LOGINด้านพะพาย...
“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง
“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ
“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก
“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ
“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”
“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง
“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหมี่ถ้วยแล้วเอามาเสิร์ฟให้ฟง กินคนละถ้วยพอแค่ประทังชีวิต
โดยมีกลิ่นหอมๆ ของหมูกระทะข้างห้องลอยมายั่วไม่พัก แต่หารู้ไม่ว่าข้างห้องก็คือแม่ยายและว่าที่เมียของเขานั่นแหละที่มาตั้งเตาย่างหมูกระทะให้เขาทรมานเล่นๆ ได้กลิ่นแต่ไม่ได้กินมันทรมานแบบนี้เองสินะ เขาคิด
“เฮ้อ...ชีวิตดีอยู่แล้วแท้ๆ ...ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยพายเอ๊ย...” พะพายก่นด่าตัวเองในใจ พร้อมกับเปิดรูปในโทรศัพท์ดูพอให้หายคิดถึง จากนั้นก็หลับไปทั้งที่ก็กอดรูปเฟอร์ผ่านจอไว้แนบอก
หมับ!!
ฟงที่นอนพลิกไปพลิกมาหันมามองหน้าลูกเขยแล้วเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก็อดปลื้มใจไม่ได้ เอาจริงๆ เขาก็แสดงความรักที่มีต่อลูกสาวให้เขาเห็นเยอะพอสมควร และเขาเอง ก็เชื่อมั่นใจความรักของพะพายมากด้วย และยิ่งเห็นกอดรูปลูกสาวหลับคาอกไปแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เขาเชื่อมั่นจริงๆ ว่าพะพายไม่มีทางทำเฟอร์เสียใจหรอก
เอาวะ...พรุ่งนี้จะต้องกลับบ้านให้ได้ ต้องง้อเมียให้ได้ สงสารตัวเอง สงสารลูกเขย แล้วก็คิดถึงเมียใจจะขาด และที่สำคัญ โคตรจะหิวเลย
ว่าแล้วก็รีบข่มตาหลับ พอตื่นเช้ามาก็รีบบึ่งรถกลับไปหาเมียรักที่บ้านทันที ตอนแรกว่าจะส่งฟงที่บ้านแล้วกลับไปหาเฟอร์ที่บ้าน แต่วันนี้เฟอร์กลับอยู่บ้านแม่ แถมกลิ่นกับข้าวที่ลอยไปเตะจมูกเขาและฟงก็ทำเอาท้องร้องเสียงดังลั่นเลย
“สู้ๆ นะลูกเขย วันนี้ถ้าเมียไม่ยอมคืนดีด้วย เราคงได้ไปนอนข้างถนนกันแน่ๆ” ฟงกอดคอลูกเขยแล้วตบไหล่เชิงให้กำลังใจ จากนั้นก็เดินเข้าบ้านพร้อมกัน
“เฟอร์...พายขอโทษ...พายผิดไปแล้วคนดี ต่อไปพายสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว...ขอโทษนะที่รัก...ให้อภัยพายเถอะนะ...ได้โปรด”
“สำนึกผิดจริงๆ งั้นเหรอ” หันหน้ามาถามด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง แสร้งตีหน้าตึงทั้งที่ในใจหลุดขำไปเป็นร้อยรอบแล้ว แล้วความเนียนคือทั้งแม่เธอและก็เธอร่วมมือกันหมด
“สำนึกผิดแล้วจริงๆ ครับที่รัก ยกโทษให้พายนะ นะๆ” คุกเข่าลงตรงหน้าเธอแล้วทำสายตาเว้าวอน ขอความเห็นใจ
เกือบๆ2อาทิตย์เลยที่เขาและพ่อเธอใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผ่านความหิว ความคิดถึงมาด้วยกัน แม้จะเป็นระยะเวลาที่อาจจะสั้น แต่เชื่อไหมว่ามันทำให้ฟงและพะพายนั้นกลมเกลียวกันมากขึ้นด้วย สั้นสำหรับเธอแต่กลับยาวนานสำหรับฟงและพะพายมากๆ นี่สินะที่เขาว่ากันว่าเวลาของเเต่ละคนมันต่างกัน ไม่ได้ต่างกันที่เวลาจริงๆที่หมุนไปเรื่อยๆ แต่ต่างเพราะความรู้สึกต่างหาก
“ออกไปยืนตรงนั้น ข้างๆ ป๊า...แล้วก็พูดดังๆ ว่าต่อไปจะไม่ขโมยเงินเมียไปลงอ่างแล้วครับ” สั่งไปก็เกือบจะหลุดขำ แต่ก็ต้องเก๊กหน้านิ่งต่อ
“ห๊ะ...”
