Beranda / LGBTQ+ / ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy / บทที่ 2 ไปหาหมอกันเถอะ

Share

บทที่ 2 ไปหาหมอกันเถอะ

Penulis: Me.Daisy
last update Tanggal publikasi: 2026-01-21 08:11:41

              "นี่ถ้าฉันไม่ออกสาว  คนคงเข้าใจว่าฉันพาเมียมาฝากท้อง  และเมียฉันก็แพ้ท้องหนักซะด้วย"

              "พูดอะไรให้เกียรติฉันบ้าง  ฉันเพิ่งยี่สิบ"

              "แค่อยากให้ยิ้มเฉยๆ"

              จูเลียยิ้มมุมปากอย่างหล่อเหลา  แต่ไม่อาจทำให้ซัมเมอร์ใจกระตุกได้เท่าที่ตามดาวทำ

              กระบวนการตรวจของโรงพยาบาลรัฐ  ทำให้เวลาของสองเพื่อนต่างเพศหายไปค่อนวัน  บัดนี้ทั้งสองคนมานั่งหน้าหมอชายวัยห้าสิบ  ผมขาว  ทำหน้าลำบากใจหลังแว่นตา

              "ผมอยากให้คุณนาราทราบว่า  นี่เป็นผลการตรวจเบื้องต้น  ถ้าคุณนาราไม่สบายใจ  อยากได้ความเห็นของแพทย์คนที่สอง  หรือเปลี่ยนโรงพยาบาล  ผมก็เข้าใจนะครับ"

              "ดิฉันอยากทราบว่า  ผลตรวจร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"

              ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมอมาจากที่ไกลๆ  สติเธอรางเรือนเพราะผ่านสมรภูมิคนไข้มาตลอดทั้งวัน  หมอไม่ตอบในทันที  แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่  จนหัวใจพวกเขาหล่นไปที่ตาตุ่ม

              "ครับ  คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน หรือ Acute Leukemia  ครับ"

              "ลูคีเมีย?"

              ซัมเมอร์พึมพำ

              ราวกับมีคนปิดเพลงรื่นเริงลง  แล้วเปลี่ยนเป็นซาวด์สำหรับงานศพ  ซัมเมอร์หันไปมองหน้าจูเลีย  แววตาเต็มไปด้วยความกังขา  มือสั่น  น้ำลายหนืด  รู้สึกเหมือนจะยืนไม่อยู่  เธอสัมผัสได้ว่าน้ำตาไหลอาบแก้ม  ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น  มีแต่ความตกใจและน้อยใจในโชคชะตา

              "แล้วถ้ารักษาล่ะคะ  ต้องทำอย่างไรบ้าง"

              ฟังคำถามแล้ว  หมอทำสีหน้าลำบากใจ  ก่อนตอบเธอ

              "เบื้องต้นต้องทำเคมีบำบัดหรือคีโม  เพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งให้หมดจากไขกระดูกจนโรคสงบ  และมีการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดหรือสเต็มเซลล์ 

              แพทย์จะพิจารณาทำการปลูกถ่ายไขกระดูกหรือสเต็มเซลล์  เมื่อผู้ป่วยเข้าสู่ระยะโรคสงบเพื่อเพิ่มโอกาสหายขาดและลดโอกาสโรคกลับมาครับ  ในเบื้องต้นผมแจ้งเท่านี้ก่อนนะครับ  แล้วเราจะได้ทำการรักษากันต่อไป"

              "ขอบคุณมากนะคะหมอ"

              น้ำเสียงสาวเท่ห์สั่นเครือ  เพราะยังตกใจไม่หาย

              "ครับ  เดี๋ยวหมอจะนัดอีกที่  วันที่....  นะครับ  ในระหว่างนี้  หากคนไข้มีญาติคนอื่นๆ ให้ญาติมาบริจาคไขกระดูกและสเต็มเซล์  ซึ่งโอกาสที่จะเข้ากับคนไข้ได้จะมากกว่าการบริจาคของคนอื่นนะครับ"

              "ค่ะ  แล้วถ้า...ไม่รักษาละคะ?"

              "หมายความว่ายังไงฮะ  ยัยซัมเมอร์?"

