Home / LGBTQ+ / ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy / บทที่ 3 ตัดสินใจไม่บอก

Share

บทที่ 3 ตัดสินใจไม่บอก

Author: Me.Daisy
last update Last Updated: 2026-01-23 07:13:41

              หลังจากคุยกับจูเลียเสร็จ  ซัมเมอร์พาร่างอ่อนแรงของตัวเองกลับมาบ้านของเธอ  พ่อทิ้งทาวน์โฮมหลังเล็กริมชานเมืองไว้ให้ครอบครัว  ทำให้พวกเธอไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อหาค่าเช่าให้พอแต่ละเดือน  และบ้านหลังนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดี  มีคนดูแลส่วนกลางสม่ำเสมอ  ดังนั้นครอบครัว 'ตั้งจิตดี'  จึงอยู่ได้ไม่ลำบากนัก

              ซัมเมอร์มีน้องชายและแม่อีกคน  แต่สองแม่ลูกจะเข้ากันได้ดีกว่า  เธอจึงเหงาไปบ้าง  แต่จูเลียก็ทำให้เธอไม่เป็นไรมากนัก 

              วินเทอร์เกิดคนละฤดูกับพี่สาว  ส่วนหน้าตาสองพี่น้องจัดว่าสวยหล่อไปคนละแบบ  น้องชายหล่อได้แม่  ส่วนซัมเมอร์สวยได้พ่อ  แต่ที่น้องชายกินไม่ขาด  คือท่าทางราวกับชนชั้นสูงของซัมเมอร์  ไม่ว่าเธอจะมีอิริยาบทไหน  ก็ดูน่าจดจำไปหมด  และนั่นทำให้หญิงสาวรวมทั้งชายหนุ่มหลายคน  ลืมเธอไม่ได้

              ซัมเมอร์กำลังจะเดินเข้าบ้าน  เธอเพิ่งเรียนเสร็จ  ในหัวอื้ออึงไปด้วยบทเรียนอันหนักสมอง  แต่เสียงพูดคุยจริงจังดังมาจากห้องนั่งเล่น  ทำให้ซัมเมอร์ได้ยินโดยไม่ต้องแอบฟัง  เธอหยุดอยู่กับที่  ถอดรองเท้าแล้วยกขึ้นบนชั้นวางอย่างไม่เร่งรีบ  พร้อมๆ กับได้ยินเสียงแม่ลูกคุยกันไปด้วย

              "ทำไมแม่ไม่ถามผมก่อน  ตัดสินใจเองได้ยังไง?"

              เสียงน้องชายดังขึ้น  กลบเสียงรถที่ผ่านหน้าบ้านไป

              "ปีหน้าลูกจะเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนะ"

              "ครับแม่  ผมอ่านหนังสือสอบอยู่  แล้วพี่เขาก็ตั้งใจเรียนไม่ต่างจากผม"

              "แม่เป็นห่วงเรื่องเดียว"

              "ครับ?"

              "เราไม่มีเงินพอจะส่งลูกเรียนพร้อมกันทั้งสองคน"

              "อย่างนี้ก็แย่สิครับ"

              "วินเทอร์ไม่ต้องห่วง  แม่จะทำทุกทางให้ลูกได้เรียนต่อ"

              ศศิธรหรือแม่เงียบไปครู่ใหญ่  บทสนทนานั้นทำให้ซัมเมอร์เงี่ยหูฟังต่อไป 

              สายลมเย็นพัดมาต้องตัวเธอ  หญิงสาวเงยหน้าฟ้ากว้าง  เมฆดำลอยเต็มฟากฟ้า  แสงสีทองยามเย็นหายไป  เพราะฝนกำลังจะตก  เช่นเดียวกับใจเธอที่ขมุกขมัว

              "เอาอย่างงี้  ลูกกู้เงินมาเรียนดีไหม  เดี๋ยวนี้เขามีเงินกู้ให้เรียนกัน"

              "ไม่เอานะครับแม่  ถ้าผมกู้เรียนอะ  อายเขาตายเลย  แม่ก็รู้ว่าผมหน้าบาง  ใครจะเหมือนพี่ซัมเมอร์  รายนั้นน่ะขอให้ได้เงิน  จะทำอย่างไรก็ไม่สนวิธี"

