LOGINหลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่า
ข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกัน ข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขา ข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะ ฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไม ป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด "ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย" ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบ ป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาด ฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องริมสวนเข้าไปซ่อนตัวในห้องนอน แล้วหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างตื่นเต้น พลางภาวนาในใจว่า ขออย่าให้ป้าแกตั้งรหัสโทรศัพท์เอาไว้เลย เมื่อฉันจิ้มกดที่หน้าจอ โทรศัพท์ก็เปิดเข้าใช้ได้ทันที ไม่รอช้าฉันกดเบอร์พี่วินแล้วโทรออก ฟังเสียงรอสายไม่นานเขาก็รับ "ครับ อนาวินพูดครับ" เสียงทุ้มห้าวที่ดังตอบมา ดูสบายดีจนฉันน้ำตาคลอ เขายังไม่ตาย พอได้ยินเสียงของเขาฉันก็เพิ่งรู้ว่าคิดถึงเขามากแค่ไหน "ฮัลโหล ครับ" เขาทวนเรียกอีกครั้งจนฉันส่งเสียงเครือสะอื้นกลับไป "พี่วิน.." "พราย! พรายอยู่ไหน บอกพี่เร็วพี่จะไปรับ" เสียงตื่นเต้นดีใจมากของเขาทำน้ำตาฉันร่วงเผาะลงมา "พราย พรายอยู่ที่..ว๊าย!!" ฉันร้องตกใจเมื่อโทรศัพท์ในมือถูกกระชากออกอย่างกระทันหัน แล้วเขวี้ยงกระแทกเข้ากับกำแพงห้องอย่างแรงจนแตกยับร่วงกระจายลงพื้น คนที่จะทำเรื่องไม่คาดคิดอย่างนี้ได้มีแค่คนเดียวเท่านั้น อเล็กซ์ !? เขาก้มมองฉันด้วยดวงตาคมกริบ เสียงที่ถามมาข่มขวัญเครียดขึงจนน่ากลัว "พรายคุยกับใครอยู่หรือครับ" ร่างสูงที่ดูคุกคามขยับเข้ามาใกล้ จนเห็นใบหน้าดุดันของเขาที่ฉันไม่เคยเจอเขาในด้านนี้มาก่อนเลย "ตอบให้ดีนะครับ เพราะถ้าตอบผิด...อย่าหาว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน" เขากำลังโกรธ ท่าทางจะโกรธมากด้วย ฉันลนลานไปหมดแล้ว ได้แต่เบิกตามองเขาเหมือนคนที่เห็นผีแต่วิ่งหนีไม่ไหว "ตอบพี่สิครับ ว่ากำลังคุยกับใคร" ก่อนหน้านี้เขาเคยขู่ฉันว่า ห้ามพูดชื่อของพี่วินอีก ไม่อย่างนั้นเขาจะยิงพี่วินให้ตายจริงๆ แล้วฉันจะตอบยังไงดี "คะ..คือ.." เสียงที่ออกไปเบาโหวง ในสมองว่างเปล่าเมื่อเห็นสายตาของเขาเข้าขั้นโรคจิตขึ้นทุกที ฉันจึงตัดสินใจโพล่งออกไปว่า "พรายโทรสั่ง ..พิซซ่าค่ะ" พอฉันพูดออกไป ก็เกิดความเงียบที่แม้แต่กระพริบตาก็ยังได้ยิน เขานิ่งไปจนฉันคิดว่าอีกเดี๋ยวเขาต้องโมโหมากกว่าเดิมแน่ๆ แต่เขากลับยิ้ม ริมฝีปากสีเข้มยกขึ้นเหมือนตัวร้าย แล้วพูดกับฉันด้วยโทนเสียงคล้ายล้อเล่นถามกลับมาว่า "พรายอยากทานพิซซ่าหรือครับ" เมื่อขึ้นหลังเสือแล้วมันลงไม่ได้ ทำให้ฉันต้องโกหกตามน้ำต่อไป "ค่ะ" "แล้ว พรายชอบแบบไหนล่ะครับ แป้งหนานุ่ม ..บางกรอบ.." อะไรของเขากันเนี่ย ฉันได้แต่กังวลว่าเขาจะถามทำไม จนเขาขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้นิ้วโป้งคลึงริมฝีปากนุ่มของฉันไปมา พร้อมกับเสนออย่างคลุมเครือว่า "..