LOGIN"นี่ถ้าฉันไม่ออกสาว คนคงเข้าใจว่าฉันพาเมียมาฝากท้อง และเมียฉันก็แพ้ท้องหนักซะด้วย"
"พูดอะไรให้เกียรติฉันบ้าง ฉันเพิ่งยี่สิบ"
"แค่อยากให้ยิ้มเฉยๆ"
จูเลียยิ้มมุมปากอย่างหล่อเหลา แต่ไม่อาจทำให้ซัมเมอร์ใจกระตุกได้เท่าที่ตามดาวทำ
กระบวนการตรวจของโรงพยาบาลรัฐ ทำให้เวลาของสองเพื่อนต่างเพศหายไปค่อนวัน บัดนี้ทั้งสองคนมานั่งหน้าหมอชายวัยห้าสิบ ผมขาว ทำหน้าลำบากใจหลังแว่นตา
"ผมอยากให้คุณนาราทราบว่า นี่เป็นผลการตรวจเบื้องต้น ถ้าคุณนาราไม่สบายใจ อยากได้ความเห็นของแพทย์คนที่สอง หรือเปลี่ยนโรงพยาบาล ผมก็เข้าใจนะครับ"
"ดิฉันอยากทราบว่า ผลตรวจร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมอมาจากที่ไกลๆ สติเธอรางเรือนเพราะผ่านสมรภูมิคนไข้มาตลอดทั้งวัน หมอไม่ตอบในทันที แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่ จนหัวใจพวกเขาหล่นไปที่ตาตุ่ม
"ครับ คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน หรือ Acute Leukemia ครับ"
"ลูคีเมีย?"
ซัมเมอร์พึมพำ
ราวกับมีคนปิดเพลงรื่นเริงลง แล้วเปลี่ยนเป็นซาวด์สำหรับงานศพ ซัมเมอร์หันไปมองหน้าจูเลีย แววตาเต็มไปด้วยความกังขา มือสั่น น้ำลายหนืด รู้สึกเหมือนจะยืนไม่อยู่ เธอสัมผัสได้ว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น มีแต่ความตกใจและน้อยใจในโชคชะตา
"แล้วถ้ารักษาล่ะคะ ต้องทำอย่างไรบ้าง"
ฟังคำถามแล้ว หมอทำสีหน้าลำบากใจ ก่อนตอบเธอ
"เบื้องต้นต้องทำเคมีบำบัดหรือคีโม เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดจากไขกระดูกจนโรคสงบ และมีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดหรือสเต็มเซลล์
แพทย์จะพิจารณาทำการปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์ เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะโรคสงบเพื่อเพิ่มโอกาสหายขาดและลดโอกาสโรคกลับมาครับ ในเบื้องต้นผมแจ้งเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วเราจะได้ทำการรักษากันต่อไป"
"ขอบคุณมากนะคะหมอ"
น้ำเสียงสาวเท่ห์สั่นเครือ เพราะยังตกใจไม่หาย
"ครับ เดี๋ยวหมอจะนัดอีกที่ วันที่.... นะครับ ในระหว่างนี้ หากคนไข้มีญาติคนอื่นๆ ให้ญาติมาบริจาคไขกระดูกและสเต็มเซล์ ซึ่งโอกาสที่จะเข้ากับคนไข้ได้จะมากกว่าการบริจาคของคนอื่นนะครับ"
"ค่ะ แล้วถ้า...ไม่รักษาละคะ?"
"หมายความว่ายังไงฮะ ยัยซัมเมอร์?"
จูเลียกอดอก เตรียมมือไว้ตี หากเพื่อนสาวคนสนิทจะเอ่ยอะไรที่เป็นการยอมแพ้
"อยู่ได้ไม่เกินสามเดือนครับ หมอบอกเลยว่า ถ้ารักษาโอกาสหายจะมากกว่านะครับ แล้วโรคนี้มีคนหายมานักต่อนักแล้ว"
"แต่ว่า มันทรมานนี่คะ"
"ทรมานก็ต้องอดทน เห็นใจคนที่แกทิ้งไว้ข้างหลังบ้าง"
จูเลียกอดเพื่อนหลวมๆ น้ำตาคลอเบ้า คิดไม่ออกว่าถ้าไม่มีเธอจะเป็นยังไง
"จูเลีย ฉันขอคิดดูก่อน"
"คิดทำไม ไม่ต้องคิด รู้แค่ว่าแกต้องสู้ก็พอ"
.