              ศศิธรอดนึกถึงวันที่สามีตายไม่ได้  วินเทอร์ร้องไห้อยู่กับเธอ  ให้กำลังใจเธอ  ในขณะที่ซัมเมอร์ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว  คอยรับแขกที่มางานศพ  คอยแก้ปัญหา  มันทำให้เธอนึกถึงสามี  ที่เขาดีทุกอย่าง  แต่เธอกลับรู้สึกว่าเขาเหินห่างเกินไป

              ลูกชายคนสุดท้องโอดครวญ  ไม่ยอมรับเงื่อนไขที่แม่เสนอ

              ซัมเมอร์อยากตั้นหน้าน้องชายตัวแสบสักที  เขาไม่เคยรู้เลยว่าพี่สาวคนนี้เหนื่อยขนาดไหน  และต้องเจอกับอะไรบ้าง

              "หรือว่า"

              ศศิธรเหมือนจะนึกอะไรได้

              "ให้ซัมเมอร์ดรอปเรียนไปก่อน  หรือไม่ก็ลาออกไปเรียนมหาวิทยาลัยเปิดดีไหม"

              "อย่างที่บอก  ผมว่าไม่ดีนะครับ  ถ้าเพื่อดูแลผม  พี่เขาต้องเลิกเรียนไปอย่างนี้  น่าสงสารแย่"

              ความรู้สึกผิดก่อตัวในใจวินเทอร์  แต่พี่สาวเขากลับโกรธแม่จนมือไม้เกร็ง  หัวใจเต้นแรง  ดวงตาหรี่ลงพร้อมจะเอาเรื่อง

              ซัมเมอร์รู้ว่าแม่รักน้องชายมากกว่า  แต่ไม่คิดว่าถึงขนาดจะไม่สนใจอนาคตของเธอ  หญิงสาวกำฉลากกินแบ่งรัฐบาลเก้าใบแน่นด้วยมือที่สั่นไหว  แต่ละใบล้วนมีมูลค่ากว่าหกล้านบาท  และด้วยเงินก้อนนี้  พวกเธอ 'ตั้งจิตดี' จะใช้ชีวิตโดยไม่ลำบากอีกต่อไป

              ความตั้งใจที่จะบอกแม่และน้องชายเป็นอันหมดลง  ซัมเมอร์จะไม่แบ่งเงินให้พวกเขาแม้แต่บาทเดียว  และไอ้วินเทอร์ต้องหาเงินเรียนควบคู่ไปกับเอาเงินประกันพ่อมาจ่ายเท่านั้น

              ในยามนี้  จิตใจของหญิงสาวรุ่มร้อนเหมือนฤดูเกิดเธอ  ที่อาจละลายน้ำแข็งก้อนใหญ่ขนาดภูเขาน้ำแข็งได้  และเธอจะไม่ใจอ่อนอีก!

              เธอสัญญากับตัวเองในใจเงียบๆ  ก่อนยิ้มเจ้าเล่ห์  แล้วดันประตูเข้าบ้านไป

              "กลับมาแล้วค่ะ"

              ซัมเมอร์ทำหน้าตาเบิกบาน

              "มีเรื่องจะบอกด้วย"

              "ว่า?"

              "เงินพี่ไม่พอ  และวินเทอร์ต้องหาเงินเรียนเอง"

              สองแม่ลูกอ้าปากค้าง  ยกไม้ยกมืออย่างไม่รู้จะพูดอะไร  คิดในใจว่าพี่สาวตัวดีต้องได้ยินเรื่องที่ทั้งสองคนพูดแน่ๆ แต่ซัมเมอร์เป็นเสาหลักของบ้าน  คนอื่นเลยไม่อาจต่อกรเธอได้

              "แม่ครับ"

              วินเทอร์โวยวาย  ดื้อจะเอาตามใจตัวเอง

              "เดี๋ยวๆ กินข้าวไปพลางคุยกันไปพลางนะลูก  อิ่มแล้วจะได้ไม่ทะเลาะกัน"

              ศศิธรเอาน้ำเย็นเข้าลูบ  เธอรู้ว่าวินเทอร์เอาแต่ใจ  แต่เธอก็ตามใจลูกชายเสมอ  ขณะเดียวซัมเมอร์ก็อารมณ์ร้อน  และไม่ชอบให้ตัวเองเสียเปรียบใคร