              จูเลียกอดอก  เตรียมมือไว้ตี  หากเพื่อนสาวคนสนิทจะเอ่ยอะไรที่เป็นการยอมแพ้

              "อยู่ได้ไม่เกินสามเดือนครับ  หมอบอกเลยว่า  ถ้ารักษาโอกาสหายจะมากกว่านะครับ  แล้วโรคนี้มีคนหายมานักต่อนักแล้ว"

              "แต่ว่า  มันทรมานนี่คะ"

              "ทรมานก็ต้องอดทน  เห็นใจคนที่แกทิ้งไว้ข้างหลังบ้าง"

              จูเลียกอดเพื่อนหลวมๆ น้ำตาคลอเบ้า  คิดไม่ออกว่าถ้าไม่มีเธอจะเป็นยังไง

              "จูเลีย  ฉันขอคิดดูก่อน"

              "คิดทำไม  ไม่ต้องคิด  รู้แค่ว่าแกต้องสู้ก็พอ"

.

.

              "ฉันขอไปที่หนึ่งได้ไหม"

              "ที่ไหน"

              "ฉันจะสบายใจทุกครั้งที่เห็นแม่น้ำเจ้าพระยา"

              "งั้นไปสะพานพระรามแปดกัน"

              สองเพื่อนซี้นั่งรถไปริมสะพานพระรามแปด  ซึ่งมีรูปแบบโดดเด่นเพราะมีการขึงสะพานแบบสมมาตร  และไม่มีเสารับน้ำหนักตั้งอยู่ในแม่น้ำเจ้าพระยา  ทำให้ไม่มีปัญหาต่อการสัญจรทางน้ำ  เปรียบสะพานที่แข็งแกร่งเหมือนซัมเมอร์  แม้ไม่มีหลักใจอันแข็งแรงไว้ค้ำจุน  ก็ยังดำเนินชีวิตต่อไปได้

              ที่สำคัญคือเป็นสะพานที่สวยที่สุดในสายตาของจูเลีย

              เกย์หน้าหล่อเอามือใหญ่มาจับมือเล็กๆ ของเพื่อนสาวอย่างทะนุถนอม  แสงไฟสะท้อนนัยน์ตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตา

              "ถ้าไม่ติดว่าเราสองคนเป็นเกย์  คงคบกันเป็นผัวเมียไปแล้ว"

              จูเลียหยอด  เพื่อนสาวของเขาตบหน้าขาอย่างหมั่นเขี้ยว  เพราะมันไม่ใช่เวลาเล่นมุก

              "จะบ้าเหรอ  ฉันยังลืมเขาไม่ได้เลย  นี่คิดจะให้หาผัวอีกต่างหาก  อย่างซัมเมอร์ต้องหาเมียสิวะ"

              "เออ รู้  ก็แค่เห็นแกเครียดๆ  ยิ้มหน่อยได้ไหมล่ะ"

              "ถ้าแกกำลังจะตาย  แกจะหัวเราะไหวอีกเหรอ  เหล็กกล้า?"

              "จูเลียค่ะ  จูเลีย" 

              เกย์หนุ่มหันมาค้อน  ชี้นิ้วมาที่อกของตัวเอง

              "ถ้าเรียกเหล็กกล้าอีกคำ  แม่ถีบตกสะพานจริงด้วย  อยากลงไปจมน้ำตายก่อนป่วยตายไหม  เพื่อนสาว?"

              "ฉันน่ะ...ฉันน่ะ"

              คนป่วยร้องไห้อย่างไม่อาย  ประการแรกเพราะตอนนี้เป็นเวลากลางคืนย่อมไม่มีใครมองเห็น  ประการที่สองจูเลียทำให้เธอสบายใจและเป็นตัวเองที่สุดเสมอ  และประการสุดท้าย  เพราะน้ำตามันหยุดไม่ได้อีกต่อไป

              "ฉันเพิ่งยี่สิบเอง  แกเข้าใจไหม  ฉันยังไม่ได้ทำอะไรอีกหลายอย่าง  แต่ต้องมาเป็นมะเร็งตายนี่นะ"

              หน้าอกกระเพื่อมแรง สะท้อนความเสียใจที่ประดังขึ้นมา  เธอไม่ปฏิเสธความรู้สึกนี้อีกต่อไป  ปล่อยให้ตัวเองเศร้าอย่างเต็มที่  แม่น้ำเจ้าพระยาในยามนี้กว้างใหญ่จนรับเอาอารมณ์เศร้าหมองในใจหญิงสาวไปหมด

              "เดี๋ยวก่อนค่ะ  ยังไม่ตายค่ะ  หมอบอกแล้วว่ารักษาได้  มีคนหายด้วย  แกก็ต้องไม่เป็นอะไรค่ะ  สู้นะคะ  เข้าใจไหม?"

