LOGIN
"ขอโทษนะคะ มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะ"
ซัมเมอร์เงยหน้ามองเสียงขึ้นจมูกอย่างคุ้นหู ใบหน้าเรียวเล็กนั้นออกจะน่ารักเกินกว่าจะเรียกว่าสวย อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง เธอก็ไม่เคยเบื่อเลย
"ซัมเมอร์!"
"ตามดาว!"
ซัมเมอร์แอบมูอยู่ในใจขอให้คนตรงหน้าไม่ยิ้ม แต่ราวกับสิ่งศักสิทธิ์จะรู้งานกามเทพของตนเอง ท่านทำให้เธอยิ้ม ยิ้มให้กับคนรักเก่าของเธอ
รักที่ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยลืม ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยที่ยอมให้คนอื่นง่ายๆ ผิวพรรณขาวผุดผาด เสียงหัวเราะเล็กๆที่แสนน่ารัก หรือใบหน้าที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ทุกที เธอไม่เคยรู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลข้อไหน หรือเพราะทุกข้อรวมกัน ทำให้ใจซัมเมอร์ดังกึกก้องอยู่อย่างนี้
"บังเอิญจัง"
ซัมเมอร์เป็นฝ่ายเอ่ยก่อน เพราะรู้ว่าต้องง้างปาก ตามดาวถึงจะยอมพูด
"..."
"ไม่เจอกันตั้งนาน ยังร่าเริงได้อีกเนอะ"
แทนจะพูดจาดีๆ เธอกลับประชด ในขณะที่ใจจริงแล้วไม่อยากทำอย่างนั้น ส่วนตัว ซัมเมอร์ได้แต่สงสัยว่าตัวเองจะแซะอะไรกันหนักหนา ในเมื่อเธอสองคนก็เลิกกันนานแล้ว
"เอ่อ..."
ตามดาวหน้าแดง มุมปากตกลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเริ่มบิดตัว อย่างไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรตอบโต้ หากถามใจตัวเองตอนนี้ ตามดาวก็รู้สึกไม่ต่างอะไรกับซัมเมอร์ที่คิดถึงคืนวันเก่าๆ และอยากให้มันกลับไปเหมือนจุดเริ่มต้น
"ถ้าตามดาวพูดมากกว่านี้ เราอาจกำลังได้กลายมาเป็นเพื่อนกันได้"
ซัมเมอร์อยากกัดปากตัวเอง แต่เธอไม่อาจหยุดพ่นคำร้ายๆใส่แฟนเก่าได้
ผัวะ!
เสียงตบหัวดังก้องโฮมรัน
เหล็กกล้า หรือชื่อในวงการคือจูเลีย เกย์หนุ่มหน้าหล่อตบหัวเพื่อนสาวที่กำลังเอาเรื่องแฟนเก่า ตอนแรกเขากะจะตบเบาๆ แต่เมื่อเห็นอาการตามดาวแล้ว ก็อดสงสารสาวอินโทรเวิร์ต คนนี้ไม่ได้
"เป็นนายนิรยบาลหรือไง ต้องมาลงทัณฑ์กันหลังเลิกคบกันแล้ว"
จูเลียด่า ไม่สนสายตาลูกค้าที่หันมามองซัมเมอร์ด้วยความหลงใหล
ในร้านสะดวกซื้อ ที่มีหลายพันสาขาทั่วประเทศ หรือที่ใครๆก็เรียกติดปากว่า 'โฮมรัน' ซัมเมอร์กำลังขมักเขม้นกับการคิดเงินให้ลูกค้า คิวยาวเหยียดตลอดบ่ายวันนี้ทำให้เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะดื่มน้ำ ในปากแห้งผาดราวกับกระดาษทราย เธอกลืนน้ำลายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ไม่อาจทำให้ชุ่มคอได้
