบขึ้นครึ่งศีรษะ ดวงตาสีเขียวอมฟ้ากวาดมองรอบ ๆ อย่างตื่นเต้นกับทุกสิ่งที่เห็น“ว้าว… ไม่คิดเลยว่าฉันจะได้เดินทางกับพวกคุณสองคนเร็วขนาดนี้” ไอล่าพูดด้วยน้ำเสียงสดใส“ถือว่าเป็นการฝึกงานภาคสนามครับ” อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “ผมอยากให้พี่เห็นพนักงานคนอื่น ๆ ด้วย จะได้รู้แนวทางการทำงานของแต่ละฝ่ายจริง ๆ”“ฝึกงานภาคสนามเหรอ...” เรดหัวเราะในลำคอ “น่าจะเรียกว่า ‘ฝึกความอดทน’ มากกว่า เมืองนอตติงแฮมคนเยอะ รถม้าก็แน่น เดินกันจนเมื่อยขาแน่ ๆ”“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากเห็นเมืองใหญ่จริง ๆ มานานแล้ว” ไอล่าตอบด้วยรอยยิ้มหลังจากเดินทางมาสองวันเต็ม ขบวนม้าของทั้งสามก็มาถึงหน้าประตู
เรดถึงกับเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมามองอาเธอร์อาเธอร์หัวเราะเบา ๆ “คำตอบนี้ผมชอบมากเลยครับ ฟังแล้วรู้เลยว่าคุณเข้าใจหัวใจของร้านจริง ๆ”“ขอบคุณค่ะ” ไอล่ายิ้มอบอุ่น “ฉันเชื่อว่าอาหารจะอร่อยขึ้น ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าตัวเองได้รับการต้อนรับด้วยใจ”เรดพึมพำเบา ๆ “อืม… ถ้าแม่ของนายได้ยินนะ ต้องถูกใจแน่ ๆ”อาเธอร์ปิดสมุด ยื่นมือไปตรงหน้า “งั้นผมไม่ถามอะไรต่อแล้วครับ คุณไอล่า — ยินดีต้อนรับสู่ทีมของร้านอาหารและแสงจันทร์ครับ”ไอล่าจับมืออย่างมั่นใจ “ขอบคุณค่ะ ฉันจะทำให้แขกทุกคนยิ้มก่อนกลับให้ได้เลยค่ะ”“ผมขอเรียกพี่ไอล่าละกันนะครับ” อาเธอร์เริ่มพูดด้วยรอยยิ้ม “ร้านของเราแบ่งออกเป็นสองส่วนนะ ไว้มีโอกาสผมจะพาไปดู ตอนนี้สร้างอยู่ ปลายเดือนนี้ก็เรียบร้อยแล้วครับ”เขาชี้ไปที่บันไดไม้โค้งงามที่เชื่อมขึ้นไปยังชั้นสอง “ส่วนชั้นล่างจะเป็นส่วนต้อนรับลูกค้า และขายยาชนิดต่างๆ ของร้านครับ ส่วนชั้นบนจะเป็นร้านอาหาร ผมอยากให้พี่ไอล่ารับผิดชอบในส่วนของต้อนรับลูกค้าด้านล่าง คิดเงิน และขายยาครับ”“อืมม์ ฟังดูน่าสนุกนะคะ” ไอล่ายิ้ม พลางกวาดตามองรอบร้าน “กลิ่นหอมพวกนี้ก็มาจากยาพวกนั้นด้วยหรือเปล่าคะ”“ใช่ครับ” อาเ
