เข้าสู่ระบบเขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้
ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเอง ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้ว ช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วย ไอ้เลว ! ไอ้วิปริต ! ไอ้คนไม่ใช่คน ! ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววัน เมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่า อาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเอง หมอตรวจผิดหรือเปล่า? ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไง ตอนนี้ฉันรู้สึกว่า อาการของฉันเข้าขั้นวิกฤตถึงขั้นสาหัสร้ายแรงเลยเชียวนะ ฉันต้องไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้เลย ก่อนที่จะตาย "พะ..พาฉันไป ..โรงพยาบาลที" ฉันพยายามขอร้องใครก็ได้ที่ได้ยิน ฉันอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว ยังจำเสียงที่เคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่า.. เขาเอาผู้หญิงจนตาย มาหลายคนแล้ว!! วนกลับเข้ามาในสมองของฉันราวกับเครื่องเสียงเอ็คโค่ ที่ก้องกังวาลหลอกหลอนซ้ำไปซ้ำมา เขามันเป็นปิศาจ ถ้าฉันยังอยู่ที่นี่ต่อไป คงต้องตายอนาถแน่ๆ อาจจะมีข่าว หญิงนิรนามถูกเอามาทิ้งไว้กลางป่าเปลี่ยวที่ไหนซักแห่ง สภาพศพเปลือยเปล่า แต่มีบาดแผลฉกรรจ์ที่น่าสงสัยทางทวารหนัก ไม่นะ!! ฉันจะไม่ยอมตายแบบนั้นเด็ดขาด ขนาดเป็นศพแล้วผู้คนก็คงจะพยายามค้นหาความจริงว่าฉันตายเพราะอะไร จะมีคนมากมายเข้ามาดูก้นฉันเต็มไปหมด เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเสียชีวิต ม่ายยย... ฉันร้องไห้ฮือๆออกมาอีกครั้งเมื่อคิดถึงสภาพที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ "ยังเจ็บอยู่เหรอพราย" เสียงทุ้มเป็นเอกลักษณ์ถามมาใกล้ๆ จนฉันผวาดีดตัวออกห่างอัตโนมัติ "โอ๊ยยย.." ฉันร้องเสียงหลง เมื่อขยับตัวแล้วตรงนั้นมันก็ถูกกระทบกระเทือนไปด้วยราวโนมิโน่ มืออุ่นใหญ่เข้าจับฉันให้กลับมานอนคว่ำกับหมอนอุ่นอย่างเบามือ แล้วลูบหลังบอบบางให้คล้ายกับเป็นการปลอบประโลม แต่ฉันผวาไปทั้งตัวแล้ว จนเกร็งตัวแข็งเมื่อถูกเขาสัมผัส "นอนพักซักหน่อยนะครับ อีกเดี๋ยวก็คงดีขึ้น" อย่ามาจั๊บบบ!! ฉันได้แต่ร้องเสียงสูงอยู่ในใจเท่านั้น ทำฉันปางตายขนาดนี้ อย่าแกล้งทำมาเป็นห่วงเป็นใยเลย ไม่อินโว้ย... "พรายหิวมั้ย ทานอะไรสักนิดมั๊ยครับ พี่จะให้คนไปเตรียมมา" ฉันกัดฟันแน่น หลับตาไม่อยากตอบอะไรทั้งสิ้น ทำไมเขาไม่ไปซักที สภาพฉันตอนนี้ ถึงเขาอยากได้ฉันอีกก็คงต้องมีมโนธรรมกันบ้างล่ะนะ แต่เขามีซะที่ไหนกันล่ะ? จู่ที่นอนข้างตัวก็ยุบลง ไออุ่นของเขากลับเข้ามาใกล้อีกครั้งจนฉันต้องเบิกตาโพลงมองออกไป ใบหน้าคมคายเปล่งปลั่งจนแทบจะเปล่งแสงออกมาได้ เขากำลังนอนท้าวแขนมองมาด้วยดวงตาแสนอ่อนโยนจนใจฉันเริ่มหวาดหวั่น จะมาไม้ไหนอีกเนี่ย ล่าสุดที่เขาทำหน้าตาคล้ายๆแบบนี้ ไม่แคล้วฉันต้องซวยทุกที "พรายเจ็บที่ปากด้วยหรือครับ ถึงพูดไม่ได้" นั่นไง! เริ่มแล้ว "ปะ เปล่าค่ะ" ฉันรีบตอบเสียงเบาเอาตัวรอดทันที ก่อนที่เขาจะโรคจิตขึ้นมาอีก แต่ในใจอยากจะตะโกนจนแทบทนไม่ไหวว่า