Accueil / แฟนตาซี / ฤาจันทราเร้นรัก / 4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (1)

Partager

4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (1)

Auteur: rasita_suin
last update Date de publication: 2025-02-27 01:43:35

แคว้นอันมีการแข่งขันเตะลูกหนังเป็นการละเล่นประจำปี แต่ละกรมจะจัดกลุ่มคนเพื่อแข่งขันเจ็ดคน กรมใดมีชัยได้อันดับหนึ่งจะได้รับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้เป็นทองคำยี่สิบก้อน และได้นั่งด้านหน้าสุดในงานพระราชสมภพของฮ่องเต้กับฮองเฮาในปีนั้น นับว่าเป็นเกียรติอย่างมากทุกกรมจึงจริงจังกับการแข่งนี้

แม้สำนักราชเลขาธิการจะไม่ได้แข็งแกร่งเช่นกรมทหารรักษาพระราชวังหรือทหารองครักษ์ หากส่วนใหญ่ก็เคยผ่านการละเล่นนี้มาแล้วในตอนศึกษาอยู่ในสำนักศึกษา หลิวซูหยวนกับมู่ฉางเหยียนจึงเข้าร่วมเป็นตัวแทน

องค์หญิงหนิงเซียงเคยมาชมการแข่งขันพร้อมองค์หญิงเจียวมิ่งที่สามารถมาชมเพื่อให้กำลังใจพระสวามีแล้วในสองปีที่ผ่านมา หากไม่ได้สนใจการแข่งจริงจังนัก ทว่าในปีนี้กลับต่างออกไปเมื่อได้เห็นหนึ่งในผู้ร่วมเล่นลูกหนังจากสำนักราชเลขาธิการ

“ใต้เท้าหลิวฝีมือไม่เบาทีเดียว ทั้งยังเล่นได้เข้าขากับท่านพี่มากอีกด้วย”

ผู้เป็นพี่สาวหันมากระซิบกับนาง องค์หญิงหนิงเซียงเพียงยิ้มรับ ไม่ได้แสดงทีท่าตื่นเต้นเท่าใดนัก หากความจริงนางแทบไม่อาจละสายตาจากร่างสูงใหญ่ที่เล่นลูกหนังอย่างคล่องแคล่ว ทั้งแย่งทั้งส่ง หรือกระทั่งกระโดดม้วนตัวเตะลูกหนังเข้าไปในช่องวงกลมด้วยท่วงท่าเก่งกาจน่าชื่นชม เรียกเสียงปรบมือจากบรรดาหญิงสาวญาติสนิทเหล่าขุนนางหลายนางที่ตามติดมาดูการแข่งขันในวันนี้

จนเมื่อฝ่ายสำนักราชเลขาธิการชนะ บรรดาหญิงสาวต่างก็ลุกขึ้นปรบมืออย่างออกหน้าออกตา บางคนถึงกับเอ่ยให้ได้ยิน

“ใชคดีนักที่ได้มาเห็นกับตา ว่ากันว่าหลิวซูหยวนบัณฑิตอันดับหนึ่งในปีนี้ ทีท่าองอาจและเฉลียวฉลาดนัก”

“เป็นถึงบุตรชายท่านแม่ทัพใหญ่ชายแดน ฝีมือด้านการต่อสู้ก็คงไม่ธรรมดาเช่นกัน ข้าเคยได้ยินมาจากพี่ชายว่าฝีมือเพลงดาบเพลงทวนก็ร้ายกาจทีเดียว”

“เก่งทั้งบุ๊บุ๋นเช่นนี้ สกุลใดก็คงต้องการไปเป็นเขย ทั้งยังมีทัพใหญ่สกุลหลิวทางแดนเหนือเป็นกองหนุนด้วย”

“อะแฮ่ม”

เสียงแว่วพูดคุยเงียบลงเมื่อมีเสียงกระแอมของใครคนหนึ่ง ราวกับต้องการเตือนให้รู้ว่ามีองค์หญิงนั่งอยู่ในบริเวณนี้ด้วย เพราะเรื่องอำนาจกองทัพนั้นสำคัญ แน่นอนว่าไม่อาจปล่อยให้ตกอยู่กับขุนนางฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ มีความเป็นไปได้สูงว่าตระกูลหลิวอาจได้เกี่ยวดองเป็นพระญาติสนิท

