LOGINดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?
นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย "อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ" ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า "เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป" อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ "อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า" ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่ "คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ" "อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี" "มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกูลอาซูร่าจะปกป้องคุณจากผู้คุมกฎได้ คุณจะกลายเป็นคนในตระกูลนี้แทน และไม่ต้องร่วมรับโทษใดๆของตระกูลไทระอีก" ฉันถอนหายใจอีกครั้ง แล้วพูดใส่หน้านางว่า "เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว ฉันไปดีกว่า" ฉันสลัดมือจนหลุดจากนางแล้วลุกขึ้นยืนสะบัดผมยาวสลวย ทำท่าให้นางดูว่า ฉันทนฟังเรื่องไร้สาระนี่มานานเกินไปแล้ว และนางปัญญาอ่อนมากที่คิดว่าจะหลอกฉันได้ ตอนกำลังจะเดินออกจากห้อง เสียงกดโฟนโทรศัพท์เพื่อโทรออกก็ดังขึ้น มีเสียงคนกดรับสายเร็วมาก เหมือนว่ากำลังถือโทรศัพท์รออยู่ตลอดเวลา "ฮัลโหล นั่นพรายหรือเปล่าลูก" เสียงแม่ !! ฉันหันขวับกลับไปทันที หัวใจทั้งดวงแทบจะกระโจนไปที่โทรศัพท์มือถือที่ยัยตุ๊กตาถือโชว์อยู่ นางยื่นริมฝีปากสีแดงสดเข้าไปใกล้ตรงลำโพงโทรศัพท์ แล้วกรอกเสียงเป็นภาษาญี่ปุ่นลงไป ไม่รู้ว่านางกำลังพูดอะไร แต่ที่ฉันตกใจยิ่งกว่าก็คือ เสียงของแม่ที่โต้ตอบกลับมาเป็นภาษาญี่ปุ่นได้แบบสันทัดสุดๆ แม่ของฉันเนี่ยน่ะนะ พูดภาษาญี่ปุ่นได้ แม่...ที่เป็นแค่คนต่างจังหวัด เรียนก็ไม่สูง จบแค่ชั้นป.4 แม่ฉันที่เวลาซื้อของยังต่อราคาเองไม่เป็น เพราะเป็นคนพูดน้อยขี้อาย ฉันไม่อยากจะเชื่อ "แม่ของคุณอยากพูดกับคุณค่ะ" ยัยตุ๊กตาเดินเข้ามายื่นโทรศัพท์ให้ตรงหน้า ฉันรีบรับมาทันที "ฮัลโหล..แม่เหรอคะ" "พรายลูก..เป็นยังไงบ้าง สบายดีมั้ย..." เสียงแม่จริงๆด้วย "ฟังแม่นะลูก อยู่กับคุณอเล็กซ์ดีๆนะ ไม่ต้องกลับมาอีก เข้าใจมั้ยลูก" เสียงแม่ดูรีบร้อนและเป็นห่วงฉันอย่างมาก แต่ทำไมแม่ถึงรู้จักอเล็กซ์ด้วยล่ะ "แม่พูดอะไร พรายไม่เข้าใจ ทำไมพรายจะกลับไปหาแม่ไม่ได้" "พราย..ฟังแม่ให้ดีนะ ตอนนี้แม่ต้องไปแล้ว พรายสัญญากับแม่นะว่าจะอยู่กับคุณอเล็กซ์ และรีบมีลูกกับเขาซะ ถือว่าแม่ขอร้องนะพราย" หางเสียงของแม่เครือสะอื้นจนฉันเริ่มสั่นกลัวกับสิ่งที่ได้ยิน หรือว่า นิยายน้ำเน่าที่ยัยตุ๊กตาเล่าเมื่อกี้ จะเป็นเรื่องจริง! "แม่ อย่าพูดอย่างนี้ พรายเริ่มกลัวแล้วนะ แม่จะไปไหน" "...