تسجيل الدخول“ย้ายไปแล้วหรือคะ”
เดือนถัดมา พลอยขวัญมาที่ตลาด ตั้งใจจะนำเสื้อแจ๊กเกตที่เธอตัดเย็บและปักลวดลายเองมาให้เด็กชาย แต่แผงขายของนั้นมีแม่ค้าเจ้าใหม่มาแทนที่เสียแล้ว แม่ค้าแผงข้างๆ บอกว่าตลาดเงียบเหงา ขายของแทบไม่ได้ ผู้เป็นป้าจึงพาหลานหนีหนี้กลับต่างจังหวัด
“ตอนนั้นนะ เจ้าหนูมาอาละวาดไม่ยอมไป จะรอหนูท่าเดียว ร้องจนเสียงแหบเสียงแห้งเชียวล่ะ”
“แล้วคุณน้าพอจะมีที่อยู่ของคุณป้าเขามั้ยคะ”
“ไม่มีน่ะสิ รู้แค่ว่าย้ายกลับไปชลบุรีโน่น ส่วนเบอร์ที่ป้ามี เขาก็เปลี่ยนเบอร์หนีเจ้าหนี้ไปแล้ว” เมื่อไม่รู้จะติดต่อได้อย่างไร พลอยขวัญจึงก้มดูเสื้อในถุงกระดาษอย่างหงอยๆ ถ้าเธอมาเร็วกว่านี้อีกสักนิดก็คงจะดี พลอยขวัญจึงเก็บเสื้อตัวนั้นไว้อย่างดี หวังว่าจะมีโอกาสได้พบเด็กคนนั้นอีกสักครั้ง
วันเวลาผ่านไปจนกระทั่งพลอยขวัญเรียนจบมัธยมปลาย ตัดชุดเดรสประดับดาวไปงานพรอมตามที่ตั้งใจ ชุดของเธอสวยแพรวพราว เทคนิคการตัดเย็บดีเยี่ยมจนได้รับคำชมมากมาย รวมไปถึงชุดแสนสวยที่เธอออกแบบให้เพื่อนสามสี่คนก็ถูกพูดถึงด้วย พลอยขวัญยิ้มสดใสโดยในใจก็ยังคงนึกถึงเจ้าของเสื้อแจ๊กเกตตัวนั้นอยู่ เธอแขวนมันคู่กับชุดเดรส เทียบฝีมือรุ่นแรกๆ กับฝีมือเธอตอนนี้ก็เห็นได้ชัดว่าพัฒนาขึ้นมาก แม่เห็นเธอเก็บเสื้อเด็กตัวนี้มาสองปีแล้วจึงอดถามไม่ได้
“จะเก็บแจ๊กเกตตัวนี้ไว้เหรอลูก”
“ค่ะ”
“บริจาคไปไม่ดีกว่าหรือลูก ป่านนี้เด็กคนนั้นก็คงจะโตขึ้นแล้ว เก็บไว้ให้ก็ใส่ไม่ได้หรอก”
“พลอยขอเก็บไว้ก่อนนะคะ มันเป็นเสื้อตัวแรกที่คนจ้างพลอยออกแบบ พลอยอยากเก็บไว้เป็นที่ระลึกค่ะ อีกอย่างถ้าเกิดลูกค้ามารับเสื้อแล้วพลอยไม่มีให้ พลอยก็เสียเครดิตแย่เลยนะคะ” พลอยขวัญยิ้ม บรรจงพับเสื้อตัวนั้นลงถุงซิปล๊อกเก็บไว้อย่างดี วันไหนว่างๆ ก็นำออกมาตากแดดรับอากาศบ้างเป็นประจำ
“งั้นก็ตามใจแล้วกัน อันที่จริงแล้วแม่ก็ต้องขอบคุณเด็กคนนั้นนะ”
“ทำไมหรือคะ”
“ไม่รู้ตัวเลยหรือ ตั้งแต่เจอเด็กคนนั้น เป้าหมายในชีวิตของพลอยก็ชัดเจนขึ้น ตอนแรกแม่ก็แค่คิดว่าพลอยชอบขีดๆ เขียนๆ เล่นไปเรื่อย อ้อนขอซื้อจักรเย็บผ้ามาตัวนึงก็ไม่ได้เย็บอะไรออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน เสื้อตัวนี้เป็นจุดเริ่มต้นลงมือทำของพลอยจริงๆ นั่นแหละ”
แม่บ่นไปตามประสาเพราะชุดต้นแบบที่พลอยขวัญตัดเย็บไว้มีเป็นพะเนิน แต่แม่ก็คอยดูแลให้เมื่อเธอไม่อยู่ พลอยขวัญบินลัดฟ้าไปเรียนต่อแฟชั่นดีไซน์ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่เข้ากับคนง่ายและมีพื้นฐานด้านการตัดเย็บอยู่แล้ว เธอจึงไม่มีปัญหาเรื่องการปรับตัวมากนัก พอเห็นเด็กชายอายุไล่เลี่ยกับเด็กคนนั้น พลอยขวัญก็อดมองและจินตนาการถึงชุดที่อยากจะออกแบบให้เขาใส่ ดังนั้นจึงกลายเป็นว่าพลอยขวัญชอบออกแบบเสื้อผ้าเด็กและวัยรุ่นเป็นหลัก และเธอก็ทำได้ดี
