Masuk“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”
“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”
“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้...คือสิ่งที่คู่ควร...ตอนป๊าแต่งกับป๊าตอนแรกก็ไม่ได้รักกัน...แต่สุดท้ายก็ยังไปกันได้”
“เป็นเพราะป๊าเธอโชคดีต่างหากที่ทำให้ป๊าเธอได้เจอม๊า...แล้วถ้าสิ่งที่ป๊าเธอเลือกให้ผิดล่ะ...สุดท้ายแล้วเป็นป๊าเธอเองนั่นแหละที่ทำร้ายลูกเองกับมือ”
“ฉันเลือกนาย...มันถูกต้องแล้วใช่ไหมพะพาย”
“เธอเลือกฉัน...มันถูกต้องที่สุดแล้ว...เธอจะไม่มีวันเสียใจที่ได้ฉันเป็นสามี”
แล้วหลังจากวันนั้นเธอก็ได้หนีตามเขามาอยู่ที่คอนโด โดยที่ยังไม่ได้กลับไปเคลียร์กับผู้เป็นพ่อเลย จากที่เคยได้ยินเสียงโทรศัพท์ที่มีเบอร์พ่อโชว์ทุกวัน คอยโทรหาถามไถ่กันตลอด บัดนี้ก็ไม่มีแล้ว แถมพะพายก็ไปบิน กลายเป็นว่าเธอออกมาใช้ชีวิตที่นี่กับเขา กลับรู้สึกเหงาเพราะพะพายเริ่มไม่มีเวลาให้เธอเหมือนก่อนหน้า
เฟอร์ : พะพาย...ฉันคิดถึงนาย เมื่อไหร่จะกลับ
เฟอร์ : เครื่องยังไม่แลนด์ดิ้งอีกเหรอ ฉันอยู่คอนโดนายคนเดียว ฉันเหงามากเลย อยากไปเที่ยว รอบหน้ากลับมา ไปเที่ยวกันไหมที่ต่างจังหวัดก็ได้
แทนที่สิ่งที่เธอเลือกมันจะดี เธอกลับรู้สึกเหงาเพราะเขาเริ่มไม่มีเวลา เวลางานของเขาไม่เหมือนคนอื่น วันหยุดก็เอาแน่เอานอนไม่ได้ แถมการติดต่อก็ไม่ตลอดเวลา ทักไปตอนเช้า ตอบเย็นก็มี หรือบางทีหนักหน่อยก็ข้ามวัน และเป็นแบบนี้มาเป็นเดือนๆ ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับฟงก็เงียบหายไป จนเธอเริ่มรู้สึกผิดต่อพ่อ
“ฉันกำลังทำอะไรอยู่ ฉันยอมทะเลาะกับพ่อ เพียงเพื่อมาอยู่คนเดียวหรือไง” ร่างเล็กเอ่ยถามตัวเอง เริ่มสับสนว่าสิ่งที่เธอยืนหยัดเลือกมานั้น มันดีจริงๆ ใช่ไหม
พยายามไตร่ตรองทุกอย่างตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา ก็ยังรู้สึกเหมือนว่าเธอเลือกผิด เพราะ ณ เวลานี้เขาไม่อาจทำให้เธอรู้สึกสบายใจได้เลย เธอเริ่มไม่มีความสุข แถมยังรู้สึกว่าเหมือนอยู่ตัวคนเดียวเข้าไปทุกที หลายๆ ครั้งที่เธอลองไปเดินเที่ยวคนเดียวทั้งที่ไม่เคยกล้าไป แต่ตอนนี้กลับทำมันได้แล้ว
ทุกคืนจะเฝ้ารอโทรศัพท์จากเขา แต่ก็เริ่มเงียบกว่าแต่ก่อน ทั้งที่ปกติไม่ว่างแค่ไหนเขาก็ต้องพยายามหาช่องทางติดต่อ แล้วช่วงนี้เธอต้องการเขาที่สุด เพราะเธอมีปัญหากับที่บ้าน ทว่ากลับไม่มีเขาเลย หลายครั้งที่พยายามจะเข้าใจ แต่ทำไมยิ่งพยายามก็ยิ่งไม่เข้าใจ แล้วไม่รู้ว่าทั้งหมดทั้งมวลที่เธอคิดมากเป็นเพราะอารมณ์คนท้องหรือเปล่า
“ยู...เธอว่า...การที่ฉันเสี่ยงต่อต้านที่บ้าน...แล้วมาเจอความโดดเดี่ยว...มันคุ้มไหม” คำถามแสนเศร้าเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร้านก่อนหน้านั้น
“เฟอร์...เธอต้องเข้าใจนะว่าพะพายมันเป็นนักบิน...เวลาพัก...เวลาหยุดไม่แน่นอน”