ไม่ต้องห่วงแม่นะพราย หลังจากนี้พรายต้องดูแลตัวเองดีๆนะ กินข้าวให้เยอะหน่อย และใส่เสื้อผ้าหนาๆอย่าปล่อยให้ตัวเองป่วยล่ะ ...อ้อ แล้วก็อย่าลืม..." "แม่...!!" ฉันร้องไห้แล้วตอนเรียกแม่ออกไป แม่พูดเหมือนกำลังจะสั่งเสียจนฉันปวดหัวใจไปหมด ดูเหมือนว่าแม่รีบร้อนจะไปที่ไหนซักที่ แต่ติดที่ยังห่วงฉันอยู่เท่านั้น หรือว่า แม่กำลังจะหนี! ถ้าอย่างนั้นฉันก็ไม่ควรทำให้แม่เป็นห่วงไปมากกว่านี้ เมื่อพอจะเข้าใจเรื่องราว ฉันเลยพยายามพูดด้วยเสียงที่สดใสที่สุดออกไป ทั้งๆที่น้ำตาไหลหยดเป็นทาง "แม่ไม่ต้องเป็นห่วงพรายเลยนะคะ พี่อเล็กซ์เค้าดีกับพรายมาก เขาทำให้พรายมีความสุขมากๆเลยนะคะ ตอนนี้พรายอ้วนขึ้นนิดนึงด้วย กลัวจะใส่เสื้อผ้าไม่สวยด้วยซ้ำ" "จริงเหรอลูก ดีแล้ว ...ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นแม่ก็สบายใจได้เสียที" "แม่ขา พรายรักแม่นะคะ รัก รัก รัก รักมากที่สุดในโลกนี้เลย แม่รู้ใช่มั้ยคะ" ฉันพยายามบอกให้แม่รู้ ถ้าเผื่อว่าฉันอาจจะไม่มีโอกาสได้เจอแม่อีกแล้ว "พรายคือทุกสิ่งทุกอย่างของแม่ ดูแลตัวเองให้ดี ถ้ารักแม่พรายต้องดูแลตัวเองนะเข้าใจมั้ย" ฉันปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่จนต้องเอามือปิดลำโพงโทรศัพท์ไว้ ไม่ให้แม่ได้ยิน ฮึก..ฮือ "พรายจะรักตัวเอง เท่ากับที่รักแม่เลยค่ะ แม่ไม่ต้องห่วงพรายนะคะ" เสียงของแม่คล้ายคนกลั้นสะอื้นยามบอกฉันเหมือนจะอำลาว่า "แม่ต้องวางสายแล้ว พรายพนมมือก่อนนะลูก แม่อยากให้พรกับพราย.." "ค่ะ แม่ พรายพนมมือแล้ว" ฉันประนมมือขึ้น แล้วหลับตาลง เช่นเดียวกับในยามปกติ ทุกครั้งเวลาที่ฉันจะออกจากบ้านไปไกล แม่จะให้ฉันนั่งพับเพียบลง พนมมือรับพรจากแม่เสมอ "ข้า นางปรารถนา แก้ววิจิตร ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ขอเทพเทวาทุกพระองค์ ทั้งที่อยู่บนชั้นฟ้า ผืนพสุธา และแม่น้ำมหาสมุทร ขอจงดลบันดาล ปกปักษ์รักษา นางสาวพริ้งพราย แก้ววิจิตร ให้ปลอดภัยจากภยันตรายทั้งปวง ขอให้จงมีแต่ความสุข ความเจริญ ในทุกถิ่นฐาน มีแต่คนรักใคร่ ตลอดไปด้วยเทอญ" "สาธุ ค่ะแม่" ฉันรับพรจากแม่ทั้งน้ำตา ก่อนที่สายจะตัดไปทันที พร้อมๆกับที่ฉันก็เกิดหน้ามืดล้มลงไปทั้งตัว โทรศัพท์มือถือร่วงลงจากมือตกกระแทกพื้นอย่างแรง สติของฉันดับวูบลง เหมือนทีวีที่ถูกถอดปลั๊กอย่างกระทันหัน ......... หลังจากเกิดอาการช็อกอย่างหนัก ทำให้ฉันเข้าใจคนที่เป็นโรคแพนิคขึ้นมาทันทีอย่างช่วยไม่ได้ ภาวะเริ่มแรก จะมีอาการหวาดกลัวบางสิ่งบางอย่างโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และหวาดระแวงทุกสิ่งรอบตัวไปหมด เหมือนที่ฉันกำลังเป็นอยู่นี้ ฉันหวาดกลัวว่าจะมีคนมาฆ่า เพราะฉันเป็นทายาทของ โทชิ ไทระ ผู้ที่ทรยศต่อองค์กรยากูซ่า ฉันยังไม่อยากตาย..! ยังมีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่ฉันอยากจะทำ เช่น อยากเป็นนักร้อง ฉันน่ะ ร้องเพลงเก่งตั้งแต่เด็กๆเลยนะ แต่แม่ไม่ยอมสนับสนุน แถมบอกว่าเป็นอาชีพฉาบฉวยไร้อนาคต มาวันนี้ฉันถึงได้รู้ว่า ที่แม่ไม่เคยเห็นดีเห็นงามด้วยก็เพราะไม่อยากให้ฉันโดดเด่นจนเป็นที่รู้จักของใครๆ เพราะว่า ถ้าพวกผู้คุมกฎรู้ว่าฉันและแม่อยู่ที่ไหน ต้องตามมาฆ่าเราสองแม่ลูกแน่ๆ ฮือออ.. ทำไมชีวิตของฉันมันอาภัพอย่างนี้นะ แถมหนทางที่จะเอาตัวรอดได้ ก็ต้องมาเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ แล้วก็ต้องตั้งท้องลูกของเขาด้วยเท่านั้น เพราะการมีทายาทของตระกูลอาซูร่า จะทำให้ฉันเหมือนมีกรมธรรม์ประกันชีวิต ที่จะคุ้มครองความปลอดภัยได้ร้อยเปอร์เซ็นต์แบบหายห่วงกันไปเลย ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ตั้งกฎทุเรศนี้ขึ้นมา สาธุ! ขอให้มันเป็นหมันไปเลย อยากมีลูกก็มีไม่ได้ ให้อยู่แบบซังกะตายไร้คนเหลียวแลไปตลอดชีวิต สาธุ สาธุ ฉันนั่งมองตัวเองในกระจก ภาพที่สะท้อนออกมา ก็ยังเป็นฉันคนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือสร้อยแพลตตินัมเป็นประกายพร้อมจี้ตราสัญลักษณ์รูปหน้ายักษ์แยกเขี้ยวยาวถมึงทึง นี่คือ รูปตราสัญลักษณ์ของตระกูลอาซูร่า ที่ฉันก็เพิ่งจะรู้ว่า อาซูร่า ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า ยักษ์ อเล็กซ์นำมาสวมให้ฉัน หลังจากวันที่ฉันได้รู้ความจริงทุกอย่าง แล้วบอกว่า “อยู่กับพี่ พรายไม่ต้องคิดอะไรอีก พี่จะดูแลพรายตลอดไปเองนะครับ” อย่า! อย่าไปเชื่อคำลวงของเขาเด็ดขาด เขาน่ะ น่ากลัวที่สุดแล้ว! นอกจากพวกผู้คุมกฎที่คอยตามล่าจะฆ่าฉัน ก็ยังมีเขาอีกคนที่คิดจะทรมานฉันให้ตายทั้งเป็นด้วยเหมือนกัน อยู่ที่นี่สถานะของฉันก็ไม่ต่างจากนางบำเรอ หรือเรียกให้ดูดีหน่อยก็คือ ผู้ดูแล แบบที่เขาว่านั่นแหละ เขามีคู่หมั้นแล้ว ฉันมันก็เป็นได้แค่เด็กเสี่ยเท่านั้น ฐานะทางสังคมเข้าขั้นต่ำต้อย ถ้าพยายามหน่อย อย่างเก่งก็เป็นได้แค่ เมียเก็บ เมียน้อย ชู้ กิ๊ก หรือไม่ก็....