.
"ฉันขอไปที่หนึ่งได้ไหม"
"ที่ไหน"
"ฉันจะสบายใจทุกครั้งที่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยา"
"งั้นไปสะพานพระรามแปดกัน"
สองเพื่อนซี้นั่งรถไปริมสะพานพระรามแปด ซึ่งมีรูปแบบโดดเด่นเพราะมีการขึงสะพานแบบสมมาตร และไม่มีเสารับน้ำหนักตั้งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ไม่มีปัญหาต่อการสัญจรทางน้ำ เปรียบสะพานที่แข็งแกร่งเหมือนซัมเมอร์ แม้ไม่มีหลักใจอันแข็งแรงไว้ค้ำจุน ก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้
ที่สำคัญคือเป็นสะพานที่สวยที่สุดในสายตาของจูเลีย
เกย์หน้าหล่อเอามือใหญ่มาจับมือเล็กๆ ของเพื่อนสาวอย่างทะนุถนอม แสงไฟสะท้อนนัยน์ตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา
"ถ้าไม่ติดว่าเราสองคนเป็นเกย์ คงคบกันเป็นผัวเมียไปแล้ว"
จูเลียหยอด เพื่อนสาวของเขาตบหน้าขาอย่างหมั่นเขี้ยว เพราะมันไม่ใช่เวลาเล่นมุก
"จะบ้าเหรอ ฉันยังลืมเขาไม่ได้เลย นี่คิดจะให้หาผัวอีกต่างหาก อย่างซัมเมอร์ต้องหาเมียสิวะ"
"เออ รู้ ก็แค่เห็นแกเครียดๆ ยิ้มหน่อยได้ไหมล่ะ"
"ถ้าแกกำลังจะตาย แกจะหัวเราะไหวอีกเหรอ เหล็กกล้า?"
"จูเลียค่ะ จูเลีย"
เกย์หนุ่มหันมาค้อน ชี้นิ้วมาที่อกของตัวเอง
"ถ้าเรียกเหล็กกล้าอีกคำ แม่ถีบตกสะพานจริงด้วย อยากลงไปจมน้ำตายก่อนป่วยตายไหม เพื่อนสาว?"
"ฉันน่ะ...ฉันน่ะ"
คนป่วยร้องไห้อย่างไม่อาย ประการแรกเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืนย่อมไม่มีใครมองเห็น ประการที่สองจูเลียทำให้เธอสบายใจและเป็นตัวเองที่สุดเสมอ และประการสุดท้าย เพราะน้ำตามันหยุดไม่ได้อีกต่อไป
"ฉันเพิ่งยี่สิบเอง แกเข้าใจไหม ฉันยังไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่าง แต่ต้องมาเป็นมะเร็งตายนี่นะ"
หน้าอกกระเพื่อมแรง สะท้อนความเสียใจที่ประดังขึ้นมา เธอไม่ปฏิเสธความรู้สึกนี้อีกต่อไป ปล่อยให้ตัวเองเศร้าอย่างเต็มที่ แม่น้ำเจ้าพระยาในยามนี้กว้างใหญ่จนรับเอาอารมณ์เศร้าหมองในใจหญิงสาวไปหมด
"เดี๋ยวก่อนค่ะ ยังไม่ตายค่ะ หมอบอกแล้วว่ารักษาได้ มีคนหายด้วย แกก็ต้องไม่เป็นอะไรค่ะ สู้นะคะ เข้าใจไหม?"