              เธอเป็นแม่มายี่สิบปี  ทำไมจะไม่รู้ใจลูกตัวเอง  แม้จะตัดสินยาก  แต่ในใจก็มีคำตอบอยู่แล้วว่าจะให้ลูกชายเรียนก่อน  เพราะเธอรักแต่ลูกชายคนนี้  และหลงคิดไปว่าเขาคงจะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

              ศศิธรเอาอาหารถุงมาแกะออกใส่ถ้วยและจาน  อาการปวดหลังทำให้เธอทำงานหนักไม่ไหว  งานในบ้านและงานหาเงินจึงตกเป็นของซัมเมอร์  ส่วนลูกชาย  เธอเลี้ยงแบบประคบประหงม  คือไม่ให้ทำอะไร  แค่อยู่เฉยๆ ตั้งใจเรียนก็พอ  ลูกๆ รู้ว่าแม่ลำเอียง  แต่ก็ยังปล่อยให้เป็นแบบนั้นเรื่อยมา  และตอนนี้คนที่ช่วยแม่เตรียมโต๊ะก็เป็นซัมเมอร์ด้วยซ้ำ

              "แม่ก็รู้ว่าผมมีพรสวรรค์ด้านการเรียน  แต่แม่รู้ไหมครับ  ว่าผมถนัดวิชาอะไรมากที่สุด"

              วินเทอร์ออกจะหลงตัวเองไปบ้าง  แต่สำหรับแม่แล้วลูกชายคนนี้คือลูกรักเสมอ

              "วิชาอะไรจ๊ะ"

              "คหกรรมครับ"

              ซัมเมอร์ถอนหายใจเสียงดัง  เขาไปเอาความมั่นใจบ้าบอแบบนี้มาจากไหน  หรือน้องเธอจะเป็นพวกหลงตัวเองเหมือนจูเลียบอก  เสาหลักของบ้านถอนหายใจ 

              หญิงสาวสลัดความคิดออก  แต่น้องเธอชอบส่องกระจก  ชมตัวเอง  เอาแต่ใจ  แต่มันจะถึงขนาดนั้นเลยเหรอ  ที่แน่ๆ สองคนนี้ไม่เคยยอมรับว่าตัวเองผิดเลย

              "ไอ้วิน  แกจะเรียนเพื่อ  จะไปเป็นแม่บ้านให้ใครวะ?"

              "แม่ดูพี่ซัมเมอร์สิครับ  ผมไม่ยอมนะครับแม่" 

              ซัมเมอร์ล้อเลียนเสียงสูงตามน้องชาย

              "ผมไม่ยอมนะครับแม่"

              "..."

              "แกน่ะ  ติดศูนย์ตั้งแต่วิชาอังกฤษ  คณิต  แม้แต่ภาษาแม่  แกยังศูนย์เลย"

              เธอตั้งใจขยี้คำว่าแม่เป็นพิเศษ  ให้รู้ตัวไปเลยว่าเธอเหลืออดที่แม่เข้าข้างน้องชายแบบไม่ลืมหูลืมตาเหมือนกัน

              "ก็ครูสอนไม่รู้เรื่อง"

              "เพราะครูหรือเพราะแกโง่วะ"

              ศศิธรยกฝ่ามือตีลูกสาวคนโตอย่างเหลืออด  ยามนี้คนเป็นแม่คิ้วขมวด  ตาถลึง  และหน้าแดงจัด

              "หนูทำอะไรผิด  ทำไมแม่รักแต่น้อง?"