ช่างมันเถอะ คิดแล้วปวดหัว อย่ามีผัวเสียดีกว่า อย่างน้อยก็ได้รู้ว่า ที่เขาช่วยฉันไม่ใช่เพราะเคยมีบุญคุณอะไรกับพ่อ โทชิ ไทระ หรอก ทีแรกเขาแค่ต้องการเอกสารลับที่แม่ขโมยมา เลยพยายามตามหา แต่ไม่คาดคิดว่าตอนที่แม่หนีมาจะกำลังอุ้มท้องฉันอยู่ด้วย แต่พอเขาเห็นฉันในรูปแล้วก็เกิดถูกใจขึ้นมาเท่านั้น วาสนาของพริ้งพรายจริงๆ ที่สวยจนไปเข้าตาหัวหน้าแก๊งค์อาซูร่าได้ ถุย ถุย ขอเปลี่ยนคำพูดหน่อยเถอะ วาสนาอะไร นี่มันเวรกรรมชัดๆ ถ้าย้อนเวลาได้ วันนั้นที่ได้เจอเขาครั้งแรกที่คลับอาซูร่า ฉันจะรีบวิ่งหนีไปให้ไกลสุดชีวิตไม่คิดเหลียวหลังเลย “คิดอะไรอยู่ หืม..” ฉันที่กำลังคิดหมกมุ่นวุ่นวายใจอยู่คนเดียว เมื่อมีเสียงถามมาก็ตอบไปแบบไม่ทันคิดว่า “คิดอยากจะฆ่าเขาให้ตายๆไปเลยน่ะสิ...” เมื่อเงยหน้าขึ้นก็ต้องตกใจจนสะดุ้งโหยง เพราะคนที่คิดอยากจะฆ่าให้ตายให้สมกับความแค้น กลับมายืนซะจนใกล้ ดวงตาคมหรี่แคบลงแบบพร้อมมีเรื่อง เมื่อริมฝีปากสีเข้มเหยียดขึ้นเหมือนตัวร้ายในละคร แล้วถามอย่างกดดันมาว่า “คนที่พรายคิดจะฆ่า ...ใช่พี่...หรือเปล่า..?” “........” **********ดะ เดี๋ยวก่อน ร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?นี่ไม่ใช่นิยายสุขนิยมแล้วนะ แต่กลายเป็นนิยายสายลับดราม่า นางคงพยายามจะทำให้ฉันตกใจให้ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย"อเล็กซ์พาคุณมาที่นี่ เพื่อทีจะบีบให้แม่ของคุณยอมคืนเอกสารลับทั้งหมด และตอนนี้แม่ของคุณก็ยอมแล้ว แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ"ฉันพยักหน้าหงึกหงัก ทำเป็นเชื่อไปตามที่นางเล่า"เงื่อนไขนั้นก็คือ ให้คุณคลอดลูกชายออกมาให้ได้ เพื่อสืบทอดสายเลือดของตระกูลไทระ ให้คงอยู่ต่อไป"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง นางก็พยายามผูกเรื่องให้ได้น่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ"อย่างนั้น ฉันซึ่งก็คือ ทายาทคนสุดท้ายของตระกูลไทระ ก็ต้องคลอดเด็กผู้ชายออกมาคนนึง เพื่อให้ตระกูลนี้มีทายาทสืบต่อไปใช่มั๊ยคะ ส่วนคนที่จะทำให้ฉันตั้งท้องจะเป็นใครก็ได้ใช่หรือเปล่า"ยัยตุ๊กตาทำหน้าจริงจังมากตอนตอบว่าใช่"คุณจะท้องกับใครก็ได้ค่ะ แต่เมื่อคุณคลอดเด็กคนนั้นออกมา ทางองค์กรผู้ควบคุมกฎก็จะฆ่าทั้งคุณและลูกทันทีที่หาตัวเจอ""อ้าว แล้วจะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อสุดท้ายฉันก็ต้องตายอยู่ดี""มีสิคะ ถ้าคุณเป็นผู้หญิงของอเล็กซ์ ตระกู
