เข้าสู่ระบบ“แต่นแต๊น”
หลายวันถัดมาพลอยขวัญแวะไปที่แผงในตลาด เจอหนุ่มน้อยนั่งอ่านหนังสืออยู่ เธอจึงเคาะโต๊ะเรียก พอเด็กชายเงยหน้าขึ้นเจอเธอก็ยิ้มกว้างสุดกำลัง กระโดดลุกขึ้นมาและจูงมือเธอเข้าไปนั่งหลังแผงขายของด้วยกัน
“พี่พลอยสุดสวย”
“อ่านหนังสืออยู่เหรอ” พลอยขวัญนั่งลงข้างๆ เมื่อครู่นี้เธอเจอคุณป้าของหนุ่มน้อยที่หน้าตลาด ป้าเล่าให้ฟังว่าพ่อของเด็กคนนี้ติดเหล้า ดื่มหนักทุกวันไม่มีลดลงเลย สุดท้ายก็เกิดเรื่องน่าเศร้าที่เด็กคนหนึ่งไม่ควรต้องเจอ ป้าบอกว่าไม่มีใครต้องการเด็กคนนี้เลย ป้าจึงต้องพามาอยู่ด้วยความสงสาร แย่หน่อยที่วันนี้เป็นวันพบผู้ปกครองที่โรงเรียน แต่ป้าต้องขายของก็เลยไม่ได้ไป ทำให้พลอยขวัญรู้ทันทีว่าเขาต้องซึมอยู่แน่
“วันนี้ผลการเรียนออกเหรอ”
พลอยขวัญยิ้ม เห็นคะแนนแต่ละวิชาในสมุดพกแล้วถือว่าไม่เลวเลย แต่เด็กชายอับอาย สองมือกำแน่นและเอาแต่ก้มมองพื้น เธอเห็นเขาคอตกแบบนั้นจึงประคองแก้มแล้วมองตา “มันไม่ใช่ความผิดของเราหรอกนะที่พ่อกับแม่ไม่ได้อยู่กับเรา”
เด็กชายเบิ่งตามองเธอ ค้นพบสิ่งที่เขาไม่ค่อยมีโอกาสรู้จัก นั่นคือความเมตตาและอ่อนโยน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครพูดกับเขาแบบนี้เลย พลอยขวัญหยิบสมุดพกของเด็กชายขึ้นมาอ่านคะแนนแต่ละวิชาอย่างตั้งใจ และชมเขา
“ต่อให้ไม่มีใครไปรับสมุดพกพร้อมกับเรา แต่รู้มั้ย เราควรจะได้รับคำชมว่าเรียนดีและน่ารักแค่ไหน” พลอยขวัญหยิบการบ้านของเขามาเปิดดู “ว้าว ลายมือสวยมากเลย ไม่แปลกใจเลยที่ได้คะแนนเต็ม... เก่งมากเลยนะ”
เด็กชายน้ำตาซึม นั่งฟังพลอยขวัญชมเชยเงียบๆ พลอยขวัญจึงลูบศีรษะและรับฟังเขาอวดภาพวาดระบายสีที่ชนะรางวัลประกวด เป็นรูปท้องทะเลสดใส มีกุ้งหอยปูปลาและเงือกแสนสวยแหวกว่ายรื่นเริง พลอยขวัญจึงชี้ไปที่ไข่มุกซึ่งอยู่ในมือของนางเงือก
“รู้มั้ยว่าไข่มุกเกิดขึ้นมาได้ยังไง”
“หนังสือบอกว่าเกิดจากมีทรายเข้าไปทำให้หอยมุกระคายเคือง ก็เลยเคลือบด้วยมุกไปเรื่อยๆ จนกลายเป็นมุกครับ”
“เก่งมาก” พลอยขวัญมองเขาอย่างอ่อนโยน “เศษทรายที่สร้างความระคายเคือง แปรเปลี่ยนมาเป็นอัญมณีแสนงามและล้ำค่า มันน่าทึ่งมากเลยว่ามั้ย”
“...”