เด็กสาวที่อ่อนกว่าเธอหลายปี หันมาซุบซิบกัน ซัมเมอร์พอจะรู้ตัวบ้าง ว่าเธอหน้าตาดี โครงหน้ามนนั้นส่งให้เธอดูสง่างามราวกับผู้สูงศักดิ์ ท่วงท่าที่มีสติรู้สึกตัวนั้นทำให้ดูน่าเกรงใจ เกินกว่าจะเป็นแค่พนักงานร้านสะดวกซื้อธรรมดาๆ
"คิดเงินไหมคะ"
ซัมเมอร์ทวงถามเมื่อลูกค้าคนหนึ่งทึ่งกับหน้าตาเธอ มุมปากกระตุกขึ้นอย่างรู้งาน แค่ยิ้มบางๆ ก็ทำให้จิตใจอีกฝ่ายหวั่นไหว และอยากกลับมาที่นี่เป็นครั้งที่สอง ลูกค้าเป็นลูกค้าหน้าดุ แต่เสี้ยวหนึ่งมองแล้วต้องตา ซัมเมอร์จึงเผลอยิ้มให้ แต่เมื่อเห็นตามดาวมองกลับมา เธอก็หุบยิ้มลง
"อ่อ ค่ะ"
ราวกับเสียงนุ่มนั้นจะเรียกสติกลับมาได้ หญิงสาวคนนั้นยื่นของให้เธอสแกน ตามดาวหลบลูกค้า ที่หอบของมาเต็ม แต่ไปชนกับอีกคนจนของตกกระจาย ทุกคนหันมามองตามดาวเป็นตาเดียว
"เราไม่ได้รับพนักงานนะคะ"
ซัมเมอร์เอ่ย ด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ค่ะ"
ตามดาวก้มหน้าหงุด ตาแดงๆ เพราะแอบหวังว่าเธอจะดีด้วยมากกว่านี้
"เดี๋ยวพี่ผู้จัดการมา ค่อยถามนะตามดาว"
จูเลียพูดด้วยความสงสาร อย่างน้อยก็ในฐานะคนเคยรู้จัก
"ขอบคุณนะ เหล็กกล้า"
"ว้าย อกจะแตก เรียกจูเลียนะคะ เรียกเหล็กกล้าตอนอยู่กับพ่อก็พอค่ะ"
ตามดาวหัวเราะเบาๆ
ไม่ว่าจะทำอิริยาบทไหน เธอก็คว้าใจซัมเมอร์ไปหมด เธอเผลอทำที่สแกนหลุดมือ สายตาเหม่อมองไปทางอดีตคนรัก จูเลียส่ายหน้า รู้ว่านี่คือคนรักเก่าที่ยังลืมไม่ลงของเพื่อนซี้
เพียงไม่นาน ผู้จัดการร้านก็เดินออกมา เธอชื่อออม เป็นสาววัยสามสิบปลายๆ ย้อมผมสีเทา ใบหน้ากลม หุ่นอวบ เดินมาพร้อมกับรอยยิ้มน้อยๆ ด้วยความอารมณ์ดี
"มาแล้วเหรอคะ"
ทุกคนถอนหายใจที่ตามดาวไม่ได้มาผิดที่ จากนั้นผู้จัดการร้าน ร่ายตั้งแต่ต้นจนจบให้ร่างบางฟัง แต่เธอไม่อาจมีสมาธิได้เลย สายตาของเธอตกเป็นของซัมเมอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น จนทุกคนสังเกตเห็นว่าสองคนนี้ไม่เป็นตัวของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
"ให้ซัมเมอร์สอนแล้วกัน เดี๋ยวพี่ไปคิดเงินก่อน ลูกค้าแถวยาวแล้ว"
ออมหันมาขยิบตาให้ซัมเมอร์
เมื่ออยู่ตามลำพัง ซัมเมอร์อยากถามไถ่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น กินอะไรมาหรือยัง ทำไมถึงมาทำงานที่นี่ พักแถวไหน มีแฟนใหม่หรือยัง แล้วเราพอจะรีเทิร์นกันได้ไหม แต่คำพูดทุกประโยคก็ถูกกลืนลงคอไปหมดหลังดื่มน้ำ ตามดาวยิ้มแหย่ๆ กลับมา
"คงไม่ได้จงใจมาสมัครงานที่นี่ เพราะอยากเจอเราใช่ไหม?"
