เข้าสู่ระบบ“เฮ้อ...ความรู้สึกตอนถูกบล็อกมันเป็นแบบนี้นี่เองสินะ” ร่างเล็กพึมพำกับตัวเอง แม้ว่าเธอจะพยายามติดต่อเขาทางไหน ทุกช่องทางเขาก็ติดต่อไม่ได้เลย
“เป็นอะไรไป...ยังติดต่อนายนั่นไม่ได้เหรอ” ยูมิถามขึ้นพร้อมกับนั่งลงข้างๆ แล้วยื่นเครื่องดื่มเย็นๆ ให้เธอหนึ่งกระป๋อง
“อืม...ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นไงบ้าง”
“อีตานั่นบล็อกเธอ...แต่ไม่ได้บล็อกฉันสักหน่อย...เดี๋ยวส่องให้” ว่าแล้วยูมิก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดู และเป็นอย่างที่คิดเพราะพะพายเองก็ไม่ได้บล็อกเธอ “พะพายเช็กอินที่สตาร์บาร์ กับเพื่อนๆ ...เอ๋...นี่เพื่อนนายนั่นเหรอ” ยูมิยื่นโทรศัพท์ที่เปิดรูปผู้ชายร่างสูงผิวขาวจัดให้เฟอร์ดู และที่สะดุดตายูมิเห็นทีจะเป็นลักยิ้มของเขา แต่ทว่าทำไมนายนี่ดูคุ้นตาจังเลยล่ะ ยูมิคิดในใจ
“อืม...จำไม่ได้ว่าคนนี้ชื่อเรย์หรือชาลี”
“ฉันชอบคนมีลักยิ้ม”
“แก๊งนี้เขาร้ายกันอยู่นะยู...จะเสี่ยงเหรอ...นี่แก๊งหนุ่มฮอตการบินเลยนะ...แถมเพลย์บอยสุดๆ”
“ฉันจะจีบ ฉันอยากเป็นผัวนายนี่”
“วะ...ว่าไงนะ? นี่ฉันหูเพี้ยนหรือเปล่า” เฟอร์ถึงกับออกปากถามย้ำ
“ทำไมอะ...ฉันรุกเองไม่ได้เหรอ รุกเองก็เป็นผัวไง อีกอย่างฉันว่าฉันมีความเป็นผัวสูงกว่านายนั่นนะ”
“เอาไงก็เอาเถอะ...แต่ตอนนี้...ช่วยพาฉันไปง้อพะพายก่อน”
“ปะ...ฉันสวยหรือยัง” ยูมิจัดแจงผมเผ้าตัวเองให้เข้าที่เข้าทางแล้วเอ่ยถามเฟอร์
“อื้ม...สวยแล้ว...สวยที่สุดเลย”
“ปากหวาน...หรือเธอจะมาเป็นเมียฉัน” หยิกแก้มเฟอร์ด้วยความเอ็นดูที่เพื่อนรักเอ่ยปากชม
“ไม่เอาฉันจะไปเป็นเมียพะพาย” ตอบด้วยท่าทีทะเล้นเล็กๆ จากนั้นทั้งคู่ก็รีบพากันไปยังสถานที่ที่พะพายและเพื่อนรวมตัวกันอยู่
ทันทีที่มาถึงเธอก็มุ่งหน้าไปที่ห้องวีไอพีโซนสนุกเกอร์ และพอเปิดประตูเข้ามา ก็เห็นพะพายกำลังก้มเตรียมแทงสนุกเกอร์
หมับ!!