“จะทำไหม ถ้าไม่กล้าทำ ก็ออกจากบ้านไป...” เลิกคิ้วมอง เมื่อพะพายดูเหมือนจะคัดค้าน
“ไม่ต้องขำเขา เฮียเองก็ต้องทำ ตะโกนสารภาพพร้อมกันหนึ่งร้อยรอบ” เหม่ยจิงออกคำสั่งเสียงเข้ม พร้อมกับยกมือถือขึ้นมาบันทึกเป็นวิดีโอเอาไว้
“เร็วๆ สิคะป๊า...” เฟอร์เร่งรัดให้ทั้งคู่ทำสิ่งที่ดูน่าอาย
“อะ...อื้ม...สาบานได้เลยว่าหลังจากนี้ไปฉันจะไม่ยอมไปแตะอาบอบนวดอีกเป็นอันขาด” ฟงหันไปบอกกับพะพาย ก่อนที่จะช่วยกันนับหนึ่งถึงสาม แล้วพูดคำนั้นออกมาพร้อมกันตามคำสั่ง
“ขอโทษครับต่อไปผมจะไม่ขโมยเงินเมียไปลงอ่างแล้วครับ ขอโทษครับต่อไปผมจะไม่ขโมยเงินเมียไปลงอ่างแล้วครับ...” ครั้งแรกพอทน ครั้งสองพอเลย แทบกลั้นขำเอาไว้แทบไม่อยู่
แล้วกว่าจะครบร้อย เฟอร์สติแทบหลุด ขำจนลูกจะไหลออกมาให้ได้ สุดท้ายก็จำต้องบอกให้ทั้งคู่พอ เพราะเหนื่อยขำ พูดจนเสียงแหบเสียงแห้ง แต่พอเธอบอกให้หยุดก็รีบโผเข้ามากอดเธอทันที
“ฮือ...ที่รักครับ...ต่อไปพายจะไม่ไปอีกแล้ว”
“อืมๆ ...ฉันรู้แล้ว...บอกให้เลิกพูดไง...ไม่อายหรือไง...” กอดตอบ แล้วบอกให้เขาหยุดพูดประโยคนั้นซ้ำๆ
“ไม่อาย ไม่มีอะไรที่ต้องอายแล้ว รู้ไหมพายคิดถึงเฟอร์จนใจจะขาด” พูดทั้งน้ำตา และเธอสัมผัสได้ว่าเขาไม่ได้แกล้งทำ น้ำตาเขาหยดลงไปที่ไหล่เธอจนเปียกไปหมด ส่วนทางด้านเหม่ยจิงก็ไม่ต่างกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันคือฟงกับเหม่ยจิงไม่ได้หวานกันเหมือนเธอกับเขาก็เท่านั้น
“หิวไหม...กินอะไรมาหรือยัง” เป็นประโยคที่เรียกน้ำตาเขาหนักยิ่งกว่าเดิม
“...หิว...แต่คิดถึงเธอมากกว่า...เฟอร์พายเข็ดแล้ว...ต่อไปพายจะไม่ไปแตะสถานที่แบบนั้นอีกเป็นอันขาด”
“อื้ม...สำนึกผิดก็ดีแล้ว...ไปเถอะ...ไปกินข้าวกัน” ดันตัวเขาออก เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าให้เขา จากนั้นก็จูงมือเขาไปนั่งกินข้าวที่โต๊ะ
“เฟอร์...พายไม่เคยนอกใจนอกกายเฟอร์เลยนะ เชื่อพายไหม คือน้องเขาแค่นวดเฉยๆ นะเฟอร์ ไม่มีอะไรเกินเลยหรือไปต่อนอกรอบเด็ดขาด” กินไปก็เอ่ยสารภาพไป ทั้งที่เธอก็ไม่ได้ถาม แถมกินเอาเป็นเอาตายจนข้าวแทบติดคอ