แต่พี่ว่า ขอบไส้กรอกจัมโบ้สอดไส้ชีสเยิ้มๆ น่าจะเหมาะกับพรายนะครับ" เสียงกระเส่าที่ออกมาจากปากของเขา ทำให้ฉันเข้าใจทันทีว่าที่เขาพูดถึง ไม่น่าจะใช่พิซซ่าซะแล้ว มือใหญ่เรียวอีกข้างเริ่มปลดกระดุมเม็ดบนสุดของเสื้อเชิตสีขาวที่เขาสวมกับสูท ไล่ลงมาทีละเม็ดจนฉันเห็นแผงอกที่มีกล้ามสวยงามเรียบตึงของเขารำไร ผิวของเขาขาวสว่าง พอมองใกล้ๆก็จะเห็นว่ามันเปล่งประกายสุขภาพดีแค่ไหน ใบหน้าสุดเพอเฟค ไม่ว่าจะเป็น คิ้วตาจมูกปาก ช่างเหมือนถูกปั้นขึ้นมาเพื่อทำลายล้างจิตใจคนที่มองเห็นจนแทบอยากจะดิ้นตาย ตรงหน้าฉัน คือเทพบุตรที่เป็นลูกรักของพระเจ้าอย่างแน่นอน เขามีเสน่ห์ที่ผู้หญิงคนไหนได้อยู่ใกล้ก็ไม่อาจต้านทานได้ ต้องยอมละลายกลายเป็นน้ำเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา ตอนนี้เขาสลัดเสี้อออกไป เผยช่วงไหล่กว้างและกล้ามท้องเรียงสวย ที่พอขยับตัวกล้ามแต่ละลูกก็ขยับตามอย่างลื่นไหลน่าสัมผัส เข็มขัดถูกดึงตามออกไป เหลือเพียงกางเกงสเล็คขายาว ที่ส่งให้ช่วงขาของเขาดูเพรียวยาวกว่าใคร "ที่พรายสั่งไป ถาดเล็กหรือใหญ่ครับ" เสียงพร่าสุดเซ็กซี่ ก้มกระซิบถามมา จนฉันที่เหมือนกำลังตกอยู่ในภวังค์ตอบกลับไปอย่างเคยชิน "ถาดใหญ่ค่ะ" หึ หึ มีเสียงหัวเราะบางเบาจากเขาเมื่อมือเรียวผลักฉันลงกับที่นอน แล้วพูดมาอีกว่า "ถาดใหญ่ ..มีตั้งสิบสองชิ้นแน่ะ พรายจะทานไหวเหรอครับ" เดี๋ยว ! ที่เขาหมายถึงคือพิซซ่า หรืออะไร สติของฉันกลับมาเมื่อเขาจับตรึงแขนสองข้างของฉันไว้ด้านบน แล้วเอาเข็มขัดของเขาพันรัดจนแน่น ปากสีเข้มมีรอยยิ้มร้ายกาจของปิศาจซ่อนอยู่ เมื่อเขาดึงตัวฉันไปที่หัวเตียง แล้วใช้สายเข็มขัดที่เหลือคล้องพันไว้กับซี่ลูกกรงเหล็กที่เป็นลวดลายประดับของหัวเตียงนั่น ฉันตกใจกับการกระทำที่ดูซาดิสม์ของเขา นี่เขาจะทำอะไรกัน !? ร่างใหญ่ของเขาคล่อมทับลงมา ในตามีประกายแวววามจนน่าหวาดผวา "พี่จะทำอะไร ปล่อยพรายเถอะค่ะ พรายเริ่มกลัวแล้วนะคะ" ฉันพยายามดึงมือออกจากเข็มขัดที่รัดแน่น ใจคอเริ่มไม่ดีแล้ว ถ้าเขาเพียงแค่ต้องการตามปกติ แม้จะเป็นคนที่มีเซ็กส์รุนแรง ฉันก็ยังพอทนไหว แต่นี่เขาคิดจะทำอะไรกันแน่ "พอดี พี่เป็นคนไม่ชอบเตือนอะไรซ้ำสอง..." นั่นไง ว่าแล้ว เขาไม่ใช่คนที่จะปล่อยผ่านอะไรไปง่ายๆ เขากำลังเตือนฉันเรื่องที่แอบโทรศัพท์ไปหาพี่วินเมื่อครู่นี้ ฉันกลืนน้ำลายแล้วเบิกตาโตมองเขา ใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มหมดแล้ว เสียงเยียบเย็นของเขาก็พูดลงมาที่ข้างแก้มนุ่มของฉันว่า "ครั้งนี้..เป็นการ..ลงโทษครั้งแรก พรายอดทนหน่อยก็แล้วกันนะครับ" "พะ พี่ อเล็กซ์.." ฉันพูดได้แค่นั้นเขาก็จับฉันให้พลิกคว่ำลงด้วยแรงที่มากกว่า มือใหญ่ถกกระโปรงฉันขึ้นอย่างว่องไวเข้าล้วงดึงซับในชิ้นน้อยออกมา รูดดึงออกไปอย่างง่ายดาย สะโพกนุ่มเด้งกลมกลึงของฉันถูกเปิดเผยต่อหน้าเขา จนฉันผวาสั่นกลัวว่าเขาจะลงโทษฉันยังไงกันแน่ มืออุ่นของเขาเข้าลูบที่แก้มก้นฉันเบาๆ ก่อนจะแทรกนิ้วเรียวหยอกล้อไปมาตรงร่องที่ใกล้กับช่องทางด้านหลังอย่างเย้าหยอก แต่ฉันตัวแข็งไปแล้ว หรือว่า เขาคิดจะมีเซ็กส์กับฉันทางข้างหลัง!! ม่ายยยย ไม่ได้เด็ดขาด ฉันพยายามเอี้ยวใบหน้ามามองเขา ปากก็พยายามพูดขอโทษเขาอย่างจริงใจที่สุด จนเรียกว่าแทบจะอ้อนวอนแล้ว "พี่อเล็กซ์ พรายขอโทษ พรายจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว ให้โอกาสพรายอีกครั้งนะคะ..