              "อืม"

              น้ำตาก๊อกที่สองไหลออกมาอีกระรอก  มือสั่นอย่างควบคุมไม่ได้และหายใจผิดจังหวะ  เธอกังวลเหมือนกำลังจะสอบตกปัญหาชีวิตและจะแก้ตัวไม่ได้อีกต่อไป  ในตอนที่หดหู่ใจนี้  สายลมริมแม่น้ำพัดเอาความหวังของซัมเมอร์ปลิวไปด้วย

              "ฉันไม่อยากเจ็บ  ฉันไม่อยากตายด้วย"

              "ถ้าไม่อยากตายก็สู้ค่ะ  กลับไปทวงคืนบัลลังค์ตัวแม่แห่งวงการเบี้ยนด้วย"

              ซัมเมอร์หันมามองไอเดียเพื่อนอย่างตกใจ

              "ฉันตั้งใจจะใจเดียววะจูเลีย  ฉันลืมตามดาวไม่ได้เลย  ไม่เคยได้เลย"

              "เฮ้อ... แล้วแต่แก  ฉันเป็นกำลังใจให้เสมอ"

              "เหมือนฝันร้ายเลยแก  โลกที่ไม่มีตามดาวอยู่  ไม่มีเสียงขึ้นจมูกแบบนั้น  ไม่มีรอยยิ้มน่ารักๆ  ไม่มียัยบ๊องนั่นให้ปวดหัว  ทำให้ฉันเหมือนถูกกรีดหัวใจ  เลือดไม่ได้ออกมากหรอก  แต่มันซึมออกทุกวันๆ จนฉันอยู่ไม่ได้แล้ว"

              "รักเขาก็ไปบอกเขาซะ  เลิกซะที  ไอ้นิสัยปากอย่างใจอย่างเนี่ย"

              "ฉันมีแผนล่ะ"

              ซัมเมอร์ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์  ลืมความเจ็บปวดและทรมานที่กำลังจะได้รับไปหมด

              "หวังว่าคงใช้เบอร์เดิมนะ"

              พูดเสร็จก็พิมพ์ชื่ออดีตแฟนลงมือถือ  เสียงดังไม่กี่ครั้งก็รับสาย  ในมือถือเหมือนตามดาวเปิดเพลงดังไปทั่วห้อง

              "มีอะไร  ซัมเมอร์?"

              "พอดี" 

              สาวเท่ห์หันมาสบตาจูเลีย  ดวงตาหวั่นไหวอย่างคนขลาด  แต่เกย์หล่อหันมาชูนิ้วโป้งให้กำลังใจ

              "เรามีบัตรบุฟเฟ่ต์ฟรี  เห็นเขาปล่อยในเน็ตอ่ะ  แต่ต้องจองภายในห้านาที  ไม่งั้นจะปล่อยสิทธิ์ให้คนอื่น  ตามดาวสนใจไหม?  ที่โทรมาบอกเนี่ยเพราะว่าเป็นพนักงานใหม่  เผื่อจะได้สอนงานแล้วก็สนิทกันไว้"

              "ห้านาทีเหรอ"

              เธอลังเลใจเพราะถ้าระหว่างพวกเธอสนิทกันมากกว่านี้  แล้วสถานะจะกลายเป็นอะไร  ร่างบางใช้เวลาคิดแต่ก็ยังไม่ได้คำตอบ

              "ไม่ไปก็ไม่เป็นไรนะ  เธอคงไม่จริงจังกับงานที่โฮมรันหรอกเนอะ  ถ้าเราสนิทกัน  จะได้ทำงานได้ดีขึ้นไง  แล้วอีกอย่าง  ถ้าตามดาวมีคำถาม  ซัมเมอร์ก็ยินดีจะช่วย"

              "ไปๆ"

              แล้วชะตาก็ทำให้คนทั้งสองคน  กลับมาเดินขนานกันอีกครั้ง  โดยที่ตามดาวไม่รู้เลย  ว่านี่คือแผนการของซัมเมอร์  ที่ทำให้เธอรีบคว้าโอกาสไปทานอาหารกับแฟนเก่าแสนเจ้าเล่ห์  ด้วยการใช้เวลาจำกัดในการกดดัน

              บุฟเฟต์ที่อดีตคนรักจอง  เป็นร้านซูซิย่านใจกลางกรุงเทพ  พวกเธอนั่งมองสายพานซูชิหมุนไปอย่างไม่รู้จะคุยอะไรกันดี  ก่อนที่เสียงท้องร้องจะเป็นกรรมการตัดสินให้หยิบอาหารมาวางบนโต๊ะ  และเริ่มจัดการของตรงหน้า

              "อึดอัดไหม?"

