Masuk"รอยนี่...ใครมันเป็นคนทำ!"
เสียงพี่วินดุจัดเอาเรื่องจนฉันไม่กล้าสู้สายตา ทำไมเรื่องทั้งหมดมันกลับตาลปัตรไปหมดแบบนี้ล่ะ แล้วฉันจะตอบเขาว่ายังไงดี ตอบว่า พอดีพรายเข้าใจพี่วินผิดไป เมื่อคืนเลยไปซื้อผู้ชายมานอนด้วยอ่ะค่ะ ไม่ได้ ตอบแบบนี้พี่วินต้องจับฉันหักคอแน่ หรือบอกว่า ถูกแมลงอะไรไม่รู้กัดแล้วแพ้ รอยแดงเลยขึ้นเต็มไปหมด เป็นแมลงตัวผู้ซะด้วยสิ นี่ เห็นพี่วินเขาโง่หรือไง ดูสายตาที่เขามองมาซะก่อน เขาเตรียมจับแกขึ้นเขียงแล้วสับเป็นพันๆชิ้นแล้ว เมื่อก่อนแค่ถูกผู้ชายมาขอเบอร์ พี่วินยังตามไปตบกระบาลผู้ชายโชคร้ายคนนั้นเล่นอยู่เลย แต่นี่ไม่ได้แค่ขอเบอร์ แต่ถึงขั้นทั้งทับทั้งสอดใส่จนมิดด้าม ถ้าพี่วินรู้เข้าจะไม่วิ่งเอาปืนไปยิงตาโฮสต์นั่นจนพรุนเลยเหรอ คิดแล้วก็ได้แต่หวาดหวั่นในใจ ฉันพยายามทำใจดีสู้เสือ แล้วจ้องตาเขากลับ "พี่นั่นแหละที่เอาผู้หญิงไปทั่ว หลักฐานมีอยู่เต็มมือ อย่ามาทำเป็นไม่รู้ ภาพตัดต่อบ้าอะไร คิดว่าพรายโง่หรือไง" ฉันแกล้งทำเป็นโมโหกลบเกลื่อนเรื่องฉาวโฉ่ของตัวเอง ถ้าจะต้องแสดงบทผู้ถูกกระทำ ก็ต้องไปให้สุด ฉันกรีดร้อง แล้วบังคับให้น้ำตาไหลลงมาราวทำนบพังทลาย "คนชั่ว คนเลว ทำกับพรายอย่างนี้ได้ยังไง แอบไปเอาคนอื่นไปทั่ว น่าขยะแขยงที่สุด ออกไปเลยนะ ออกไปจากห้องพรายเดี๋ยวนี้ แล้วไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก โฮ โฮ โฮ.. " ฉันร้องไห้ฟูมฟายใหญ่โต แล้วผลักพี่วินไปที่ประตูห้อง "เดี๋ยวพราย พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้ทำ.." พี่วินหน้าเจื่อนลงเมื่อถูกฉันไล่ แต่เขาตัวใหญ่กว่ามาก แค่เขาขืนตัวไม่ยอมขยับต่อให้ฉันดันยังไงก็ไม่ยอมเขยื้อนอยู่ดี นี่แหละข้อเสียของการมีแฟนที่ตัวสูงใหญ่เกินไป เขาพยายามจับไหล่ทั้งสองข้างของฉันไว้เพื่อหยุด แต่ฉันรีบปัดมือของเขาออก แล้วถอยห่างออกไป ตอนนี้ไม่ควรอยู่ใกล้เขาเกินไป เดี๋ยวเขาจะจับได้ว่าฉันแกล้งร้องไห้ แถมรอยดูดสีแดงที่ตัวก็มีเยอะมากกว่าที่คอด้วย ถ้าปล่อยให้เขาเห็นฉันคงต้องตายแน่ๆ ในขณะที่เขายังไม่รู้จะจัดการกับฉันยังไง สุดท้ายฉันก็วิ่งเข้าไปหลบในห้องนอนแล้วล็อคประตูทันที "พราย ออกมาคุยกับพี่ให้รู้เรื่องก่อน" เสียงพี่วินตามมาเรียกอยู่หน้าห้องอย่างจนใจ "พี่ไม่เคยนอกใจพรายเลยนะ พรายต้องเชื่อพี่สิ พี่มีพรายแค่คนเดียวจริงๆนะ" ฉันที่เอาหลังพิงประตูฟังเสียงของเขาแล้วน้ำตาก็ไหลลงมาจริงๆ ไม่ได้แกล้งทำเหมือนเมื่อครู่ ได้แต่นึกสะทกสะท้อนใจ ถ้าเมื่อคืนไม่ใจร้อนวู่วามจนทำเรื่องบ้าบออย่างนั้นลงไป ฉันคงจะมองหน้าพี่วินได้สนิทใจกว่านี้ เพราะถ้าพี่วินไม่ได้โกหก รูปทั้งหมดนั่นเป็นภาพตัดต่อจริงๆ แล้วใครล่ะที่เป็นคนส่งมา ทำอย่างนี้ทำไม? ฉันร้องไห้โฮๆ อย่างปวดร้าวใจ กับสถานการณ์ที่ไม่รู้จะบอกกับพี่วินว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันไปแล้ว เสียงร้องอย่างเจ็บปวดใจของฉันทำให้พี่วินเข้าใจผิด เขาเรียกฉันอย่างร้อนใจ "พราย ..พรายครับอย่าร้องไห้ พี่ขอโทษถ้าทำให้พรายไม่สบายใจ" ฮือออ "โอเค พี่จะกลับก่อนตามที่พรายขอ แต่พี่จะเอาหลักฐานว่าพี่ไม่ใช่คนในรูปพวกนั้นมาให้พรายดู ดีมั๊ยครับ" ฮือออ "พี่จะไปแล้วนะพราย ไม่ต้องร้องไห้นะครับ พี่รักพรายคนเดียวจริงๆนะครับ" คำบอกรักของพี่วินทำฉันทรุดตัวลงนั่งกอดตัวเองแล้วร้องไห้โฮออกมาอย่างสุดกลั้น พรายขอโทษนะคะพี่วิน พรายขอโทษ ฉันได้แต่ขอโทษพี่วินในใจได้เท่านั้น เสียงปิดประตูหน้าห้องของพี่วิน ทำให้ฉันรู้ว่าเขาออกไปแล้ว โถ พี่วินผู้น่าสงสาร ฉันรู้ว่าเขายอมลงให้ก่อน ทุกครั้งที่ฉันร้องไห้เขาจะไม่กล้าทำอะไรฉันเลย พี่วินมีแต่ยอม แล้วก็ยอม บางครั้งเขาไม่ผิดแต่เขาก็เลือกที่จะเป็นคนยอมให้ฉันมีความสุข รอยดูดตั้งมากมายที่คอ พี่วินก็น่าจะเดาได้อยู่แล้วว่าฉันไปทำอะไรมา แต่เขาเลือกที่จะไม่ทำให้ฉันลำบากใจ เลือกที่จะไม่ยอมให้แตกหักกันไปเลยในวันนี้ พี่วินก็คือพี่วิน เขาเลือกที่จะไปลงโทษคนอื่นแทน แต่จะไม่ยอมเสียฉันไปอย่างแน่นอน ฉันสูดหายใจเข้าลึกอย่างปลุกปลอบใจตัวเอง แล้วตัดสินใจแล้วว่า เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ฉันจะปิดเป็นความลับไปชั่วชีวิต ลา ลา ล่า ลา ลา.. เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายดังขึ้น ฉันที่ยังไม่กล้ารับเพราะกลัวว่าจะเป็นพี่วินที่โทรมา เขาคงเป็นห่วง และให้ฉันไปคล้องโซ่นิรภัยที่ประตูห้องหลังเขาออกไปเหมือนทุกครั้ง ลา ลา ล่า ลา ลา.. เสียงโทรศัพท์ยังดังไม่หยุด จนฉันต้องหยิบมันออกมา แต่เบอร์ที่โชว์อยู่กลับเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก ฉันกดรับทันที "ฮัลโหล