"อืม"
น้ำตาก๊อกที่สองไหลออกมาอีกระรอก มือสั่นอย่างควบคุมไม่ได้และหายใจผิดจังหวะ เธอกังวลเหมือนกำลังจะสอบตกปัญหาชีวิตและจะแก้ตัวไม่ได้อีกต่อไป ในตอนที่หดหู่ใจนี้ สายลมริมแม่น้ำพัดเอาความหวังของซัมเมอร์ปลิวไปด้วย
"ฉันไม่อยากเจ็บ ฉันไม่อยากตายด้วย"
"ถ้าไม่อยากตายก็สู้ค่ะ กลับไปทวงคืนบัลลังค์ตัวแม่แห่งวงการเบี้ยนด้วย"
ซัมเมอร์หันมามองไอเดียเพื่อนอย่างตกใจ
"ฉันตั้งใจจะใจเดียววะจูเลีย ฉันลืมตามดาวไม่ได้เลย ไม่เคยได้เลย"
"เฮ้อ... แล้วแต่แก ฉันเป็นกำลังใจให้เสมอ"
"เหมือนฝันร้ายเลยแก โลกที่ไม่มีตามดาวอยู่ ไม่มีเสียงขึ้นจมูกแบบนั้น ไม่มีรอยยิ้มน่ารักๆ ไม่มียัยบ๊องนั่นให้ปวดหัว ทำให้ฉันเหมือนถูกกรีดหัวใจ เลือดไม่ได้ออกมากหรอก แต่มันซึมออกทุกวันๆ จนฉันอยู่ไม่ได้แล้ว"
"รักเขาก็ไปบอกเขาซะ เลิกซะที ไอ้นิสัยปากอย่างใจอย่างเนี่ย"
"ฉันมีแผนล่ะ"
ซัมเมอร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ลืมความเจ็บปวดและทรมานที่กำลังจะได้รับไปหมด
"หวังว่าคงใช้เบอร์เดิมนะ"
พูดเสร็จก็พิมพ์ชื่ออดีตแฟนลงมือถือ เสียงดังไม่กี่ครั้งก็รับสาย ในมือถือเหมือนตามดาวเปิดเพลงดังไปทั่วห้อง
"มีอะไร ซัมเมอร์?"
"พอดี"
สาวเท่ห์หันมาสบตาจูเลีย ดวงตาหวั่นไหวอย่างคนขลาด แต่เกย์หล่อหันมาชูนิ้วโป้งให้กำลังใจ
"เรามีบัตรบุฟเฟ่ต์ฟรี เห็นเขาปล่อยในเน็ตอ่ะ แต่ต้องจองภายในห้านาที ไม่งั้นจะปล่อยสิทธิ์ให้คนอื่น ตามดาวสนใจไหม? ที่โทรมาบอกเนี่ยเพราะว่าเป็นพนักงานใหม่ เผื่อจะได้สอนงานแล้วก็สนิทกันไว้"
"ห้านาทีเหรอ"
เธอลังเลใจเพราะถ้าระหว่างพวกเธอสนิทกันมากกว่านี้ แล้วสถานะจะกลายเป็นอะไร ร่างบางใช้เวลาคิดแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ
"ไม่ไปก็ไม่เป็นไรนะ เธอคงไม่จริงจังกับงานที่โฮมรันหรอกเนอะ ถ้าเราสนิทกัน จะได้ทำงานได้ดีขึ้นไง แล้วอีกอย่าง ถ้าตามดาวมีคำถาม ซัมเมอร์ก็ยินดีจะช่วย"
"ไปๆ"
แล้วชะตาก็ทำให้คนทั้งสองคน กลับมาเดินขนานกันอีกครั้ง โดยที่ตามดาวไม่รู้เลย ว่านี่คือแผนการของซัมเมอร์ ที่ทำให้เธอรีบคว้าโอกาสไปทานอาหารกับแฟนเก่าแสนเจ้าเล่ห์ ด้วยการใช้เวลาจำกัดในการกดดัน
บุฟเฟต์ที่อดีตคนรักจอง เป็นร้านซูซิย่านใจกลางกรุงเทพ พวกเธอนั่งมองสายพานซูชิหมุนไปอย่างไม่รู้จะคุยอะไรกันดี ก่อนที่เสียงท้องร้องจะเป็นกรรมการตัดสินให้หยิบอาหารมาวางบนโต๊ะ และเริ่มจัดการของตรงหน้า
"อึดอัดไหม?"
ซัมเมอร์ถาม ลดปราการลง ในใจอยากเห็นรอยยิ้มแสนน่ารักอีก และอยากรู้ว่าถ้าพยายาม ตอนนี้ยังทันไหม มีใครกุมหัวใจเธอไปหรือยัง สายพานซูซิหมุนเป็นวงกลม เหมือนความรู้สึกเธอที่ยังวนกลับมา ณ คนเดิมไม่มีผิด
"..."