พลอยขวัญส่งผลงานเข้าประกวด International Contest For Young Designers ที่ประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นงานประกวดครั้งแรกในชีวิต มีผลงานของนักศึกษาจากหลายๆ มหาวิทยาลัยทั้งในยุโรปและเอเชีย พลอยขวัญได้รางวัลที่สอง จากนั้นเธอก็ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม ไม่ว่าจะชนะการประกวดเวทีต่างๆ รวมถึงเข้าร่วมแสดงผลงานแฟชั่นวีคโดยได้ทีมสปอนเซอร์อย่าง SWAROVSKI JAPAN ให้การสนับสนุนผลงาน ใครที่รู้จักเธอต่างคิดว่าพลอยขวัญคือลูกรักของสวรรค์ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำได้สำเร็จ รูปร่างหน้าตา ชาติตระกูล ระดับการศึกษา กิริยามารยา ทุกสิ่งล้วนสมบูรณ์แบบ กลายเป็นดาวรุ่งของวงการในระยะเวลาอันสั้น
“พลอยจ๋า ตื่นได้แล้วนะ เดี๋ยวลูกไปโรงเรียนไม่ทัน” แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าส่องผ่านม่านโปร่งบางเข้ามา เสียงนุ่มนวลปลุกพลอยขวัญให้ตื่นขึ้น แล้วพบว่าตัวเองกำลังนอนคว่ำเหยียดตัวราวกับแมวเกียจคร้านอยู่ใต้ผ้านวมอุ่นๆ มีกลิ่นข้าวเดือดหอมๆ ลอยเข้ามาเตะจมูก พลอยขวัญได้ยินเสียงเด็กหัวเราะแว่วๆ เป็นเสียงเด็กผู้หญิงช่างพูดช่างเจรจา สปีกอิงลิชฟุดฟิดฟอไฟ แล้วก็สลับไปร้องเพลงเป็นภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว เธอสะลึมสะลือก่อนจะตื่นเต็มตาเมื่อคนตรงหน้าโน้มตัวลงมาหอมแก้ม และที่สำคัญคือร่างกำยำเปลือยท่อนบน ในมือถือทัพพีตักข้าว อีกมืออุ้มเจ้าลูกคนเล็กหนีบเข้าเอวมาด้วย “เหม่ออะไรกับหนูพลอย ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเร็ว เดี๋ยวกับข้าวเย็นหมด” หนูพลอย? “น้องเติร์ด? นี่ที่ไหน แล้วนั่นลูกใครคะน่ารักจัง” “โฮ่? เมื
บรรยากาศในผับคึกคักมาก เสียงดนตรีแสดงสดเร่งเร้าอารมณ์เฮฮา พวกพนักงานหลายคนไม่มีโอกาสได้มาเที่ยวผับหลายเดือนแล้วจึงปล่อยใจจอยเต็มที่ บอสใหญ่สั่งเหมาผับเลี้ยงฉลองให้ทุกคนแบบนี้ แต่ละคนก็กินดื่มและเต้นกันสนุก ทำเอาพลอยขวัญเริ่มคึกตามไปด้วย ดูดน้ำแดงโซดาใส่ไอศครีมวนิลลาจนหมดแก้ว โยกๆ ตัวไปตามเสียงดนตรี “พี่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยบาร์เทนเดอร์ ทำที่โรงแรมด้วยนะ” ทุกคนหันมามองหน้าพลอยขวัญ นึกสงสัยตรงกันว่ามีอะไรบ้างที่หัวหน้าพลอยไม่เคยทำ พลอยขวัญยักไหล่ ก็ช่วงชีวิตดำมืดต้องกินต้องใช้ ต้องหาเงินจ่ายค่าเช่าห้องนี่นา แต่ก็ไม่ได้ทำนานหรอก แค่สองสามเดือนเท่านั้น ตอนนั้นจำได้แม่นเลยว่าได้ค่าแรงวันละหกร้อย สำหรับคนที่ไม่มีเงินแล้วนับว่ามากโขอยู่ “แล้วเมนูอะไรที่พี่ถนัดที่สุดครับ” “นมร้อน กาแฟเอสเปรซโซแล้วก็โกโก้ด้วยนะ”
บทที่ 13 บาร์เทนเดอร์เมารัก โปรเจกของพลอยขวัญประสบความสำเร็จ บอสใหญ่จึงประกาศเลี้ยงฉลองให้ทุกคนในบริษัทด้วยเหมาผับหรู และจัดประกวดชุดความคิดสร้างสรรค์เพื่อความสนุกสนานอีกด้วย ทุกคนจึงตื่นเต้นกันมาก เตรียมชุดไปสนุกกันยกใหญ่ พวกพนักงานที่อายุน้อยๆ ต่างอวยยศให้บอสใหญ่อย่างท่านจอมพลกันไม่หยุด “บอสใหญ่คนนี้ใจดีจริงๆ เลยนะพวกเรา” “ใจดีอย่างกับเทวดามาโปรดเลย” น้องน้ำดีใจมาก เพราะทุกคนที่ร่วมทีมโปรเจกของพลอยขวัญได้โบนัสพิเศษกันทุกคน ลบคำเล่าลือว่า ‘ท่านจอมพล’ แสนโหดและเผด็จการออกไปจนหมดสิ้น พวกเด็กเรียกผู้บริหารว่าเป็น ‘ป๋าเทวดา’ แทน ทำเอาพลอยขวัญหัวเราะขำแทบแย่ เจ้าหนุ่มเติร์ดที่นั่งเท้าคางสบายอารมณ์จึงตอบยิ้มๆ “เพร