ไอ้หน้าส้นตีนนนนน!! แต่ติดที่ฉันถูกสอนมารยาทมาตั้งแต่เด็กๆ ว่าไม่ให้พูดคำหยาบคาย แต่ตอนนี้สมองของฉันมันไม่ปกติแล้ว เพราะฉันถูกทารุณทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนแทบจะบ้าแล้ว "พรายคงอยากพัก เดี๋ยวพี่จะอยู่เป็นเพื่อนนะครับ" เขาว่าแล้วเอื้อมมือมาลูบหัวฉันเบาๆ ให้ความรู้สึกเหมือนคนที่อบอุ่นและพึ่งพาได้ ได้กับผีน่ะสิ! อย่าไปหลงท่าทางจอมปลอมของเขาเด็ดขาด แบบนี้เขาเรียกว่า ตบหัวแล้วลูบหลังต่างหาก "ไม่เป็นไรค่ะ พี่อเล็กซ์ พรายอยู่คนเดียวได้" ฉันตอบเสียงแหบเบา เพราะก่อนหน้านี้ ทั้งร้องไห้ทั้งแหกปากจนคอพังตามช่วงล่างไปด้วยแล้ว อีกอย่าง เกิดเรื่องกับฉันขนาดนี้ จะให้ฉันทนมองหน้าเขาอีก ก็เหมือนจับฉันขังไว้กับฆาตกรเลือดเย็นในห้องสองต่อสอง ฉันต้องบ้าตายแน่ๆ "พี่ชอบพราย.." จู่ๆเขาก็พูดคำที่ฉันไม่คาดคิดว่าจะได้ยินออกมา พาลทำให้น้ำตาเอ่อคลออกมาอย่างช่วยไม่ได้ คนชอบกัน เขาทำกันแบบนี้เหรอ ทำร้ายกันเนี่ยนะ เขาใช้นิ้วโป้งเกลี่ยเม็ดน้ำตาของฉันออกอย่างอ่อนโยน แล้วกระซิบคำหวานจนฉันฟังแล้วขนลุกขนพองไปหมด "ตั้งแต่พี่เห็นพรายครั้งแรก พี่ก็รู้ทันทีว่าพรายต้องเป็นของพี่" เอาอะไรมาคิดห๊ะ ฉันมีแฟนแล้วนะ! ฉันต้องหลับตาลง เพื่อซ่อนความแค้นในดวงตา ที่คงจะปิดไม่มิดเมื่อมองหน้าเขา แต่พอหลับตา น้ำตาที่เหลือค้างอยู่ก็ไหลพรากลงมาเป็นสายคล้ายซาบซึ้งใจกับสิ่งที่ได้ยิน "พรายไม่ต้องร้องไห้ พี่จะดูแลพรายเป็นอย่างดี จนพรายลืม..." เขาหยุดคำพูดเอาไว้ แต่ฉันรู้ว่าเขาหมายถึงใคร ให้ฉันลืมพี่วินเหรอ ชาติหน้าก่อนเถอะ บอกจะดูแลฉันเป็นอย่างดี แล้วนี่อะไร!? ก้นฉันต้องพังขนาดนี้ นี่น่ะเหรอที่เรียกว่าดูแลเป็นอย่างดี อมพระ ..อมทั้งพุทธมณฑลมา ก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด ความอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจที่ถูกเขากระทำจนยับเยินไปทั้งตัว ทำให้ฉันปิดหูปิดตาไม่อยากรับรู้อะไรอีก เสียงของเขาที่ได้ยินก็เบาลงเรื่อยๆ คล้ายเสียงกล่อมนอน .......... ไม่นานหลังจากนั้น ฉันหลับไปพร้อมกับความเคียดแค้น จนทำให้ฝันร้าย ในฝันฉันกำลังถูกปลาฉลามไล่งับ ฟันคมๆมีตั้งสามชั้นทำฉันกรีดร้องเสียงหลง แล้วผวาตื่นขึ้นมา "ฝันร้ายหรือพราย" น้ำเสียงอบอุ่นพูดอยู่เหนือศีรษะฉัน ทำให้ฉันพยายามตั้งสติแล้วถึงรู้สึกตัวว่า กำลังถูกใครซักคนกอดรัดจนแนบแน่นไปทั้งตัว อ้อมอกกว้างแสนอบอุ่นที่ฉันซุกซบอยู่ ให้ความรู้สึกปลอดภัยราวกับบังเกอร์กันระเบิด จนฉันต้องกอดรัดเขาเอาไว้จนแน่นเพื่อเป็นที่พึ่ง "พี่วินขา พรายฝันร้าย มีฉลามน่ากลัวจะกัดพราย พี่วินกอดพรายแน่นๆนะคะ พรายกลัวมากเลย..." อ้อมแขนที่กอดฉันอยู่ รัดแน่นขึ้นตามที่ฉันต้องการ แต่มันแน่นจนเริ่มหายใจไม่ออก "อย่าแกล้งพรายสิคะ ถ้ากอดดีๆเดี๋ยวจะให้รางวัลนะคะ" ฉันต่อรองแล้วเงยหน้าจุ๊บปลายคางของเขาอย่างน่ารัก ต่อจากนั้นก็เป็นดังคาด เขาจับฉันพลิกตัวให้นอนหงายแล้วทาบทับบดเบียดริมฝีปากลงมา ดึงดันขโมยลิ้นอ่อนนุ่มของฉันไปดูดเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว กลิ่นหอมสดชื่นที่ไม่คุ้นเคยกระจายไปทั่วโพรงปาก ทำให้ฉันลืมตาขึ้น เพื่อสบกับดวงตาดุดันร้อนแรงของ..