พวกเขาหยิบซูชิชิ้นเดียวกัน ทำให้นึกถึงอดีต ตอนที่พวกเธอผลัดกันป้อนอาหารให้กัน ตามดาวก้มหน้าหงุด ไม่กล้าสบตาอันแรงกล้าของอดีตคนรักอย่างซัมเมอร์
"เรามาคุยกันไหม คุยแบบดีบทอร์ค ถ้าเราเคลียร์กัน คนอื่นจะได้ไม่ต้องรับผลกระทบนี้ไปด้วย แล้วเราจะทำงานอย่างสบายใจ"
"อืม"
ตามดาวตอบเพียงสั้นๆ เพราะดีกว่าที่จะโดนอีกฝ่ายประชดประชันไม่เลิก ซัมเมอร์เดาไม่ออกว่าตามดาวคิดอะไร เพราะเธอแค่ก้มหน้าหงุดแล้วไม่ตอบอะไร มีเพียงสีหน้าที่ยังแดงระเรื่อเหมือนปัดแก้มหนักมือไปเท่านั้นเอง
"ถ้าวันนั้นซัมเมอร์ไม่รักหน้าตัวเองมากกว่าตามดาว เราคงไม่เลิกกัน"
เธอเอ่ยด้วยเสียงเหมือนจะบอกว่าเธอใกล้ร้องไห้เต็มที ดวงตาสะท้อนแสงเพราะน้ำตาเอ่อขึ้นมาจนเกือบไหล
"ถ้าวันนั้นตามดาวให้กำลังใจเรา เราคงไม่เลิกกัน"
ทั้งสองคนแลกมวยคนละหมัด ต่างคนต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง หากไม่เปิดใจหรือทะเลาะกัน เรื่องก็จะคาราคาซังแบบนี้ต่อไป ซัมเมอร์ชั่งใจว่าจะยอมประนีประนอมหรือแตกหักไปเลยดี
"ต่างคนต่างผิดสินะ"
"อืม"
"ตอนนั้นเธอแอบมีใครหรือเปล่า"
ซัมเมอร์กลั้นใจถาม เป็นคำถามที่เธอกลัวคำตอบสุดใจ
"เปล่านะ เราเลิกกันเพราะซัมเมอร์อายที่มีแฟนอย่างเรา"
"เราไม่ได้อายที่เป็นเธอ แต่เราอายเพราะเราสองคนเป็นผู้หญิง เราไม่รู้จะรับมือยังไงกับการที่คนล้อ มีคนมาถามเราว่า ผู้หญิงกับผู้หญิงมีอะไรกันยังไง เราต้องเจอแต่คำถามแบบนี้ จนเราไม่ไหวแล้ว"
ซัมเมอร์น้ำตาซึม ปัดผมยาวไปด้านหลัง แม้จะรักหญิงแต่เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ความน้อยใจประดังขึ้นมาพร้อมกับความเครียดเรื่องโรคร้าย เธอไม่รู้จะรับมือกับเรื่องทั้งหมดนี้พร้อมกันได้ยังไง เธออยากให้จูเลียมาให้คำปลอบใจตอนนี้ เพราะตามดาวไม่พูดอะไรเลย มีแต่สีหน้าตกใจและเสียใจ
"เรากลับมาเหมือนเดิมได้ไหม เรายังชอบตามดาวอยู่นะ เราคิดถึงเธอ"
"ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว"
ตามดาวตอบทั้งๆ ที่มือสั่น ในใจลังเล เธอรู้ว่าการกลับไปหาคนรักเก่า ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี จึงปฏิเสธไป ทั้งๆ ที่ส่วนลึกในใจอยากจะตอบรับมากขนาดไหนก็ตาม ตามดาวเองก็ไม่เคยลืมรอยยิ้มทรงเสน่ห์แบบนี้ได้ ท่าทางที่จับตาไปหมด และความรักที่มีต่อหญิงสาวคนนี้
"ถึงแม้ว่าเราจะขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย"
"ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว"
นัยตาสวยมีน้ำตาซึม เธอกุมมือตัวเองแน่นไม่ให้สั่น หวังว่าซัมเมอร์จะไม่สังเกตเห็น แต่เธออยู่ในสายตาของแฟนเก่าคนนี้ตลอด
ซัมเมอร์รู้สึกสูญเสียพลังไปทั้งหมด จนไม่มีน้ำตาไหลออกมา พวกเธอกินอาหารไม่ลง ราคาบัตรบุฟเฟต์ที่อดีตคนรักคนนี้จ่าย เป็นอันขาดทุน พวกเธอแยกย้ายกันไป ส่วนสาวเท่ห์นั่งรถไปลงที่บ้านจูเลีย เธอรู้ว่าตอนนี้เพื่อนรักกำลังออกแบบชุด เพื่อฝึกมือรอเวลาปั้นแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง
"สวัสดีค่ะ พ่อแม่"
หญิงสาวไหว้บุพการีของเหล็กกล้า
"หนูขอไปห้องเหล็กกล้านะคะ"
"หน้าตาดูซีดเซียวเชียว เป็นอะไรหรือเปล่าซัมเมอร์"
แม่เหล็กกล้าเป็นคนทัก เธอรู้ว่าเด็กสาวไม่ได้เป็นแฟนกับลูกชาย แต่พ่อเธอไม่คิดแบบนั้น แม่จึงปล่อยให้เด็กสาวขึ้นไปห้องลูกชายตนได้ แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะไม่อยากให้พวกเขาอยู่สองต่อสองก็ตาม
"แหม มาหาถึงห้องเลยนะหนู เด็กสมัยนี้เขาไม่ระวังกิริยากันเลยนะ"
พ่อเหล็กกล้าประชด เขาเป็นคนดุ ดวงตาเข้มนั้นไม่ค่อยมีใครกล้าจ้องตรงๆ แต่เขาเป็นพ่อที่รักลูกชาย และยอมไม่ได้ที่ลูกชายจะเป็นอะไรนอกจากกรอบที่ตนวางไว้ ดังนั้นการออกแบบของจูเลียจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนช่วยกันปิดบัง จนกว่าจูเลียจะปล่อยแบรนด์ตัวนี้ในตลาดได้ในที่สุด
"หนูมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับเหล็กกล้าอะค่ะ"
"ไปเถอะจ้ะ เงียบหายไปนานแล้ว สงสัยวาดรูปตามเคย"
เธอพยักหน้าให้แม่จูเลีย ก่อนเดินขึ้นเข้ามาในห้องของเกย์หล่อ ห้องของเขาจัดเป็นระเบียบ จูเลียเคยขอพ่อกับแม่ให้ติดวอลเปเปอร์รูปดาว พื้นหลังเป็นสีเข้มคุมโทนให้ดูแมน ตามที่พ่ออยากให้เป็น
"ไอ้จูเลีย"
ซัมเมอร์เรียก ก่อนเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง
"ไม่ถามสักคำว่านอนบนเตียงฉันได้ไหม เพื่อนสาวค่ะ ตัวแกสกปรกค่ะ นี่ฉันต้องเปลี่ยนผ้าปูเตียงอีกแล้ว"
"แกก็ไม่ถามฉันสักคำ ว่าเป็นไงบ้าง?"
"มีอะไรจะพูดก็พูดมา ฉันกำลังออกแบบชุดนอนไม่ได้นอนอยู่"
"หูย ลามก"
"คนที่อยากนอนกับแฟนเก่า ไม่ลามกเลยเนอะ"
จูเลียหันมายิ้มยียวน เอามือปัดผมทิพย์ แล้วขยับตัวให้ดูเซ็กซี่
"ฉันจะทำอย่างไรดี?"
"ถึงจะได้ตามดาวเป็นเมีย?"
