로그인“จะเดินตามฉันไปถึงเมื่อไหร่...”
“ก็จนกว่านายจะยอมกลับมาเป็นแฟนฉันไง”
“ไปคุยกับพ่อก่อนไหม...ก่อนจะมาวิ่งตามฉันน่ะ”
“ทำไมถึงได้ประชดประชันเก่งนักนะ” เฟอร์กล่าวลอยๆ ตามด้วยก้าวเท้าตามขายาวๆ ของเขาไป ผู้ชายอะไรเดินเร็วเป็นบ้าเลย ในขณะที่เขาแค่ก้าวเดิน แต่เธอนี่สิต้องวิ่งตาม
“...” พะพายไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป ยังคงเดินไปยังรถของตัวเองแล้วเปิดเข้าไปนั่งประจำที่คนขับ ส่วนเฟอร์เองก็วิ่งตามเข้าไปด้วย แต่แทนที่จะไปนั่งเบาะข้างๆ คนขับ ทว่ากลับบ้าบิ่นปืนขึ้นไปนั่งตักของเขาแทน “นะ...นี่...เธอทำอะไรของเธอเนี่ย”
“ก็ง้อไง...ง้อแบบที่พายชอบ” กล่าวด้วยท่าทีเย้ายวน สองแขนโอบรอบลำคอแกร่ง หวังใช้ลีลารักออดอ้อนอย่างสุดกำลัง
หมับ พรึ่บ!!
“ว๊าย!! ไอ้บ้าพะพาย...ทำอะไรฉันเนี่ย” ร่างเล็กโวยวายทันทีเมื่อพะพายอุ้มเธอโยนไปทางเบาะข้างๆ คนขับอย่างไม่ไยดี ให้เธอรู้ซะบ้าง ว่าเขาก็ใจเด็ดเหมือนกัน จากนั้นก็ปลดเข็มขัดจากกางเกงมัดมือเธอไว้แล้วตรึงไปที่พนักพิงศีรษะ ส่งผลให้เฟอร์นั้นอยู่แทบไม่เป็นสุข
“จำไว้เลยว่า เวลาคนอย่างพะพายมันใจร้ายบ้าง...มันเป็นยังไง”
“พอแล้วยอมแล้ว...ก็บอกแล้วไงว่าขอโทษ...แค่บอกเลิกแค่นี้ ต้องทำกันขนาดนี้เลยเหรอ...ไม่สงสารกันบ้างเลยหรือไง”
“ทำไมต้องสงสาร ตอนเธอใจร้ายกับฉัน เธอสงสารฉันบ้างไหมล่ะ...ฉันไม่เคยร้องไห้ให้ใครเลยนะ แต่ฉันร้อง...”
“ร้องให้ฉันเหรอ...เฮ้ย...พูดจริงปะเนี่ย...นายร้องไห้เพราะฉันเหรอ” เฟอร์เอ่ยถามด้วยแววตาลุกวาว ราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ควรภาคภูมิใจ
“ไม่ตลก” ทำทรงเก๊กขรึมต่อ จากนั้นก็ขับรถกลับไปที่คอนโด
“เอาฉันกลับมาด้วยแบบนี้...ใจอ่อนแล้วใช่ไหม”
“ไม่...แยกกันตรงนี้” พูดจบเขาก็ปลดเข็มขัดที่มือเธอออก จากนั้นก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในคอนโดของตัวเอง แต่แทนที่เธอจะถอดใจกลับคอนโดตัวเอง เธอกลับวิ่งแจ้นตามเขามาในลิฟต์ แถมยังเข้าไปแนบชิดแขนเขาแล้วเอาหน้าถูๆ ไปที่แขนเขาอีกด้วย
“คิดว่าทำแบบนี้แล้วฉันจะใจอ่อนหรือไง จำไว้เลยว่าคนแบบฉันมันเจ็บแล้วจำ ฉันไม่เคยให้โอกาสใครซ้ำสอง”
“ให้โอกาสฉันเถอะ...นะๆ ...”
“งั้นก็พิสูจน์สิ...ว่าเธอรักฉันจริงๆ”
“ฉันรักนายจริงๆ ...”