              ซัมเมอร์ถาม  ลดปราการลง  ในใจอยากเห็นรอยยิ้มแสนน่ารักอีก  และอยากรู้ว่าถ้าพยายาม  ตอนนี้ยังทันไหม  มีใครกุมหัวใจเธอไปหรือยัง  สายพานซูซิหมุนเป็นวงกลม  เหมือนความรู้สึกเธอที่ยังวนกลับมา  ณ  คนเดิมไม่มีผิด

              "..."

              พวกเขาหยิบซูชิชิ้นเดียวกัน  ทำให้นึกถึงอดีต  ตอนที่พวกเธอผลัดกันป้อนอาหารให้กัน  ตามดาวก้มหน้าหงุด  ไม่กล้าสบตาอันแรงกล้าของอดีตคนรักอย่างซัมเมอร์

              "เรามาคุยกันไหม  คุยแบบดีบทอร์ค  ถ้าเราเคลียร์กัน  คนอื่นจะได้ไม่ต้องรับผลกระทบนี้ไปด้วย  แล้วเราจะทำงานอย่างสบายใจ"

              "อืม"

              ตามดาวตอบเพียงสั้นๆ เพราะดีกว่าที่จะโดนอีกฝ่ายประชดประชันไม่เลิก  ซัมเมอร์เดาไม่ออกว่าตามดาวคิดอะไร  เพราะเธอแค่ก้มหน้าหงุดแล้วไม่ตอบอะไร  มีเพียงสีหน้าที่ยังแดงระเรื่อเหมือนปัดแก้มหนักมือไปเท่านั้นเอง

              "ถ้าวันนั้นซัมเมอร์ไม่รักหน้าตัวเองมากกว่าตามดาว  เราคงไม่เลิกกัน"

              เธอเอ่ยด้วยเสียงเหมือนจะบอกว่าเธอใกล้ร้องไห้เต็มที  ดวงตาสะท้อนแสงเพราะน้ำตาเอ่อขึ้นมาจนเกือบไหล

              "ถ้าวันนั้นตามดาวให้กำลังใจเรา  เราคงไม่เลิกกัน"

              ทั้งสองคนแลกมวยคนละหมัด  ต่างคนต่างมีเหตุผลเป็นของตัวเอง  หากไม่เปิดใจหรือทะเลาะกัน  เรื่องก็จะคาราคาซังแบบนี้ต่อไป  ซัมเมอร์ชั่งใจว่าจะยอมประนีประนอมหรือแตกหักไปเลยดี

              "ต่างคนต่างผิดสินะ"

              "อืม"

              "ตอนนั้นเธอแอบมีใครหรือเปล่า"

              ซัมเมอร์กลั้นใจถาม  เป็นคำถามที่เธอกลัวคำตอบสุดใจ

              "เปล่านะ  เราเลิกกันเพราะซัมเมอร์อายที่มีแฟนอย่างเรา"

              "เราไม่ได้อายที่เป็นเธอ  แต่เราอายเพราะเราสองคนเป็นผู้หญิง  เราไม่รู้จะรับมือยังไงกับการที่คนล้อ  มีคนมาถามเราว่า  ผู้หญิงกับผู้หญิงมีอะไรกันยังไง  เราต้องเจอแต่คำถามแบบนี้  จนเราไม่ไหวแล้ว"

              ซัมเมอร์น้ำตาซึม  ปัดผมยาวไปด้านหลัง  แม้จะรักหญิงแต่เธอก็เป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง  ความน้อยใจประดังขึ้นมาพร้อมกับความเครียดเรื่องโรคร้าย  เธอไม่รู้จะรับมือกับเรื่องทั้งหมดนี้พร้อมกันได้ยังไง  เธออยากให้จูเลียมาให้คำปลอบใจตอนนี้  เพราะตามดาวไม่พูดอะไรเลย  มีแต่สีหน้าตกใจและเสียใจ

              "เรากลับมาเหมือนเดิมได้ไหม  เรายังชอบตามดาวอยู่นะ  เราคิดถึงเธอ"

