เข้าสู่ระบบ“150,000 บาทนี่... ภาหมายถึงลูกค้าคนเดียวนะคะ ภาไม่รับสวิงกิ้ง ไม่รับเซ็กซ์หมู่นะคะ” ภาริดาถามเพื่อความแน่ใจ วัชระหัวเราะในลำคอ
“ใช่ครับ ราคานี้น้องภาดูแลพี่แดนคนเดียวพอ แต่คืนนี้พี่อาจจะหลายน้ำหน่อยนะครับ หวังว่าน้องภาคงจะรับไหว” วัชระพูดนอกบทจากโพย เขมกรมองหน้าวัชระด้วยตาเขียวปั๊ด
“รับไหวอยู่แล้วค่ะ พี่แดนซื้อภาไปแล้ว ชีวิตของภาก็อยู่ในกำมือพี่แดน พี่แดนจะทำยังไงกับภาก็ได้ เพียงแค่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้” ปลายสายพูดด้วยน้ำเสียงที่มีจริตจะก้าน เขมกรขบกรามแน่นด้วยความโมโห โกรธ และเจ็บช้ำน้ำใจอย่างถึงที่สุด
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลยครับ ไว้คืนนี้ประมาณ 3 ทุ่มเจอกันนะคนสวย”
“ได้ค่ะ หวังว่าพี่แดนจะไม่เบี้ยวงานนะคะ”
“แน่นอน พี่ไม่เบี้ยวอยู่แล้วครับ” วัชระวางสายภาริดาไปได้พักใหญ่แล้ว แต่เขมกรยังคงนั่งหน้าเครียด ขอบตาแดงก่ำด้วยความโกรธแค้นอยู่ เสียใจที่แอบรัก แอบชอบ แอบมอง แอบช่วยเหลือและทำดีกับเธอบ่อยๆ
เขาอุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมหญิงสาวด้วยความเข้าใจว่าเธอนั้นเป็นผู้หญิงที่แสนดี เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะเป็นผู้หญิงบริสุทธิ์ผุดผ่องแบบไม่เคยผ่านมือชายคนไหนมาก่อน เพราะในช่วงเวลาที่เรียนมหาวิทยาลัย เธออาจจะเคยผ่านการมีแฟนมาแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับเขา แม้เธอจะผ่านมือชายมาแล้วกี่คน เขาก็ไม่ถือ
แต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เธอไม่เพียงผ่านมือชายหลายคน เธอเป็นถึงสาวไซด์ไลน์ ขายบริการทางเพศ ทำตัวไร้ศักดิ์ศรี น่าขยะแขยงเหลือทน เขาไม่รู้ว่าเธอมีเหตุผลอะไรที่ต้องหันเหชีวิตตัวเองมาทำงานแบบนี้ ไม่รู้ว่าก่อนหน้าที่จะมารับงานในกลุ่มไลน์ เธอเคยรับงานมาแล้วกี่คน ผ่านชายมากี่มือ
“ไอ้เขม... ไอ้เขม!” วัชระเรียกเพื่อนรักเสียงดัง หลังจากที่เห็นเขมกรนั่งเหม่อเนิ่นนาน มันคงช็อกกับเรื่องที่เจอ
“ว่าไง” เขมกรลากเสียงยาวอย่างหมดอะไรตายอยาก
“ช็อกหรือไงเพื่อน” วัชระกระเซ้า เขมกรเอนกายพิงพนักเก้าอี้อย่างตึงเครียด
“ช็อกสิวะ เป็นใครบ้างจะไม่ช็อก ทั้งช็อกและแค้น!” ประโยคสุดท้ายเขมกรพูดเสียงเข้ม วัชระหัวเราะ
“เอาน่า... ผู้หญิงสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้ทั้งนั้น น่าเสียดายที่น้องเค้าไม่รับงานสวิงกิ้ง ไม่อย่างนั้นฉันคงจะไปร่วมแจมกับนายด้วย”
“คืนนี้ขอฉันก่อนแล้วกัน อยากรู้นักว่าจะเด็ดแค่ไหน เห็นหน้าซื่อๆ ทำตัวใสๆ แต่ร่านและมารยาเหลือเกิน”