“เหนื่อยมากหรือไม่ท่านพี่”

เวลานั้นมู่ฉางเหยียนกลับมาหาองค์หญิงเจียวมิ่ง โดยมีคู่อื่นลงแข่งต่อ ส่วนฝ่ายที่มีชัยก็รอลงสนามในรอบต่อไป แต่ละคนจึงแยกย้ายไปพักก่อน

“ไม่เลยองค์หญิง ออกจะสนุกมากเสียด้วยซ้ำ”

ชายหนุ่มตอบภรรยาผู้สูงศักดิ์ก่อนจะนั่งลงเคียงข้าง โดยมีร่างสูงใหญ่ของหลิวซูหยวนตามมาด้วย

“ถวายพระพรองค์หญิง”

“เชิญใต้เท้าหลิวตามสบาย พักดื่มน้ำชาให้สดชื่นก่อนเถิด”

องค์หญิงเจียวมิ่งผายมือเชื้อเชิญ แล้วหันมารินน้ำชาให้สวามี ขณะที่องค์หญิงหนิงเซียงรีบซ่อนพัดในมือตนเข้าไปในแขนเสื้อ เกรงจะตีสีหน้าไม่ถูกหากหลิวซูหยวนเห็นว่าตนพกพัดที่เขาให้ติดตัว และกำลังคิดว่าจะรินน้ำชาให้ชายหนุ่มดีหรือไม่ แต่ก็คงไม่เหมาะ ทว่าคนสนิทของพี่สาวก็ขยับเข้ามาจัดการอย่างรู้หน้าที่

“ใต้เท้าหลิวเชี่ยวชาญการเตะลูกหนังยิ่งนัก ในนี้เอ่ยชื่นชมกันไม่หยุด”

ผู้เป็นสวามีขมวดคิ้วมุ่นเมื่อภรรยาเอ่ยชมผู้อื่นต่อหน้าตน

“องค์หญิงชื่นชมผิดคนหรือไม่”

องค์หญิงเจียวมิ่งยิ้มหวานให้สวามีก่อนเอ่ย

“ฝีเท้าการเตะลูกหนังของท่านพี่ข้าเคยเห็นมาแล้ว แต่เพิ่งได้ดูใต้เท้าหลิว และได้เห็นหญิงสาวแต่ละนางปรบมือกันไม่หยุดเมื่อลูกหนังอยู่ที่เท้าของใต้เท้าหลิว ข้าจึงพูดไปตามนั้น”

“อ้อ หมายถึงหญิงอื่น ไม่ใช่องค์หญิงก็แล้วไป”

มู่ฉางเหยียนพยักหน้าอย่างยอมจบเรื่อง

ระหว่างสองสามีภรรยาเย้ากันอย่างไม่จริงจังนักนั้น องค์หญิงหนิงเซียงกลับไม่กล้ามองไปทางหลิวซูหยวน อยู่ๆ ก็เกร็งขึ้นมาเมื่อต้องเผชิญหน้าในระยะใกล้ ก่อนหน้านี้นางไม่ทันคิดว่าชายหนุ่มจะตามพี่เขยมา

“ไม่คิดว่าองค์หญิงจะโปรด การละเล่นของบุรุษสตรีอาจดูไม่สนุกเท่าไรนัก”

หลิวซูหยวนเอ่ย หากองค์หญิงหนิงเซียงกลับเห็นต่าง ทำเอาอดแย้งไม่ได้

“หากดูไม่สนุกคนแถวนี้จะปรบมือส่งเสียงให้ท่านกันดังลั่นหรือ”

เอ่ยไปแล้วก็ต้องชะงัก เพราะเมื่อหันไปสบสายตาคมเข้มแล้วเห็นแววพราวระยับในนั้นแวบหนึ่งก่อนเลือนหาย ทว่าที่หัวเราะเบาๆ กลับเป็นพี่สาวของตนกับพี่เขย องค์หญิงหนิงเซียงจึงหันมองด้วยความไม่เข้าใจ

“มีสิ่งใดน่าขันหรือพี่หญิง”