              "ไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกแล้ว"

              ตามดาวตอบทั้งๆ ที่มือสั่น  ในใจลังเล  เธอรู้ว่าการกลับไปหาคนรักเก่า  ไม่ใช่ทางเลือกที่ดี  จึงปฏิเสธไป  ทั้งๆ ที่ส่วนลึกในใจอยากจะตอบรับมากขนาดไหนก็ตาม  ตามดาวเองก็ไม่เคยลืมรอยยิ้มทรงเสน่ห์แบบนี้ได้  ท่าทางที่จับตาไปหมด  และความรักที่มีต่อหญิงสาวคนนี้

              "ถึงแม้ว่าเราจะขอร้องเป็นครั้งสุดท้าย"

              "ไม่มีวันนั้นอีกแล้ว"

              นัยตาสวยมีน้ำตาซึม  เธอกุมมือตัวเองแน่นไม่ให้สั่น  หวังว่าซัมเมอร์จะไม่สังเกตเห็น  แต่เธออยู่ในสายตาของแฟนเก่าคนนี้ตลอด

              ซัมเมอร์รู้สึกสูญเสียพลังไปทั้งหมด  จนไม่มีน้ำตาไหลออกมา  พวกเธอกินอาหารไม่ลง  ราคาบัตรบุฟเฟต์ที่อดีตคนรักคนนี้จ่าย  เป็นอันขาดทุน  พวกเธอแยกย้ายกันไป  ส่วนสาวเท่ห์นั่งรถไปลงที่บ้านจูเลีย  เธอรู้ว่าตอนนี้เพื่อนรักกำลังออกแบบชุด  เพื่อฝึกมือรอเวลาปั้นแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตัวเอง

              "สวัสดีค่ะ  พ่อแม่"

              หญิงสาวไหว้บุพการีของเหล็กกล้า

              "หนูขอไปห้องเหล็กกล้านะคะ"

              "หน้าตาดูซีดเซียวเชียว   เป็นอะไรหรือเปล่าซัมเมอร์"

              แม่เหล็กกล้าเป็นคนทัก  เธอรู้ว่าเด็กสาวไม่ได้เป็นแฟนกับลูกชาย  แต่พ่อเธอไม่คิดแบบนั้น  แม่จึงปล่อยให้เด็กสาวขึ้นไปห้องลูกชายตนได้  แม้ว่าผู้เป็นพ่อจะไม่อยากให้พวกเขาอยู่สองต่อสองก็ตาม

              "แหม  มาหาถึงห้องเลยนะหนู  เด็กสมัยนี้เขาไม่ระวังกิริยากันเลยนะ"

              พ่อเหล็กกล้าประชด เขาเป็นคนดุ  ดวงตาเข้มนั้นไม่ค่อยมีใครกล้าจ้องตรงๆ  แต่เขาเป็นพ่อที่รักลูกชาย  และยอมไม่ได้ที่ลูกชายจะเป็นอะไรนอกจากกรอบที่ตนวางไว้  ดังนั้นการออกแบบของจูเลียจึงเป็นเรื่องที่ทุกคนช่วยกันปิดบัง  จนกว่าจูเลียจะปล่อยแบรนด์ตัวนี้ในตลาดได้ในที่สุด

              "หนูมีเรื่องส่วนตัวจะคุยกับเหล็กกล้าอะค่ะ"

              "ไปเถอะจ้ะ  เงียบหายไปนานแล้ว  สงสัยวาดรูปตามเคย"

              เธอพยักหน้าให้แม่จูเลีย  ก่อนเดินขึ้นเข้ามาในห้องของเกย์หล่อ  ห้องของเขาจัดเป็นระเบียบ จูเลียเคยขอพ่อกับแม่ให้ติดวอลเปเปอร์รูปดาว  พื้นหลังเป็นสีเข้มคุมโทนให้ดูแมน  ตามที่พ่ออยากให้เป็น

              "ไอ้จูเลีย"

              ซัมเมอร์เรียก  ก่อนเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง

              "ไม่ถามสักคำว่านอนบนเตียงฉันได้ไหม  เพื่อนสาวค่ะ  ตัวแกสกปรกค่ะ  นี่ฉันต้องเปลี่ยนผ้าปูเตียงอีกแล้ว"

              "แกก็ไม่ถามฉันสักคำ  ว่าเป็นไงบ้าง?"