ซัมเมอร์เอ่ยเสียงเข้ม เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมปากกับใจมันไม่ไปทางเดียวกันบ้าง
"เรามีค่าใช้จ่ายเยอะ ถ้าซัมเมอร์ไม่ว่าอะไร ช่วยสอนงานเราด้วย"
เจ้าของผิวขาวนั้นถูกแต้มด้วยสีแดงจัด ราวกับกลีบดอกไม้แรกแย้ม จนซัมเมอร์จดจ้องอย่างไม่วางตา
"เราเลิกกันนานแล้วนะ"
ตามดาวเอ่ยอีกคำ ซัมเมอร์รู้สึกเจ็บแปลบ แต่ฝืนทำหน้านิ่งเหมือนไม่ได้คิดอะไร เธอรู้สึกเหมือนตามดาวเป็นของขวัญที่มีค่า แต่ขณะเดียวกันก็เหมือนหนามแหลมขนาดเล็กที่ถ้าไม่เอาออกจากตัว ก็คงอยู่ไม่สุขไปตลอด ซัมเมอร์เองก็บอกไม่ได้ ว่าสำหรับเธอแล้ว ตามดาวสำคัญขนาดไหน แต่ที่แน่ๆ เธอไม่เคยลืมแฟนเก่าคนนี้เลย
"ใกล้แล้วนะสาวๆ"
จูเลียร้อง
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ตลอดทั้งบ่ายนั้นลูกค้าทยอยหายไป จนพวกเขาเหลือกันแค่สี่คน จูเลียเดินไปเปิดวิทยุออนไลน์แทนความเงียบ จากนั้นเสิร์จการประกาศฉลากกินแบ่งรัฐบาล ทุกคนรู้หน้าที่ตนเอง หยิบล็อตเตอรี่ออกมาลุ้นจนตัวโก่ง
สังคมที่นี่ เป็นสังคมชอบเสี่ยงโชค พวกเขาจะรวมตัวกันทุกๆ ครึ่งเดือน เพื่อเรื่องนี้ บรรยากาศดูจะจริงจังกว่าการทำงานทั่วไป จนผู้จัดการร้านอยากเตือนสติเด็กในร้าน กระนั้นเท่าที่ซัมเมอร์เคยได้ยิน คนวัยทำงานสวนใหญ่จะหวังรวยทางลัด เพราะเบื่องานที่ทำ ถ้าไม่มีลอตเตอรี่ ก็ไม่มีทางไหนจะพลิกชีวิตได้เร็วเท่านี้
"ใช่สิ วันนี้หวยออกอีกแล้ว ลุ้นกันใหญ่เลยนะ จูเลียถูกแล้วต้องแก้บนนะ คุ้มใช่ไหม และซัมเมอร์ล่ะ ยังเล่นอีกเหรอ ใช่สินะ แต่พี่คิดว่าถึงน้องๆ จะถูกหวย ก็ไม่ทำให้ชีวิตพลิกไปจากเดิมได้หรอกนะ"
พี่ออมเอ่ยตามประสาผู้ใหญ่คนหนึ่ง
"โห พี่ออม ถ้าถูกรางวัลที่หนึ่ง เราจะได้มีเงินเอาไปตั้งตัวเลยนะ ชีวิตจะไม่เปลี่ยนได้ไง"
ซัมเมอร์ประท้วง ในมือกำกระดาษที่จดหวยเอาไว้
"รู้ไหม ประมาณสามถึงห้าปีหลังได้รับเงินรางวัล คนถูกลอตเตอรี่มักจะล้มละลาย เสียเงินได้มากกว่าคนปกติที่ไม่ถูกลอตเตอรี่ซะอีก
เช่น กรณีของ แจ็ค วิทเทเกอร์(Jack Whittaker) ที่ได้รับเงินรางวัลกว่าร้อยล้านดอลลาร์ ไม่นานเขาก็ถูกขโมยเงิน ถูกฟ้องร้อง และใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย จนหมดตัวภายในสี่ปี หลังถูกรางวัล
แล้วนี่ไม่ใช่คนเดียวที่หมดตัวจากการถูกลอตเตอรี่ ถ้าน้องๆ อ่านข่าว จะพบว่าบางคนกลับไปจนกว่าเดิมด้วยซ้ำ นี่แหละน้า ที่เรียกว่าใช้เงินไม่เป็น"
ซัมเมอร์คิดตาม ก่อนสนทนากับผู้จัดการร้าน
"ถ้าอย่างนั้น ซัมเมอร์ขอถามกลับ ว่าแบบไหนที่เรียกว่าใช้เงินเป็นคะ?"