“งั้นเธอกล้าไปบอกเรื่องของเรากับพ่อเธอไหม” คำถามนั้นทำเอาร่างเล็กถึงกับชะงักไป เธอรักเขา แต่เธอไม่กล้าพูดเรื่องนี้กับพ่อเธอเลย เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ตัวเองมีแรงฮึดที่จะกล้าพูดเรื่องนี้กับพ่อเธอ “งั้นก็กลับไปเถอะ เพราะรักที่เธอให้ฉัน...มันยังไม่มากพอ...ไม่มากพอที่จะทำให้เธอยอมเสี่ยงมันเพื่อฉันเลย” แอบหน้าชาอยู่เหมือนกันกับคำพูดของเขา มันก็จริงอย่างที่เขาพูดนั่นแหละ เธอมันใจปลาซิว ไม่เอาไหนเลยจริงๆ
“ขอโทษนะพะพาย...ฉัน...ไม่กล้าพอเอง...” ตอบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แล้วกดเปิดลิฟต์ ก่อนที่ลิฟต์จะเลื่อนขึ้นไปยังชั้นอื่น สองขาก้าวออกมาจากลิฟต์ คอตกๆ ราวกับคนที่หมดหนทางจะสู้ เมื่อก้าวออกมาเธอก็ได้แต่ยืนมองหน้าเขาจนสุดท้ายประตูลิฟต์ก็ปิดลง
เธอยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ก่อนที่จะตัดสินใจหันหลังแล้วเดินออกจากคอนโดของเขาไป ซึ่งจังหวะที่เธอกำลังยืนรอโบกแท็กซี่อยู่นั้น แขนของเธอก็ถูกกระชากจากใครบางคน แต่พอหันไปกลับเป็นกลุ่มกะทิและผองเพื่อน
“กระเป๋าสวยดีนะ” กะทิกล่าว แล้วกระชากมันจนหลุดออกจากมือเธอ
“นี่เอากระเป๋าของฉันมานะ” เฟอร์ร้องโวยวาย เมื่อเห็นกระเป๋าสุดหวงของตัวเองอยู่ในมือของคนพานอย่างกะทิ
กระเป๋าถูกโยนไปให้สายขิม ซึ่งทันทีที่สายขิมรับไว้ เธอก็ใช้สายตาส่งสัญญาณให้สายขิมโยนมันไปที่กลางถนน แต่ดูเหมือนว่าสายขิมจะลังเลเล็กน้อย ไม่กล้าที่จะทำ จนท้ายที่สุดก็ถูกกะทิหยิบยกคำขู่ขึ้นมา ทำให้สายขิมตัดสินใจโยนกระเป๋าของเฟอร์ไปที่กลางถนนจนได้
และไม่คิดว่าเฟอร์จะกล้ากระโดดตามกระเป๋าไป ทั้งที่อีกไม่ไกลจากเธอนั่นมีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งมาทางเธอด้วยความเร็ว
ปี๊น ปี๊นนนนนนนน!!!
“กรี๊ดดดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องของเธอและสายขิมดังประสานกันระงม บวกกันเสียงแตรรถยนต์ที่พยายามบีบเพื่อให้เธอหลบ สายขิมยกมือขึ้นปิดตาตัวเองพร้อมกับกรี๊ดด้วยความตกใจกลัวจะเห็นภาพตรงหน้า ส่วนเฟอร์ที่คว้ากระเป๋าจากพื้นได้ก็ต้องตกใจ กรีดร้องนั่งอยู่กลางถนนพร้อมกับในมือที่กอดกระเป๋าใบโปรดเอาไว้แน่น พร้อมกับจำนนยอมรับชะตากรรมของตัวเองต่อจากนี้
หมับ ตุบ ฟุ่บ ผลั๊ก!! โคร้ม
“โอ๊ย!!” เสียงร้องของใครบางคนเรียกสติของเฟอร์ให้ลืมตาขึ้นมอง หลังจากที่เขากระโดดมาบังร่างเธอเอาไว้ แล้วเป็นจังหวะที่เขาเสียหลักล้มหัวฟาดไปฟุตบาท เพราะตอนที่ดึงตัวเธอให้หลบรถที่พยายามหักหลบไปอีกทาง จนรถคันนั้นไปชนเสาไฟฟ้าข้างทาง
“พะ...พาย!!...” เฟอร์อุทานเสียงหลงเมื่อเห็นเลือดไหลออกมาจากศีรษะของเขา
“เธอโง่หรือไงกระโดดออกไปแบบนั้น...อยากตายหรือไง...แค่ฉันไม่รับรักต้องคิดสั้นขนาดนี้เลยเหรอ...” พะพายตะคอกใส่หน้าเธออย่างเหลืออด
โชคดีที่ก่อนหน้านั้นเขาตัดสินใจกดลิฟต์ลงมาหวังมาตามดูเธอ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าเธอวิ่งไปที่กลางถนน จนรถเกือบชน วินาทีที่เขาเห็นเธอกระโดดไปที่กลางถนน หัวใจของเขาก็บอกทันทีว่าหากเธอเป็นอะไรไป เขาคงจะอยู่ไม่ได้แน่ๆ จึงวิ่งไปและพุ่งเข้าไปกอดเธอเอาไว้แล้วดึงเธอกลับมาอย่างไม่คิดถึงชีวิตของตัวเอง
“พะพาย...เลือดที่หัวนายไหลเต็มเลย...ฮือ...ทำยังไงดี...ไปโรงพยาบาลกันพะพาย...” เฟอร์ที่เห็นเลือดก็เป็นห่วง เอ่ยถามด้วยน้ำตาและเสียงสั่นๆ พยายามพยุงตัวเองที่ก็เนื้อตัวถลอกตัวไปด้วยร่องรอยของถนนคอนกรีตไม่ต่างจากเขา
“เธอคิดบ้าอะไรของเธออยู่...”