“อืม...เชื่อ...แต่ค่อยๆ กิน...เดี๋ยวข้าวติดคอ...” พูดแล้วหันไปหยิบทิชชูมาเช็ดตามปากให้เขา จากนั้นก็ยกแก้วน้ำให้เขาทันที
หลังจากที่ได้รับบทเรียนอย่างสาสมพะพายก็ทำตัวดีขึ้น ไม่นอกลู่นอกทาง ส่วนเรื่องเข้าขากับพ่อเธอก็เข้าขากันมากยิ่งขึ้น นี่สินะผู้ร่วมชะตากรรมด้วยกัน เลยทำให้กลมเกลียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ
“ตอนนี้เธอก็ท้องได้สามสี่เดือนแล้ว...แต่ท้องยังไม่ค่อยออกเลย...ฉันคุยกับป๊าเธอแล้วนะเรื่องงานแต่งของเรา...”
“หืม...จะแต่งเลยเหรอ...ไม่รอคลอดก่อนเหรอ...ฉันรอได้นะ” ร่างเล็กที่นั่งกินลิ้นจี่ที่พะพายซื้อมาให้หันมาถาม จากนั้นก็นั่งแกะเปลือกกินต่อคนเดียวจนเกือบหมดถุง แล้วถุงนั้นเกือบ3กิโล
“ไม่เอาอะ ไม่อยากรอแล้ว...แต่งๆ ไป...ส่วนเรื่องสินสอดเธออยากได้เท่าไหร่ว่ามาเลย”
“...แล้วแต่นายเลย...ฉันยังไงก็ได้...แง่มๆๆ” ตอบกลับโดยที่ไม่ได้หันไปมองหน้าเขา สนใจแต่ลิ้นจี่ลูกโตๆ ฉ่ำๆ ตรงหน้า จนพะพายต้องเดินมานั่งกินด้วย
“ลิ้นจี่อะไรไหม”
“อืมอร่อย...ฉ่ำมาก”
“แต่เธอรู้ไหม...ว่าลิ้นจี่ที่ตลาด ก็ไม่อร่อยเท่าลิ้นจี่ที่หอนะ” ความทะลึ่งของเขาหวังพูดคำผวนให้เธอเขินเล่นๆ แต่ด้วยเพราะเธอจดจ่ออยู่กับของกินตรงหน้า เลยไม่ได้ผวน
“ลิ้นจี่ที่หอไหน พาไปซื้อหน่อยสิ” เธอถามอย่างซื่อๆ
“โอเค...” พูดจบก็อุ้มเธอลอยละลิ่วเข้าห้องนอนไป จากนั้นก็เอาลิ้นไปจ่อที่...ตรงนั้นของเธอ เป็นคำตอบว่าลิ้นจี่ที่นี่มันอร่อยแค่ไหน อร่อยจนต้องร้องอ๊ะกันเลยทีเดียว
3ปีต่อมา...“แง้...ปะป๊า...ให้เฟิร์สเล่นบ้าง...ปะป๊าลงมา” เสียงเด็กน้อยวัย3ขวบงอแงประท้วงผู้เป็นพ่อที่นั่งรถบังคับของตัวเองขับทั่วบ้านไม่ยอมแบ่งใครเลย แถมยังปล่อยให้ลูกชายตัวน้อยวิ่งตามรถที่ตนขี่อีกบรื้นนนนนน“ปื้นๆ ขอทางหน่อยครับ...เดี๋ยวปะป๊าชนนะ” พะพายกล่าวกับลูก พร้อมกับทำเสียงแตรหวังบอกให้ลูกชายตัวน้อยหลีกทางให้เขาและดูเหมือนว่าจะสนุกยิ่งกว่าลูกเสียอีก ไม่พอยังทำลูกร้องไห้วิ่งไปฟ้องแม่อีก“มะ...ม๊า...ปะป๊าแย่งเฟิร์ส”“นี่พะพาย...โตขนาดนี้แล้วยังแย่งลูกอีก...ฉันให้ดูลูกยังทำลูกร้องไห้อีก...นี่นายตั้งใจกวนประสาทฉันหรือไงห๊ะ...