“ยังไงก็ปราณีน้องเค้าหน่อยแล้วกัน อย่าซาดิสม์ให้มาก เดี๋ยวน้องเค้าตกใจกลัวหมด จากที่เห็นเจ้านายแสนดีที่เงียบขรึมและอบอุ่น แต่มีรสนิยมทางเพศจัดจ้าน” วัชระแซว เขาโบกมือหยอยๆ อย่างไม่ยีหระ
“เค้าคงผ่านมือผู้ชายมาหลายคน คงจะเจอหลายรสนิยม หลายท่าทางแล้วแหละ มาเจอฉันคงไม่ต่างจากคนอื่นเท่าไหร่”
“เฮ้ย... ไอ้เขม แกใช้บริการน้องเค้าเสร็จแล้ว อย่าลืมส่งต่อให้ฉันด้วยนะโว้ย!” วัชระขอร้อง แต่เขมกรกลับส่ายหน้า
“ดูก่อน ไม่แน่ฉันอาจจะใช้บริการน้องเค้ายาวๆ จนกว่าน้องเค้าจะฝึกงานเสร็จนั่นแหละ”
“อะไรวะ! ไหนๆ น้องเค้าก็ขายตัวแล้ว ยังจะหวงกันอีก ไม่ยุติธรรมเลยนะโว้ย ถึงแกจะไม่ให้ฉัน สุดท้ายเดี๋ยวน้องเค้าก็หาเวลาไปรับงานคนอื่นจนได้”
“เออน่ะ... แกกลับไปก่อน ตอนนี้ฉันอยากอยู่คนเดียว” พูดจบ เขมกรก็ไล่เพื่อนรักออกไปอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย วัชระทำหน้างง ปรับตัวกับเพื่อนไม่ทัน
“ไอ้เขม!”
“ไว้เย็นนี้เจอกันที่ร้านเดิม อยากไปกินเหล้าย้อมใจก่อน” เขมกรพูดด้วยสีหน้าเหม่อลอย วัชระเห็นท่าทางของเพื่อนแล้วก็ปลง มันคงจะเสียใจหนักจริงๆ
“เออๆ เอางั้นก็ได้ ยังไงเย็นนี้เจอกัน” วัชระพูดจบก็ลุกเดินออกจากห้องทำงานไป เขมกรเอามือลูบหน้าลูบตาอย่างเคร่งเครียด ไม่นึกเลยว่าภาริดาจะทำตัวแบบนี้ คิดแล้วเขาก็กดเบอร์โต๊ะเลขาเรียกหาภาริดาทันที
“คุณเขม มีอะไรให้ภาทำเหรอคะ” ภาริดารีบเข้ามาในห้องหลังจากที่เขมกรเรียก เขมกรจ้องหน้าหญิงสาวไม่ลดละ ใบหน้าแววตาของเธอยังคงดูใสซื่อ ต่างจากที่คุยกับวัชระในโทรศัพท์เหลือเกิน
“ภา... มาหาฉันใกล้ๆ หน่อย” เขาควักมือเรียก ภาริดาเดินไปหาเขมกรข้างเก้าอี้อย่างงงๆ
“มีอะไรเหรอคะ” เธอถาม เขมกรลุกขึ้นยืนพรวด พร้อมกับก้าวขาไปหาเธอด้วยระยะประชิด ภาริดาตกใจถอยหลังกรูดจนตัวไปติดกับโต๊ะทำงาน แต่เขมกรไม่หยุดแค่นั้น เขาเข้าไปใกล้ยิ่งกว่าเดิมจนตัวแทบติดกัน ภาริดาเอามือยันหน้าอกเขาไว้สุดแรง
“คุณเขม! จะทำอะไรคะ” เธอถามด้วยท่าทีหวาดกลัวกับเขมกร เขากระตุกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ภาริดาเห็นแล้วรู้สึกขนลุก
“ฉันเห็นมดมันไต่ที่เส้นผมของเธอ ฉันเอาออกให้นะ” เขาบอกเสียงทุ้มนุ่ม เหมือนกับเจ้านายคนเดิมของเธอ ภาริดาเผลอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“ค่ะ” เธอหลับตาลง หัวใจที่เต้นกระตุกรุนแรงเมื่อครู่หายกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เขมกรหยิบมดแดงออกมา แล้วเอาไปปล่อยนอกหน้าต่าง เขาไม่ได้บี้ให้มันตายคามืออย่างที่เธอคิดไว้ตอนแรก
“ไปทำอะไรมา มดมาจากไหน” เขาถาม
“สงสัยคงจะติดมาจากในสวน เมื่อกี้ภาไปที่สวนหย่อมมาค่ะ”