"เธอไปได้คลิปนั้นมาจากไหน ?"ฉันโพล่งถามอย่างระแวงทันที เรื่องลับมากขนาดนั้น พิมกับพี่วินจะถ่ายคลิปไว้ทำไม หรือถ้าถ่ายไว้จริงๆ ทำไมยัยนี่ถึงมีได้ล่ะฉันมองนางอย่างเคลือบแคลงสงสัยจริงๆ"ก็ไม่ยากหรอกค่ะ เพราะโรงแรมที่พวกเขาไปแอบพรอดรักกัน เป็นโรงแรมที่ฉันรู้จักพอดีสิคะ"โรงแรมที่ไหนแอบถ่ายคลิปลูกค้า ฉันไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดมันต้องมีการวางแผนมาก่อน!"โกหก ฉันไม่เชื่อเธอหรอก"ฉันต่อว่าเสียงดัง แล้วจ้องตาใสๆคู่นั้นอย่างค้นคว้าครั้งที่แล้วยัยนี่ก็บอกเองว่า เป็นคนเอารูปของฉันให้อเล็กซ์ดู ทำให้เขาสนใจฉันครั้งนี้ก็ยังมาบอกว่า เป็นคนเอาคลิปลับของสองคนนั่นส่งให้อเล็กซ์อีกนางมีแผนอะไรกันแน่!ฉันชี้หน้ายัยตุ๊กตาแล้วว่า"เรื่องบ้าทั้งหมดนี่ ฉันว่าเธอต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ บอกมานะว่าทำแบบนี้ทำไม!?""อย่าเพิ่งโมโหสิคะ ใจเย็นๆก่อน นี่ฉันทำเพื่อคุณทุกอย่างเลยนะคะ"ยัยตุ๊กตาพยายามบอกให้ฉันใจเย็นๆ ด้วยท่าทีไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ตอนนี้อารมณ์ฉันมันขึ้นจนเย็นไม่ไหวแล้ว
“อะ..โอ๊ย ..โอย..ยย” ฉันร้องครางอย่างเจ็บปวด เมื่อความเจ็บจากการถูกเขาทับ และขยับตัววุ่นวายทำให้ทั่วร่างประท้วงว่าให้อยู่นิ่งๆ ได้แล้ว ตัวฉันเริ่มสั่นจนน้ำตาคลอคลองขึ้นมา แล้วพยายามส่งสายตาขอความเห็นใจจากเขาออกไป ทำให้สายตาดุดันของอเล็กซ์ถึงยอมอ่อนลงและขยับออกจากตัวฉันลงไปด้านข้าง ฉันใช้โอกาสนี้ร้องโอดโอยเพิ่มอีกหน่อย เพื่อหลอกให้เขาสงสารเห็นใจฉันอีกนิด และไม่มาหาเรื่องฉันที่นอนเจ็บอยู่ “ยังเจ็บอยู่หรือครับ” ฉันพยักหน้าเบาๆ เป็นการยืนยัน แถมบีบน้ำตาให้ไหลออกมาได้อีกสองเม็ด แล้วแกล้งทำท่าออดอ้อนออเซาะเขาอย่างเอาตัวรอดว่า “ฮืออ..พรายฝันร้ายค่ะ น่ากลัวมากเลย” สายตาเคลือบแคลงใจของเขาที่หรี่ลงมองมา คล้ายกับกำลังประเมินว่า ฉันแกล้งทำหรือเปล่า “งั้น เดี๋ยวพี่นวดยาให้นะครับ” นวดตรงไหน? ตรงก้นเหรอ...ไม่มีทาง! “มะ ไม่เป็นไรค่ะ พรายดีขึ้นแล้ว ยังไม่ต้องทายาหรอกค่ะ” ฉันรีบปฏิเสธเขาทันที แต่... “พรายไม่ต้องอายพี่หรอกครับ มากกว่านี้ พี่ก็เห็นมาหมดแล้ว เดี๋ย
เขาว่าคนเรา แข่งอะไรแข่งได้ แต่แข่งบุญแข่งวาสนา มันแข่งกันไม่ได้ฉันได้แต่นึกน้อยใจในวาสนาของตัวเองจนต้องนอนคว่ำร้องไห้กระซิกๆกับความโชคร้ายของตัวเองตอนนี้ฉันกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์แบบแล้วช่วงล่างตั้งแต่เอวลงไป ไม่สามารถขยับซี้ซั้วได้แม่แต่นิดเดียว แค่นอนหายใจรวยรินเบาๆ ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้กระเทือนถึง...จุดนั้น...ด้วยไอ้เลว !ไอ้วิปริต !ไอ้คนไม่ใช่คน !ฉันได้แต่สาปแช่งคนที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้อยู่ในใจ จนตอนนี้ฉันต้องมานอนคว่ำ เพื่อปล่อยให้ช่องทางด้านหลังไม่ให้ถูกกระทบกระเทือนไปมากว่านี้ และสามารถเยียวยาตัวเองให้กลับมาหายเป็นปกติได้ในเร็ววันเมื่อครู่ หมอที่มาดูอาการร่อแร่ของฉัน เอาแต่ยิ้มแบบมีลับลมคมในและพูดเสียงดังมากให้อเล็กซ์ฟังว่าอาการไม่เป็นอะไรมาก หมั่นทายาเช้า เย็น แล้วกินยาบำรุง ไม่เกินสามสี่วันก็จะดีขึ้นเองหมอตรวจผิดหรือเปล่า?ฉันต้องทนอับอายเปิดก้นให้หมอผู้หญิงแก่ๆ ท่าทางอย่างกับหมอตำแยดูก้นของฉันฟรีๆ แล้ววินิจฉัยว่าอาการของฉันมันแค่บาดเจ็บเล็กน้อยได้ยังไงตอ