ใบหน้างดงามส่ายไปมา แต่ผู้เป็นน้องไม่เชื่อ

“ต้องมีแน่ ไม่เช่นนั้นท่านกับพี่เขยจะหัวเราะได้อย่างไร ข้าพูดเรื่องน่าขบขันหรือ”

“เฮ้อ เจ้านี่ ไร้เดียงสานัก”

องค์หญิงเจียวมิ่งยิ้มอ่อนโยน แล้วเอื้อมมือมาหาน้องสาวรั้งให้มานั่งชิดใกล้

ในตอนนั้นมีทหารเข้ามารายงานมู่ฉางเหยียนกับหลิวซูหยวนว่าได้เวลาต้องไปเตรียมตัวแข่งแล้วทั้งสองจึงลุกออกไป

เมื่ออยู่ตามลำพังองค์หญิงเจียวมิ่งก็กระซิบกับน้องสาว

“เจ้าคิดหรือว่าบรรดาบุตรสาวหลานสาวขุนนางตั้งใจมาชมการแข่งขันเอาเป็นเอาตายของบุรุษ”

คิ้วเรียวงามขมวดมุ่นพลางสบตาพี่สาวด้วยความงุนงง

“นอกจากมาให้กำลังญาติพี่น้องตนแล้ว พวกนางต่างก็มาชมบุรุษด้วย”

“พี่หญิง”

องค์หญิงหนิงเซียงพึมพำอย่างคาดไม่ถึง และเมื่อผู้เป็นพี่สาวพยักหน้าราวยืนยัน นางก็เหล่มองบรรดาหญิงสาว ทั้งท่านหญิงบุตรสาวท่านอ๋อง ฮูหยินและบุตรสาวขุนนางที่นั่งอยู่สองด้านซ้ายขวา เพราะตนกับพี่สาวนั่งตรงกลางด้วยเป็นเชื้อพระวงค์ชั้นสูง เห็นพวกนางจ้องมองในสนามด้วยรอยยิ้มและปรบมือเป็นระยะก็ยิ้มเจื่อนกับตัวเอง

เพิ่งเข้าใจการมาชมแข่งขันเตะลูกหนังประจำปีก็ตอนนี้เอง

ไม่นานสำนักราชเลขาธิการก็ลงแข่งอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้พ่ายแพ้ให้กับสำนักราชองครักษ์ไปเพียงลูกเดียว นับว่าเป็นการแข่งที่น่าตื่นตาตื่นใจในความรู้สึกขององค์หญิงหนิงเซียงมาก

“ว้า เสียดายจริง ใต้เท้าหลิวแพ้เสียแล้ว”

“แต่เจ้าดูสิ นายทหารองครักษ์ที่ตัวโตคนนั้นฝีมือเก่งกาจนัก เตะเข้าคนเดียวไปหลายลูกเชียว”

“อ้อ ข้าจำได้ เขาเป็นพระสหายคนสนิทขององค์ชายรอง”

จะว่าไปองค์หญิงหนิงเซียงก็คุ้นใบหน้าอีกฝ่ายอยู่เหมือนกัน ทว่าเห็นเพียงไกลๆ และนางมัวจดจ่อเอาใจช่วยหลิวซูหยวนจึงไม่ทันสนใจผู้ใดนัก เมื่อได้ยินบุตรสาวท่านอ๋องที่นั่งไม่ห่างนักเอ่ยนางก็นึกได้ว่ามักเห็นชายผู้นี้อยู่กับพี่ชายตน

“เท่าที่ข้ารู้มา เป็นถึงบุตรชายเจ้ากรมคลังจาง เล่าเรียนเขียนอ่านและฝึกปรืออาวุธมาพร้อมกับองค์ชายรองนับแต่อายุยังน้อย ใกล้ชิดสนิทสนมกว่าผู้ใดจึงได้รับตำแหน่งราชองครักษ์ประจำพระองค์”

การแข่งขันผ่านไปอีกหนึ่งคู่ก็ได้ผู้เข้าชิง ซึ่งยังคงเป็นสำนักราชองครักษ์กับกรมทหารรักษาวังเหมือนเช่นทุกปี เมื่อใกล้เวลาชิงชัยองค์ชายรองเสวียนหลินกับองค์ชายสามซุ่นอวิ๋นก็เสด็จมาชม

“องค์ชายรอง องค์ชายสามเสด็จ”