ฉันประชุมกับเพื่อนอยู่เห็นไหม” เฟอร์เดินออกมาจากห้องทำงาน แล้วมาบ่นพะพายที่ทำลูกร้องเสียงดังรบกวนเธอจนเสียงลอดไปในห้องทำงาน“เอ้า...ประชุมเสร็จแล้วเหรอ...ปะๆ ...ไปดินเนอร์กัน...เดี๋ยวเอาน้องเฟิร์สไปให้ปู่เลี้ยง”“ฉันด่านี่สลดบ้างไหม...” เฟอร์กล่าวอย่างหัวเสีย จะไม่หงุดหงิดเลย ถ้าโปรเจคจิวเวอรี่ล็อตใหม่ไม่ถูกลอกจากร้านแบรนด์ของคู่แข่ง“พะพาย...เฟอร์มันเครียดอยู่...” หุ้นส่วนอย่างยูมิบอกด้วยเสียงจริงจัง จนพะพายที่เอาแต่คึก อยากให้เธอผ่อนคลายออกมาจากห้องทำงานรู
งานแต่งงานที่แพลนกันเอาไว้เริ่มใกล้เข้ามาทุกที แต่แทนที่เจ้าสาวจะวุ่นวายกับงานแต่ง ทว่ากลับเอาแต่นั่งกิน ช่วงนี้เธอกินเก่งมากๆ พะพายเลยตั้งใจอยากจะรีบจัดงานให้เร็วที่สุด เพราะกลัวว่าเธอจะเป็นขี้ปากชาวบ้าน ว่าท้องก่อนแต่งซึ่งงานแต่งถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่โรงแรมหรูแปดดาว เหมายกชั้น รวมกับเปิดห้องให้แขกเหรื่อที่มาไกลๆ ได้มีที่พักกันด้วยบรรยากาศในงานนั้นจัดตรีมเทพนิยาย และเจ้าบ่าวของเธอวันนี้คืออัศวิน เธอเป็นคนจัดแจงให้เขาเอง เพราะเขาเป็นดั่งอัศวินขี่ม้าขาวมาช่วยเธอตลอด ตั้งแต่วันแรก และไม่ว่าจะครั้งไหนๆ ที่เธอเจออันตราย วันนั้นจะมีเขาคอยช่วยเธอไว้ได้ทันเสมอส่วนเธอก็เป็นดั่งเจ้าหญิงแสนสวยที่ค่อยๆ เดินควงแขนพ่ออย่างไต้ฝุ่นเข้าสู่ประตูวิวาห์ ด้วยชุดราตรีสีขาวอมชมพูยาวลากพื้น กระโปรงด้านหน้าฟูๆ สั้นเพียงแค่หน้าขา ด้านหลังยาวลากพื้นประมาณแปดเมตร ดีเทลชุดประดับไปด้วยผีเสื้อสีพาสเทลละมุนๆ ถักทออย่างประณีต ผมสีน้ำตาลลอนเป็นธรรมชาติถูกปล่อยสยายสวยงาม ใบหน้าตกแต่งหวานๆ เข้ากับใบหน้าสวยหวานทว่ากลับดูดื้อรั้นไปในคราเดียวกันสองขาค่อยๆ ก้าวไปตามพื้นพรมที่โรยไปด้วยกลีบกุหลาบสีขาว ด้านข้างเป็นโต
ด้านพะพาย...“เฮ้อเหลือเงินแค่2ร้อยเอง จะเลี้ยงพ่อตาพอไหมเนี่ย” ร่างสูงมองดูเงินในกระเป๋าพร้อมกับหันไปมองพ่อตาที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าสิ้นหวัง“ทักไปกู้ไอ้หมอกก็ได้วะ” เมื่อไม่มีทางเลือกเลยจำเป็นเข้าแชทเพื่อขอความช่วยเหลือจากแฝดตัวเอง แต่ทว่าจังหวะที่เขากำลังจะพิมพ์ขอความช่วยเหลือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตกลับหมุนติ้วๆ“เอ้า...