สวัสดีค่ะ..." "....." "ฮัลโหล..." ในตอนที่คิดว่าใครกัน โทรมาแล้วไม่ยอมพูด เสียงทุ้มมีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ชาตินี้ฉันคงจะจำไม่มีวันลืมก็ดังสวนมา "ได้ยินว่า เมื่อครู่คุณตามหาผมหรือครับ" คือเขา ไอ้โฮสต์ที่หลอกฉันไปปู้ยี่ปู้ยำทั้งคืน!! **********Game On เขาแอบนั่งมองผู้หญิงที่ชื่อ พริ้งพราย ตาไม่กระพริบ เธอกำลังนั่งดูดน้ำในแก้วทำความเย็นทรงสูงด้วยริมฝีปากอิ่มนุ่มน่าจูบเป็นที่สุด ผู้หญิงหน้าตาสวยซึ้งจนใครเห็นก็อดรักไม่ได้แบบนี้ เธอมีเสน่ห์ที่ไม่อาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ จนเขายังสนใจ เธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟใต้ตึกสำนักงาน ที่มีเหล่าหนุ่มๆหลายคนจับจ้องตาเป็นมันไม่ต่างกันกับเขา แล้วก็มีหนุ่มเนิร์ดใจกล้า ที่เดินเข้าไปหาเธออย่างเขินๆอายๆ เพื่อที่จะมอบขนมคุกกี้เต็มถุงให้ เธอหันมามองแล้วยิ้มแย้มหวานหยด จนมดยังต้องพลีชีพให้กับรอยยิ้มสังหารนี้ รอยยิ้มของเฮเลนแห่งทรอย ที่ฆ่าผู้ชายให้ตายเป็นเบือเพียงแค่รอยยิ้มเดียว “ให้ฉันเหรอคะ.. ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาโดยไม่ปฏิเสธ แถมยังส่งยิ้มน่ารักให้เป็นคำขอบคุณ จนไอ้หนุ่มเนิร์ดเดินเป๋ไปเป๋มากลับไปนั่งที่เดิมแทบไม่ถูก ต่อมา ก็มีหนุ่มพนักงานออฟฟิสกล้ามใหญ่รูปหล่อ เดินเข้าไปหาเธออีกคนอย่างมั่นอกมั่นใจ คิดว่ามีหน้าตาที่มีภาษีดีกว่าจะได้เปรียบ แล้ววางแก้วกาแฟยี่ห้อดังให้เธออย่างเอาใจ “ให้ฉันเหรอคะ.. ขอบคุณค่ะ” เธอรับมาโดยไม่ปฏิเสธอีกครั้ง และยังคงส่งยิ้มน่ารักให้เป็นคำขอบคุณเหมือนคนแรก จนไอ้หนุ่มออฟฟิสรู
จนถึงเวลาส่งตัวบ่าวสาวเข้าเรือนหออเล็กช์อุ้มฉันในท่าเจ้าสาว พาเข้าไปในห้องหอบนเรือนใหญ่ที่เป็นบ้านหลักของตระกูลเขาที่นี่มีกลิ่นอายโบราณคลาสสิคของยุควัฒนธรรมญี่ปุ่นสมัยเมจิ โชคดีที่ยังมีเตียงนอน ไม่ใช่นอนกับพื้นแบบเรียวกังตามสมัยโบราณ ที่จะปูฟูกที่นอนไว้กับพื้นเสื่ออีกทีห้องที่ถูกตกแต่งใหม่แบบร่วมสมัย หรูหราด้วยเตียงใหญ่นุ่มฟูที่ทำให้ฉันผ่อนคลายเมื่ออเล็กซ์วางฉันนอนราบลงอย่างเบามือ ก่อนจะตามลงมาเคียงข้างแล้วท้าวแขนคล่อมฉันไว้“โกรธอะไรพี่ครับ”เขาไม่ถามเปล่า แต่กลับรุกไล่จูบหอมไปทั่วใบหน้าของฉัน แล้วเริ่มถอดชุดกิโมโนออกไปที่ละชั้น“ห้ามจูบนะ”ฉันร้อง เมื่อทนไม่ไหวที่เขาทำอย่างเอาแต่ใจ แล้วก็เริ่มดิ้นหนีไม่ยินยอม แต่เขาก็ไม่เคยสนใจฟังฉันอยู่ดีกว่าจะถอดชุดออกไปจากตัวได้หมด ฉันก็ยื้อยุดปล้ำสู้กับเขาจนเหนื่อยหอบ สุดท้ายเขาก็ทาบทับร่างเปลือยเปล่าลงมา บดเบียดเรียกร้องจนฉันแทบจะต้านทานเขาไม่ไหว“ไม่ได้นะคะพี่อเล็กซ์ พรายท้องอยู่!”