หญิงสาวในที่นั้นต่างลุกจากเก้าอี้และย่อกายลง ที่ประทับนั้นจัดไว้เป็นสัดส่วนด้านตรงข้ามแยกชายหญิง มีบรรดาท่านอ๋องและขุนนางใหญ่เจ้ากรมต่างๆ มาชมและรอรับเสด็จอยู่ก่อนแล้ว ทั้งหมดลุกขึ้นคำนับต้อนรับองค์ชายทันที

“ถวายพระพรองค์ชายรอง องค์ชายสาม”

“ตามสบาย”

องค์ชายรองเสวียนหลินเอ่ยแล้วไปนั่งลงตรงกลาง องค์ชายสามซุ่นอวิ๋นนั่งถัดมา จากนั้นการแข่งขันก็เริ่มขึ้น ทั้งสองฝั่งเล่นได้อย่างสูสีผลัดกันยิงได้ตลอดเวลาไม่มีทิ้งห่าง กระทั่งลูกสุดท้ายพร้อมกับระฆังหมดเวลาทางด้านจางฮ่าวหมิงเป็นผู้ทำแต้มเพิ่มให้สำนักราชองครักษ์มีชัย

“เยี่ยม เยี่ยมมากฮ่าวหมิง”

องค์ชายรองปรบมือเสียงดังอย่างพอใจในฝีมือของสหายสนิท แล้วทุกคนก็ปรบมือชื่นชมชายหนุ่มรวมถึงทั้งสองทีม

“เป็นการแข่งขันที่ยอดเยี่ยมมาก พวกเจ้าทั้งสองกรมทำได้ดี เก่งกาจน่าชื่นชมจริงๆ”

ผู้ร่วมแข่งขันทั้งหมดมายืนเรียงแถวด้านหน้าที่ประทับ องค์ชายรองก็เอ่ยชมอีกครั้ง

“ใช่ ได้ดูพวกเจ้าเล่นแล้ว ข้ากับพี่รองอยากลงไปเล่นด้วยเสียจริง”

องค์ชายสามสำทับแล้วองค์ชายรองก็พยักหน้าเห็นด้วย

หลังเอ่ยถึงความประทับใจในการแข่งลูกหนังประจำปีครั้งนี้แล้ว องค์ชายรองก็มอบรางวัลให้กับสำนักราชองครักษ์ซึ่งเป็นฝ่ายชนะ ส่วนกรมทหารรักษาวังนั้นองค์ชายสามเป็นผู้มอบให้ ไม่นานนักองค์ชายทั้งสองก็เตรียมเสด็จกลับ และได้พบกับองค์หญิงเจียวมิ่งกับองค์หญิงหนิงเซียงที่มารอส่งเสด็จด้านหน้า

“ไม่ได้พบเจ้าเสียนาน สบายดีหรือไม่น้องหญิง”

องค์ชายรองเอ่ยกับองค์หญิงเจียวมิ่ง

“สบายดีเพคะ”

“เห็นเจ้าสีหน้าแจ่มใส สุขสบายดีพี่ก็วางใจ”

“เพคะ”

“เซียงเอ๋อร์กลับพร้อมพี่เลยก็แล้วกัน”

“เพคะ”

องค์หญิงหนิงเซียงรับคำเมื่อผู้เป็นพี่ชายหันมาบอกกับตนก่อนจะบอกลาผู้เป็นพี่สาว จากนั้นองค์ชายรอง องค์ชายสาม รวมถึงองค์หญิงหนิงเซียงก็ขึ้นรถม้าของตน แล้วขบวนใหญ่ก็เคลื่อนกลับวังหลวง

=====

หรือว่า หลิวซูหยวนอาจได้เป็นราชบุตรเขย?? ^^

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฤาจันทราเร้นรัก   27.ลิขิตจันทรา (2)