“พะพาย...” เฟอร์ไม่รอช้าพุ่งเข้าไปกอดเขาจากทางด้านหลัง ซึ่งเธอกอดเขาในขณะที่เขาก้มเล็งลูกกลมๆ ที่อยู่บนโต๊ะ วินาทีที่เธอกอดยอมรับเลยว่าเขาใจเต้นแรง และไม่คิดว่าเธอจะมาทำแบบนี้ต่อหน้าเพื่อนๆ เขาเลยด้วยซ้ำ
“อะ...เอ่อ...งั้นพวกกู...ออกไปข้างนอกนะ” เรย์เอ่ยบอกพะพายด้วยเสียงตะกุกตะกัก จากนั้นก็เดินไปควงแขนชาลีออกจากห้องไป
“เรย์ใช่ไหม?” ยูมิเดินไปขวางทางของทั้งคู่แล้วถามขึ้น
“ใช่...ฉันชื่อเรย์”
“ดีเลย...ฉัน...ยูมินะ...” แนะนำตัวเสร็จก็ดึงแขนเขาออกจากห้องไป ทิ้งให้ความมึนงงตกเป็นของชาลีแต่เพียงผู้เดียว
“อะไรกันครับเนี่ย” ชาลียกมือขึ้นเกาหัวแล้วเดินตามเพื่อนออกไป
ด้านเฟอร์...
“ปล่อย...ไม่มีสมาธิแทงสนุ๊ก” น้ำเสียงเย็นชา พร้อมกับยืดตัวขึ้นเต็มความสูง มือข้างหนึ่งถือไม้สนุ๊ก ส่วนอีกข้างแกะแขนเธอออกแล้วเดินไปอีกทางอย่างไร้เยื่อใย
“แทงอย่างอื่นก็ได้นะ” เฟอร์ไม่ละความพยายาม วิ่งตามเขาไปอีกฝั่ง “พะพาย...ดีกันนะ...” จังหวะที่เขาจะก้มลงเล็งลูกกลมๆ บนโต๊ะ เธอก็แทรกตัวเข้าไปมองหน้าเขาที่โต๊ะ แวบหนึ่งก็ทำให้พะพายชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็แสร้งยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วเปลี่ยนไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของโต๊ะ ส่วนเธอที่ถูกเมินก็ลุกขึ้น แล้วเดินอ้อมไปหาเขาอีกครั้ง
“นี่พะพาย...เกิดมาฉันไม่เคยมาวิ่งง้อใครเลยนะ...เลิกเล่นตัวสักที” เดินไปกล่าวด้วยท่าทีหัวเสียเล็กน้อย สองแขนกอดอกบ่งบอกว่าเธอเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วนะ
“ก็ไม่ได้บอกให้มาง้อ...ถอยไปเกะกะ” ดันตัวเธอให้ถอยออกห่างจากโต๊ะ เเล้วก้มลงเล็งลูกกลมๆ อีกลูกหนึ่งแล้วแทงให้อีกลูกกระทบอีกลูกจนลงหลุมไปด้วยความแม่นยำ
“พะพาย...จะไม่หายงอนจริงๆ เหรอ” สูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ หวังสงบสติอารมณ์ของตัวเอง แล้วตั้งหน้าตั้งตาง้อเขาอีกครั้ง
“...” ไม่มีคำตอบใดๆ เอ่ยออกมาจากปากของเขา แถมเขายังทำเมินไม่สนใจแล้วเดินดุ่มๆ ไปหยิบของแล้วออกจากห้องไปโดยไม่สนใจเธอเลยแม้แต่น้อย ส่วนเธอก็รีบวิ่งตามไปดักหน้าเขา สองแขนอ้าออก กันไม่ให้เขาเดินผ่านเธอไป
ดวงตากลมโตที่คลอไปด้วยน้ำตาช้อนมองหน้าเขา แวบหนึ่งเขาเผลอมองมัน แต่เพราะกลัวว่าจะแพ้น้ำตาเธอจึงเบนสายตาไปมองทางอื่นแทน
“พะพาย...กลับมาคบกันเถอะนะ...เฟอร์ขอโทษ...” เสียงหวานๆ เอ่ยบอกด้วยความสั่นเครือ แววตารู้สึกผิดมองไปที่เขา
“...” พะพายเบนสายตากลับมามองเธอนิ่ง ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาราวกับผู้แพ้ ก่อนที่จะเดินกลับไปยังอีกทาง
“ใจแข็งชะมัดเลย” เอ่ยกับตัวเองด้วยความน้อยใจ แล้วเดินไปนั่งบนม้านั่งคอตกๆ หมดหนทางที่จะรั้งเขาแล้ว
“น้องเฟอร์...”