ฉันร้องห้ามเมื่อเขาจับขาเรียวของฉันแยกกว้าง เตรียมพร้อมจะดันตัวตนที่แข็งขึงเข้ามาให้ได้“ได้ครับ เลยสามเดือนแล้ว หมอบอกว่าเบาๆได้”แล้วเขาไปปรึกษาเรื่องนี้กับห
ในที่สุด ฉันก็ยอมกลับมาแต่งงานกับอเล็กซ์ที่ญี่ปุ่นงานแต่งของฉันกับอเล็กซ์ถูกจัดอย่างสุดยิ่งใหญ่อลังการก็แหม๋.. ซีอีโอบริษัท อาซูร่า โฮลดิ้งกรุ๊ป บริษัทฯยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นแต่งงานทั้งที จะจัดเล็กๆให้เป็นขี้ปากชาวบ้านได้ยังไงแถมผู้คนยังให้ความสนใจเรื่องเจ้าสาวผู้ลึกลับของเขา จนพากันไปขุดคุ้ยเรื่องของฉันอย่างเอาเป็นเอาตายโชคดีที่ฉันเป็นพวกไม่ค่อยเล่นโซเชี่ยล การจะหาเรื่องราวของฉันมันเลยยิ่งยากขึ้นไปอีกมีแต่คนอยากจะรู้ว่า ฉันกับอเล็กซ์ไปเจอกันได้ยังไง และมีเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกแบบไหนฉันคงกล้าพูดเนอะ...จนถึงวันงานแต่งงาน ที่เป็นงานช่วงเช้าแบบญี่ปุ่นฉันสวมชุดกิโมโนสีขาวบริสุทธิ์ตามธรรมเนียมเพื่อไปเข้าพิธีสาบานตน ส่วนอเล็กซ์ก็อยู่ในชุดมอนสึกิ ที่เป็นชุดประจำชาติของผู้ชายญี่ปุ่น โดยมีตราประจำตระกูลเป็นรูปหน้ายักษ์อาซูร่า ห้าจุดบนชุด บ่งบอกฐานะที่สูงส่งของเขาวันนี้เขาดูสง่างามมาก จนทำให้ฉันหวั่นไหวและประหม่าจนแทบไม่กล้าเดินอยู่ข้างๆเขาจนเขาสัมผัสได้ว่าฉันตื่นเต้น จึงยื่นมือใหญ่อบอุ่นมากุมมือนุ่มบอบบางของฉันเอาไว้ และพาก้าวเดินไปพร้อมๆกันฉันถึงสงบใจที่เต้นระรัวลงได้ และเงยหน้าม
สุดท้าย..ฉันก็พาตัวเองมาถึงทางตันที่มีป้ายตัวเบอเร่อเขียนเอาไว้ว่า“แต่งงาน!”และเจ้าบ่าวก็คือ ..ปิศาจอเล็กซ์!..หลังจากหลอกเอาฉันมากินที่เพนเฮ้าส์หรูหราหมาเห่าของเขาได้สำเร็จ ก็ดูเขาจะอารมณ์ดีมากจนเชิญเจ้าหน้าที่เขตมาทำเรื่องจดทะเบียนสมรสให้ถึงที่ริมฝีปากสีเข้มข่มขู่ฉันสารพัดให้เซ็นชื่อลงไปไวๆอย่าได้ตุกติกฉันร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ยินยอมเด็ดขาดนี่ไม่ใช่การแต่งงาน