    “ท่านมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”ร่างสูงใหญ่เคลื่อนมาหานางพร้อมกับหลี่เหอจือเยว่ยืนนิ่งเพราะรู้สึกถึงแรงบีบถี่ในท้องของตน มือบางกุมท้องและทรุดกายลง เฟยอวี่ก็รีบช่วยประคอง“ปวดท้องหรือ”นางพยักหน้าให้สามี ก่อนจะพูดเสียงสั่น“ข้าทนไม่ไหวแล้ว”เฟยอวี่ตกใจ ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็อุ้มภรรยาของตนไปยังดินแดนมนุษย์ หลี่เหอช่วยเนรมิตกระท่อมขึ้นมา“ทำอย่างไรดี หากหลี่เอินอยู่ที่นี่ด้วยก็คงดี”เขาอดคิดถึงน้องสาวไม่ได้เทพสงครามวางร่างอรชรที่งอตัวแล้วร้องดังขึ้นเรื่อยๆ พายุที่หยุดไปเมื่อครู่เริ่มกระหน่ำลงมาอีกครั้ง ฟ้าแลบฟ้าร้องดังสนั่น จือเยว่ยิ่งดิ้นทุรนทุราย ขณะที่เขาทำได้เพียงจับมือบางและโอบกอดอีกฝ่าย“เฟยอวี่...ช่วยด้วย กรี๊ดดดด!!”จือเยว่กรีดร้องออกมาลั่นทั่วทั้งป่า ก่อนแสงสว่างเรืองรองจะวาบขึ้นแล้วปรากฏร่างเด็กทารกใกล้ร่างบอบบางที่หมดสติเฟยอวี่มองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างทำตัวไม่ถูก ขณะที่หลี่เหอถึงกับตกตะลึง หากก็รีบเข้ามาอุ้มร่างเล็กที่กำลังแผดเสียงร้องจ้าขึ้นเวลาเดียวกันนั้น ท้องฟ้ามืดมิดสว่างไสวในชั่วพริบตา พายุฝนฟ้าคะนองเลือนหายราวไม่เคยเกิดสภาพอากาศแปรปรวนโหดร้ายก่อนหน้านี้สองหนุ่มสบตา

  • ฤาจันทราเร้นรัก   27.ลิขิตจันทรา (1)

    สองร้อยปีต่อมา...“ให้ลูกไปเถิดนะท่านแม่”“เวลาเช่นนี้สุ่มเสี่ยงเกินกว่าที่ลูกจะไปเสี่ยงอันตราย ท่านย่ารู้ว่าแม่ให้ลูกไปต้องโกรธมากแน่”“ท่านพ่อ”จือเยว่หันไปหาบิดาให้ช่วยเหลือเมื่อมารดาส่ายหน้า ทว่าไท่จื่อจิ่นลี่กลับเหลือบสายตาไปยังภรรยา“ยังไงลูกก็จะไป”ใบหน้างดงามงอง้ำด้วยความขัดอกขัดใจ“เยว่เอ๋อร์ หากในเวลาปกติ พ่อก็คิดว่าเจ้าสมควรไป แต่เวลานี้...”ไท่จื่อสวรรค์ถอนหายยาว“พ่อไม่อนุญาต”จือเยว่มองบิดามารดาอย่างน้อยใจแล้วหันไปยังสามีซึ่งยืนเงียบทั้งยังมีสีหน้าลำบากใจ ริมฝีปากอิ่มสวยก็เม้มขุ่นเคือง“ลูกแข็งแรงดี ไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้มีสิ่งใดผิดปกติ ก่อนหน้านี้ก็ยังลงไปช่วยเผ่าปีศาจพร้อมกับเฟยอวี่ ครั้งนี้ไยจึงไปไม่ได้”“เวลานั้นลูกไปโดยที่ไม่บอกผู้ใดว่าตั้งครรภ์ แต่ตอนนี้คนรู้ทั่วทั้งสวรรค์ ยิ่งท่านปู่ท่านย่าของลูก ยิ่งไม่ต้องการให้ลูกทำงานราชกิจใด อีกอย่างก็น่าจะจวนเจียนคลอดแล้ว”“ลูกยังไม่รู้สึกว่าจะถึงเวลา”ผู้ที่ตั้งครรภ์ทว่าท้องไม่ได้โตขึ้นแม้แต่น้อยแย้งมารดา“แม่ก็คลอดลูกหลังตั้งครรภ์ไม่นานนัก”ด้วยบุญญาธิการของชนชั้นสูงเผ่าสวรรค์นั้นไม่อาจล่วงรู้ได้ ฤกษ์งามยามดีเหมาะสมเกิดจากญ

  • ฤาจันทราเร้นรัก   26.เติมเต็มความคิดถึง (2)