“ฮะ...เฮียเจีย...มาได้ไงคะ...” เฟอร์เงยหน้าขึ้นไปมองร่างสูงที่มายืนอยู่ตรงหน้าเธอด้วยความสงสัย
“พี่มาแทงสนุ๊กกับเพื่อนเหมือนกัน...แต่เห็นเฟอร์เดินไปอีกห้องหนึ่ง”
“...” เขาเห็นมันทั้งหมดสินะ เฟอร์คิด พร้อมกับก้มหน้ารู้สึกผิดอีกครั้ง
“ไม่ต้องทำหน้าลำบากใจขนาดนั้นหรอก...เฮียเข้าใจ...รักเขามากเลยสิ”“...”
“เฮียนี่ก็แปลก...เห็นตำตาขนาดนี้ก็ยังจะถามอีก...เฮียนี่โง่จริงๆ เลย” ร่างสูงสบถกับตัวเองพร้อมกับยิ้มเย้ยหยันตัวเอง
“เฮีย...” ได้ยินเช่นนั้นก็ช้อนสายตามองเขาอีกครั้ง
“ไม่ต้องรู้สึกผิดหรอก...เฮียยอมแพ้แล้ว...เฮียไม่อาจทำลายความรักของเฟอร์กับเขาได้จริงๆ ...เฮียมาลองคิดๆ ดูแล้ว...เฮียจะยอมถอยเอง...เรื่องแต่งงาน...เดี๋ยวเฮียเป็นคนไปพูดกับป๊าเองนะ...เฟอร์ไม่ต้องห่วง” แม้ว่าเขาจะรักเธอมากแค่ไหน แต่หากการที่เห็นคนรักไม่มีความสุข เขาเองก็ไม่กล้าที่จะเห็นแก่ตัวได้ รักน่ะใช่แต่หากไม่มีความสุขเขาก็ไม่อยากบังคับจิตใจเธอ เพราะงั้น เขาเองนี่แหละจะเป็นคนถอยเอง เพราะเขารู้ว่าเฟอร์คงไม่กล้าที่จะขัดใจพ่อแน่ๆ
“เฮีย...”
“เชิญรักกับเขาต่อเถอะ...ทางนี้ไม่ต้องห่วงเลย...เดี๋ยวเฮียจัดการให้เอง...น้องสาวของเฮีย...”
“ฮะ...เฮียเจีย...”
“ได้ไหม...เฮียพอจะเป็นพี่ชายของเฟอร์ได้หรือเปล่าครับ” น้ำเสียงอ่อนโยน เธอรับรู้ได้ มันทำให้เธอน้ำตาไหลออกมาอย่างตื้นตันใจ ไม่คิดเลยว่าชีวิตนี้เธอจะเจอคนดีๆ แบบเขา เขาดีมากจริงๆ แต่เสียดายที่เธอไม่ได้รักเขาแบบนั้น และมั่นใจว่าอนาคตเจียจะต้องเจอคนที่ดีและเหมาะสมกว่าเธอแน่นอน
“ได้สิคะ...เฮียเป็นพี่ชายเฟอร์ได้อยู่แล้ว...ขอบคุณเฮียเจียมากๆ เลยที่เข้าใจเฟอร์”
“แค่เห็นเฟอร์มีความสุข เฮียก็มีความสุขแล้ว”
“เฟอร์เชื่อน้า...ว่าเฮียต้องเจอคนที่รักเฮียแน่นอน...”
“เฮียก็อยากให้คนนั้นเป็นเฟอร์นะ...แต่คง...ไม่ได้แล้วเนอะ...เฟอร์มีเจ้าของหัวใจแล้วนี่นา”
“เฮียเจีย...อย่าพูดให้เฟอร์รู้สึกผิดแบบนี้สิคะ”
“ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรเลย...ผิดที่เฮียเอง...เฮียคง...มาช้าไป”
“...” ร่างเล็กได้แต่ลุกขึ้นยืน แล้วมองหน้าเจียด้วยความเห็นใจ แต่จะให้เธอทำยังไงในเมื่อหัวใจของเธอมันเป็นของเขาไปแล้ว
“งั้น...ไหนๆ ก็จะจากกันแล้ว...งั้น...เฮียขอกอดเฟอร์เป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม...ถือว่าเป็นกอดปลอบใจเฮียก็ได้” ว่าแล้วเธอก็พยักหน้า ก่อนที่จะโผลเข้าไปกอดเขาแนบแน่น
ระหว่างที่กอดกันอยู่นั้นพะพายก็เดินมา เขามองเจียด้วยสายตาไม่พอใจ ก่อนที่จะพุ่งเข้าใส่หวังจะต่อยเจีย ทว่าเจียกลับรีบผละกอดออกแล้วเอนตัวหลบ
“ไอ้เชี่ย...มึงกอดเมียกูเหรอ...”