ชั้นบนสุดของบริษัทนั้นเป็นชั้นผู้บริหารซึ่งสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารหนุ่มเต็มไปด้วยรสนิยมอันน่าทึ่ง ทุกรายละเอียดเคร่งขรึม ข่มทับผู้มาเยือนด้วยโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่นั่งพลิกอ่านเอกสารทีละหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เหล่าผู้รับคำสั่งจึงต่างยืนรออย่างสำรวม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง นายใหญ่ดูอารมณ์ไม่ดีเลย... พวกเขาส่งสายตามองกัน สรุปตรงกันว่าคุณ ‘พชร’ กำลังหงุดหงิด ว่ากันว่าแค่คำพูดของเขาก็ฆ่าคนได้อย่างโหดเหี้ยมทั้งที่ยิ้มแย้มอ่อนโยน มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งและทำทุกสิ่งเป็นไปดั่งใจนึก ใครต่อใครจึงรับรู้ว่าเขาคือคนที่ไม่ควรเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด หากทำให้เขาไม่พอใจอะไรขึ้นมา ต่อให้ตำแหน่งสูงแค่ไหนก็เด้งได้ง่ายๆ “ฉันสั่งแล้วใช่มั้ยว่าต้องเป็นอาหารโซเดียมต่ำ แล้วนี่มันอะไร ไหนล่ะเมนูที่เพิ่มธัญพืชกับเส้นใยอาหาร น้ำส้มต้องเป็นส้มแมนดารินเท่านั้น” เขาโยนเอกสาร
“ที่ผ่านมา... โปรเจกที่พี่ได้ทำและนำเสนอผ่าน คงเพราะน้องเติร์ดสั่งสินะ” “มิได้ครับ ผมเพียงเฝ้าดูความเป็นไปของพี่ และสนับสนุนให้พี่ทำงานอย่างสุขใจเท่านั้น” พลอยขวัญมองเขาอย่างเหม่อลอยครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละไปจากวงหน้าคมเข้ม “เมื่อนานมาแล้ว พี่เคยเจอเด็กคนหนึ่งคล้ายๆ น้องเติร์ดนะ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้พี่มั่นใจว่าพี่ทำในสิ่งที่รักได้ และก็มีน้องเติร์ดที่คอยช่วยเหลือให้พี่กลับมาทำในสิ่งที่รักอีกครั้ง พี่ขอบใจจริงๆ” แววตาของเขาเจิดจ้าขึ้น ราวกับว่าได้กลับไปหวนนึกถึงวันวานร่วมกับเธอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่จึงเกิดขึ้นอยู่นาน และจู่ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างอ่อนไหว “ผม... เท่จริงๆ เหรอ” พลอยขวัญหันมามองหน้าเขา แอบนึกขันว่าหล่อเท่ขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ “จริงสิ น้อ
ขอแค่เป็นตัวของตัวเอง สบายใจก็คบ ไม่สบายใจก็แยกจาก มันก็พอแล้วนี่ อย่าบังคับหรือใช้อำนาจที่เหนือกว่าควบคุมกัน” “ผม... ผมไม่มีวันทำแบบนั้นครับ” “พี่รู้จ้ะ” พลอยขวัญยิ้ม “ผมดีใจที่ได้พบพี่ครับ...” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง เป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่ลึกๆ แล้วยังคงไม่มั่นใจ แววตาของเขาไร้วี่แววความโดดเดี่ยวอ้างว้าง แต่พลอยขวัญรู้ว่าที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ มานานแล้วเช่นกัน และตอนนี้ในสายตาของเขา พลอยขวัญคือคนเดียวที่เขายึดถือ ‘คือความทรงจำที่เกาะติด ไม่อาจสลัดทิ้งได้’ “ขอพี่ถามสักเรื่องได้ไหม” “เชิญถามได้ทุกเรื่องครับ ผมจะไม่ปิดบังพี่” “น้องเติร์ดขาย... ของผิดกฎหมายเหรอคะ&rdquo







