LOGIN1ปีต่อมา...
หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถึงจะไปหาพะพายที่คอนโด ใช้ชีวิตด้วยกันวันสองวัน หรือบางครั้งแค่วันเดียวก็มี ซึ่งเธอก็เข้าใจดี แม้หลายครั้งจะแอบงี่เง่าอยู่บ่อยๆ ก็ตาม แต่เมื่อได้ของฝากจากพะพาย ได้ไปกินอะไรอร่อยๆ ด้วยกัน ก็หายงอนแล้ว
“บ้าเอ๊ย...ท้องได้ไงเนี่ย...” ร่างเล็กหยิบที่ตรวจครรภ์ขึ้นมาดู ก็พบว่ามันขึ้นสองขีด ซึ่งทำให้เฟอร์ลำบากใจอยู่ไม่น้อย
ขาเรียวเดินไปเดินมา จนผีในห้องตาลายไปหมด เพราะคิดไม่ตกว่าจะบอกเรื่องนี้กับพ่อของเธอยังไงดี มารู้ตัวว่าท้องก็ตอนที่พ่อกำลังทาบทามให้เธอไปแต่งงานกับเพื่อนพ่อแล้ว เอาจริงๆ พ่อของเธอก็พูดเรื่องนี้กับเธอตั้งแต่ยังเรียนไม่จบนั่นแหละแต่ตอนนั้นเธอกับเจียไปกันไม่ได้พ่อเลยต้องทาบทามคนใหม่ให้แทน
แล้วตอนนี้เรียนจบมา3ปีแล้ว และพ่อก็เห็นว่าเธอควรที่จะมีครอบครัวได้แล้วด้วยจึงนัดแนะให้เธอไปดูตัววันนี้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
“อาหมวย...แต่งตัวเสร็จหรือยัง” เสียงฟงดังขึ้นที่หน้าประตูห้องของเธอ ดึงสติที่หลุดลอยไปให้กลับมาอยุ่กับเนื้อกับตัวในทันที
“เอ่อ...สะ...เสร็จแล้วค่ะป๊า” มือเล็กรีบโยนที่ตรวจครรภ์นั้นทิ้งลงถังขยะ แล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องไป
แกร๊ก แอ๊ด!!
“ทำไมหน้าดูซีดๆ อาหมวยไม่สบายเหรอ...”
“อะ...เอ่อ...เฟอร์แค่ปวดหัวนิดหน่อยค่ะป๊า” ตอบกลับด้วยความประหม่าเล็กน้อย
“ไหวไหม...ถ้าไม่ไหว...ป๊าเลื่อนนัดก็ได้” ผู้เป็นพ่อถามด้วยความห่วงใย สายตาที่มองลูกสาวตัวน้อยสื่อถึงความอ่อนโยนจนเธอสัมผัสได้ แต่เธอรู้สึกผิด ที่ต้องไปดูตัวทั้งที่ในท้องของเธอตอนนี้มีลูกของ...พะพายอยู่
“ป๊า...ถ้าเฟอร์...มีแฟน...แล้วแฟนเฟอร์มีเชื้อไทยแบบพี่สะใภ้...ป๊าจะยอมไหมคะ” เฟอร์แอบเกริ่นๆ ขึ้นมา
“ป๊า...ยอมรับแค่ของอาตี๋เท่านั้น...ของอาตี๋มันเหตุสุดวิสัย แต่ถ้าเป็นไปได้ป๊าก็ต้องการที่จะเป็นดองกับตระกูลจีน...และเหลือแค่ลื้อเท่านั้นที่จะสานฝันให้ป๊าได้” เสียงเข้มของฟงกล่าวอย่างเด็ดขาด
“...แต่เฟอร์ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลยนะคะ...จะรักกันได้จริงๆ เหรอ”
“แต่งๆ ไปก็รักเองนั่นแหละ...ดูอย่างม๊าลื้อสิ...อยู่กินกันไปป๊าก็รัก...แถมจีนกับจีนก็ยิ่งส่งเสริมความมั่งคั่งยิ่งๆ ขึ้นไป...”