“ไปทำอะไรที่สวนหย่อม” เขาหรี่ตามอง ภาริดามีท่าทางอึกอักครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ไปคุยโทรศัพท์มาค่ะ” เธอก้มหน้าตาเสียงแผ่ว คงจะเกรงว่าเขาจะดุ เขมกรหัวเราะหึ
“คุยกับใคร แฟนเหรอ” เขาถามอีก ภาริดารีบส่ายหน้า
“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่แฟน”
“แล้วคุยกับใคร”
“เอ่อ... ภาคุยกับแม่ค่ะ เมื่อกี้แม่โทรมาหา” ภาริดาตอบ คนที่รู้ความจริงทุกอย่างได้แต่กำมือแน่นเพื่อระบายความแค้น เธอโกหกเขาคำโต คงคิดว่าเขาเป็นผู้ชายอ่อนต่อโลก ตามผู้หญิงไม่ทันสินะ
“งั้นก็แล้วไป อย่าให้รู้ว่าเธอไปคุยกับผู้ชายที่ไหนนะ” เขาขู่ ภาริดาทำหน้าสงสัย
“ถ้าภาไปคุยกับผู้ชายคนอื่น คุณเขมจะทำอะไรภาหรือคะ” เธอถามด้วยความอยากรู้ แววตาขี้สงสัยของเธอยิ่งทำให้เขาเกลียด... เกลียดในความมารยาของคนตรงหน้าเหลือเกิน
“ฉันจะทำโทษเธอขั้นเด็ดขาด” เขมกรไม่พูดเปล่า เดินเข้าไปใกล้เธออีกครั้ง ภาริดากัดริมฝีปากตัวเองแน่นและก้มหน้าลง
“คุณเขมสบายใจได้ค่ะ ภาไม่ได้คุยกับผู้ชายที่ไหนทั้งนั้น ผู้ชายที่ภาคุยด้วยตอนนี้ก็มีแต่คุณเขมคนเดียว” ภาริดาบอกและช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่ม เขมกรหวั่นไหวกับคำพูดของเธอ เสี้ยววินาทีความหวั่นไหวก็แปลเปลี่ยนเป็นความชิงชัง
“ภา... เธอจริงจังกับฉันไหม” จู่ๆ เขมกรก็ถามขึ้นมา คำถามของเขาทำให้ภาริดาไปไม่เป็น
“คะ...?”
“เราคุยกันทุกวัน รู้ใช่ไหมว่าฉันคิดอย่างไรกับเธอ” เขมกรเอามือจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ แววตาของเขาฉายชัดถึงความเจ็บปวด จนทำให้หญิงสาวหวั่นไหวและสงสัยในคราวเดียวกัน
ใช่... เธอสงสัยว่าตอนนี้เขมกรเป็นอะไร ไม่เหมือนคนเดิมที่เธอรู้จัก เขมกรคนนี้มีแต่ความสับสนและฉายชัดถึงแววตาแสนร้ายในบางครา
“ระ... รู้ค่ะ” เธอก้มหน้าตอบ เพราะในใจไม่กล้าคิดอะไรไปมากกว่านั้น
“เงยหน้าขึ้น และมองตาฉัน” เขาสั่งเสียงเบา ภาริดาทำตามที่เขาบอก
“ฉันรักเธอนะภา อย่าทำให้ฉันผิดหวังนะ” เขมกรพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ภาริดานิ่งอึ้งไปพักใหญ่
“ตะ... แต่... ภาไม่กล้าคิดอะไรไปไกลเกินกว่านี้เลยค่ะ สถานะของภาไม่คู่ควรกับคุณเขม” ภาริดาบอกไปตามตรง เขมกรใช้มือหนาไล้ใบหน้านวลอย่างทะนุถนอม