"มันก็คือการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมสี่แบบนี้ คือ
ข้อแรกการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย มือเติบ ซื้อสินทรัพย์ราคาแพง เช่น บ้าน รถ หรือสิ่งของฟุ่มเฟือยอื่นๆ จัดปาร์ตี้ ถึงขนาดมั่วยาเสพติดก็มี เรื่องพวกนี้ทำให้เงินหมดอย่างรวดเร็ว"
"ซัมเมอร์ว่า ถ้าตัวเองได้เงินมา ก็ไม่อยากได้ของพวกนั้นหรอกค่ะ เท่าที่มีทุกวันนี้ก็พอใจแล้ว แต่อยากเอาเงินไปต่อยอดทำช่องไอทูปมากกว่า
ว่าแต่ว่า มีอีกไหมคะ?"
พี่ออมพยักหน้านิดหนึ่ง ก่อนเอ่ยต่อ
"สอง คือการลงทุนที่ผิดพลาด โดยไม่มีความรู้เรื่องการลงทุนจริงๆ แถมบางคนยังเอาเงินไปเล่นการพนัน หรือการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง แต่กลับสูญเงินไปจนหมด"
"ก็มีเหตุผลนะคะ คนรวยเพราะลาภลอยที่ไหน ก็ติดใจการลงทุนแบบติดจรวดแบบนี้ทั้งนั้น ซัมเมอร์ว่า ของแบบนี้ท่าจะห้ามยากค่ะ
แต่จะให้ฝากเงินกินดอกในธนาคาร ก็ไม่พ้นเจออัตราเงินเฟ้ออยู่ดี ที่ร้ายกว่านั้น ต่อให้ลงทุนก็อาจขาดทุน จนต้นทุนหาย กำไรหดน่ะสิคะ"
"เพราะฉะนั้น ถ้าอยากรวย วิธีที่ดีที่สุดคือหาความรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการเงินไว้ด้วย จะได้ไม่เหมือนเอารถสปอร์ตให้เด็กประถมขับ หมายความว่ารถแรงเกินกว่าที่เด็กจะรับมือได้ ยังไงล่ะ
ข้อสาม ถัดไปเลยนะ ถูกหลอก ถูกขโมย หรือถูกฆ่า เพราะเคยประกาศว่ามีเงินเยอะๆ"
"คนสมัยนี้น่ากลัวจริงๆ ใช่ไหมจูเลีย แกจ้องจะฆ่าแล้วชิงเงินฉันใช่ไหม?"