เช้าวันถัดมา หลังจากเดินทางกลับถึงหมู่บ้านแสงจันทร์ได้ไม่นาน อาเธอร์ก็นั่งเอนหลังอยู่ตรงเก้าอี้ไม้หน้าเคาน์เตอร์ต้อนรับของโรงแรม “เหล่ากระต่าย” แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องลอดผ่านกระจกบานใหญ่ ทำให้ฝุ่นละอองในอากาศระยิบระยับคล้ายประกายดาว“ข่าวดีครับคุณอาเธอร์!” เสียงของพี่เรดดังขึ้นจากประตูอาเธอร์ที่กำลังจิบกาแฟถึงกับยิ้ม “หืม? มีคนมาสมัครงานเพิ่มเหรอครับ?”“ใช่แล้ว หนึ่งคนครับ ตำแหน่งต้อนรับ!”“...หนึ่งคน?”เสียงตอบของอาเธอร์เบาลงเรื่อย ๆ ก่อนจะจบลงด้วยเสียงถอนหายใจยาว “สาบานว่านี่คือข่าวดีเหรอครับพี่เรด”เรดหัวเราะ “ก็อย่างน้อยก็มีคนสนใจนี่นา ไม่เลวแล้วนะ”อาเธอร์วางแก้วกาแฟลง พลางยกมือกุมขมับ “ครับ… ข่าวดีที่ดีเกินไปจริง ๆ”หลังจากตั้งหลักได้ เขาก็นัดให้ผู้สมัครมาสัมภาษณ์ที่โรงแรมตอนสาย ๆ —และเมื่อหญิงสาวคนนั้นก้าวเข้ามาในห้องต้อนรับ เสียงพูดคุยของแขกทุกคนก็แผ่วลงในทันทีเธอเป็นหญิงสาวรูปร่างสมส่วน ผมยาวสีทองนวลสยายลงมาถึงแผ่นหลัง สวมเสื้อเชิ้ตสีครีมกับกระโปรงยาวเข้ารูปอย่างสุภาพ ใบหน้าสวยสะดุดตา ท่าทีสง่างามแต่ไม่หยิ่ง ผิวขาวอมชมพูสะท้อนแสงอ่อนของเช้าได้อย่างพอดี“สวัสดีค่ะ ฉันชื่อไอล่
“ข้าว่า... งานปีนี้สนุกกว่าที่คิดเยอะเลยนะ” ลุงเลวิสพูดพลางหัวเราะ เสียงของแกอบอุ่นราวกับแสงแดดตอนบ่าย “ลงแข่งมาหลายปีแล้ว ยังไม่เคยเห็นราชินีลงมาประกาศผลด้วยตัวเองเลย”“ใช่เลยครับ” เรดตอบพร้อมสะพายตะกร้าดอกไม้ไว้บนไหล่ “แถมดอกไม้ของเราขายหมดเกลี้ยงตั้งแต่ก่อนประกาศผลอีก นี่มันสุดยอดมาก”รินเดินอยู่ข้างหน้า เธอหันมายิ้มบาง ๆ พลางถือถุงเหรียญรางวัลในมือ “ทั้งหมดนี่ก็น่าจะพอซื้อวัตถุดิบ หรือทำอะไรใหม่ ๆ ได้อีกหลายอย่างเลยนะคะ”อาเธอร์ยิ้ม — รอยยิ้มที่ทุกคนคุ้นเคย มุมปากยกขึ้นเพียงนิด พร้อมประกายในดวงตา “จริงครับ แต่ผมมีอีกอย่างที่อยากทำมากกว่า”“อะไรหละ?” ลุงเลวิสถามขณะควบม้าช้า ๆ ไปตามทางกลับหมู่บ้าน ดวงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำ ทอแสงสีทองส่องผ่านแนวไม้ใหญ่ที่ปลิวไหวตามสายลมเย็นของยามเย็น“ที่ดินรกร้างทางตอนเหนือของเมืองซานส์สคันส์ครับ” อาเธอร์ตอบเรียบ ๆ แต่เสียงหน
เสียงระฆังทองดังขึ้น “ก๊งงงงงงงงง—!” สะท้อนก้องทั่วจัตุรัสกลางเมือง ผู้คนจากทั่วสารทิศต่างพากันเงียบลงทันที สายลมเย็นจากภูเขาทางเหนือพัดผ่านกลีบดอกไม้ที่ลอยฟุ้งไปทั่วฟ้า ราวกับธรรมชาติเองก็ร่วมเฉลิมฉลองในค่ำคืนนี้บนเวทีหลักที่ประดับด้วยพวงดอกไม้นับพันชนิด ราชินีเอลิซาเบธก้าวขึ้นมาช้า