“เพราะงั้น ต่อให้จะมีอะไรแย่ๆ เข้ามา ให้รู้ไว้ว่าเราจะยิ่งเปล่งประกาย”
“ครับ”
แววตาของเด็กคนนี้กลับมาสดใสอีกครั้ง พลอยขวัญโคลงศีรษะไปมา แบบนี้แหละยอดเยี่ยม ไม่ว่าเด็กคนไหนก็ไม่ควรต้องเสียเวลาไปกับการนั่งหดหู่และเศร้าซึม
“พี่แวะมาร่างแบบเสื้อที่เราอยากได้นะ มีแบบไหนที่ชอบเป็นพิเศษมั้ย”
“ไม่มีครับ” หนุ่มน้อยส่ายหน้า ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงรีบรื้อหาสมุดวาดภาพที่พี่สาวลืมไว้ แต่ไม่รู้ว่าป้าย้ายไปเก็บไว้ไหน “วันก่อนพี่พลอยสุดสวยทำสมุดหล่นไว้ครับ ผมเก็บไว้ให้แต่ไม่รู้ไปวางไว้ตรงไหน เดี๋ยวผมหาให้นะ”
“เดี๋ยวค่อยหาก็ได้ มาๆ มาดูแบบที่พี่ร่างไว้ให้ก่อนนะ” พลอยขวัญหยิบสมุดสเก็ตซ์ภาพออกมาเปิดให้ดู มีภาพร่างเสื้อผ้าของเด็กชายหลากหลายแบบ ดูสดใสและเท่เหมือนหลุดออกมาจากในการ์ตูนที่เด็กชายชอบดูเลย
“ผิวโทนเหลืองลออ ใส่ชุดโทนสีน้ำตาลคาราเมลจะขึ้นมากเลยนะ แต่สิ่งที่คิดกับสิ่งที่ทำได้ มันมักจะสวนทางกันไปหน่อย ตอนนี้พี่ทำเป็นแค่แพทเทิร์นไม่กี่อย่าง ถ้าแบบนี้ล่ะชอบมั้ย”
พลอยขวัญชี้ไปที่แบบแจ๊กเกตแฮริงตัน แต่งซิปโลหะบริเวณด้านหน้าแจ๊คเก็ต และมีซับในลายสก็อตหรือลายกราฟฟิค ช่วงเอวจะจั๊มสั้น แต่งแขนแนวแร็กแลน (Raglan) ข้อมือจะมีความยืดหยุ่น มีกระเป๋าทั้งสองข้าง ตัวแบบเรียบๆ เพราะยังรอไอเดียจากเจ้าตัวอยู่
“อยากให้พี่ใส่อะไรลงไปเพิ่มมั้ย”
“...” เด็กชายคิดอยู่ครู่หนึ่ง ดูพี่สาววาดรูปอย่างตั้งอกตั้งใจ “ผมแอบเปิดดูสมุดของพี่ มีชุดสวยๆ หลายชุดเลย พี่พลอยชอบชุดไหนที่สุดเหรอครับ”
“ลองเดาดูสิ”
“...ชุดที่มีดาวสีเหลืองประดับ”
“รู้ได้ยังไงนี่ เก่งจัง”
“ก็พี่พลอยวาดชุดนั้นเยอะที่สุดเลยนี่ครับ” พลอยขวัญหัวเราะ ชุดประดับดาวนั้นเป็นชุดที่เธอร่างไว้หลายมุมมอง เป็นเดรสเกาะอกสีขาว เอวเข้ารูป กระโปรงบานพลิ้วไหว ประดับลวดลายดวงดาวห้าแฉกสีเหลืองสดใสเล็กบ้างใหญ่บ้าง ไล่เฉดสีจากชายกระโปรงขึ้นบนอย่างสวยงาม
“พี่ตั้งใจว่าจะตัดชุดนั้นใส่ไปงานพรอม ตอนนี้ก็ฝึกฝีมือไปก่อน ปีหน้าพี่คงจะมั่นใจพอรับออกแบบและตัดเย็บชุดงานพรอมให้รุ่นพี่”
“งานพรอมคืออะไรเหรอครับ”
“เป็นงานเลี้ยงเต้นรำที่นักเรียนมัธยมปลายจัดก่อนที่พวกเขาจะเรียนจบและแยกย้ายกันไป ผู้หญิงจะแต่งตัวสวยจัดเต็ม ริบบิ้นกับช่อดอกไม้เล็กๆ ผูกข้อมือ ส่วนผู้ชายจะใส่สูททักซิโด้หรือสูททางการ จะมีสตอรี่กุ๊กกิ๊กๆ ตรงที่หนุ่มๆ จะต้องพยายามชวนสาวไปเป็นคู่เดตงานพรอม แต่พี่เรียนโรงเรียนหญิงล้วน เพราะฉะนั้นก็เลยจะมีแค่สาวๆ จ้ะ”
“ผมก็อยากได้แจ๊กเกตที่มีดาวบ้าง จะได้ใส่คู่กับพี่พลอย”
“โอเค งั้นเพิ่มดาวตรงข้อมือดีมั้ย แล้วก็ปักลายดาวไล่เฉดสีแบบชุดเดรสของพี่ อืมม สีเสื้อก็ตรงปรับจากน้ำตาลคาราเมลเป็นสีครีมนะ จะได้เข้ากัน วันที่พี่เรียนจบม.ปลาย พี่จะให้เราเป็นคนพาพี่ไปงานพรอมนะ”