"เออ ฉันมันนางมารร้าย"
"ฮะๆ สองคนนี้ก็พูดไปเรื่อย"
พี่ออมหัวเราะ ก่อนเอ่ยข้อสุดท้าย
"สี่ การถูกขอ ถูกกดดันจากสังคม ว่าได้แล้วต้องให้ยืมแบบไม่คิดจะคืน ถ้าแพ้ทางคนง่าย เป็นคนใจอ่อน สุดท้ายนี่ก็เป็นวิธีที่เงินจะไหลออกจากกระเป๋า"
"ซัมเมอร์ว่า คนถูกลอตเตอรี่ส่วนใหญ่ ก็ตั้งใจทำบุญก้อนใหญ่อยู่แล้ว เพราะความเชื่อที่ว่า เราถูกลอตเตอรี่เพราะเคยทำบุญมา ถ้าจะทำบุญต่อบุญ ก็คงไม่แปลกอะไร"
"แต่การแจกหรือทำบุญอย่างไม่ประมาณตน ก็ทำเอาหมดตัวได้นะจ๊ะ เอาล่ะ ถ้าไม่ทำสี่ข้อนี้ โอกาสที่จะอยู่สบายไปจนแก่เฒ่าก็มีละนะ"
พวกเขาฟังผู้จัดการร้านร่ายยาวด้วยความหวังดี แต่ราวกับไม่ได้ยิน แรงกระตุ้นที่จะได้เงินก้อนใหญ่มาใช้ก็ยังไม่หมดไป ทุกคนหายใจเร็วขึ้นและถอนหายใจบ่อยครั้ง
"จูเลียว่า งวดนี้เต็งๆ เลยนะคะ จูเลียขอมาจากเจ้าแม่ทองอุไรที่ริมสวนสาธารณะ เลขสามสามห้า"
จูเลียเอ่ยเลขในมือพึมพำอย่างคนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
"บนก็ได้ ล่างก็ได้ เจ้าพระคู๊ณ"
ซัมเมอร์เองจำเป็นต้องใช้เงิน ลำพังเงินประกันที่ได้จากพ่อผู้ล่วงลับ ไม่อาจทำให้ครอบครัวเธอใช้ชีวิตต่อไปได้อย่างสุขสบาย แม้จะรวมกับค่าแรงที่ได้จากโฮมรันและเงินกู้ด้วยก็ตามที เธอพยายามทุกๆ ทางแล้ว การถูกลอตเตอรี่จะช่วยต่อลมหายใจให้ครอบครัวและพลิกชีวิตหญิงสาวได้ ซัมเมอร์กำมือแน่นอย่างกังวล
หญิงสาวหยิบเศษกระดาษที่จดไว้เองในมือ ทุกคนคิดว่าเธอซื้อแค่หวยเท่านั้น หวยนั้นซื้อเพียงสองตัวและจะถูกในกรณีที่ออกรางวัลเลขท้ายสองตัว ส่วนออกสามตัวจะถูกในกรณีของรางวัลสามตัวหลังของที่รางวัลหนึ่ง สองแบบนี้ถึงจะได้เงินรางวัล แม้โอกาสหวยจะถูกมากกว่าลอตเตอรี่ แต่ก็ได้เงินตอบแทนน้อยกว่าเช่นกัน ซึ่งเงินรางวัลจะต่างไปในแต่ละเจ้ามือ
และตอนนี้ ใกล้เวลาแล้ว...
แต่ละคนพึมพำตัวเลขในมือตัวเอง...
กองฉลากประกาศเลขออก เสียงแทรกซึมเข้าสู่ใจทุกคน ลุ้นราวกับว่าวันนี้จะเปลี่ยนชะตาพวกเขาไปตลอดกาล
"ศูนย์-หนึ่ง-ศูนย์-หนึ่ง-สี่-เก้า"
"กรี๊ด ซัมเมอร์ถูกหวย"
ซัมเมอร์แทบจะสิ้นสติ ดีที่ยามนี้ ร้านโฮมรันไม่มีลูกค้า
จูเลียแบนปาก
ตามดาวหันมามองอย่างสนใจ นานแล้วที่เธอไม่ได้ยินคนแบบซัมเมอร์กรี๊ด
"ได้กี่บาทห๊ะ"
"อันนี้หวยอะ ได้แสนหนึ่ง"
"เลี้ยงข้าวฉันด้วย"
จูเลียเอ่ย
"ไม่อ่ะ"
แวบนั้น ซัมเมอร์แอบมองตามดาว เธอเห็นปากเล็กๆนั้น ยิ้มบาง ตอนนี้ถ้าแลกได้ เธออยากให้รอยยิ้มนั้นเป็นของเธอมากกว่าเงินที่ถูกหวยเสียอีก
"เดี๋ยวนะ แป๊บนะ"
จูเลียหันมามองซัมเมอร์อย่างพิจารณา ไม่ใช่เรื่องที่เธอไม่คิดจะเลี้ยงข้าวเขา แต่เป็นใบหน้านั้นซีดเซียวกว่าปกติ หญิงสาวโอนเอนเหมือนจะล้ม แล้วใช้มือจับเคาน์เตอร์ด้วยแรงทั้งหมดที่มี ไม่ให้ล้มลงไปกับพื้น แต่การกระทำนั้นไม่รอดจากสายตาจูเลียไปได้
"ไหนขอจับหน้าผากหน่อย"
"หูย แฟนกันยังไม่ห่วงกันขนาดนี้เลย"
ซัมเมอร์แกล้งหัวเราะปกปิดอะไรบางอย่าง แต่จูเลียไวกว่านั้น เขาพบว่ายัยเพื่อนตัวแสบตัวร้อนจี๋ ดูอ่อนเพลียและซีดเซียว ที่แขนมีจ้ำๆ ขึ้น
"ซัมเมอร์!"