              "มีอะไรจะพูดก็พูดมา  ฉันกำลังออกแบบชุดนอนไม่ได้นอนอยู่"

              "หูย  ลามก"

              "คนที่อยากนอนกับแฟนเก่า  ไม่ลามกเลยเนอะ"

              จูเลียหันมายิ้มยียวน  เอามือปัดผมทิพย์  แล้วขยับตัวให้ดูเซ็กซี่

              "ฉันจะทำอย่างไรดี?"

              "ถึงจะได้ตามดาวเป็นเมีย?"

              "แฮร่"

              ซัมเมอร์ตบมุก

              "ถึงจะได้เขากลับมาในชีวิต"

              "แกปล่อยตามดาวไปเถอะ  เธอไม่รักแกอะดีแล้ว  จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บอยู่ข้างหลัง"

              "พูดอย่างกับว่า  รักฉันแล้ว  ฉันต้องตายแน่ๆ"

              "แกน่ะไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต"

              "เออ  รู้แหละ"

              ซัมเมอร์เศร้าลงอีกครั้ง  แต่ไม่อยากให้จูเลียเป็นห่วง  เธอกระพริบตาถี่ๆ  เพื่อไล่น้ำตา  โดยที่เพื่อนสนิทไม่ได้สังเกต  แล้วรวบรวมคำพูดก่อนเอ่ยออกมาอีก

              "แต่ถ้าไม่ได้รักในครั้งนี้  ฉันก็ไม่มีโอกาสอีกแล้วนะ  แกจะให้ฉันเฉาตายไม่ได้นะเว้ย  ฉันต้องเป็นมะเร็งตายเท่านั้น"

              พูดเสร็จก็หัวเราะปนสะอื้น

              "แกกลับไปดูแลครอบครัวแกโน้น  ทำให้เขาอยู่ได้เมื่อไม่มีแก  ไม่มีแกแล้วใครจะหาเงินมาจ่ายในบ้าน  ไม่มีแกแล้วใครจะพาแม่ไปหาหมอ  น้องแกก็ปกติที่ไหน  สองคนนั้นแหละที่แกต้องเป็นห่วง"

              "ดีเหมือนกันไม่ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำ  แต่ทำอะไรที่หัวใจเรียกร้องก็พอ"

              "เช่นอะไร"

              "ไม่ต้องอ่านหนังสือสอบไงล่ะ  เอาเถอะ  แต่ยังไงฉันก็ลืมตามดาวไม่ได้  ยิ่งเจอหน้ายิ่งรู้สึกวะ"

              "เออ  โตๆ กันแล้ว  คิดเอาเองแล้วกัน"

              ซัมเมอร์มองเพดาน  ดวงใจเต็มไปด้วยความหวัง  ชีวิตเธอเพิ่งจะเริ่ม  และเธอจะใช้เงินก้อนนั้นเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ได้!  เธอสัญญากับตัวเอง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   ตอนพิเศษบทที่ 5 ประกาศความเป็นเจ้าของ

    ในมุมมองของซัมเมอร์ หลังแต่งงาน ฉันมีเวลาอยู่กับตามดาวน้อยมาก สัปดาห์ละครั้ง เดือนละครั้ง หรือแค่วิดีโอคอล ถึงตามดาวจะพูดไม่มากตอนคอลกัน แต่แค่ได้เห็นหน้าเธอ ฉันก็ดีใจ เราเคยใช้เวลาด้วยกัน แอบไปเดินห้างด้วยกัน แต่แฟนๆ ก็ชอบแอบถ่ายรูปเราสวมแว่นดำ เดินจูงมือกัน อันที่จริง นั่นเป็นแผนของฉันเอง เป็นการประกาศความเป็นเจ้าของ ว่าตามดาวน่ะของซัมเมอร์ คนที่มีข่าวกับเธอมีแค่คนเดียว คือฉัน และอย่าเอารูปตามดาวไปลงกับใคร จำไว้! ประสบการณ์เฉียดตายตลอดหลายปีที่ผ่านมา สอนให้ฉันรักและหวงแหนคนสำคัญ แม้ฉันจะตีตราจองสำเร็จ แต่ฉันก็ยังหวงเธออยู่ดี

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   ตอนพิเศษบทที่ 4 งานแต่งงานที่ลานน้ำพุ