แต่นี่คือการจับฉันล่ามโซ่ขังฉันไว้กับเขาในคุกนี่ไปตลอดชีวิตเขาถึงขั้นจับมือที่สั่นเทาของฉันเซ็นชื่อให้ด้วยตัวเอง เมื่อได้ตามที่เขาต้องการแล้ว เขาก็ทิปให้เจ้าหน้าที่เป็นซองสีขาวที่ใส่เงินไว้แน่นจนซองแทบแตกเพราะอะไรน่ะเหรอที่เขาถึงทำกับฉันแบบนี้เพราะท้องของฉันมันนูนขึ้นเล็กน้อยจนเขาสังเกตได้ว่าฉันกำลังท้องอยู่แต่บอกก่อนนะว่าฉันไม่รู้ฉันไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าฉันท้อง!แล้วเขาจะมารู้ดีไปกว่าร่างกายของฉันได้ยังไงก็ไม่รู้ฉันอาจจะแค่อ้วนขึ้นแบบลงพุงนิดๆ แล้วเขาจะมาตู่เอาเองแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกันคนท้องมันนต้องมีอาการแพ้ท้องอะไรบ้างสิ ที่เป็นสัญญาณว่ากำลังจะเป็นแม่คนแล้วน่ะฉันมองเขาผ่านม่านน้ำตา ยามเขาอุ้มฉันกลับเข้าห้องและวาง
ฉันยืนหลบมุมอยู่ในลิฟท์ด้วยใจตุ๊มๆต่อมๆ ว่าจะถูกบอดี้การ์ดของอเล็กซ์โยนออกจากลิฟท์ตอนไหนจนลิฟท์ขึ้นมาถึงชั้นเพนเฮ้าส์ ซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตัวตึก อเล็กซ์ก็ก้าวออกไปคนเดียวฉันมองไปที่เหล่าบอดี้การ์ดหน้ายักษ์ทั้งหลายที่จ้องฉันเป็นตาเดียวราวกับจะฆ่าแกงกัน ฉันก็รีบวิ่งตามอเล็กซ์ออกไปน่าจะดีกว่าอยู่ตรงนี้เมื่อออกจากลิฟท์ ก็จะเจอห้องโถงที่เป็นส่วนรับรองแขกด้านหน้าก่อน ฉันเห็นอเล็กซ์เปิดประตูโดยใช้รหัสลายนิ้วมือแล้วเข้าไปยังด้านใน ซึ่งน่าจะเป็นส่วนเพนเฮ้าส์ที่เขาพักอาศัยก่อนที่ประตูนิรภัยจะปิดลงและล็อคอัตโนมัติ ฉันก็รีบตามเขาเข้าไปก่อนเมื่อผ่านเข้าไปด้านในได้ ฉันถึงเห็นว่าที่ๆเขาอยู่มันหรูหราอลังการแค่ไหนเพนเฮ้าส์ราคาหลายร้อยล้านบนยอดตึก ที่มีสระว่ายน้ำและสวนส่วนตัว ทำให้ฉันมองจนตาค้างคนรวยอย่างเขา ยังจะมารีดไถเงินร้อยล้านจากฉันไปอีกทำไมฉันหยุดยืนอยู่แค่ตรงทางเข้า ไม่กล้าตามเขาไปมากกว่านี้จนเขาเดินกลับออกมาอีกครั้ง โดยถอดสูทและเน็คไทด์ออกไปแล้ว เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในก็ถูกปลดกระดุมออกเกินครึ่ง เปิดเผยอกแกร่งโชว์ร่องกล้ามเนื้อแน่นตึงอยู่รำไรเขาเดินไปที่บาร์เครื่องดื่มชงเหล้าให้กับตัวเ