"แฮร่"
ซัมเมอร์ตบมุก
"ถึงจะได้เขากลับมาในชีวิต"
"แกปล่อยตามดาวไปเถอะ เธอไม่รักแกอะดีแล้ว จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บอยู่ข้างหลัง"
"พูดอย่างกับว่า รักฉันแล้ว ฉันต้องตายแน่ๆ"
"แกน่ะไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต"
"เออ รู้แหละ"
ซัมเมอร์เศร้าลงอีกครั้ง แต่ไม่อยากให้จูเลียเป็นห่วง เธอกระพริบตาถี่ๆ เพื่อไล่น้ำตา โดยที่เพื่อนสนิทไม่ได้สังเกต แล้วรวบรวมคำพูดก่อนเอ่ยออกมาอีก
"แต่ถ้าไม่ได้รักในครั้งนี้ ฉันก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ แกจะให้ฉันเฉาตายไม่ได้นะเว้ย ฉันต้องเป็นมะเร็งตายเท่านั้น"
พูดเสร็จก็หัวเราะปนสะอื้น
"แกกลับไปดูแลครอบครัวแกโน้น ทำให้เขาอยู่ได้เมื่อไม่มีแก ไม่มีแกแล้วใครจะหาเงินมาจ่ายในบ้าน ไม่มีแกแล้วใครจะพาแม่ไปหาหมอ น้องแกก็ปกติที่ไหน สองคนนั้นแหละที่แกต้องเป็นห่วง"
"ดีเหมือนกันไม่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำ แต่ทำอะไรที่หัวใจเรียกร้องก็พอ"
"เช่นอะไร"
"ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบไงล่ะ เอาเถอะ แต่ยังไงฉันก็ลืมตามดาวไม่ได้ ยิ่งเจอหน้ายิ่งรู้สึกวะ"
"เออ โตๆ กันแล้ว คิดเอาเองแล้วกัน"
ซัมเมอร์มองเพดาน ดวงใจเต็มไปด้วยความหวัง ชีวิตเธอเพิ่งจะเริ่ม และเธอจะใช้เงินก้อนนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ได้! เธอสัญญากับตัวเอง
ทีมงานติดต่อมาเพื่อขออนุญาตแล้ว และคนในสถานสงเคราะห์คนชรา ก็ยินดีจะพูดคุยกับพวกเขา ผู้สูงวัยแววตาเหม่อลอย คิดถึงครอบครัว ทำให้ทุกคนยิ้มไม่ออก แต่เมื่อซัมเมอร์เลือกเรื่องนี้แล้ว ก็มีแต่ต้องเดินหน้าต่อไป บอสสาวมาที่นี่หลายครั้งแล้ว และสัมภาษณ์ประวัติทุกคน จนมาลงตัวที่ทวดสมภพ เขาเป็นชายชราวัยใกล้ฝั่ง เขาให้สัมภาษณ์ไว้ดังนี้.. ในมุมมองของทวดสมภพ ผมอยู่ที่สถานสงเคราะห์มานานแล้ว จนเลิกนับปีนับเดือน บางครั้งผมก็นึกถึงเรื่องต่างๆ คนต่างๆ แล้วนั่งอมยิ้มบ้าง บึ้งตึงบ้าง หรือกระทั่งน้ำตาซึมบ้าง แต่อย่าเข้าใจผิด ผมไม่ใช่คนอ่อนแอ แ
"หายไปไหน?" ตามดาวพูดอย่างตื่นตระหนก เสียงสั่นเครือ มองไปทั่วห้อง แต่ไม่เจอ "แม่คะ เงินหนูหายไปไหน?" ตามดาวถามศรีเพ็ญ "เงินอะไรลูก พ่อซื้อกับข้าวมาฉลอง มากินด้วยกันก่อน" "ม่ายยยย เงินหนู นั่นเงินค่าเทอมหนู" เธอปรายมองไปทางบิดา ที่นอนเอกเขนกบนโซฟาในห้องนั่งเล่น ลมหายใจเหม็นกลิ่นแอลกอฮอล์คลุ้งไปทั่ว ตามดาวทำสีหน้ารังเกียจ "พ่อคะ เงินหนูหายไปไหน?" "อืม" เขาครางก่อนหลับต่อ "นั่นเงินค่าเทอมหนูนะคะ พ่อขโมยเงินหนูได้ยังไง?" ตามดาวหน้าแดง เอาเรื่องคนเมา แต่ไม่เป็นผล "พ่อเขากลับมาเหนื่อยๆ อย่าไปกวนเลย" "พ่อไปกินเหล้า ไม่ได้ไปทำงานนะคะ" ตามดาวเสียงสั่นอย่างคนแพ้ "แค่ซื้อกับข้าวมาฝาก มันลบล้างความผิดไม่ได้" ศรีเพ็ญเท้าเอวมองลูกสาว ที่ครั้งหนึ่งเธอเคยตามใจ แต่ลำดับความสัมพันธ์เปลี่ยนไป เพราะสามีย่อมสำคัญกว่า "พ่อจะไม่ทำงาน หนูไ