“ฉันไม่ได้จะฆ่าตัวตาย...ฉันแค่จะกระโดดไปเอากระเป๋าแค่นั้นเอง”
“สมองเธอคิดอะไรอยู่ เธอเกือบเอาตัวเองไปตายเพราะกระเป๋าบ้าๆ เนี่ยนะ”
“ก็กระเป๋านี่นายซื้อให้ฉันนี่ จะไม่ให้ฉันหวงได้ยังไง...ฮึก...เลิกด่าฉันสักที...ไปทำแผลที่โรงพยาบาลก่อน” เธอเอ่ยบอกเขาทั้งน้ำตา เพราะตอนนี้เลือดที่ศีรษะของเขามันไหลอาบลงมาที่กรอบหน้าไม่หยุด
วินาทีนี้เธอไม่คิดที่จะโกรธหรือเกลียดใครเลย ที่สำคัญตอนนี้คือเธอเป็นห่วงเขา กลัวเขาจะเป็นอะไรไป แต่ดูเขาสิเอาแต่ดุเธออยู่ได้ ไม่เจ็บเลยหรือไง
หมับ!!
“จะร้องไห้ทำไม...ฉันไม่เป็นอะไร” พะพายดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดเอาไว้ พยายามใจเย็นลง และใช้มือลูบศีรษะเธอเบาๆ เพื่อปลอบประโลม เธอตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดเขา ร้องไห้เพราะเป็นห่วงเขา ส่วนเขาจากที่โมโหก็ต้องปรับอารมณ์ของตัวเองให้เย็นลงในทันที แต่ที่เขาโวยวายก็เพราะกลัวเธอจะเป็นอะไรไป แล้วปากมันก็ไวซะด้วยถึงได้โวยวายเสียงดังใส่เธอแบบนั้น
“ไปทำแผลกันนะ...ฮึก...ทีหลังอย่าเอาตัวเองมาเจ็บตัวเพราะฉันอีก...”
“ก็ฉันอยากปกป้องเธอไง...ฉันกลัวเธอตาย...”
“ฉันไม่ตายง่ายๆ หรอกน่า...” จากนั้นเฟอร์ก็พยายามพยุงตัวเองลุกแต่ด้วยเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้เธอขาแพลงเลยล้มลงไปนั่งกองอยู่ที่พื้น สุดท้ายแล้วพะพายก็เลยต้องเป็นคนอุ้มเธอนั่นแหละไปโรงพยาบาลด้วย
“สรุปใครจะพาใครมาโรงพยาบาลกันแน่”
“โอ๊ย...พี่ปลื้ม...เฟอร์แสบ...” เสียงโอดโอยของคนตัวเล็กดังขึ้นเป็นพักๆ เมื่อถูกแอลกอฮอล์ล้างแผลแตะไปที่แผลถลอกตามร่างกายของเธอ ในขณะที่พะพายถูกปกป้องทำแผลให้แทบไม่ร้องสักแอะ
“แผลแค่นี้ร้องซะลั่นห้อง...ดูแฟนเราสินั่น ไม่เห็นร้องเลยสักนิด”
“พี่ป้องมือเบาต่างหาก นี่แค้นอะไรเฟอร์ปะเนี่ยทำไมถึงทำแรงนัก”
“นี่เบาสุดแล้ว...” ปลาบปลื้มบอก ก่อนจะจัดการทำแผลให้เธอจนเสร็จ
“ส่วนพะพายเดี๋ยวรอทำTC Scanก่อนนะ จะได้มั่นใจว่าสมองไม่ได้กระทบกระเทือนอะไร”
“ครับเฮีย...” ตอบรับญาติผู้พี่แล้วนั่งรอ
“เจ็บมากไหม...” เฟอร์ถามขึ้น พร้อมกับเดินกะเผลกๆ มานั่งข้างๆ พะพาย
“ทีหลัง...อย่าทำแบบนั้นอีกนะ”
“แบบไหน?”