              "แม่ครับ  แม่ต้องจัดการพี่ให้ผมด้วยนะครับ"

              "แกนั่นแหละที่ไม่รักน้อง"

              "อ่อ  เพราะน้องมันประจบเก่งสินะคะ  มันพูดภาษาเดียวกับแม่  มันหน้าเหมือนแม่"

              "อย่าเรียกน้องว่ามันนะ"

              "ถ้าไม่มีหนู  แม่กับน้องคงสบายใจกว่านี้  แต่หนูบอกเลยว่าอย่าคาดหวังอะไรจากหนูไปมากกว่านี้"

              "พี่พูดอย่างกับเราจะหวังพึ่งอะไรพี่ได้  เงินประกันพ่อต่างหากที่ทำให้เรายังประคับประคองต่อไปได้"

              ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนใจเธอจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ  เธออยากทิ้งครอบครัวพังๆ ที่ไม่มีใครรักเธอไปให้หมด

              ตั้งแต่พ่อตาย  เธอก็ไม่เหลือใครที่คอยรับฟังอีกเลย  เธอเป็นลูกรักของพ่อ  ส่วนน้องเป็นลูกรักของแม่  และเธอไม่อาจเปลี่ยนความจริงนี้ไปได้  ว่าไม่มีใครในบ้านนี้รักเธออีกแล้ว!

              ซัมเมอร์วิ่งออกจากบ้านทั้งๆ ที่ฝนตก  ลมพัดเอากลิ่นฝนลอยขึ้นแตะจมูก  เธอไม่รู้จะไปไหนดี  จึงไปร้านโฮมรันที่ห่างจากบ้านเพียงห้านาที  สายฝนห่าใหญ่ตกลงใส่ศีรษะ  ไหล่  และไหลลงมายังมือบางขาวซีด  ในตอนนี้อุณหภูมิร่างกายลดลงอย่างน่าใจหาย  ปวดหัวราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ  เสียงสะอื้นดังจนคนรอบตัวต้องหันมามองสาวหน้าตาดีคนนี้

              หญิงสาวครุ่นคิดเรื่องที่ผ่านมาอย่างท้อแท้  เธออยากได้ที่พักพิง  อยากให้มีคนปลอบ  และการแค่โทรหาไม่เพียงพออีกต่อไป  เธอจึงเดินมาคอยด้วยความหวังท่ามกลางสายฝน  ร่างกายสั่นเทาด้วยอารมณ์น้อยใจและความหนาว  หยาดน้ำตาอุ่นๆ ไหลปนกับสายฝนเย็นเยียบ

              ตามดาวถึงเวลาออกกะพอดี  เธอกางร่มสีดำออกมาจากร้าน  มองไกลไม่ค่อยเห็นนัก  สายตาเสียเพราะทั้งวันเอาแต่จ้องหน้าจอคอมเพื่อเล่นเกม  เมื่อเดินเข้ามาอีกอึดใจจึงเห็นว่า  อดีตสุดที่รักคนนี้กำลังร้องไห้  และอยากได้คำปลอบโยน

              "ซัมเมอร์"

              ตามดาวปิดน้ำเสียงเป็นห่วงไม่มิด  เอื้อมมือไปจับใบหน้าร้อนผ่าว

              "กลับบ้านกันไหม  ไปบ้านตามดาวกัน"

              "อืม"

              ซัมเมอร์ไม่เหลือแรงจะพูดอะไร  เธอโดนจูงมือกลับบ้านตามดาว  เพียงนั่งรถเมล์สามป้ายก็ถึงบ้านเธอ  ที่ตรงนั้นเป็นทาวน์เฮ้าส์ที่ติดกันเป็นแพ  สายไฟระโยงระยางหน้าบ้าน  และตัวบ้านสีซีดเพราะไม่ได้ทาสีใหม่มานานนับทศวรรษ

              ตอนนี้พ่อแม่ตามดาวไม่อยู่  พวกเขาออกไปทำธุระนอกบ้าน  ส่วนตามดาวพาซัมเมอร์ที่แทบจะหมดแรงขึ้นไปนอนบนห้อง  เธอจับถอดเสื้อคลุมแล้วดันให้คนตากฝนไปอาบน้ำในห้องน้ำ  ทิ้งให้สาวพูดน้อยหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ 

              เมื่อทั้งสองคนเสร็จกิจในการอาบน้ำแต่งตัวใหม่แล้ว  สาวอินโทรเวิร์ตเป่าผมจนแห้ง  ปล่อยผมสยาย  หน้าม้าปรกหน้าผาก  เส้นผมเรียงกันเป็นระเบียบ  กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาแตะจมูกสาวเท่

              หญิ่งเท่แทบจะห้ามใจไม่ไหว  เพราะภาพความทรงจำทุกอย่างผุดขึ้นในสมอง  เหมือนจอภาพที่สุ่มตัวอย่างเล่นโฆษณา  ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เป็นสุขหรือทุกข์ระหว่างพวกเธอก็ประดังขึ้นมาไม่เว้น  มันทำให้ซัมเมอร์ยิ่งรู้สึก  ยิ่งอิน  ยิ่งอยากพูดคำนั้นออกไป

              "ซัมเมอร์ยังรักตามดาวอยู่นะ  รักเสมอ  รักเหมือนเมื่อก่อน"

              "ไข้ขึ้นมากแล้วนะ  กินยาแล้วนอนดีกว่า"

              เธอพูดราวกับไม่ได้ยิน  แต่ซัมเมอร์ไม่อยากจบคืนนี้เร็วนัก  เธอส่งสัญญาณว่าอยากคุยต่อ  ตามดาวรู้  จึงมานั่งข้างๆ ซัมเมอร์เพื่อถามไถ่

              "อยากเล่าไหม?"

              "ไม่กินเหล้าหรอก  ไม่ชอบเมา"

              "แฮร่  คนละเล่าแล้ว"

              เธอยิ้มบางๆ บรรยากาศดีขึ้น  และซัมเมอร์ที่เธอรู้จัก  เข้มแข็งแบบนี้เสมอ

              "ไม่อยากเล่าก็ไม่เป็นไร"

              ตามดาวเอ่ย  เธอใจดีด้วยไม่ว่ากับใครก็ตาม  และตามดาวที่ซัมเมอร์รู้จัก  ไม่ค่อยโกรธ  แม้โกรธก็ให้อภัยได้อย่างรวดเร็ว  เหตุผลนี้ล่ะมั้ง  ที่ทำให้หญิงสาวหลงใหลเจ้าตัวยิ่งๆ ขึ้นไป

              "ขอพิงไหล่ได้ไหม?"

              ซัมเมอร์เอ่ยอย่างเอาแต่ใจและออดอ้อน  โดยรู้ว่าจะได้รับการปฏิบัติอย่างดี  ตามดาวอมยิ้ม  แล้วเอาผ้าขนหนูออกจากบ่า  ก่อนเขยิบเข้าไปใกล้อดีตแฟนสาว  หญิงสาวหน้าตาสง่างามคนนั้น  เอนตัวลงบนไหล่เธอ  พร้อมใจที่สงบลง

              "ความทุกข์เหมือนลม  เราไม่อาจปฏิเสธมันได้  แต่เมื่อลมพัดมาแล้ว  จะพัดไปเสมอ"

              เธอปลอบโยนอดีตคนรัก  ทั้งที่รู้ว่าไม่มีคำพูดไหนจะช่วยได้  คนเจ็บใจสูดลมหายใจเข้า  กลั้นน้ำตาไม่ให้ไหล  แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ

              "คนที่เราอยากให้รัก  เขาไม่รักเราเลย"

              "ไม่เป็นไรนะ"

              ตามดาวอยากบอกว่าซัมเมอร์ยังมีเธออยู่เสมอ  แต่ไม่ได้เอ่ยออกไป  และสำหรับเจ้าตัว  ไม่จำเป็นต้องเอ่ยก็ได้  เพราะเธอรู้ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน

              ในตอนนี้  ซัมเมอร์ถูกปลอบราวกับพูดกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่เสียขวัญ  ตามดาวตบไหล่อดีตแฟนสาวเบาๆ ให้เธออุ่นใจ

              "ขอบคุณนะ  ที่ตามดาวยังเป็นตามดาว"

              "อืม"

              สิ้นเสียงตอบรับ  ทั่วทั้งห้องก็พลันเงียบลง  ตามดาวได้ยินเสียงหัวใจตัวเองอย่างชัดเจน  และรู้ว่าในใจเธอจะมีที่สำหรับผู้หญิงแสนเท่คนนี้เสมอ

              "ซัมเมอร์เงยหน้ามองไปนอกหน้าต่าง  แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องนอนตามดาว  เป็นใจให้ซัมเมอร์มีแรงสู้ต่อ  เหมือนหนึ่งความมืดที่ถูกแสงสว่างไล่ให้ผ่านพ้นไป