“อื้อ!” เขาชูกระปุกออมสินใบย่อมๆ ออกมาวาง “ผมจะรีบๆ โตครับ ผมขอจ่ายค่าเสื้อเป็นเหรียญได้มั้ยครับ”
“ฮะๆๆ ตกลง” พลอยขวัญขยี้ผมเด็กชาย ยินดีที่ได้รู้จักนะลูกค้าคนแรกในชีวิตของฉัน
ชั้นบนสุดของบริษัทนั้นเป็นชั้นผู้บริหารซึ่งสงวนไว้เฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ห้องทำงานส่วนตัวของผู้บริหารหนุ่มเต็มไปด้วยรสนิยมอันน่าทึ่ง ทุกรายละเอียดเคร่งขรึม ข่มทับผู้มาเยือนด้วยโต๊ะไม้โอ๊กตัวใหญ่ ร่างสูงใหญ่นั่งพลิกอ่านเอกสารทีละหน้าด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ เหล่าผู้รับคำสั่งจึงต่างยืนรออย่างสำรวม ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง นายใหญ่ดูอารมณ์ไม่ดีเลย... พวกเขาส่งสายตามองกัน สรุปตรงกันว่าคุณ ‘พชร’ กำลังหงุดหงิด ว่ากันว่าแค่คำพูดของเขาก็ฆ่าคนได้อย่างโหดเหี้ยมทั้งที่ยิ้มแย้มอ่อนโยน มองทุกอย่างทะลุปรุโปร่งและทำทุกสิ่งเป็นไปดั่งใจนึก ใครต่อใครจึงรับรู้ว่าเขาคือคนที่ไม่ควรเป็นศัตรูด้วยเด็ดขาด หากทำให้เขาไม่พอใจอะไรขึ้นมา ต่อให้ตำแหน่งสูงแค่ไหนก็เด้งได้ง่ายๆ “ฉันสั่งแล้วใช่มั้ยว่าต้องเป็นอาหารโซเดียมต่ำ แล้วนี่มันอะไร ไหนล่ะเมนูที่เพิ่มธัญพืชกับเส้นใยอาหาร น้ำส้มต้องเป็นส้มแมนดารินเท่านั้น” เขาโยนเอกสาร
“ที่ผ่านมา... โปรเจกที่พี่ได้ทำและนำเสนอผ่าน คงเพราะน้องเติร์ดสั่งสินะ” “มิได้ครับ ผมเพียงเฝ้าดูความเป็นไปของพี่ และสนับสนุนให้พี่ทำงานอย่างสุขใจเท่านั้น” พลอยขวัญมองเขาอย่างเหม่อลอยครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวขึ้นโดยที่สายตายังไม่ละไปจากวงหน้าคมเข้ม “เมื่อนานมาแล้ว พี่เคยเจอเด็กคนหนึ่งคล้ายๆ น้องเติร์ดนะ เขาเป็นคนแรกที่ทำให้พี่มั่นใจว่าพี่ทำในสิ่งที่รักได้ และก็มีน้องเติร์ดที่คอยช่วยเหลือให้พี่กลับมาทำในสิ่งที่รักอีกครั้ง พี่ขอบใจจริงๆ” แววตาของเขาเจิดจ้าขึ้น ราวกับว่าได้กลับไปหวนนึกถึงวันวานร่วมกับเธอ ความเงียบระหว่างทั้งคู่จึงเกิดขึ้นอยู่นาน และจู่ๆ เขาก็เอ่ยถามขึ้นมาอย่างอ่อนไหว “ผม... เท่จริงๆ เหรอ” พลอยขวัญหันมามองหน้าเขา แอบนึกขันว่าหล่อเท่ขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีกหรือ “จริงสิ น้อ
ขอแค่เป็นตัวของตัวเอง สบายใจก็คบ ไม่สบายใจก็แยกจาก มันก็พอแล้วนี่ อย่าบังคับหรือใช้อำนาจที่เหนือกว่าควบคุมกัน” “ผม... ผมไม่มีวันทำแบบนั้นครับ” “พี่รู้จ้ะ” พลอยขวัญยิ้ม “ผมดีใจที่ได้พบพี่ครับ...” น้ำเสียงของเขาอ่อนลง เป็นเสียงของผู้ชายคนหนึ่งที่ลึกๆ แล้วยังคงไม่มั่นใจ แววตาของเขาไร้วี่แววความโดดเดี่ยวอ้างว้าง แต่พลอยขวัญรู้ว่าที่ผ่านมาเขาเองก็ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า ‘ครอบครัว’ มานานแล้วเช่นกัน และตอนนี้ในสายตาของเขา พลอยขวัญคือคนเดียวที่เขายึดถือ ‘คือความทรงจำที่เกาะติด ไม่อาจสลัดทิ้งได้’ “ขอพี่ถามสักเรื่องได้ไหม” “เชิญถามได้ทุกเรื่องครับ ผมจะไม่ปิดบังพี่” “น้องเติร์ดขาย... ของผิดกฎหมายเหรอคะ&rdquo