งานเลี้ยงส่งนักศึกษาฝึกงานเริ่มขึ้นในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เขมกรชวนพนักงานบริษัทมาเกือบหมด ใครว่างมาก็มา ใครไม่ว่างก็ไม่เป็นไร ถือเป็นการกินเลี้ยงแบบครอบครัว ภาริดาได้รับการยอมรับจากคนอื่นมากขึ้น ยกเว้น...“ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยว่าเธอไปคบกับคุณเขม” กฤตติกาถามภาริดาอย่างโกรธๆ“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสำคัญ...”“ไม่สำคัญได้ยังไง ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนฉัน และคุณเขมก็เป็นผู้บริหารของบริษัท” กฤตติกายังคงโวยวายไม่หยุด เธอมองภาริดาด้วยสายตาโกรธเคือง“เอาน่า... ยังไงเรื่องก็ผ่านมาแล้ว ฉันขอโทษเธอด้วยแล้วกัน” ภาริดายิ้มหวานใส่เพื่อนตรงหน้า แม้จะรู้ว่ากฤตติกาเป็นคนอย่างไร แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นเพื่อน เธอก็ต้องใส่ใจบ้าง“ฉันให้อภัยก็ได้!” กฤตติกาพูดด้วยน้ำเสียงสะบัดงอนก่อนจะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง เขมกรแอบมองดูภาริดาอยู่ห่างๆ ไม่อยากเข้าไปก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก แต่เขาเองก็พอจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเขมกรพาภาริดากลับมาที่คอนโดช่วงดึก วันนี้เธอเผลอดื่มไวท์ไปแก้วเดียว แต่ทำให้เธอมึนๆ ยืนไม่ค่อยอยู่ พอมาถึงห้องเธอก็ล้มตัวนอนทันที ชายหนุ่มเดินตามไปติดๆ เขาพลิกเธอให้นอนหงาย เรือนร่างบอบบาง แต่อวบอัดในช่วงห
“เปลี่ยนไปยังไง”“คุณเขมอ่อนโยนขึ้น ดีกับภามากขึ้น”“เมื่อก่อนฉันไม่ดีกับเธออย่างนั้นเหรอ”“ใช่ค่ะ” เธอตอบเสียงดังฟังชัด เขมกรหัวเราะร่วนอย่างชอบใจ“คนเรามันก็เปลี่ยนกันได้ ไม่เห็นจะแปลก”“คุณเขมอย่าให้ความหวังกับภาได้ไหมคะ ภาอยากให้คุณเขมปากร้าย ใจร้ายกับภาเหมือนเดิม ภาจะได้ตัดใจจากคุณเขมง่าย เวลาที่คุณเขมไม่ต้องการภาแล้ว ภาจะได้ไม่เสียใจ” ภาริดาพูดเสียงแผ่วลง เขมกรนิ่งเงียบ รับฟังทุกคำพูดจากหญิงสาว หัวใจของเขาเต้นแรง ตื่นเต้นเมื่อได้รับฟังความรู้สึกของหญิงสาว เขาเงียบ ไม่พูดไม่ตอบอะไรเธอทั้งนั้น ทำให้ภาริดาใจเสียยิ่งกว่าเดิม เธอนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างจนถึงคอนโดในค่ำคืนนั้นเขมกรรักภาริดาเต็มที่ เธอสวยงามอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เด็กสาวที่มักจะอยู่ในชุดนักศึกษา ไร้เครื่องสำอาง วันนี้กลายมาเป็นนางพญาที่เดินเคียงคู่กับเขา เขมกรเพ่งมองใบหน้าอันงดงามสดใสของเธอแล้วยิ่งตกหลุมรัก เธองามทั้งภายในและภายนอก ทั้งเข้มแข็ง อดทน ขยัน กตัญญูกับบุพการี และไม่เคยอวดอ้างคุณงามความดีเลยสักครั้ง ความดีของเธอทำให้เขาใจอ่อน อยากจะดูแลเธอไปตลอดทั้งชีวิต!ช่วงวันหยุดภาริดายังคงทำหน้าที่ของตัวเองเหมือน