    “จะไม่ให้ข้าได้พักเลยหรือ”“ท่านอยากพักก็พัก ข้าไม่ได้ห้าม”ใบหน้างดงามยังงอง้ำ ดวงตาคู่หวานซึ้งฉายแววขุ่นเคือง ทว่าเฟยอวี่ไม่รู้สึกเกรงกลัวทั้งยังเอ่ยหน้าตาย“ถึงท่านพัก ข้าก็ทำได้ โอ๊ย!”ชายหนุ่มสะดุ้งเพราะนิ้วเล็กจิกแล้วบิดอกหนาของตน“ตรงนี้มันเจ็บนะ”หญิงสาวสะบัดหน้าหนี เขาจึงจับมือที่ประทุษร้ายตนมาจูบ แล้วพาร่างอรชรลงไปนอนสบายๆ ส่วนตนตะแคงข้างกวาดมองเรือนกายเย้ายวน มีเสื้อรั้งอยู่ส่วนแขนและด้านหลัง หากก็แทบจะเปลือยเปล่า“เพิ่งบอกว่าคิดถึงข้า ตอนนี้มางอนเสียแล้ว”“ถึงข้าจะต้องการท่านมาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมให้ท่านเอาแต่ใจกับข้า”“อืม ส่วนท่านเอาแต่ใจกับข้าได้”“เฟยอวี่”จือเยว่เสียงเข้มขึ้น ทั้งยังมองสามีตนด้วยแววตาดุ“โธ่ เมื่อครู่เป็นท่านเองที่ปลุกเร้าข้า ทั้งที่ข้าอุตส่าห์ห้ามใจ เพราะเห็นว่าท่านเพิ่งบาดเจ็บและยังเศร้าเสียใจ”“ท่านโทษข้า”เฟยอวี่ยิ้มเจื่อน รู้แล้วว่าหากไม่ยอมก็คงไม่จบ จึงเปลี่ยนไปเป็นง้อภรรยาแทน“ไม่ได้โทษท่าน ข้าดีใจยิ่งนักที่ท่านต้องการข้าถึงเพียงนี้ ข้าผิดที่เย้าท่านให้ได้อาย อย่าโกรธเคืองข้าเลยนะจือเยว่”ชายหนุ่มส่งสายตาอ้อนวอนปริบๆ จือเยว่จึงพยักหน้า

  • ฤาจันทราเร้นรัก   26.เติมเต็มความคิดถึง (1)

    เฟยอวี่ไม่ยอมเป็นผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ขยับริมฝีปากได้รูปจูบร้อนแรงกลับไป ขณะยกร่างอรชรให้ขยับขึ้นมาคร่อมตักตน อีกฝ่ายยอมทำตามโดยง่าย มือบางเลื่อนสอดเข้าไปในกลุ่มผมนวดคลึงพลางพัวพันลิ้นเล็กกับลิ้นตนเร่าร้อนจนหายใจลำบาก ทว่าปากนุ่มยังขยับมาเม้มใบหูของเขาต่อทำเอาชายหนุ่มครางครึ้ม“อืม จือเยว่ เวลาร้อยปีทำให้ท่านใจร้อนขึ้นมากนัก”“เพราะข้าคิดถึงอ้อมกอดของท่าน ช่วงเวลาแห่งความสุขแสนสั้นเกินไป”ชายหนุ่มต้องกัดริมฝีปากตนเพราะเจ้าตัวตอบเบาชิดหูทั้งยังกัดติ่งหูเขาหยอกเย้า“ท่านยั่วเย้าเก่งเกินไปแล้ว ข้าคิดว่าท่านคงลืมเลือนสัมผัสจากข้าไปเสียแล้ว”“ข้าเพียงทำตามเสียงเรียกร้องแห่งปรารถนา”บอกแล้วนางก็ไล่เม้มลำคอแกร่ง มือกระชากเสื้อคลุมอีกฝ่ายออกด้วยเวทของตน ก่อนจะไต่สองมือบางไปตามบ่าหนากับแขนกำยำ ทั้งยังจิกปลายนิ้วครูดไปตามแผ่นหลังกว้างเร้าอารมณ์หนุ่มพร้อมแนบหน้าอกตนชิดอกแกร่งเปลือยเปล่า ขยับบดเบียดเชิญชวนมือหนาเลื่อนมาวางแนบเอวบางค่อยๆ ปลดชุดสวยอย่างไม่เร่งร้อนผิดกับอีกฝ่าย ตั้งใจปลดเปลื้องเรือนกายอ้อนแอ้นให้เผยอย่างช้าๆ เพียงด้านหน้า ดูเย้ายวนกระตุ้นเลือดหนุ่มฉกรรจ์ให้ทะยานอยากมากยิ่งขึ้นชายห