พรายขอร้อง.." จากหางตาฉันเห็นเขากำลังโยนกางเกงตัวเองออกไป ทั้งร่างเปลือยเปล่าดูแกร่งไปทั้งตัวจนยิ่งเพิ่มความน่าสะพรึง ทำให้ฉันต้องดิ้นรนให้หลุดจากพันธนาการที่เขามัดฉันไว้อย่างแน่นหนาเป็นพัลวัล ร่างอุ่นร้อนของเขาแนบลงมาจนฉันต้องหยุดดิ้น เมื่อท่อนรักใหญ่โตของเขาบดเบียดไปบนแก้มก้นของฉันให้ความรู้สึกราวกับถูกฟืนร้อนๆนาบลงมาจนฉันต้องหลับตาปี๋อย่างหวาดผวา เสียงทุ้มพร่าเจือความดุดันกระซิบเข้าข้างใบหูของฉันว่า "พิซซ่าชิ้นแรก มาเสิร์ฟแล้วนะครับ" "...!!!" **********ดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ"ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า"เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ"อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า"ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่"คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ""อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี""มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกู
"เธอไปได้คลิปนั้นมาจากไหน ?"ฉันโพล่งถามอย่างระแวงทันที เรื่องลับมากขนาดนั้น พิมกับพี่วินจะถ่ายคลิปไว้ทำไม หรือถ้าถ่ายไว้จริงๆ ทำไมยัยนี่ถึงมีได้ล่ะฉันมองนางอย่างเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ"ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะโรงแรมที่พวกเขาไปแอบพรอดรักกัน เป็นโรงแรมที่ฉันรู้จักพอดีสิคะ"โรงแรมที่ไหนแอบถ่ายคลิปลูกค้า ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดมันต้องมีการวางแผนมาก่อน!"โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก"ฉันต่อว่าเสียงดัง แล้วจ้องตาใสๆคู่นั้นอย่างค้นคว้าครั้งที่แล้วยัยนี่ก็บอกเองว่า เป็นคนเอารูปของฉันให้อเล็กซ์ดู ทำให้เขาสนใจฉันครั้งนี้ก็ยังมาบอกว่า เป็นคนเอาคลิปลับของสองคนนั่นส่งให้อเล็กซ์อีกนางมีแผนอะไรกันแน่!ฉันชี้หน้ายัยตุ๊กตาแล้วว่า"เรื่องบ้าทั้งหมดนี่ ฉันว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ บอกมานะว่าทำแบบนี้ทำไม!?""อย่าเพิ่งโมโหสิคะ ใจเย็นๆก่อน นี่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะคะ"ยัยตุ๊กตาพยายามบอกให้ฉันใจเย็นๆ ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ตอนนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นจนเย็นไม่ไหวแล้ว
“อะ..โอ๊ย ..โอย..ยย” ฉันร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อความเจ็บจากการถูกเขาทับ และขยับตัววุ่นวายทำให้ทั่วร่างประท้วงว่าให้อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตัวฉันเริ่มสั่นจนน้ำตาคลอคลองขึ้นมา แล้วพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากเขาออกไป ทำให้สายตาดุดันของอเล็กซ์ถึงยอมอ่อนลงและขยับออกจากตัวฉันลงไปด้านข้าง ฉันใช้โอกาสนี้ร้องโอดโอยเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหลอกให้เขาสงสารเห็นใจฉันอีกนิด และไม่มาหาเรื่องฉันที่นอนเจ็บอยู่ “ยังเจ็บอยู่หรือครับ” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นการยืนยัน แถมบีบน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกสองเม็ด แล้วแกล้งทำท่าออดอ้อนออเซาะเขาอย่างเอาตัวรอดว่า “ฮืออ..