    งานเลี้ยงฉลองวันแต่งงานของเจ้าสาวและเจ้าสาว จัดขึ้นที่ต่างจังหวัด ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกลับ เป็นโรงแรมเพื่อนของเพื่อนซัมเมอร์ ซึ่งถูกเหมาทั้งโรงแรมเป็นเวลาสองคืนเต็ม วินเทอร์และมินนี่นั่งรถตู้ติดฟิล์มดำเข้ามาในงาน ลงจากรถราวกับเจ้าชายในสายตาศศิธร เธอยืนรอเขาอยู่ตรงลานน้ำพุหน้าโรงแรม ก่อนหญิงกลางคนจะหันไปยิ้มให้มินนี่อย่างอ่อนโยน กาลเวลาทำให้แม่สามีและลูกสะใภ้เข้ากันได้เป็นอย่างดี "เหนื่อยไหมลูก?" "ผมต้องถามแม่มากกว่า มาช่วยพี่ซัมเมอร์เตรียมงานตั้งแต่สามวันก่อน เหนื่อยไหมครับ?" "ไม่เหนื่อยจ้ะ แต่งานนี้ไม่มีหลานให้อุ้ม แม่ก็เสียดายนิดหน่อย" หันมามองยิ้มๆ แบบไม่อยากกดดันคู่รักอีกคู่ที่ยังไม่แต่งงานสักที "มินนี่อยากเรียนให้จบปริญญาเอกก่อน เธออยากเป็นอาจารย์และนักวิจัยอย่างที่ฝันครับ" "ที่จริง วินเทอร์ก็เป็นพ่อค้าออนไลน์ร้อยล้านแล้ว เขียนหนังสือก็หลายเล่ม จะขวนขวายไปอีกทำไม ก็ไม่รู้" "หนูฝันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วค่ะ ว่าอยากทำงานวิจัย อยากค้นคว้ายาที

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   ตอนพิเศษบทที่ 3 กลัวจะเสียเธอไป

    ตามดาวเพิ่งเสร็จทัวร์คอนเสิร์ตไปทั่วเอเชียเมื่อคืนนี้ เธอไม่เจอซัมเมอร์มาหลายวันแล้ว ขอบตาดำถูกปกปิดด้วยเครื่องสำอางชั้นดี น้ำหอมกลิ่นลึกลับแผ่ตัวออกมาจากเธอ จนทำให้ซัมเมอร์ยิ่งส่งสายตาหลงใหลมาให้ตามดาว ก่อนหันไปอีกทางเพื่อห้ามตัวเองไว้ แต่ตามดาวไม่คิดแบบนั้น "เหนื่อยมาก เหนื่อยเหมือนร่างจะแตกเป็นเสี่ยงๆ ซัมเมอร์กอดตามดาวหน่อย อยากชาร์ตแบต" แต่ซัมเมอร์นั่งหันหลังให้คนน่ารัก และคุยโทรศัพท์จนไม่ได้ยินถ้อยคำไหน นอกจากในมือถือของตน ตามดาวทิ้งตัวลงบนเตียงโรงแรม ด้วยอารมณ์อันหลากหลาย ผ้าม่านถูกปิดอย่างระมัดระวังแบบนี้เสมอ แม้แฟนๆ จะรู้ว่าพวกเธอคบกัน แต่ก็ไ

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   ตอนพิเศษบทที่ 2 เรื่องของเราในอดีต

    ในมุมมองของซัมเมอร์ ในครั้งแรกที่เราเจอกัน ฉันก็ใจสั่น มือเปียก และอดจดจ้องไปที่เธอไม่ได้ เราเป็นนักศึกษาเฟรชชี่ของมหาวิทยาลัยเอสด้วยกัน ฉันเป็นแกนนำชั้นปี ส่วนเธอเป็นซอกหลืบคณะ ไม่เข้ากิจกรรม เน้นเรียนและเรียนอย่างเดียว เพื่อนฉันเล่าว่า เธอชื่อตามดาว ฟังดูธรรมดาๆ แต่ความหมายโคตรดี แปลว่า ผู้ที่ไล่ตามดวงดาวไป มีดาวเป็นเป้าหมาย และตอนนี้ฉันก็อยากตามดาวดวงนี้ไปยังไงล่ะ การจีบเธอเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะที่ผ่านมาฉันคิดว่าตัวเองชอบผู้ชาย แม้ไม่เคยตกหลุมรักใคร จึงคิดตามประสาคนซื่อว่า ผู้หญิงต้องคู่กับผู้ชายเท่านั้น&n