บทที่ 12 คุณพชร ตัวตนที่แท้จริงของเขาคือประธานกรรมการและผู้บริหารกลุ่มทุน Frost International ซึ่งเกี่ยวพันกับกลุ่มอิทธิพลเก่าแก่ของฮ่องกง นั่นหมายความว่าเขามีควบคุมกระดานเงินตราราวๆ สามถึงห้าพันล้านเหรียญฮองกงต่อปี หรือราวๆ หนึ่งแสนล้านบาท กระแสเงินจำนวนมหาศาลของกลุ่มทุนมาเฟียฮ่องกงเปรียบดั่งกระแสเลือดของเศรษฐกิจในหลายๆ ประเทศ แต่เขาคนนี้กลับแทบไม่ปรากฎตัวอยู่เบื้องหน้า และเขาก็จงใจเข้าหาเธอ เพื่ออะไรกันเล่า? เพื่อผลประโยชน์งั้นหรือ... ผู้หญิงวัยสามสิบที่ยังต้องเช่าห้องอยู่จะไปมีอะไรให้เขาตักตวง เพื่อความสัมพันธ์ทางกาย?... ข้อนี้ยิ่งแล้วใหญ่ คนระดับนั้นจะกระดิกนิ้วเรียกดาราสาวสวยๆ กี่เชื้อชาติมาปรนเปรอก็ทำได้ในพริบตา จะมาสนใจอะไรกับสาวเทื้อคนนี้&n
ความขัดแย้งที่ร้ายที่สุดไม่ใช่ความขัดแย้งระหว่างคนสองคนหรือระหว่างประเทศอะไรใหญ่โตหรอก แค่ความขัดแย้งในใจตัวเอง พลอยขวัญก็แทบรับมือไม่ไหวแล้ว เธอและเขายืนอยู่ตรงมุมถนนที่แสนจอแจ มองผู้คนและเดาว่าชีวิตประจำวันของพวกเขาเป็นอย่างไร และเขาชี้ให้พลอยขวัญดูอะไรบางอย่าง “บ้านนี้มีผู้หญิงกับเด็กอ่อน เป็นเด็กผู้ชาย แล้วก็มีผู้ชายอีกคนอยู่บ้านนี้ด้วย อาจจะเป็นสามี” บนราวตากผ้านั้นมีผ้าอ้อมตากอยู่เป็นโหล เสื้อเชิ้ตกับถุงเท้าสั้นของผู้ชาย และดูจากชุดที่ตากอยู่นั้นน่าจะเพิ่งผ่านงานขาวดำมา อาจจะเป็นญาติผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดเพิ่งจะเสียไปก็เป็นได้ เขาแนะนำวิธีสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างระมัดระวัง เหมือนอย่างที่เธอเรียนรู้ผู้คนจากเครื่องแต่งกาย “เมื่อก่อนตอนที่ผมเป็นเซลล์แมนเดินเคาะประตูทีละบ้าน ถ้าบ้านไหนเพิ่งมีงานศพ สินค้าที่ผมจะนำเสนอขายก็คงจะขายไม่สำเร็จ สู้มาใหม่วันหลังดีกว่า พี่พลอยดูสิ เสื้อผ้าของบ้านนี้ไม่ใช้น้ำยาฟอกขาวเลย แปลว่าค
“วันนี้พี่พลอยมีนัดแล้วยังครับ “...มีจ้ะ” พลอยขวัญตอบ “พี่ตั้งใจว่าจะหาไอเดียเติมเข้าคลังสมอง” “แล้วปกติพี่จะหาไอเดียจากไหนเหรอครับ อ่านนิตยสาร? เดินห้าง?” “คติของพี่คืออย่าอ่านนิตยสารเพื่อความงามมากเกินไปนัก เพราะมันจะยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองขี้เหร่ เพราะงั้นพี่เลยชอบไปเดินเที่ยวดูบ้านเมือง เดินไปเรื่อยๆ ไอเดียก็จะมาเองน่ะ ที่พี่ชอบไปบ่อยๆ ก็หอศิลป์ไม่ก็พิพิธภัณฑ์ แต่วันนี้พี่จะพาน้องเติร์ดไปกินข้าวที่ห้างดีกว่า” พลอยขวัญชูหวยสองใบนั้นจึงมาโบกไปโบกมา “ผมอยากไปเดินเล่นกับพี่มากกว่าครับ” สีหน้าแววตาของเขาพูดออกมาก่อนที่เขาจะพูดเสียอีก “ถ้าจะไป ต้องเดินเยอะ ต้องนั่งรถเมล์ นั่งเรือด่วน ไม่ก็ตุ๊กตุ๊กนะ” “ไม