“ก็กระโดดไปเอากระเป๋าแบบนั้น”
“ก็ฉันหวงของฉันนี่”
“ของเสียหายมาก็ซื้อใหม่ได้ แต่ถ้าเธอเสียชีวิตขึ้นมาฉันจะทำยังไง ฉันยอมเสียอะไรก็ยอมได้หมดเลย แต่ไม่ยอมให้เธอเสียชีวิตเด็ดขาด”
“แหม...มีมุมหวานเหมือนกันนะเนี่ย...ว่าแต่...หายโกรธฉันแล้วเหรอ” คนตัวเล็กยื่นหน้าเข้าไปใกล้เขาแล้วช้อนสายตาขึ้นไปมองเขา โดยการเอาคางเกยไปที่อกแกร่งของเขา ทำจมูกย่นๆ แล้วทำหน้าบ้องแบ๊วเสียจนพะพายใจสั่น อดใจแทบไม่ไหวจนก้มลงไปจุ๊ฟที่หน้าผากเธอ
“หายโกรธก็ได้...แต่ทีหลังอย่าบอกเลิกกันอีกนะ...เสียใจนะเว้ยรู้ไหม”
“รู้แล้วๆ ...ไม่บอกเลิกแล้ว...แล้ว...เรากลับมาเป็นแฟนกันเหมือนเดิมหรือยัง”
“รอบนี้เธอต้องพิชิตใจฉัน...เธอต้องเป็นฝ่ายตามจีบฉันเอง”
“ได้คืบจะเอาศอก เคๆ ...จีบก็ได้...”
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
1อาทิตย์ต่อมา...“ม๊าคะ...วันนี้มีอะไรทานบ้างคะ” ร่างเล็กในชุดเดรสสีหวานเดินลงมาถามหาอาหารกับแม่ ในช่วงสายของวัน“ข้าวผัดกุ้งจ้ะ...แล้วนี่จะไปไหน...” เอ่ยตอบ ก่อนที่จะถามกลับเมื่อเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในชุดนอนอย่างเช่นทุกวันช่วงหลังๆ มานี้ เวลาที่เธออยู่บ้านเธอก็มักจะใส่ชุดนอนทั้งวัน ถ้าวันไหนไม่
จากนั้นทั้งคู่ก็นั่งรอ แต่ระหว่างที่รอก็นั่นหยอกเย้ากันอยู่ที่โซฟา ผลัดกันดูคลิปตลก หัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ราวกับไม่เคยผ่านความทุกข์ใจมาเลย“พะพาย...ดูนี่ดิ...คิคิ...ตลกเนอะ” คนตัวเล็กที่นอนหนุนตักแฟนหนุ่มอยู่ยื่นมือถือให้เขาดู แล้วระเบิดหัวเราะออกมาพร้อมกัน รอยยิ้ม แววตาที่เปล่งประกายความส
พรึ่บ!มือที่กุมกันอยู่ก่อนหน้านั้นรีบปล่อยออกจากกัน และเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ฟงเห็นหน้าพะพายชัดเจน“ไอ้หนุ่มนี่มัน...” ฟงเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตาพะพาย “ลูกไอ้ฝุ่นวันนั้นใช่ไหม?”“อุ๊ย...สวัสดีครับป๊า...เจอกันซะแล้วนะครับ”“นี่แกอย่าบอกนะว่า...เป็นแฟนลูกฉันน่ะ”“ครับคุณป๊า...ผมขอแนะนำตัว
“ถึงแล้ว...” หลังจากที่นั่งรถมาเกือบ20นาที พะพายก็เอ่ยขึ้น พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น ตามด้วยปลดเข็มขัดนิรภัยให้เธอและเขา จากนั้นก็กำชับเธอว่าอย่าเพิ่งเอาผ้าปิดตาออกส่วนเขาก็รีบลงจากรถ อ้อมไปเปิดประตูให้เธอ แล้วดึงแขนเธอออกมาจากรถ โดยใช้มือบังศีรษะของเธอเอาไว้เพราะกลัวว่าหัวเธอจะชน ทุกอย่างที่เขาตั้งใ