พรายฝันร้ายค่ะ น่ากลัวมากเลย” สายตาเคลือบแคลงใจของเขาที่หรี่ลงมองมา คล้ายกับกำลังประเมินว่า ฉันแกล้งทำหรือเปล่า “งั้น เดี๋ยวพี่นวดยาให้นะครับ” นวดตรงไหน? ตรงก้นเหรอ...ไม่มีทาง! “มะ ไม่เป็นไรค่ะ พรายดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องทายาหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่... “พรายไม่ต้องอายพี่หรอกครับ มากกว่านี้ พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว เดี๋ย
เขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเองตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้วช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วยไอ้เลว !ไอ้วิปริต !ไอ้คนไม่ใช่คน !ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววันเมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่าอาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเองหมอตรวจผิดหรือเปล่า?ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไงตอ
เวลาหมูจะถูกเชือด มันคงจะรู้สึกอย่างนี้นี่เองหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ และกรีดร้องเหมือนคนบ้า"กรี๊ด ! อย่านะ อย่าทำนะ!"สะโพกฉันถูกจับยกขึ้นในท่าบังคับให้คลานเข่าขึ้นมาเหมือนหมาสี่ขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัดหนังของเขาที่คล้องเกี่ยวฉันไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เขาบีบสะโพกของฉันไว้แน่นจนเจ็บ และแนบตัวตนของเขาเข้ามาราวกับเป็นการทักทายร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ที่เพิ่งถูกเขาฉีกเสื้อผ้าจนขาดครึ่ง ทิ้งตัวร่องแร่งกับต้นแขนทั้งซ้ายขวาลิ้นชุ่มชื้นของเขาแลบไล้เลียที่หลังใบหูขาวนุ่มจนเกิดความรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวมือของเขาข้างหนึ่งจับล็อกสะโพกผายไว้แน่นไม่ให้ขยับ ส่วนอีกข้างก็เข้ากอบกุมหน้าอกนุ่มฟูอวบใหญ่ล้นมือ คอยบีบขยำเล่นวนไปวนมา"พี่อเล็กซ์ ปล่อยพรายนะคะ พรายจะไม่ดื้ออีกแล้ว"ฉันที่พยายามควบคุมความสติแตกกรีดร้องโวยวายก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนเขาดีๆอีกครั้งแต่เขากลับจับแก่นกายที่ร้อนระอุเข้าถูไถกับกล
หลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่าข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกันข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขาข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไมป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด"ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย"ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาดฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องร