อเล็กซ์! ทำไมกลายเป็นเขาไปได้? เรียวลิ้นถูกดูดดึงอย่างแรง จนฉันต้องพลิกลิ้นหนีราวกระต่ายตื่นตูม ที่คิดว่าโลกกำลังจะแตกจนต้องกระโดดหนีสุดชีวิต แต่โพรงปากคับแคบเกินไป ฉันพลิกไปพลิกมาสองทีก็พลิกกลับมาเจอเขาที่รองับลิ้นของฉันอยู่อย่างใจเย็น อื๊อออ ฉันร้องเพราะยังตกใจและคุมตัวเองให้นิ่งไว้ไม่อยู่ จนเผลอขัดขืนเขา ฉันโดนเขาบดจูบรุนแรงอย่างมีอารมณ์ เนิ่นนานจนทั้งลิ้นและปากไร้ความรู้สึก เขาถึงยอมปล่อยฉัน เสียงเหี้ยมโหดของเขา บอกชิดริมฝีปากฉันราวกัดฟันทนว่า "ถ้าพรายไม่ยอมลืมมัน! พี่จะทำให้ลืมเอง ..ดีมั้ยครับ" ไม่ดี!! ฉันได้แต่จ้องตาดุร้ายของเขา ที่น่ากลัวราวกับเสือร้ายจ้องทำลายทุกสิ่งให้ดับดิ้นด้วยเขี้ยวคม แล้วฉันทำอะไรผิดอีกล่ะเนี่ย! "......" **********ดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ"ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า"เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ"อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า"ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่"คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ""อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี""มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกู
"เธอไปได้คลิปนั้นมาจากไหน ?"ฉันโพล่งถามอย่างระแวงทันที เรื่องลับมากขนาดนั้น พิมกับพี่วินจะถ่ายคลิปไว้ทำไม หรือถ้าถ่ายไว้จริงๆ ทำไมยัยนี่ถึงมีได้ล่ะฉันมองนางอย่างเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ"ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะโรงแรมที่พวกเขาไปแอบพรอดรักกัน เป็นโรงแรมที่ฉันรู้จักพอดีสิคะ"โรงแรมที่ไหนแอบถ่ายคลิปลูกค้า ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดมันต้องมีการวางแผนมาก่อน!"โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก"ฉันต่อว่าเสียงดัง แล้วจ้องตาใสๆคู่นั้นอย่างค้นคว้าครั้งที่แล้วยัยนี่ก็บอกเองว่า เป็นคนเอารูปของฉันให้อเล็กซ์ดู ทำให้เขาสนใจฉันครั้งนี้ก็ยังมาบอกว่า เป็นคนเอาคลิปลับของสองคนนั่นส่งให้อเล็กซ์อีกนางมีแผนอะไรกันแน่!ฉันชี้หน้ายัยตุ๊กตาแล้วว่า"เรื่องบ้าทั้งหมดนี่ ฉันว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ บอกมานะว่าทำแบบนี้ทำไม!?""อย่าเพิ่งโมโหสิคะ ใจเย็นๆก่อน นี่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะคะ"ยัยตุ๊กตาพยายามบอกให้ฉันใจเย็นๆ ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ตอนนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นจนเย็นไม่ไหวแล้ว
“อะ..โอ๊ย ..โอย..ยย” ฉันร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อความเจ็บจากการถูกเขาทับ และขยับตัววุ่นวายทำให้ทั่วร่างประท้วงว่าให้อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตัวฉันเริ่มสั่นจนน้ำตาคลอคลองขึ้นมา แล้วพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากเขาออกไป ทำให้สายตาดุดันของอเล็กซ์ถึงยอมอ่อนลงและขยับออกจากตัวฉันลงไปด้านข้าง ฉันใช้โอกาสนี้ร้องโอดโอยเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหลอกให้เขาสงสารเห็นใจฉันอีกนิด และไม่มาหาเรื่องฉันที่นอนเจ็บอยู่ “ยังเจ็บอยู่หรือครับ” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นการยืนยัน แถมบีบน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกสองเม็ด แล้วแกล้งทำท่าออดอ้อนออเซาะเขาอย่างเอาตัวรอดว่า “ฮืออ..