  • ฤาจันทราเร้นรัก   25.จือเยว่แม่ทัพสวรรค์ (2)

    “หากไม่คิดบัญชีกับเจ้า ข้าก็ไม่อาจตายตาหลับ ฆ่ามัน!”นางสั่งเสียงเข้ม ฝูงจิ้งจอกก็กระโดดจู่โจม จือเยว่เหินลอยตัวสูงพร้อมหลี่เหอหลี่เอิน และฟาดพันพลังใส่จิ้งจอกที่ถูกวิชามารควบคุม แต่ละตัวตาแดงก่ำน่ากลัวจิ้งจอกกระเด็นไปไกลแต่ก็ผุดยืนขึ้นรวดเร็วราวไม่บาดเจ็บ คงกลายเป็นปีศาจจิ้งจอกแล้ว ทั้งยังกระโดดได้สูงผิดจิ้งจอกทั่วไปและมีไอดำรอบกายซูเจินเองก็ไม่ได้นิ่งเฉย นางพุ่งเข้ามาพร้อมสะบัดแขนส่งพลังทำลายล้างสีดำทะมึนเข้ามาใส่ จือเยว่หันไปตั้งรับขณะหลี่เหอหลี่เอินพะวงกับฝูงจิ้งจอก แม้นางจะสกัดพลังทมิฬนั้นได้และผลักดันกลับไปจนอีกฝ่ายผงะ ทว่ากลับมีจิ้งจอกตัวหนึ่งพุ่งมาใส่ หญิงสาวถอยหนีอย่างกะทันไปจนถึงหน้าผา เป็นเวลาเดียวกับที่ซูเจินตั้งตัวได้ซัดพลังตามมา ร่างอรชรถูกกระแทกจากไอดำหงายหลังลงหน้าผาโดยมีจิ้งจอกตัวนั้นตามมาเพื่อขย้ำจือเยว่ลอยลิ่ว กำหนดจิตได้ยากเพราะบาดเจ็บ แล้วอยู่ๆ กลับมีลูกไฟพุ่งลงมายังตัวจิ้งจอกจนถูกเผาไปต่อหน้า รวมทั้งซูเจินกับจิ้งจอกตัวอื่นก็ถูกลูกไฟตามๆ กันขณะได้ยินเสียงซูเจินกรีดร้องหญิงสาวรู้สึกได้ว่าร่างสูงใหญ่โผวูบเข้ามารองรับร่างตนและพาลอยสูงขึ้น ผู้ที่บาดเจ็บเหลือบมอง แ

  • ฤาจันทราเร้นรัก   25.จือเยว่แม่ทัพสวรรค์ (1)