เธอล้มลงกันพื้นทันทีที่จูเลียพูดจบ!
อีกวันหนึ่ง ซัมเมอร์นั่งหน้าโน๊ตบุ๊คตัวเก่ง ห้องนอนของเธอจัดเป็นระเบียบ มีผ้าห่มลายดาว หมอนรูปดวงจันทร์ หากปิดไฟตอนนี้จะเห็นดาวที่สะท้อนแสงอยู่บนเพดาน มีกรอบรูปเล็กๆ ริมโต๊ะข้างเตียง เป็นภาพครอบครัวยิ้มแย้ม บนโต๊ะทำงานที่เธอนั่งอยู่ตอนนี้กำลังเปิดคอมอยู่ เธอเข้าสู่ระบบไปยังเว็บบอร์ดที่คนไทยนิยมมากที่สุด เธอตั้งกระทู้ว่า ถ้ารู้ตัวว่ากำลังจะตาย จะทำอะไรก่อนตาย โดยมีเวลาเหลือเพียงสามเดือนเท่านั้น แม้จะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เธอก็ส่งคำถามที่ใกล้เคียงกับตัวเองออกไป เวลานั้นเป็นเวลาหกโมงเย็น คนส่วนใหญ่เลิกงานแล้ว คำตอบมากมายพรั่งพรูกันเข้ามา : ขอทำบุญก่อนตายค่ะ : ขอทำตามความฝัน : จะตายจริงดิ? หรือแค่คอนเทนต์เรียกแขก : อยากทำอะไรก็ทำ ทำไมต้องถามคนอื่น ถามตัวเองสิ : หาสามีก่อนตายค่ะ : ตอนนี้จะทำอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเธออยากทำอะไรต่างหาก ถ้าหาคำตอบไม
หลังจากคุยกับจูเลียเสร็จ ซัมเมอร์พาร่างอ่อนแรงของตัวเองกลับมาบ้านของเธอ พ่อทิ้งทาวน์โฮมหลังเล็กริมชานเมืองไว้ให้ครอบครัว ทำให้พวกเธอไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อหาค่าเช่าให้พอแต่ละเดือน และบ้านหลังนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีคนดูแลส่วนกลางสม่ำเสมอ ดังนั้นครอบครัว 'ตั้งจิตดี' จึงอยู่ได้ไม่ลำบากนัก ซัมเมอร์มีน้องชายและแม่อีกคน แต่สองแม่ลูกจะเข้ากันได้ดีกว่า เธอจึงเหงาไปบ้าง แต่จูเลียก็ทำให้เธอไม่เป็นไรมากนัก วินเทอร์เกิดคนละฤดูกับพี่สาว ส่วนหน้าตาสองพี่น้องจัดว่าสวยหล่อไปคนละแบบ น้องชายหล่อได้แม่ ส่วนซัมเมอร์สวยได้พ่อ แต่ที่น้องชายกินไม่ขาด คือท่าทางราวกับชนชั้นสูงของซัมเมอร์ ไม่ว่าเธอจะมีอิริยาบทไหน ก็ดูน่าจดจำไปหมด และนั่นทำให้หญิงสาวรวมทั้งชายหนุ่มหลายคน ลืมเธอไม่ได้ ซัมเมอร์กำลังจะเดินเข้าบ้าน เธอเพิ่งเรียนเสร็จ ในหัวอื้ออึงไปด้วยบทเรียนอันหนักสมอง แต่เสียงพูดคุยจริงจังดังมาจากห้องนั่งเล่น ทำให้ซัมเมอร์ได้ยินโดยไม่ต้องแอบฟัง เธอหยุดอยู่กับที่ ถอดรองเท้าแล้วยกขึ้นบนชั้นวางอย่างไม่เร่งรีบ พร้อมๆ กับได้ยิ