“จริงๆ เธอป่วยอยู่แล้ว ไม่ต้องลุกขึ้นมาทำอะไรก็ได้”“ภาหายป่วยแล้วค่ะคุณเขม ว่าแต่... คุณเขมซื้ออะไรมาเยอะแยะคะ” เธอเดินเข้าไปใกล้ เขมกรยื่นถุงจากห้างสรรพสินค้าให้เธอ“ชุดราตรีและรองเท้า ฉันซื้อให้เธอใส่ไปงานเลี้ยงของบริษัทพรุ่งนี้” เขาบอกและยิ้มให้ ภาริดาตาโต“อะไรนะคะ!”“เธอได้ยินไม่ผิดหรอก ฉันจะให้เธอไปงานเลี้ยงบริษัทคืนพรุ่งนี้พร้อมกับฉัน ไปกับฉันในฐานะแฟน”“คุณเขม!” ภาริดาเรียกเขาอย่างตกใจ เขมกรเห็นใบหน้าที่มีแต่ความตกใจแล้วก็นึกขัน“ตกใจอะไรกัน ไม่เห็นจะน่าตกใจตรงไหนเลย”“คุณเขมกำลังทำอะไรอยู่ รู้ตัวไหมคะ” เธอถามเสียงดัง“รู้สิ ทำไมฉันจะไม่รู้”“คุณเขมจะเปิดตัวภาในฐานะแฟนทำไม ในเมื่อภาอยู่กับคุณเขมในฐานะเมียเก็บ ภาเป็นแค่เมียเก็บคุณเขม ไม่ได้เป็นแฟน คุณเขมไม่จำเป็นจะต้องให้ภาไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน เพราะความสัมพันธ์ระหว่างเรามันพัฒนาไปมากกว่านี้ไม่ได้” เธอพูดอย่างตรงไปตรงมาและกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เขมกรยิ้มละมุนให้เธอ“แต่นี่จะเป็นทางเดียวที่จะสยบข่าวลือระหว่างเราได้นะ เธอไม่อยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นเหรอ”“ภาอยากให้เรื่องนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นค่ะ แต่ภา... คิดว่าม
“เราสองคนคบกันมานานแล้ว คบกันก่อนที่ภาจะมาฝึกงานที่นี่ แต่ที่ผมต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้ภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านและเป็นที่ครหา แต่ในเมื่อเรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ฉันก็คิดว่าไม่จำเป็นจะต้องปิดบังอะไรอีกต่อไป” เขมกรบอกชนิตา เหมือนกับที่เตี๊ยมกับภาริดาไว้ตั้งแต่ตอนแรก ชนิตาได้ยินก็แปลกใจ เพราะเห็นตอนแรกๆ เขมกรทำท่าจะจีบภาริดา ไม่คิดว่าคบกันมาก่อนแล้ว“ค่ะ พี่ก็คิดว่าที่คุณเขมทำแบบนี้ก็เหมาะสมแล้ว แล้วเรื่องที่คนอื่นเขาพูดกันล่ะคะ”“ใครอยากจะพูดอะไรก็พูดไป มันห้ามกันไม่ได้นะเรื่องแบบนี้” เขมกรลุกขึ้นยืนยืดเส้นยืดสาย ภาริดานั่งก้มหน้านิ่ง มือไม้สั่นไปหมด“อีกไม่นานน้องภาก็จะฝึกงานเสร็จแล้ว ไม่น่าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นก่อนเลย” ชนิตาบ่น“ไม่ต้องไปสนใจหรอกค่ะพี่ตา อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ภาเตรียมใจรับไว้แล้ว” ภาริดาพูดขึ้นหลังจากเงียบมานาน“ภาฝึกงานเมื่อไหร่ ฉันจะเปิดตัวภาทันที” เขมกรบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่ได้บอกภาริดาตั้งแต่แรก นอกจากชนิตาจะแปลกใจแล้ว ยังสร้างความตกใจให้กับภาริดาด้วย“ดีแล้วค่ะ น้องจะได้ไม่เป็นขี้ปากชาวบ้านอีก”ชนิตาและภาริดาออกจากห้องไปแล้ว เขมกรทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา
“ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำแบบนี้เลยจริงๆ ภา... ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก” กฤตติกาเดินเข้ามาหาภาริดา หญิงสาวยืนนิ่ง ไม่พูดไม่จา ไม่แก้ข่าว ไม่ปฏิเสธ ไม่อะไรทั้งนั้น ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เธอเม้มริมฝีปากแน่นและหันหลังเดินออกไป ท่ามกลางเสียงนินทาของผู้คนที่ทำงานในบริษัท“ภา พี่มีเรื่องจะถาม!” ชนิตาลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นภาริดาเดินมา ภาริดามีสีหน้านิ่งเรียบ เหมือนกับทำใจยอมรับกับเรื่องที่เกิดขึ้น“อะไรเหรอคะพี่ตา”“คนในบริษัทเม้าท์กับว่าภาเป็นไซด์ไลน์ เอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงานกับคุณเขมเหรอ” ชนิตาถามไปตามตรงตามสไตล์ผู้หญิงตรงไปตรงมา ภาริดามองพี่เลี้ยงฝึกงานอย่างชั่งใจ“พี่ตาคิดกับเรื่องนี้ยังไงคะ เรื่องที่ภาเอาตัวเข้าแลกคะแนนฝึกงาน” ภาริดาไม่ตอบคำถาม เธอย้อนถามกลับ“พี่ก็งงว่าไปเอามาจากไหนกัน เพราะคนที่เป็นคนกรอกคะแนนฝึกงานคือพี่เอง ไม่ใช่คุณเขม และคุณเขมก็ไม่ได้มากำชับอะไรกับพี่ด้วย ถ้าคะแนนฝึกงานของภาจะมากกว่าคนอื่นๆ ก็ไม่แปลก เพราะภามาทำงานก่อนเวลา กลับทีหลัง ทำงานดีไม่มีที่ติ ก็สมควรจะได้คะแนนเยอะอยู่แล้ว ส่วนเรื่องคุณเขม...” ชนิตายั้งปากอย่างช่างใจ เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่“ภาไม่อยากพูดอะไรท
“คุณเขมไม่น่าไปนั่งกินข้าวกับภาที่โรงอาหารเลยนะคะ” ภาริดาบอก หลังกลับมาถึงคอนโด เธอมีสีหน้าเครียดๆ“ทำไมล่ะ”“คนอื่นมองคุณเขมกับภาไม่ดี พนักงานในบริษัทน่าจะรู้เรื่องของเราหมดแล้ว”“ช่างมันสิ อยากจะรู้ก็ให้รู้กันไป จะไปสนใจทำไม” เขายังนอนอยู่บนเตียงอย่างไม่ยีหระ ต่างจากหญิงสาวที่นั่งลงและถอนหายใจ คืนนี้เธอสวมชุดนอนที่เขาซื้อให้ เป็นชุดสายเดี่ยวเนื้อผ้านุ่มลื่น เผยให้เห็นถึงหน้าอกอวบอิ่มและเรียวขาสวย“คุณเขม...” ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไร เสียงไลน์ในโทรศัพท์เธอก็ดังขึ้นรัวๆ เธอหยิบโทรศัพท์จะเปิดดู แต่เขมกรก็คว้าเอาไว้เสียก่อน เขาให้เธอปลดล็อกรหัสให้และเข้าไปดู เห็นอนุทัตส่งข้อความมาถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขมกร ชายหนุ่มที่นอนบนเตียงหัวเราะในลำคอและยิ้มที่มุมปากอย่างมีแผนการชั่วร้ายเขมกรอ่านแต่ไม่ตอบ ส่วนคนต้นทางได้แต่ว้าวุ่นใจ อนุทัตจึงตัดสินใจโทรหาภาริดา เขมกรจึงใช้โอกาสนี้รับสายโทรศัพท์เสียเอง“น้องภา ทำไมอ่านแล้วไม่ตอบพี่ล่ะครับ” อนุทัตถาม เขมกรจึงเปิดลำโพงเพราะต้องการให้ภาริดาได้ยินด้วย เธอทำหน้าปั้นยาก“น้องภาเข้าห้องน้ำ มีอะไรฝากไว้ไหม” เขาตอบ ภาริดารีบส่ายหน้า และพยายามแย่ง