ๆ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ด้านหลังคือบรรดากรรมการผู้ทรงเกียรติ และองค์ชายจูเลียสที่ยืนเคียงข้างด้วยรอยยิ้มบางอาเธอร์และพวกยืนอยู่แถวหน้าใจเต้นแรง — ลุงเลวิสถึงขั้นกำหมัดแน่น รินยกมือพนมแนบอก ส่วนเรด… แอบซ่อน เหรียญทองที่เหลืออยู่ในกระเป๋า “เผื่อแพ้ จะได้ซื้อดอกไม้กลับบ้านสักกำ” เขาพึมพำเบา ๆราชินีเอลิซาเบธยิ้มอ่อน ก่อนจะตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงใสกังวาน “ข้าได้เห็นผลงานของทุกหมู่บ้าน ทุกแคว้น และทุกพ่อค้าดอกไม้ในอาณาจักรแห่งนี้ ต่างก็งดงามราวสวรรค์บนพื้นดิน... แต่ในปีนี้ มีผู้หนึ่งที่ทำให้ข้ารู้สึกว่า ‘กลิ่นของความพยายาม’ หอมยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ ที่ข้าเคยสัมผัส...”เสียงกระซิบฮือฮาดังทั่วงาน “หรือจะเป็
อาเธอร์ยิ้ม พลางเหลียวมองไปรอบ ๆ —เขารู้สึกได้ถึงพลังชีวิตที่อบอุ่นและเป็นมิตรจากผู้คนในเมืองนี้ ทุกคนกำลังช่วยกันเตรียมงานอย่างกระตือรือร้น แม้แต่เหล่านักเวทก็ยังออกมาช่วยเสกเวทสร้างแสงสีบนอากาศให้ดูมีชีวิตชีวาบางช่วงของถนน มีเวทวงกลมลอยอยู่กลางอากาศ ฉายภาพเหมือนม่านน้ำให้เด็ก ๆ มองดู ขณะที่มุมห
เขาถอนหายใจหนัก ร่างกายยังมีประกายแสงบาง ๆ เกาะอยู่ตามแขน ปีเตอร์มองลูกชายอย่างปลาบปลื้ม ขณะที่เบียร์ในหม้อทองแดงยังเดือดปุด ๆ — กลิ่นหอมของมอลต์ผสมกับกลิ่นใบไม้สดใหม่ ราวกับธรรมชาติทั้งปวงกำลังเฉลิมฉลองการ “ตื่น” ของสิ่งที่หายไปกว่าศตวรรษซาร่าเดิ
หลังจากวุ่นวายหลายวันติดต่อกัน วันนี้อาเธอร์ตัดสินใจพักสบายๆ อยู่ที่บ้าน ช่วยงานที่ร้านตามปกติ หลังจากทำกิจกรรมยามเช้าของที่ร้านเรียบร้อย อาเธอร์ก็มาช่วยพ่อของเขาหมักเบียร์ภายในโรงเรือนเล็กด้านหลังบ้าน กลิ่นหอมหวานของมอลต์ลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เสียงน้ำเดือดปุด ๆ ดังคลออยู่กับเสียงนกร้องนอกหน
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงโรงแรมประจำหมู่บ้าน — “โรงแรมเหล่ากระต่าย” ที่มีบาร์เล็ก ๆ อยู่หน้าล็อบบี้ เสียงหัวเราะและเสียงแก้วกระทบกันดังเจือในบรรยากาศ ค่ำคืนนี้ดูคึกคักกว่าทุกวัน เพราะมีทั้งชาวบ้านและนักเดินทางแวะมานั่งพักผ่อนกันหลายโต๊ะทันทีที่อาเธอร์และรินก้าวเข้ามา ก็มีเสียงเรียกขึ้นจากหลังเคาน์เ