เมื่อรู้ว่าบทที่พี่พอร์ชส่งให้ ค่อนข้างร้อนแรงจนแทบจะติดเรท ฉันก็ต้องขอกลับมาคิดดูก่อนอีกอย่าง เมื่อมีอเล็กซ์นั่งอยู่ใกล้ๆ ทำให้ฉันไม่กล้าพูดอะไรออกไปเลยซักอย่าง สุดท้ายก็รีบกินแล้วรีบกลับ แยกย้ายกับพี่พอร์ชแล้วรีบเดินหนีออกมานอกร้านเพื่อเรียกรถกลับคอนโดฉันก็ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ถึงได้บังเอิญเจอเขาบ่อยนักฉันแอบเหล่มองเขาบ่อยๆ แต่ก็เห็นเขาทำตัวปกติเหมือนเดิม ที่เพิ่มเติมก็คือ เขาทำเป็นไม่รู้จักฉันเชอะ! ฉันก็ไม่ได้อยากจะสนใจคนอย่างเขาเหมือนกันดูท่าวันนี้จะไม่ใช่วันที่ดีของฉันเสียแล้วตั้งแต่เจอเขา ฉันก็ทั้งอดเซ็นต์สัญญา รถก็ชนตอนประกันหมดพอดีอีก แถมบทละครของพี่พอร์ชก็ดูจะเรทหนักเกินไปวันนี้วุ่นวายทั้งวัน แต่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยซักอย่างเดียวเฮ้อออฉันถอนหายใจอย่างปลงตกเมื่อขึ้นลิฟท์มาถึงชั้นของตัวเอง ตอนฉันเดินไปถึงหน้าห้อง เพื่อจะเจอกระดาษหมายศาลแปะไว้ที่กลางประตูฉันดึงมันมาอ่านด้วยใจที่เต้นกระหน่ำ แล้วถึงได้ทำความเข้าใจกับเอกสารนี้ได้ว่าบริษัทฯอาซูร่าคลับ ฟ้องฉัน ที่ไม่ยอมชำระหนี้กู้ยืมเงินพร้อมดอกเบี้ย เป็นวงเงินเกือบห้าล้านบาทและจะทำการยึดทรัพย์เพื่อทำการใช้หนี้ โดยทรัพย์ที่จ
ฉันพยายามตั้งสติ แล้วตอบกลับเสียงห้วน"ใช่"เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นก็เพราะไอ้สารเลวคนนี้คนเดียวรวมทั้งความเศร้ามากมายของฉันที่สุดสงสารพี่วินแฟนตัวเองด้วยเหมือนกัน"ครับ ผมฟังอยู่"ฉันกล้ำกลืนความแค้นลงไป พยายามฝืนพูดด้วยเสียงสองอย่างอ่อนหวานว่า
ฉันชะงักมือที่กำลังจะคล้องสายโซ่ประตูนี่เป็นเสียงพี่วินแฟนนักบินของฉันนี่เองไปบินยุโรปมา ปกติต้องกลับพรุ่งนี้นี่ ทำไมครั้งนี้กลับมาก่อนล่ะหรือว่าฟาดสาวๆหมดยุโรปละ ถึงได้กลับมาก่อนเสียงเดินเร็วๆมาถึงฉัน ก่อนที่เขาจะจับฉันให้หันไปเผชิญหน้ากับเขา"เมื
ฉันรีบลุกตามแต่ไม่ทัน ในตอนที่คิดว่าควรจะไล่ตามเขาไปประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง และมีผู้ชายที่ไม่รู้จักอีกคนเดินสวนกลับเข้ามาแทน เขาอยู่ในชุดสูทพนักงานอาซูร่าคลับ ท่าทางคล้ายพวกอยู่กับเอกสารทั้งวัน ผมสีน้ำตาลเข้มและสวมแว่นสายตา แถมหน้าก็เรียบเหมือนกระดาษขาวที่ไร้ความรู้สึก
ความคลุมเครือบางอย่างโอบล้อมรอบตัว เมื่อเขาเข้ามาใกล้ชิด ฉันกลัวว่าเสียงหัวใจของตัวเองจะดังออกมาจนทำให้อับอายขายหน้า แต่ยิ่งหลับตาลงอย่างนี้ความรู้สึกที่ถูกเขาลูบสำรวจไปทั้งตัวยิ่งชัดเจนจนเกินจะทนไหว "อย่าค่ะ" ฉันพยายาม