“ว๊าย...พะพาย...ไม่ใช่นะ...” ไวกว่าความคิดเฟอร์รีบพุ่งเข้าไปกอดแขนของพะพายเอาไว้ ไม่ให้ทั้งคู่ลงไม้ลงมือกัน
แต่แทนที่เจียจะอารมณ์ร้อนตามพะพาย ที่ถูกหาเรื่องแถมยังถูกพูดจาหยาบคายใส่ เขากลับไม่สนใจ ยังคงคุมสติตัวเองเอาไว้ได้ดี
“ผมฝากเฟอร์ด้วยนะ...ต่อจากนี้ไปช่วยดูแลเฟอร์แทนผมหน่อย...เฟอร์เลือกคุณแล้ว...ผมเองก็ต้องยอมรับสักที...” พูดพร้อมกับเอื้อมมือไปจับมือพะพายไปกุมมือเล็กของหญิงสาวอันเป็นที่รักไว้
ดวงตาคู่นั้นมันอบอุ่นเสียจนพะพายรู้สึกผิดขึ้นมาเลย แอบงงอยู่เหมือนกันว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น
“เฟอร์ครับ...ดูแลตัวเองดีๆ นะ...เมื่อไหร่ที่เฟอร์เสียใจ...เฮียจะรอเช็ดน้ำตาให้เฟอร์เสมอ...ส่วนคุณ...ถ้าคุณทำเฟอร์เสียใจ...ผมจะไม่ขอใจดีกับคุณ...เฮียไปก่อนนะ” ท้ายประโยคเจียก็ยกมือขึ้นยีหัวเธอเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ที่แสนอบอุ่น ก่อนที่จะเดินจากไป หอบหัวใจช้ำๆ ออกไปซ่อมมันด้วยตัวเอง
แม้จะรู้ว่าเธอไม่รัก แต่สำหรับเขาแล้วเขาก็ยังคงยินดีที่ได้รักเธอ อย่างน้อยๆ ความหวังดีของเขาก็ได้แสดงออกไปหมดแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนที่ได้หัวใจเธอ แต่ได้เห็นเธอมีความสุขกับสิ่งที่เลือก ได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจริงๆ ก็นับว่าคุ้มแล้ว นี่สินะที่เขาบอกว่าหากรักเขาก็ให้ปล่อยเขาไปมีความสุข สุดท้ายแล้วความรักสำหรับเขาก็ไม่ได้ครอบครอง
ให้หลังจากที่เจียเดินจากไป พะพายก็ยืนมองจนลับสายตา ในใจก็รู้สึกและรับรู้ได้ถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ของเจีย เขายืนเหม่อมองไปเบื้องหน้านิ่ง ในขณะที่เฟอร์ก็แอบลอบมองมือของตัวเองและเขาที่จับกันด้วยหัวใจที่พองโตอีกครั้ง พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“จับมือฉันแน่นแบบนี้...หายโกรธแล้วใช่ไหม” เสียงของเฟอร์ดึงสติให้พะพายระลึกได้ว่าเมื่อครู่นี้ตนกำลังงอนยัยเตี้ยนี่อยู่ เมื่อรู้ตัวว่าเคลิ้มไปกับเธอก็รีบสะบัดมือออกจากเธอทันที ทว่ามือเหนียวๆ ของเธอกลับจับไว้แน่นไม่ยอมปล่อยให้หลุดไปง่ายๆ
“ปล่อย!!”