“ฉันพยายามเข้าใจแล้วยู...แต่ฉันเหงา...เธอรู้ไหมจากที่ฉันไม่กล้าที่จะทำอะไรเองคนเดียว ทุกวันนี้ฉันเริ่มทำมันได้เอง สิ่งที่ฉันพยายามจะบอกคือฉันไม่ได้อยากแข็งแกร่ง ฉันแค่อยากมีเขา เธอเข้าใจฉันใช่ไหม”
“แล้วอาทิตย์นี้เจอกันบ้างยัง” ยูมิพยักหน้ารับฟังอย่างเข้าอกเข้าใจ ก่อนที่จะเอ่ยถามต่อ แต่ก็ได้คำตอบจากเฟอร์เป็นการส่ายหน้าไปมาเบาๆ
ก่อนหน้านั้นเขายุ่งมาก แต่ก็พอจะมีเวลามาหาเธอ พอจะมีวันหยุด แต่พอเธอเลือกออกมาแทนที่เขาจะหาเวลามาให้เธอ แต่กลับเป็นว่าเวลาดันน้อยลง
“หรือฉันควรกลับไปขอโทษป๊า แล้วยอมทำตามที่ป๊าสั่งดี”
“แล้วเธอคิดว่า สิ่งที่ป๊าเธอเลือกให้ จะต่างอะไรกับสิ่งที่เธอเลือก?” ยูมิถาม เธอแค่อยากให้เพื่อนเธอลองคิดดีๆ อีกหน่อย
“บางทีเฮียตง...อาจจะดีกับฉันก็ได้”
“เขาจะรับลูกในห้องเธอได้งั้นสิ”
“เฮ้อ...บางทีฉันอาจจะเรียกร้องมากไปก็ได้...ไว้...ฉันไปเที่ยวพักผ่อนสักหน่อยก็คงหาย”
“งั้นก็ไปเที่ยวให้สบายใจ ค่อยๆ คิด ส่วนร้าน...เดี๋ยวฉันจัดการดูแลให้เอง”
วันต่อมา...
เฟอร์เลือกไปเที่ยวที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เธอจองที่พักไว้2คืน หวังพาลูกน้อยในท้องไปกินลมชมบรรยากาศบนเขา ไปชมฟาร์มแกะ ไปโอบกอดสายหมอกบนเขาหวังให้ธรรมชาติบำบัด
“คุณฟาริดาใช่ไหมคะ...ทางเราอัพห้องให้เป็นห้องพักวีไอพีนะคะ...นี่คีย์การ์ดเข้าห้องค่ะ” แต่เมื่อมาcheck inเพื่อเข้าพัก พนักงานกลับต้อนรับเธออย่างรู้งาน พร้อมกับบอกว่าอัพห้องจากห้องปกติให้เธอเป็นห้องวีไอพี ซึ่งน่าแปลกอยู่เหมือนกัน แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นช่วงโปรโมชั่นละมั้ง
ติ๊ด! แอ๊ด!
แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าห้องมา กลับรู้สึกได้กลิ่นที่แสนคุ้นเคย กลิ่นที่เธอคิดถึงและอยากเจอในทุกๆ วัน เมื่อคิดว่าตัวเองคงคิดถึงเขาจนหลอน จึงรีบสะบัดความคิดนั้นออกไปจากหัว แล้วเสียบคีย์การ์ดเพื่อเปิดไฟในห้อง
พรึ่บ! หมับ!
ฟ่อด!
“อ๊ะ!!”
“อยากมาเที่ยว...ทำไมไม่บอกฉันหื้ม...” เสียงทุ้มนุ่มๆ เอ่ยขึ้นที่ข้างใบหู หลังจากที่พุ่งเข้ากอดแล้วฉกหอมแก้มของแฟนสาวขี้งอน หลังจากที่ไฟในห้องสว่างวาบขึ้น พร้อมกับประตูห้องที่ปิดลง
“นี่!! นายมาได้ไง...อย่าบอกนะว่าเรื่องที่พัก...นายเป็นคนจัดการ”
“อือฮึ...ก็เมียมาพักทั้งที...ก็ต้องดีๆ หน่อยสิ...อีกอย่างลูกจะได้อารมณ์ดีด้วย...ช่วงนี้แม่หงุดหงิดง่าย...รู้ไหมว่ามันมีผลต่อลูกนะรู้ไหม”
“รู้ขนาดนั้นแต่ก็ไม่มีเวลาให้ฉันเลย...แล้วรู้ได้ไงว่าฉันอยู่ที่นี่”
“ก็...ยูมิบอก...เมื่อเช้า...กลับคอนโดแล้วไม่เจอ...แถมโทรหาก็ไม่รับ...เดี๋ยวนี้เก่งใหญ่แล้ว...ไปไหนมาไหนไม่ต้องพึ่งฉันแล้วเหรอ” ร่างสูงยังคงกอดเธอเอาไว้ไม่ยอมปล่อย รู้ว่าแค่พูดหวานๆ ทำตัวน่ารักเธอก็แพ้ให้เขาแล้ว อีกอย่างช่วงนี้เขาก็โหมงานเยอะจริงๆ นั่นแหละ ไม่มีเวลาให้เธอเลย จนเธอเริ่มนอยกับความสัมพันธ์ที่เริ่มห่างเหินนี้แล้ว
“ปล่อย...ฉันไม่อยากเที่ยวแล้ว...” ดึงแขนของเขาที่กอดเอวเธอไว้ออก แต่เขากลับกำชับแน่นยิ่งกว่าเดิม
“หยุดสามวัน...พายให้เวลาเฟอร์เต็มที่เลยนะ...”