เวลาหมูจะถูกเชือด มันคงจะรู้สึกอย่างนี้นี่เองหัวใจเต้นรัวเร็วราวกับจะทะลุออกมาจากอกให้ได้ และกรีดร้องเหมือนคนบ้า"กรี๊ด ! อย่านะ อย่าทำนะ!"สะโพกฉันถูกจับยกขึ้นในท่าบังคับให้คลานเข่าขึ้นมาเหมือนหมาสี่ขา ข้อมือทั้งสองข้างถูกรัดแน่นด้วยเข็มขัดหนังของเขาที่คล้องเกี่ยวฉันไว้กับหัวเตียงจนดิ้นหนีไปไหนไม่ได้เขาบีบสะโพกของฉันไว้แน่นจนเจ็บ และแนบตัวตนของเขาเข้ามาราวกับเป็นการทักทายร่างสูงใหญ่ของเขาโน้มลงมาแนบชิดเป็นเนื้อเดียวกับแผ่นหลังเปลือยเปล่าของฉัน ที่เพิ่งถูกเขาฉีกเสื้อผ้าจนขาดครึ่ง ทิ้งตัวร่องแร่งกับต้นแขนทั้งซ้ายขวาลิ้นชุ่มชื้นของเขาแลบไล้เลียที่หลังใบหูขาวนุ่มจนเกิดความรู้สึกเสียววาบไปทั้งตัวมือของเขาข้างหนึ่งจับล็อกสะโพกผายไว้แน่นไม่ให้ขยับ ส่วนอีกข้างก็เข้ากอบกุมหน้าอกนุ่มฟูอวบใหญ่ล้นมือ คอยบีบขยำเล่นวนไปวนมา"พี่อเล็กซ์ ปล่อยพรายนะคะ พรายจะไม่ดื้ออีกแล้ว"ฉันที่พยายามควบคุมความสติแตกกรีดร้องโวยวายก่อนหน้านี้ เปลี่ยนมาเป็นอ้อนวอนเขาดีๆอีกครั้งแต่เขากลับจับแก่นกายที่ร้อนระอุเข้าถูไถกับกล
หลังจากยัยมานามิคู่หมั้นของอเล็กซ์กลับไป ฉันลองประมวลผลเรื่องราวทั้งหมดในหัวอีกครั้งจนสมองแทบแตก และก็สรุปได้คร่าวๆว่าข้อแรก อเล็กซ์และยัยตุ๊กตา เป็นคู่หมั้นกัน แต่จากที่นางพูดมา ถ้ามันเป็นเรื่องจริง เขาสองคนไม่ได้รักกันข้อสอง คนที่อยากมีลูก คือ อเล็กซ์ข้อสาม ฉันคือคนที่เขาเลือกให้มาอุ้มท้องลูกของเขาข้อสี่ ....ทำไมต้องเป็นฉันล่ะฉันวงชื่อตัวเองไว้ในใจ และคิดว่า ปริศนาทั้งหมดมันอาจจะอยู่ที่ตัวฉันเอง และมีเพียงอเล็กซ์เท่านั้นที่จะตอบได้ว่าทำไมป้าแม่บ้านที่ฉันหมายตาจะแอบฉกโทรศัพท์ เอาขนมของว่างมาเสริฟให้ช่วงบ่าย ตอนที่นางวางถาดลงมา ฉันแกล้งลุกขึ้นจนชนป้าแกจนล้ม ไม่พอยังผลักถาดที่มีน้ำหวานให้คว่ำใส่ตัวป้าจนเลอะเทอะไปหมด"ว้ายตายแล้ว ขอโทษนะคะป้า เลอะเทอะหมดเลย"ป้าแกก็ตกใจจนเงอะงะไปในทันที ฉันแกล้งช่วยพยุงป้าแม่บ้านขึ้นมาแล้วแอบล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากระโปรงของป้าแก เอาซ่อนไว้ในตัวอย่างเงียบเชียบป้าแม่บ้านพูดภาษาญี่ปุ่นเหมือนจะพยายามขอโทษฉันแล้วรีบเก็บกวาดทำความสะอาดฉันเดินเลี่ยงออกมาจากห้องร