              ซัมเมอร์เอ่ยคำว่ารักอยู่ในใจด้วยเสียงค่อย

              ตอนนี้รู้แล้วว่า  เธอไม่ได้สู้กับโลกใบนี้ตามลำพัง  และเพื่อไล่ตามความฝัน  เธอจะหาคนมาช่วย  เพราะไม่เชื่อว่าเธอจะเจอทางตัน  ถ้าครอบครัวไม่เป็นแบ็คให้  เธอจะไปหาคนอื่นที่ดีกว่านี้  รักเธอกว่านี้  แม่กับน้องต้องมองเธอใหม่  ที่สำคัญคือ  เธอจะไม่ปล่อยมือตามดาวไปอีก  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 4 เพื่อนออนไลน์คนสำคัญ

    อีกวันหนึ่ง ซัมเมอร์นั่งหน้าโน๊ตบุ๊คตัวเก่ง ห้องนอนของเธอจัดเป็นระเบียบ มีผ้าห่มลายดาว หมอนรูปดวงจันทร์ หากปิดไฟตอนนี้จะเห็นดาวที่สะท้อนแสงอยู่บนเพดาน มีกรอบรูปเล็กๆ ริมโต๊ะข้างเตียง เป็นภาพครอบครัวยิ้มแย้ม บนโต๊ะทำงานที่เธอนั่งอยู่ตอนนี้กำลังเปิดคอมอยู่ เธอเข้าสู่ระบบไปยังเว็บบอร์ดที่คนไทยนิยมมากที่สุด เธอตั้งกระทู้ว่า ถ้ารู้ตัวว่ากำลังจะตาย จะทำอะไรก่อนตาย โดยมีเวลาเหลือเพียงสามเดือนเท่านั้น แม้จะไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่เธอก็ส่งคำถามที่ใกล้เคียงกับตัวเองออกไป เวลานั้นเป็นเวลาหกโมงเย็น คนส่วนใหญ่เลิกงานแล้ว คำตอบมากมายพรั่งพรูกันเข้ามา : ขอทำบุญก่อนตายค่ะ : ขอทำตามความฝัน : จะตายจริงดิ? หรือแค่คอนเทนต์เรียกแขก : อยากทำอะไรก็ทำ ทำไมต้องถามคนอื่น ถามตัวเองสิ : หาสามีก่อนตายค่ะ : ตอนนี้จะทำอะไรไม่สำคัญ สำคัญที่ว่าเธออยากทำอะไรต่างหาก ถ้าหาคำตอบไม

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 3 ตัดสินใจไม่บอก

    หลังจากคุยกับจูเลียเสร็จ ซัมเมอร์พาร่างอ่อนแรงของตัวเองกลับมาบ้านของเธอ พ่อทิ้งทาวน์โฮมหลังเล็กริมชานเมืองไว้ให้ครอบครัว ทำให้พวกเธอไม่ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรเพื่อหาค่าเช่าให้พอแต่ละเดือน และบ้านหลังนี้ยังมีสภาพแวดล้อมที่ดี มีคนดูแลส่วนกลางสม่ำเสมอ ดังนั้นครอบครัว 'ตั้งจิตดี' จึงอยู่ได้ไม่ลำบากนัก ซัมเมอร์มีน้องชายและแม่อีกคน แต่สองแม่ลูกจะเข้ากันได้ดีกว่า เธอจึงเหงาไปบ้าง แต่จูเลียก็ทำให้เธอไม่เป็นไรมากนัก วินเทอร์เกิดคนละฤดูกับพี่สาว ส่วนหน้าตาสองพี่น้องจัดว่าสวยหล่อไปคนละแบบ น้องชายหล่อได้แม่ ส่วนซัมเมอร์สวยได้พ่อ แต่ที่น้องชายกินไม่ขาด คือท่าทางราวกับชนชั้นสูงของซัมเมอร์ ไม่ว่าเธอจะมีอิริยาบทไหน ก็ดูน่าจดจำไปหมด และนั่นทำให้หญิงสาวรวมทั้งชายหนุ่มหลายคน ลืมเธอไม่ได้ ซัมเมอร์กำลังจะเดินเข้าบ้าน เธอเพิ่งเรียนเสร็จ ในหัวอื้ออึงไปด้วยบทเรียนอันหนักสมอง แต่เสียงพูดคุยจริงจังดังมาจากห้องนั่งเล่น ทำให้ซัมเมอร์ได้ยินโดยไม่ต้องแอบฟัง เธอหยุดอยู่กับที่ ถอดรองเท้าแล้วยกขึ้นบนชั้นวางอย่างไม่เร่งรีบ พร้อมๆ กับได้ยิ