    เวลาล่วงเลยมาร้อยปี จากขุนพลสวรรค์จือเยว่สามารถขึ้นเป็นแม่ทัพสวรรค์ได้แล้ว นางเป็นผู้ดูแลราชกิจทั่วทั้งหกพิภพแทนไท่จื่อจิ่นลี่เต็มตัว แม้ผู้นำทัพสวรรค์ยังเป็นไท่จื่อ รวมถึงหน้าที่รับผิดชอบของเทพสงครามจือเยว่ก็เป็นผู้จัดการโดยปราศจากการแต่งตั้งเทพสงครามคนใหม่ หญิงสาวคิดว่าองค์จักรพรรดิสวรรค์ยังไม่เห็นว่าผู้ใดมีความสามารถเพียงพอ และตัวนางเองยังต้องได้รับความไว้วางใจจากขุนนางสวรรค์กับหกพิภพถึงอย่างนั้นหญิงสาวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก ตำแน่งใดไม่สำคัญ นางอยากทำหน้าที่ของตนกับเฟยอวี่ให้ดีที่สุด ให้เหมือนกับเทพสงครามยังคงอยู่“ชายแดนเผ่าจิ้งจอกติดกับดินแดนมนุษย์มีอสูรร้ายอาละวาดกินผู้คนเป็นอาหาร ท่านแม่ทัพจะไปจัดการด้วยตนเองหรือให้ข้าไปแทนขอรับ”หลี่เหอถามขณะหารือในเรื่องฎีกาที่ส่งมา บางส่วนสามารถจัดการได้โดยไม่ต้องทูลฮ่องเต้สวรรค์ก่อน แม่ทัพจือเยว่จะเป็นผู้ตัดสินใจหรือไม่ก็ปรึกษาไท่จื่อ ด้วยเวลานี้องค์จักรพรรดิวางมือในหลายส่วนแล้วจือเยว่นิ่งงันไป ชายแดนเผ่าจิ้งจอกกับดินแดนมนุษย์ก็หมายถึงเขตรอยเชื่อมต่อที่เคยไปครั้งก่อน ครั้งที่ทำให้นางสูญเสียที่สุดในชีวิต นางไม่ควรไปหากไม่ต้องการเจ็บปวด ทว่าก็คิ

  • ฤาจันทราเร้นรัก   5.คนขี้ขลาด (2)

    “ใต้เท้าหลิว”ชายหนุ่มกับมองผู้เข้ามาหาด้วยสีเข้มขรึม ขณะสหายที่มาด้วยกันแปลกใจ หากเมื่อนางกำนัลเอ่ยต่อเขาก็ขอตัว“เอ่อ ข้ามีเรื่องขอพูดกับใต้เท้าตามลำพังได้หรือไม่เจ้าคะ”“ข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน”อีกฝ่ายจากไปโดยง่าย เพราะหลิวซูหยวนเป็นที่สนใจของสตรีทั้งในวังและบรรดาบุตรสาวขุนนางหรือแม้แต่ท่านหญิง ห

  • ฤาจันทราเร้นรัก   5.คนขี้ขลาด (1)

    “เซียงเอ๋อร์ เจ้ากำลังทำให้สด็จพ่อโกรธมาก อย่าได้ทำเช่นนี้อีก ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจถูกลงทัณฑ์”องค์ชายรองเสวียนหลินตามมายังตำหนักองค์หญิงหนิงเซียงหลังจากเข้าเฝ้าฮ่องเต้แล้ว“ให้เสด็จพ่อลงทัณฑ์ข้าเสียยังดีกว่าให้ข้าแต่งงาน”เห็นน้ำตาที่รินไหลไม่ขาดสาย ทว่าสีหน้ากลับมุ่งมั่นแข็งขืนของน้องสาวแล้วสีหน้าอง

  • ฤาจันทราเร้นรัก   4.ผู้ที่จะเป็นราชบุตรเขย (2)

    ในรถม้าองค์หญิงหนิงเซียงมองพัดในมือตนพลางถอนหายใจ ขณะที่หลิงเอ๋อร์ก็มีพัดคอยพัดวีไล่ความร้อนอบอ้าวให้ผู้เป็นนาย ด้วยพัดจากใต้เท้าหลิวนั้นองค์หญิงจะถือไว้ด้วยตนเองเสมอ“น่าเสียดายที่ก่อนกลับไม่ได้บอกกล่าวใต้เท้ามู่กับใต้เท้าหลิวนะเพคะ”หลิงเอ๋อร์เอ่ยอย่างรู้ใจว่าแท้จริงแล้วนายตนอยากพบหน้าผู้ใดก่อนเข

  • ฤาจันทราเร้นรัก   3.หัวใจผลิบาน (2)

    “เอ่อ คุณหนู...”หลิงเอ๋อร์เอ่ยเตือนถึงความไม่เหมาะสมราวดึงสติของผู้เป็นนายกลับมา องค์หญิงหนิงเซียงรีบดึงมือตนเองจากเสื้ออีกฝ่ายแล้วจะผละกายออก หากเขากลับนำพาให้นางเดินออกจากกลุ่มคนโดยไม่คิดปล่อยแขนจากเอวบาง ทำเอาสองสาวมองกันด้วยความงุนงง ออกอาการเลิ่กลั่กทั้งนายและบ่าวแต่เมื่อห่างจากผู้คนที่เบียด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status