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   ตอนพิเศษบทที่ 1 หาเงินด้วยมือถือเครื่องเดียว

    "จะเอายังไงเรื่องหาเงิน" เข้าเรื่องโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ทำให้น้องชายเงยหน้าจากมือถือได้ "ไม่เอาไง ไม่มีทางอยู่แล้ว ใครจะจ้างเด็กแบบผม แล้วถ้าให้ทำงานพิเศษกระจอกๆ ผมไม่เอาด้วยหรอก พี่จะพูดอะไรก็เรื่องของพี่" "ถ้าพี่แนะนำวิธีง่ายๆ แถมเข้ากับไลฟ์สไตล์แกด้วย เอาป่ะ?" "..." เริ่มเงยหน้าด้วยความสนใจนิดหนึ่ง กดหยุดเกมเอาไว้ "มีมือถือเครื่องเดียว ก็ทำได้แล้ว" "ผมไม่รู้จะขายอะไร ถ้าพี่จะเสนอว่าต้องหาลูกค้าจากรูปภาพหรือคลิป" "ไม่รู้จริงๆ เหรอ" "ครับ" "วันนั้นที่ฉันด่าแก ว่าอยากเป็นแม่บ้านเหรอ ฉันมาคิดดูแล้ว แกอาจเป็นเชฟที่ยอดเยี่ยมเลยก็ได้นะ" "อาฮะ" "พี่จะแนะนำแกเอง แม่จะช่วยแกด้วย เราคุยกันแล้ว" "แกรู้ไหมวินเทอร์ ว่าขายของออนไลน์ไม่ต้องมีทุนก็เริ่มได้?" "อะไรเนี่ย พี่จะขายตรงกับผมเหรอ"

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 36 บทสัมภาษณ์แห่งความสุข(ตอนจบ)

    ซัมเมอร์ตื่นเต้นที่วันนี้มหาวิทยาลัยชั้นนำเชิญเธอมาบรรยาย จากความสำเร็จของเธอในฐานะอินฟลูเอ็นเซอร์เบอร์ต้นๆ ของประเทศ "ไม่มีใครไม่รู้จักช่องฤดูร้อนซ่อนรักนะครับ และวันนี้ผมต้องบอกว่า ตื่นเต้นมากที่ได้คุยกับเธอ ขอเชิญพับกบ เอ้ย พบกับ คุณซัมเมอร์ หรือคุณนารา ตั้งจิตดีนะครับ" เสียงปรบมือดังอย่างกระตือรือร้นจากฝั่งนักศึกษา ทำให้ซัมเมอร์ที่เกร็งในตอนแรก สามารถระบายยิ้มออกมาได้ "เรามาถามกันสักหน่อย ว่าตอนนี้ช่องเป็นยังไงบ้าง ทำแนวไหน อัปเดตให้เราฟังหน่อยนะครับ" 

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 35 ความลับของจูเลีย

    ในมุมมองของจูเลีย เรื่องมันเริ่มจากข่าวดีที่ว่า ยัยเพื่อนตัวแสบแค่หมดสติไป แล้วก็ฟื้นมาในโรงพยาบาล แถมยังบริจาคเงิ

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 34 ร้านลับตลาดยายไผ่

    "ขอจับมือได้ไหม?" ซัมเมอร์หันไปถามคนน่ารัก อีกฝ่ายไม่ตอบแต่พยักหน้าเขินอาย ในใจผู้บริหารสาวรู้สึกแต่ว่าแฟนสาวน่ารัก ไม่ว่าจะทำอะไร หรือแสดงอาการอะไร เธอก็ดูจะชอบไปหมด จากนั้นเมื่อพร้อมแล้ว ซัมเมอร์ส่งสัญญาณให้ตากล้อง "สวัสดีค่ะ ซัมเมอร

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 33 วินเทอร์จะไม่ทน

    วินเทอร์เอาเชือกผูกบันได แล้วยืนขึ้นบนเก้าอี้ เอาเชือกอีกด้านพันคอ แล้วใช้เท้าผลักเก้าอี้ ร่างของวินเทอร์ห้อยโหนลง

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 32 ยังไม่พร้อมในตอนนี้

    มินนี่ลนลานทำอะไรไม่ถูก เดินไปเดินมาอยู่ในห้องนอนตัวเอง ก่อนโทรหาวินเทอร์ "เบบ มาหามินนี่หน่อย" 

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status