“ค่ะ” พยักหน้าตอบรับแล้วเดินตามพ่อไป ปากเรียวบางเป็นกระจับได้รูปสวยสีหวานเม้มเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า แต่ถึงอย่างนั้นก็ขัดใจป๊าไม่ได้
รถคันหรูของตระกูลทรัพย์ธาดาแล่นเข้ามาจอดหน้าภัตตาคารอาหารจีนสุดหรูที่ใจกลางเมือง เพียงไม่นานพ่อลูกก็เดินออกมาจากรถ การดูตัวครั้งนี้ไม่ค่อยจะราบรื่นเท่าไหร่ เพราะอาหารที่เธอโปรดปรานกลับมีกลิ่นเหม็นชวนอ้วกไปเสียหมด
“อาตงพาน้องออกไปสูดอากาศข้างนอกไป...” พ่อของผู้ชายหน้าตี๋ที่แต่งตัวอย่างกับเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้เอ่ยบอกลูกชาย แล้วอาตงอะไรนั่นก็ดูจะเชื่อฟังพ่อด้วยนะ ทำตามทุกอย่างเลย
“ครับป๊า...” ตงตงลุกขึ้นแล้วผายมือให้เธอเดินออกไปที่ระเบียงชมวิว
“น้องเฟอร์...ไม่สบายเหรอครับ...ดูหน้าซีดๆ ตั้งแต่เข้ามาแล้ว” ตงตงถามด้วยความอ่อนโยน
“นิดหน่อยค่ะเฮียตง...ขอโทษนะคะ...ที่ทำบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเสียเลย” คนตัวเล็กขอโทษขอโพยอย่างรู้สึกผิด
“ไม่เป็นไรครับ...เห็นป๊าบอกว่าน้องเฟอร์สนใจเรื่องการทำจิวเวอรี่...เอาไหมเฮียหาทำเลเปิดร้านให้...”
“เอ่อ...ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะ...เดี๋ยวเฟอร์หาเองดีกว่า...เฟอร์ไม่อยากรบกวนเฮียตง”
“รบกวนอะไรครับ...อีกหน่อยก็เป็นทองแผ่นเดียวกันแล้ว...ยังไงแต่งงานกันไป น้องเฟอร์อยากทำเฮียก็ต้องซัพพอร์ตอยู่ดี” ไม่พูดเปล่าแต่กลับเดินต้อนเธอจนแผ่นหลังของเธอชนไปกันราวเหล็กกั้น
“อ๊ะ!!”
หมับ!!
แล้วด้วยเพราะถอยหลังเดินเร็วไปหน่อย ทำให้เธอขาพันกันจนล้ม โชคยังดีที่ตงตงกอดเอวของเธอเอาไว้เสียก่อน แถมตอนนี้ร่างของเธอยังอยู่ใกล้กับเขาจนเกินไป จนได้กลิ่นน้ำหอมจากตัวเขา และกลิ่นนั่นก็ทำให้เฟอร์อาเจียนออกมาจนเลอะเต็มเสื้อของเธอไปหมด
อ้วก!!
“อึก...เฮีย...เฟอร์ขอโทษค่ะ...เฟอร์ไม่ได้ตั้งใจ...ถอดมาค่ะ...เดี๋ยวเฟอร์เอาไปซักให้” ด้วยความตกใจที่เผลออ้วกใส่เขา ก็รีบถลาตัวเข้าไปถอดเสื้อของเขาออกทันที
หมับ!!