หลังนอนซมเพราะพิษไข้ ทำให้ซัมเมอร์มีเวลาคิดคอนเทนต์หลายวัน เธอได้ไอเดียมาจาก การคิดเรื่องสถานะกับตามดาว แล้วตีลังกาอีกท่าไหนก็ไม่รู้ ถึงได้ไอเดียนี้ออกมา "เราจะทำเพจรับจ้างบอกเลิก แล้วก็ถ่ายทำแบบแอบกล้อง เบลอหน้าลูกค้า แล้วเอาคลิปลงไอทูป" บอสสาวลองเสิร์จหาข้อมูล ปรากฎว่าที่ญี่ปุ่นมีบริษัทรับจ้างบอกเลิกจริงๆ ซัมเมอร์จึงประกาศ ดูภูมิใจราวกับนักวิ่งแชมป์โอลิมปิก ผู้เข้าเส้นชัยเป็นอันดับแรกๆ "แล้วใครจะเป็นคนบอกเลิก" โฮปเป็นคนถาม
"ต้องรอให้ดาวเป็นใจก่อนหรือเปล่า?" "รอทำไม?" ตามดาวตอบคำถามด้วยคำถาม ไม่เข้าใจที่จู่ๆ ถูกถามแบบนี้ "ถ้าจะตามดาวไป ดาวต้องเป็นใจก่อน ไม่งั้นก็บอกรักไม่ได้" "..." ไม่ตอบแต่ก้มหน้าทำหน้าแดง แม้แต่หูที่ซ่อนใต้เรือนผมยังสีเข้มขึ้น "จะเป็นไรไหม? ถ้าเราอยากให้ตามดาวเป็นของเราคนเดียว"&
"FC มาเม้นต์ว่าอยากให้ซัมเมอร์ลองจีบผู้หญิงดู เพราะกระแสคลิปก่อนๆ ที่ซัมเมอร์กับตามดาวจีบกัน" "แปลกนะ ทำไมไม่จับเราสองคนจิ้นกัน" ซัมเมอร์ตั้งคำถามหลังจากโฮปพูดขึ้น "มันก็ใช่แหละ แต่เดี๋ยวตามดาวจะอึดอัด เพราะน้องเขาไม่ได้ชอบซัมเมอร์แล้วนี่นา" โฮปเป็นคนชง ชงแบบหวังผล ว่าคราวนี้ต้องมีคนหึงแน่ๆ และเขาสั่งปาร์คให้จับภาพสีหน้าคนหึงเอาไว้แล้ว ตามดาวกุมมือแน่น ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร เพราะใจเธอยังอยู่ที่ซัมเมอร์ แต่ขณะเดียวกันก็ไม่อยากพาตัวไปจมกองทุกข์ กรณีที่ซัมเมอร์จากไปจริงๆ "แล้วเราจะไปย่านวัยรุ่นกัน" ซัมเมอร์ประกาศ ซัมเมอร์เป็นหญิงสาวหน้าตาดีแถมดูสง่า จนทำคนเหลียวหลัง พร้อมกับทีมถ่ายทำที่เดินตามมา ทำให้คนยิ่งมอง เพราะคุ้นหน้าเธอบ้าง และสนใจว่าพวกเขามาถ่ายทำอะไรกัน ตามดาวตามมากองถ่ายด้วย เพราะสิ่งที่ซัมเมอร์บอก 'จูเลียไม่อยู่ เรากลัวเป็นอะไรไป ไปด้วยกันหน่อยนะ' ตามดาวอดเป็นห่วงไม่ได้ เลยพกของจำเป็นมาด้วย เช่น ยาดม พ
"ถ้าตามดาวไม่พูด เราก็ไม่รู้หรอกนะ" "..." "พูดอะไรหน่อยสิ" "..." เธอถอดถอนใจ ขณะตามดาวยังปากหนักเหมือนเดิม ไม่เคยเปลี่ยน "รักไม่รักก็พูดมา พูดให้เคลียร์ไปเลย" ซัมเมอร์โพล่งออกมาอย่างอัดอั้น "เราจะไม่กลับไปอีกแล้ว เราพูดหลายครั้งแล้ว"&nb