เวรเอ๊ย...เน็ตหมดวันนี้อีก...โอ๊ย...เฟอร์...พายผิดไปแล้ว...ฮือ...พายอยากกลับบ้าน” มือหน้ายกขึ้นลูบหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อระบายความขุ่นมัวในจิตใน ชีวิตนี้มันจะซวยอะไรเบอร์นั้นอะ เงินก็จะหมด เน็ตก็มาหมดวันนี้อีก“ลูกเขย...ป๊าอยากกินหมูกระทะอะ...เราไปกินกันไหม” ฟงเอ่ยชวน เมื่อได้กลิ่นเหมือนว่าข้างห้องจะย่างหมู ซึ่งมันยั่วน้ำลายเขาเหลือเกิน แถมทั้งวันก็ยังไม่กินข้าวเลย เงินก็ร่อยหรอลงไปเต็มที แต่เมียก็ยังไม่มีสัญญาณว่าจะหายโกรธ“ป๊าครับ...ผมเหลือเงินแค่สองร้อยเอง...ของป๊าเหลือเท่าไหร่”“ป๊าเหลือร้อยเดียว” สิ้นหวังหนักกว่าเดิม จะบ้าตาย3ร้อยรวมกันสองคน จะผ่านพ้นวันนี้ไปได้ยังไง“เราต้มบะหมี่กินกันเถอะครับ หมูกระทะเอาไว้ก่อน” พะพายกล่าว จากนั้นก็เดินไปกดน้ำร้อนใส่บะหม
ผ่านไปประมาณสิบนาทีเธอก็เดินเข้าไปในห้องที่ฟงและพะพายอยู่ แต่ด้วยเพราะทั้งคู่ไม่ได้มีบัตรสมาชิกเลยไม่สามารถเข้าไปไม่ได้แบบโจ่งแจ้ง จึงโดนพนักงานกักตัวไว้ก่อน“เข้าไม่ได้นะคะ ห้องนี้มีลูกค้าใช้บริการอยู่ค่ะ”“แต่ฉันเป็นเมียของมัน ถ้าไม่ให้ฉันเข้าไป ฉันจะสั่งปิดร้านเธอแล้วแจ้งข้อหาค้าประเวณี” เฟอร์กล่าวเสียงแข็ง จนพนักงานชะงัก“ว่าไง...จะให้ฉันเข้าไปจัดการผัวของพวกเราได้ยัง...ถ้าให้เข้าไปฉันจะไม่เอาเรื่องที่ร้านเธอ แต่ถ้าไม่...รู้ใช่ไหมว่ามันปิดได้ง่ายๆ เลยนะ ถ้าไม่อยากซวยก็หลีกทางซะ” ครั้งนี้เป็นเหม่ยจิงที่พูดขึ้น สุดท้ายพนักงานก็จำต้องให้เธอและแม่เข้าไปด้านใน เพราะกลัวว่าสถานที่ของเจ้านายจะปิดตัว“อืม...นวดแรงๆ สิหนูเดี๋ยวเฮียให้ทิป” เสียงอ่อนเสียงหวานของฟงเอ่ยขึ้น“แหมป๊า...อยู่บ้านกับเมียเสียงหวานแบบนี้ไหม” พะพายเอ่ยถามเชิงขำ ไม่จริงจังนัก ก่อนที่จะปล่อยให้สาวสวยอกตู้มนวดต่อโดยที่ทั้งคู่ก็แช่อ่างน้ำร้อน ใบหน้าคือผ่อนคลายสุดๆ ฟงนี่มองนมพนักงานแทบไม่วางตา แต่แล้วสวรรค์ก็ต้องดับลงกลางอากาศเมื่อเหม่ยจิงเดินเข้าไปยืนตรงหน้า ตามด้วยเฟอร์ที่เดินเข้าไปเช่นเดียวกัน“เฮือก...หมวยเล็ก...อาจิง