“ผัวไปบินไม่กี่วัน...จะเอาผัวใหม่แล้วเหรอ” ยังไม่ทันที่เฟอร์จะถอดเสื้อสูทตัวนอกของตงตงได้สำเร็จ ก็ถูกมือของพะพายดึงแขนเธอแล้วกระชากจนร่างเล็กปลิวไปกระแทกอกแกร่งของเขาทันที
“เอ่อ...ไม่ใช่แบบนั้นนะคะเฮีย...” รีบแก้ตัวกับตงตงทันที เพราะกลัวว่าตงตงจะเอาเรื่องนี้ไปบอกป๊าเธอ
“ปล่อยมือจากว่าที่เจ้าสาวกู!!” ตงตงกดเสียงต่ำ พร้อมกับจ้องมองพะพายราวกับจะกินหัว
“ว่าที่เจ้าสาวมึง แต่เมียกู...ไปกลับ!!” พูดจบก็ดึงคนตัวเล็กให้เดินตามเขาไป โดยที่ไม่ได้สนใจว่าไอ้หน้าตี๋นั่นจะหงุดหงิดแค่ไหน
“พะพาย...ปล่อย...เดี๋ยวป๊าเห็น...เดี๋ยวเฮียเอาเรื่องนี้ไปบอกป๊าฉันได้ซวยพอดี”
“ฉันเริ่มจะทนเธอไม่ไหวแล้วนะเฟอร์...เธอไม่กล้าบอกป๊า...ฉันไม่เคยว่า...แต่เธอยอมไปเดตกับผู้ชายคนอื่นไปทั่วแบบนี้...ถามจริง...ยังรักกันอยู่จริงๆ เหรอ”
“พะพาย...ฟังกันหน่อยสิ...อึก...อุ๊บส์!” ระหว่างที่กำลังจะอธิบายก็รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาอีกรอบ จนต้องยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเอาไว้
“เป็นอะไรอีกอะ”
“พะพาย...เมื่อเดือนก่อน...นายได้ใส่ถุงอยู่ใช่ไหม” เอ่ยถามทั้งที่ยังเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้ เพราะกลัวว่าอ้วกจะพุ่งใส่พะพายอีกคน
“ก็...ใส่...แหละ...ทำไม...หรือว่าเธอ...” ร่างสูงตาลุกวาวราวกับว่ารอคอยสิ่งนี้มานาน
แต่คำว่าก็ใส่แหละของเขานี่สิ ทำเฟอร์แปลกใจอยู่ไม่น้อย ทำไมรู้สึกเหมือนทุกอย่างมันเป็นแผนของเขายังไงก็ไม่รู้
“ทำไมดูดีใจขนาดนั้น...” เลิกคิ้วแล้วมองด้วยสายตาจับผิด
“ก็...ไม่ได้ดีใจ...แต่เครียดอยู่ไง...แล้ว...สรุปท้องเหรอ” พะพายตอบอึกอักไม่กล้าที่จะสบตาเฟอร์โดยตรง ราวกับคนมีชนักติดหลังอยู่
“ก็...อืม...ฉันตรวจเมื่อเช้า” ก้มหน้าตอบไม่เต็มเสียนัก เพราะยังสับสนอยู่ว่าเธอท้องได้ไงทั้งที่เธอป้องกันทุกทาง ทั้งยาคุม ทั้งถุงยาง
“ว้า...อุตส่าห์ใส่ถุงแล้วแท้ๆ เลย...” พะพายแสร้งทำหน้าเศร้า ซึ่งมันดูยังไงก็ดูแสดงจนเธอดูออก
“พะพาย!! ฉันท้องได้ยังไง...นายทำอะไรกับฉัน!!” กดเสียงต่ำคาดคั้นเอาความจริง เธอมั่นใจว่าเธอป้องกันอย่างดี นอกเสียจากว่าจะเป็นเขาเสียเองที่เล่นตุกติก
“ก็เอากับเธอไง...ไม่เอากันจะท้องเหรอ...สงสัยลูกอยากมาเกิดมั้ง...เพราะแม่มันไม่ยอมบอกตาสักที...สมน้ำหน้า...โดนเสกลูกเข้าท้อง...ทีนี้ก็ไปบอกป๊าเธอได้แล้วว่าเธอมีฉันเป็นผัว” นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้วยังตีมึนเดินนำหน้าเธอไปยังรถด้วยท่าทีสบายอารมณ์ รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขาทันที
“พะพายฉันท้องได้ยังไง ฉันกินยาคุมทุกวัน...”
“สงสัยเอาแรงถุงแตกมั้ง...” ตอบหน้าตาย “เอาน่า...มีมาแล้วให้ทำไงล่ะ...”
กึก แกร๊ก!!
เฟอร์มองหน้าพะพายด้วยท่าทีไม่ไว้ใจจากนั้นก็เอื้อมมือไปเปิดลิ้นชักรถแล้วหยิบถุงยางในนั้นทั้งหมดออกมาดู พร้อมกับความจริงที่ปรากฏ เพราะทุกถุงมีรอยเจาะ!!
“พะพาย!! ไอ้บ้าเอ๊ย...นายเจาะถุงยางเหรอ...ทำไมนายทำแบบนี้ห๊ะ”
ปั่ก ปั่ก ปั่ก ปั่ก!!