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy   บทที่ 2 ไปหาหมอกันเถอะ

    "นี่ถ้าฉันไม่ออกสาว คนคงเข้าใจว่าฉันพาเมียมาฝากท้อง และเมียฉันก็แพ้ท้องหนักซะด้วย" "พูดอะไรให้เกียรติฉันบ้าง ฉันเพิ่งยี่สิบ" "แค่อยากให้ยิ้มเฉยๆ" จูเลียยิ้มมุมปากอย่างหล่อเหลา แต่ไม่อาจทำให้ซัมเมอร์ใจกระตุกได้เท่าที่ตามดาวทำ กระบวนการตรวจของโรงพยาบาลรัฐ ทำให้เวลาของสองเพื่อนต่างเพศหายไปค่อนวัน บัดนี้ทั้งสองคนมานั่งหน้าหมอชายวัยห้าสิบ ผมขาว ทำหน้าลำบากใจหลังแว่นตา "ผมอยากให้คุณนาราทราบว่า นี่เป็นผลการตรวจเบื้องต้น ถ้าคุณนาราไม่สบายใจ อยากได้ความเห็นของแพทย์คนที่สอง หรือเปลี่ยนโรงพยาบาล ผมก็เข้าใจนะครับ" "ดิฉันอยากทราบว่า ผลตรวจร้ายแรงขนาดนั้นเลยเหรอคะ?" ซัมเมอร์รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหมอมาจากที่ไกลๆ สติเธอรางเรือนเพราะผ่านสมรภูมิคนไข้มาตลอดทั้งวัน หมอไม่ตอบในทันที แต่ถอนหายใจครั้งใหญ่ จนหัวใจพวกเขาหล่นไปที่ตาตุ่ม "ครับ คุณเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน หรือ Acute Leukemia ครับ" "ลูคีเมีย?" ซัมเมอร์พึมพำ

  • ฤดูร้อนซ่อนรักโดยMe.Daisy    บทที่ 1 โอกาสครั้งสำคัญของซัมเมอร์

    "ขอโทษนะคะ มาทำงานวันนี้เป็นวันแรกค่ะ" ซัมเมอร์เงยหน้ามองเสียงขึ้นจมูกอย่างคุ้นหู ใบหน้าเรียวเล็กนั้นออกจะน่ารักเกินกว่าจะเรียกว่าสวย อย่างไรเสีย ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง เธอก็ไม่เคยเบื่อเลย "ซัมเมอร์!" "ตามดาว!" ซัมเมอร์แอบมูอยู่ในใจขอให้คนตรงหน้าไม่ยิ้ม แต่ราวกับสิ่งศักสิทธิ์จะรู้งานกามเทพของตนเอง ท่านทำให้เธอยิ้ม ยิ้มให้กับคนรักเก่าของเธอ รักที่ไม่ว่าผ่านมานานแค่ไหน เธอก็ไม่เคยลืม ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยที่ยอมให้คนอื่นง่ายๆ ผิวพรรณขาวผุดผาด เสียงหัวเราะเล็กๆที่แสนน่ารัก หรือใบหน้าที่เห็นแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ทุกที เธอไม่เคยรู้ว่าเป็นเพราะเหตุผลข้อไหน หรือเพราะทุกข้อรวมกัน ทำให้ใจซัมเมอร์ดังกึกก้องอยู่อย่างนี้ "บังเอิญจัง" ซัมเมอร์เป็นฝ่ายเอ่ยก่อน เพราะรู้ว่าต้องง้างปาก ตามดาวถึงจะยอมพูด "..." "ไม่เจอกันตั้งนาน ยังร่าเริงได้อีกเนอะ" แทนจะพูดจาดีๆ เธอกลับประชด ในขณะที่ใจจริงแล้วไม่อยากทำอย่างนั้น ส่วนตัว ซัมเมอร์ได้แต่สงส

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status