"นี่ถ้าฉันไม่ออกสาว คนคงเข้าใจว่าฉันพาเมียมาฝากท้อง และเมียฉันก็แพ้ท้องหนักซะด้วย" "พูดอะไรให้เกียรติฉันบ้าง ฉันเพิ่งยี่สิบ" "แค่อยากให้ยิ้มเฉยๆ" จูเลียยิ้มมุมปากอย่างหล่อเหลา แต่ไม่อาจทำให้ซัมเมอร์ใจกระตุกได้เท่าที่ตามดาวทำ กระบวนการตรวจของโรงพยาบาลรัฐ ทำให้เวลาของสองเพื่อนต่างเพศหายไปค่อนวัน บัดนี้ทั้งสองคนมานั่งหน้าหมอชายวัยห้าสิบ ผมขาว ทำหน้าลำบากใจหลังแว่นตา "ผมอยากให้คุณนาราทราบว่า นี่เป็นผลการตรวจเบื้องต้น ถ้าคุณนาราไม่สบายใจ อยากได้ความเห็นของแพทย์คนที่สอง หรือเปลี่ยนโรงพยาบาล ผมก็เข้าใจนะครับ" "ดิฉันอยากทราบว่า ผลตรวจร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมอมาจากที่ไกลๆ สติเธอรางเรือนเพราะผ่านสมรภูมิคนไข้มาตลอดทั้งวัน หมอไม่ตอบในทันที แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่ จนหัวใจพวกเขาหล่นไปที่ตาตุ่ม "ครับ คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน หรือ Acute Leukemia ครับ" "ลูคีเมีย?" ซัมเมอร์พึมพำ
"ขอโทษนะคะ มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะ" ซัมเมอร์เงยหน้ามองเสียงขึ้นจมูกอย่างคุ้นหู ใบหน้าเรียวเล็กนั้นออกจะน่ารักเกินกว่าจะเรียกว่าสวย อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง เธอก็ไม่เคยเบื่อเลย "ซัมเมอร์!" "ตามดาว!" ซัมเมอร์แอบมูอยู่ในใจขอให้คนตรงหน้าไม่ยิ้ม แต่ราวกับสิ่งศักสิทธิ์จะรู้งานกามเทพของตนเอง ท่านทำให้เธอยิ้ม ยิ้มให้กับคนรักเก่าของเธอ รักที่ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยลืม ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยที่ยอมให้คนอื่นง่ายๆ ผิวพรรณขาวผุดผาด เสียงหัวเราะเล็กๆที่แสนน่ารัก หรือใบหน้าที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ทุกที เธอไม่เคยรู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลข้อไหน หรือเพราะทุกข้อรวมกัน ทำให้ใจซัมเมอร์ดังกึกก้องอยู่อย่างนี้ "บังเอิญจัง" ซัมเมอร์เป็นฝ่ายเอ่ยก่อน เพราะรู้ว่าต้องง้างปาก ตามดาวถึงจะยอมพูด "..." "ไม่เจอกันตั้งนาน ยังร่าเริงได้อีกเนอะ" แทนจะพูดจาดีๆ เธอกลับประชด ในขณะที่ใจจริงแล้วไม่อยากทำอย่างนั้น ส่วนตัว ซัมเมอร์ได้แต่สงส