พรายฝันร้ายค่ะ น่ากลัวมากเลย” สายตาเคลือบแคลงใจของเขาที่หรี่ลงมองมา คล้ายกับกำลังประเมินว่า ฉันแกล้งทำหรือเปล่า “งั้น เดี๋ยวพี่นวดยาให้นะครับ” นวดตรงไหน? ตรงก้นเหรอ...ไม่มีทาง! “มะ ไม่เป็นไรค่ะ พรายดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องทายาหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่... “พรายไม่ต้องอายพี่หรอกครับ มากกว่านี้ พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว เดี๋ย
เขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเองตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้วช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วยไอ้เลว !ไอ้วิปริต !ไอ้คนไม่ใช่คน !ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววันเมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่าอาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเองหมอตรวจผิดหรือเปล่า?ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไงตอ
เวลาหมูจะถูกเชือด มันคงจะรู้สึกอย่างนี้นี่เองหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ และกรีดร้องเหมือนคนบ้า"กรี๊ด ! อย่านะ อย่าทำนะ!"สะโพกฉันถูกจับยกขึ้นในท่าบังคับให้คลานเข่าขึ้นมาเหมือนหมาสี่ขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัดหนังของเขาที่คล้องเกี่ยวฉันไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เขาบีบสะโพกของฉันไว้แน่นจนเจ็บ และแนบตัวตนของเขาเข้ามาราวกับเป็นการทักทายร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ที่เพิ่งถูกเขาฉีกเสื้อผ้าจนขาดครึ่ง ทิ้งตัวร่องแร่งกับต้นแขนทั้งซ้ายขวาลิ้นชุ่มชื้นของเขาแลบไล้เลียที่หลังใบหูขาวนุ่มจนเกิดความรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวมือของเขาข้างหนึ่งจับล็อกสะโพกผายไว้แน่นไม่ให้ขยับ ส่วนอีกข้างก็เข้ากอบกุมหน้าอกนุ่มฟูอวบใหญ่ล้นมือ คอยบีบขยำเล่นวนไปวนมา"พี่อเล็กซ์ ปล่อยพรายนะคะ พรายจะไม่ดื้ออีกแล้ว"ฉันที่พยายามควบคุมความสติแตกกรีดร้องโวยวายก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนเขาดีๆอีกครั้งแต่เขากลับจับแก่นกายที่ร้อนระอุเข้าถูไถกับกล
หลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่าข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกันข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขาข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไมป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด"ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย"ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาดฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องร