มือเล็กระรัวทุบไปที่แฟนหนุ่มข้างกายอย่างแรงด้วยความโมโห ทั้งที่คุยกันแล้ว ว่าจะให้เธอไปเกริ่นกับพ่อก่อน แล้วเรื่องของเราค่อยเป็นค่อยไป แต่ไอ้บ้านี่มันดันทำเธอท้องก่อนแถมทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเป็นแผนของเขาทั้งหมดเลย
“โอ๊ยเฟอร์...พายเจ็บ!!...อย่าหงุดหงิดดิ...เดี๋ยวลูกออกมานิสัยเสียเหมือนแม่นะ”
เพี๊ยะ!!
“นิสัยเสียเหมือนแม่เหรอ...เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อมันน่ะสิ...แล้วทีนี้จะบอกป๊ายังไง...แล้วเรื่องเฮียตงอีก...รอบนี้ไม่เหมือนรอบก่อนแน่...ดูท่าแล้วเฮียตงไม่ง่ายเหมือนเฮียเจียเลยนะ”
“ก็อย่าทำให้มันเป็นเรื่องยากสิ”
“นายก็พูดง่ายสิ...นายไม่ใช่ฉันนี่”
“ท้องขนาดนี้แล้วก็ยังไม่กล้าพูดอีกหรือไง...”
“ก็ทำใจอยู่...พยายามพูดกับป๊าแล้วแต่ป๊าไม่รับเขยไทยเลย”
“ทำใจบ้าอะไร3ปีกว่าแล้วนะ ฉันให้เวลาเธอทำใจมามากพอแล้ว...ต้องให้ลูกออกมาวิ่งได้เลยไหมถึงจะยอมบอก...ถ้าลูกออกมาอย่ามาขี้ขลาดแบบแม่มันนะ จะตีให้”
“ถ้าลูกออกมาก็อย่ากวนตีนเหมือนพ่อมันนะ ไม่งั้นจะเอาไปปล่อยวัด”
“นั่นลูกนะเฟอร์”
“ก็ทีนายยังจะตีลูกเลย”
“ฉันประชดไหมล่ะ...แล้วทีนี้จะเอายังไง...สรุปจะไปบอกเองไหม...หรือจะให้ฉันเป็นคนจัดการ”
“รู้แล้วๆ ...จะบอกเอง...แต่ขอเวลาอีกนิดได้ไหม...สักอาทิตย์”
“ไม่ให้!! สามปีที่ให้เวลาเธอ...มันยังไม่นานพออีกหรือไง...ฉันไม่โอเคนะหลบๆ ซ่อนๆ ทำตัวอย่างกับฉันเป็นชู้เธอเนี่ย”
“โถ่...พะพาย...ช่วยเข้าใจฉันหน่อยสิ”
“ไม่รู้ล่ะ...จะไปบอกพ่อแม่ไว้ก่อน...แล้วดูพี่เป็นตัวอย่างนะไอ้น้อง...ว่าคนจริงเขาทำกันยังไง” ถามจริง ว่าชีวิตนี้เขาจริงจังกับอะไรบ้าง ชีวิตเขาดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย เขาแทบจะไม่แคร์อะไรเลยด้วยซ้ำ แล้วดูเธอดิ คิดมากทุกอย่าง ไม่คิดเลยว่านิสัยคนละขั้วแบบนี้จะมาคบกันได้
ครืด ครืด ครืด!!
“พะ...พะพาย...ป๊าโทรมา...ทำไงดี...” ความเครียดในตอนแรกที่มีอยู่แล้วทวีเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว เมื่อพ่อของเธอโทรเข้ามา ทำให้เฟอร์ลุกลี้ลุกลนจนต้องขอความช่วยเหลือจากแฟนหนุ่มข้างกาย แต่ทว่าพะพายกลับไหวไหล่ไม่สนใจ แล้วปล่อยให้เธอทุกข์ร้อนไปคนเดียว ทั้งที่เขาเป็นคนไปเอาเธอออกมาจากอกพ่อเธอแท้ๆ
“คิดเองดิโตแล้ว...”
“จิ๊ไอ้บ้าเอ๊ย...ช่วยคิดหน่อย...”
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