แจ๊ะ แจ๊ะ!!ลิ้นร้อนตวัดเลียกลีบดอกไม้ฉ่ำๆ ตรงหน้ารัวๆ ทำเอาร่างเล็กนั้นอยู่แทบไม่สุข ร่อนเอวเด้งรับลีลาของลิ้นเขาไม่พัก จนในที่สุดเธอปลดปล่อยน้ำหวานใสๆ เคลือบคลอออกมานอกปากทางรัก ส่วนพะพายก็ดูเลียกินอย่างตะกละตะกลามเสร็จด้วยปากแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องได้กระแทกด้วย เพราะคนอย่างเอาน้ำเดียวไม่เคยพออยู่แล้ว หากเธอเป็นอาหาร ก็คงจะเป็นอาหารจานโปรดแสนอร่อย ที่กินเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักอิ่ม มีแต่จะเบิ้ลเพิ่ม เอาให้จุกกันไปข้างเลยพะพายยืนขึ้นเต็มความสูงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นจากโซฟา เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องนอน ก่อนที่จะจัดลีลารักแสนเร่าร้อนจนเตียงสั่น กว่าเขาจะปล่อยให้เธอได้นอนก็เกือบเช้า ส่วนเขาก็อิ่มหนำสำราญใจ กอดก่ายเธออยู่ใต้ผ้าห่มนวมผืนใหญ่ ทั้งที่ยังเปลือยกายด้วยกันทั้งคู่ช่วงสายของวันต่อมา...ร่างเล็กในอ้อมกอดอันอบอุ่นค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเพชรที่ถูกแสงแดดกระทบมันแยงตาเธอจนตาแทบบอด แต่แทนที่จะหงุดหงิดกลับอมยิ้ม เมื่อลืมตาขึ้นมาเห็นแหวนที่อยู่บนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนที่สวมมาที่นิ้วของเธอด้วยฝีมือของเขาเมื่อคืนนี้ และเธอไม่ได้มโนไปเอง มันคือเรื่อจริงที่จับต้องได้แม้ว่าจะเป็นการขอแต่งงานที่เริ่ม
หัวใจของเธอเต้นคร่อมจังหวะทันที จากนั้นเขาก็เอื้อมมือมาจับมือข้างซ้ายของเธอไปจูบ และนั่นก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเขินเข้าไปใหญ่ ยิ้มหน้าบานแทบไม่หุบ“พะพาย...” ร่างเล็กน้ำตาคลอ มองหน้าเขาอย่างไม่ค่อยเชื่อสายตา ว่าคนทรงกวนแบบเขาจะมีโมเม้นท์นี้ขอเธอแต่งงานแก๊ก แก๊ก!!“กรี๊ดดดดดดด ไอ้บ้าพะพาย...ทำบ้าอะไรของนายวะเนี่ย” แล้วแล้วก็ต้องลมออกหูเมื่อสิ่งที่เขาหยิบออกมาไม่ใช่แหวนเพชรเม็ดโตอย่างที่เธอวาดฝันแสนหวานเอาไว้ แต่มันคือมีดตัดเล็บ แล้วเขาก็กำลังตัดเล็บของเธอที่เธอเพิ่งจะไปทำมาด้วย“นี่คือคุณค่าที่เธอคู่ควรที่สุด ตัดซะบ้างเล็บน่ะ แสบหลังเป็นบ้า ข่วนจนหลังฉันลายหมดแล้ว” พูดพร้อมกับบรรจงตัดเล็บให้เธอต่อ โดยที่เธอก็พยายามชักกลับ แต่ก็ไม่สามารถต้านแรงของเขาได้ บวกกับกลัวว่าถ้ายื้อแย่งกันไปมามีดตัดเล็บจะตัดนิ้วเธอเอา“ไอ้บ้าพะพาย!! เล็บฉันเพิ่งไปทำมานะ!!”พูดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า นึกเสียดายเล็บสวยๆ“ก็ทำแบบสั้นๆ สิ...จะไว้ยาวทำไม...เธอเห็นหลังฉันหรือยัง...ว่ามันลายแค่ไหน...มีแต่รอยเล็บเธอเนี่ย”“หึ่ย!! ฉันไม่น่าไปคาดหวังกับคนอย่างนายเลย” จากที่เขินๆ เมื่อครู่ พอถูกกระชากลงมาจากสวรรค์เพราะถูกคนบ้าอย่า
“กินเยอะๆ นะ” อาหารจานโปรดที่เฟอร์ชอบ ถูกพะพายตักใส่จานครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างใส่ใจ“พอแล้ว...ฉันกินไม่ไหวแล้ว...”“เอาของหวานไหม เดี๋ยวสั่งให้” ของคาวพอแล้วก็ต้องตบด้วยของหวานพอกินอิ่มหนำสำราญใจกันเสร็จก็พาเธอไปเดินเล่นชมแกะ ให้อาหารแกะ ให้อาหารกระต่ายของทางรีสอร์ต จากนั้นก็ไปขี่ม้าชมสวนดอกไม้ยาม
“ฉันรู้สึกไม่ดีเลย...ที่ต่อต้านป๊าแบบนั้น...ฉัน...ดูเป็นลูกที่ไม่ดีเลยใช่ไหม...นายรู้ไหมนี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ฉันเถียงป๊า”“เธอไม่ใช่ลูกที่ไม่ดีหรอก...เธอแค่เลือกใช้ชีวิตของเธอเอง...พ่อแม่...มีสิทธิ์ให้กำเนิด...แต่ไม่มีสิทธิ์บังคับให้ลูกเป็นแบบนั้นแบบนี้ได้ตามใจ...”“แต่ป๊าบอกว่าสิ่งที่ป๊าเลือกให้
ตึ้ง!!ป๊า : กลับมาบ้าน...เรามีเรื่องต้องคุยกัน!!สายแล้วสายเล่าที่ดังขึ้นมาในมือถือของเฟอร์อย่างต่อเนื่อง แต่ร่างเล็กก็เอาแต่จ้องมองเครื่องสี่เหลี่ยมนั่นด้วยความกล้าๆ กลัวๆ ไม่ยอมรับสายสักที จนกระทั่งเสียงเงียบลง แต่ต่อจากนั้นก็มีเสียงข้อความแจ้งเตือนเข้ามาแทน และเธอรู้ชะตากรรมได้ทันทีว่า วินาทีนี
1ปีต่อมา...หลังจากวันนั้นที่เพื่อนของเฟอร์จากโลกไปแล้ว ทำให้เฟอร์ไม่ค่อยกล้าที่จะอยู่คนเดียวอีกต่อไป ด้วยเพราะยูมิเองก็มีเรย์ที่ต้องดูแล ต้องใช้ชีวิตคู่รักด้วยกัน เธอเลยไม่อยากที่จะรบกวนทั้งคู่มากนัก จึงตัดสินใจขนของกลับบ้านแล้วปล่อยคอนโดให้คนอื่นเช่าไป แล้วพะพายก็นานๆ จะเจอกันที วันไหนที่หยุดเธอถ