“ไม่เอา...ไม่อยากได้แล้ว...ตอนต้องการหายหัวไปไหน...แล้วกลับจากเที่ยวเสร็จ...ฉันจะกลับบ้านไปหาป๊า...”
“ไม่เอาน่าเฟอร์...”
“มันอาจจะดูงี่เง่านะ แต่นายไม่เข้าใจฉันเหรอ...ว่าตอนนี้ฉันต้องการนายแค่ไหน...พะพาย...ฉันอดทนรอนานไม่ไหวแล้ว...ฉันเหงา...แล้วฉันก็เหนื่อยมาก...ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว”
“เฟอร์...เข้าใจพายหน่อย...พายทำตอนนี้ก็เพื่อเรานะ...” พะพายจับคนตัวเล็กให้หันเข้าหาตัวเขา มองเธอด้วยแววตาจริงจัง
“ท้องฉันโตขึ้นทุกวันนะพะพาย...ฉันไม่อยากอยู่คนเดียว...ฉันกลัว...” เงยหน้ามองหน้าเขา สองตามีน้ำใสๆ คลอเบ้าตา หวังให้เขาเข้าใจเธอด้วยเช่นกัน
มือหนายกขึ้น ใช้นิ้วหัวแม่มือเขี่ยพวงแก้มนวลอย่างอ่อนโยน แขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวบางเอาไว้ แล้วโน้มใบหน้าเขาไปหาเธอ จรดริมฝีปากลงที่หน้าผากมนอย่างนุ่มนวล
“พายรักเฟอร์นะ...ก็เพราะเฟอร์ท้องโตขึ้นทุกวันนี่แหละ พายเลยต้องยิ่งทำงานเยอะๆ ...พายอยากมีทุกอย่างเตรียมพร้อมให้ลูก”
“ถ้าไม่มีเวลา...ก็ช่วยติดต่อกลับมาบ้างไม่ได้หรือไง...รายงานฉันหน่อย...ให้ฉันเห็นหน้านายผ่านกล้องก็ยังดี”
“บางเที่ยวบินมันยาวไง บางทีถึงที่หมายเช้าที่นุ้นมันโซนยุโรปแต่ที่ไทยก็คือดึกแล้ว พายไม่อยากรบกวนการนอนเฟอร์ พายอยากให้เฟอร์พักผ่อนเยอะๆ”
“ทักทิ้งไว้ก็ไม่ได้เลยเหรอ” ทำตาปริบๆ แก้มป่องๆ เสียจนน่าเอ็นดู เนี่ย แล้วแบบนี้จะไม่ให้พะพายใจอ่อนได้ยังไง
“ได้...แต่อย่ามาบ่นว่านอนไม่พอนะ...”
“ไม่บ่น...” ส่ายหน้าเบาๆ แล้วอมยิ้ม พร้อมกับกอดเอวสอบกลับ แล้วเอาหน้าถูไถแผลงอกเขาอย่างออดอ้อนราวกับแมวน้อยที่ต้องการความรักจากเจ้าของ
จุ๊ฟ!!
“แล้ว...หายงอนพายหรือยัง”
“หายแล้ว...” พอเขามาทำดีด้วยหน่อยก็ใจอ่อนให้เขาทุกที ก็นะ เธอแค่น้อยใจเรื่องเวลา เขาไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกระแวงเรื่องผู้หญิงสักหน่อย ก็ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่คบกันมาเขาก็ไม่เคยมีเรื่องผู้หญิงให้ต้องหนักใจเลย
นี่ใช่ไหมที่เขาว่ากันว่า หากเขารักและซื่อสัตย์กับเรา เขาจะชัดเจน และทำให้เราเชื่อใจเองโดยที่เราไม่ต้องคิดมากเลยด้วยซ้ำ ไม่คิดมากเรื่องผู้หญิงน่ะใช่ แต่คิดมากเรื่องเวลาที่เขาให้เธอน้อยลงแทน
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