“ไม่ปล่อย” ร่างเล็กลอยหน้าลอยตาตอบ ตามด้วยมองหน้าเขาพร้อมกับยักคิ้วกวนๆ
“เลิกกันแล้ว...ไม่ต้องมาจับ” เขาตอกย้ำคำนั้นใส่หน้าเธอ ด้วยท่าทีน้อยใจ ซึ่งเธอก็รับรู้ได้ว่าเขาตั้งใจจะพูดประชดเธอ แต่ในเมื่อตั้งหน้าตั้งตาจะง้อเขาแล้ว ก็ต้องง้อให้สุด เลยทำเป็นตีมึนไม่สนใจคำประชดของเขา
“ดีกันน้า...”
“ไม่...ฉันเสียใจไปแล้ว...อย่าคิดว่าแค่ทำหน้าแบ๊วๆ แล้วฉันจะใจอ่อน”
“โอเค...จะงอนก็งอนไป...แต่ไม่ว่ายังไง...ฉันก็จะตามง้อนาย...จนกว่านายจะหายงอน”
“เหอะ!! คนแบบเธอ...จะอดทนได้สักกี่น้ำ”
“ก็หลายน้ำนะ...ลองแล้วไม่ใช่เหรอ...หรืออยากจะลองอีกก็ไม่ว่ากันนะ”
“เป็นผู้หญิง...พูดจาแบบนี้ไม่อายปากเลยหรือไง” แหมที่อย่างงี้มาบอกว่าเธอไม่อาย ที่ก่อนหน้านั้นที่เขาเอาแต่พูดจาลามกกับเธอล่ะ เฟอร์แย้งในใจ
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“ลุก...ฉันบอกให้ลุกไง!!...” ดึงแขนของสายขิมอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดสุดท้ายสายขิมก็จำใจที่จะเดินตามแรงดึงของเฟอร์ แต่แล้วจังหวะที่กำลังจะเดินข้ามไปที่ลานจอดรถโซนที่เธอจอดนั้น อยู่ๆ ก็มีรถคันหรูเหยียบคันเร่งเสียงดัง พร้อมกับออกตัวพุ่งมาทางเธอและสายขิมด้วยความรวดเร็วบรึ่น บรึ่น!!“กรี๊ดดดดด”พลั๊ก อ
“...”“ไม่ต้องให้อภัยฉันก็ได้...แต่ได้โปรดฟังความจริงจากปากฉันหน่อยได้ไหม”“ฉันไว้ใจแกได้เหรอ”“ได้สิ...” สายขิมตอบกลับพร้อมมองเฟอร์ด้วยสายตาเว้าวอน แต่ใครจะรู้ล่ะ เธออาจจะหลอกเธอให้เชื่อคำลวงอย่างที่เคยเป็นก็ได้“งั้น...ฉันขออัดเสียงแกเอาไว้ด้วยได้ไหม...เป็นหลักฐานเผื่อว่าแกคิดไม่ซื่อกับฉัน” พูดพร
“เฟอร์...ไปดูหนังกัน...” ช่วงสายของอีกวันขณะที่ร่างสูงกำลังจะเดินไปอาบน้ำก็เอ่ยชวนเธอขึ้น“ดูหนังเสร็จ...ไป...”“ไปเอากันต่อ...” ยังไม่ทันที่เฟอร์จะได้ถามจบประโยคดีเลยพะพายก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน จุดประสงค์คือมุ่งมั่นมาก ไม่ได้พูดทีเล่นทีจริงใดๆ ทั้งนั้น เพราะในหัวเขาจ้องแต่จะยกซดเธออย่างเดียวเลย“นี่
เมื่อทนต่อความอับอายไม่ไหว จึงจำต้องลากเขากลับคอนโด และด้วยเพราะมีเรื่องให้คิดเยอะช่วงนี้ ทั้งที่พ่อเธอเอาแต่ทาบทามหาคู่ให้ ทั้งระแวงเรื่องพะพาย เพราะช่วงนี้ห่างกัน เลยทำให้เธอลืมไปเลยว่าวันนี้คือวันครบรอบ1ปีที่เธอคบกันกับเขาแกร๊ก แอ๊ด!!“พะพาย...” ร่างเล็กอุทานชื่อของเขาอย่างเหลือเชื่อ เมื่อทันที







